ตอน ท่านรองรุกหนักมาก
เสียงนาฬิกาปลุกแผดร้องบอกเวลาหกโมงเช้า แหม่มขยับกายภายใต้ผ้าห่มผืนหนาด้วยความรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น ร่างกายที่ตรากตรำทำงานหนักมาหลายวันเรียกร้องการพักผ่อน แต่ภาระหน้าที่ในตำแหน่งเลขานุการฝึกหัดที่มีเงินเดือนสี่หมื่นบาทค้ำคออยู่ทำให้เธอต้องพยุงตัวลุกขึ้น เธอเดินเข้าห้องน้ำในสภาพเปลือยเปล่า ผิวพรรณที่ขาวจัดดุจน้ำนมตัดกับแสงไฟนวลตาในห้องน้ำได้อย่างน่ามอง
ซ่าาาา!
สายน้ำเย็นฉ่ำจากฝักบัวไหลผ่านลาดไหล่เนียนละเอียด ลากผ่านเนินอกอวบอัดขนาดคัพ D ที่ชูชันสู้ััของน้ำ หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนยอดถันสีชมพูระเรื่อก่อนจะไหลรินลงสู่หน้าท้องแบนราบและสะโพกที่ผายกว้างดุจแจกันชั้นเลิศ
เรียวขาที่ยาวของเธอดูเซ็กซี่และแข็งแรงจากการหมั่นดูแลตัวเองด้วยการเข้าฟิตเนสและเล่นโยคะ
อืม! แหม่มหลับตาลงปล่อยให้หยดน้ำชำระล้างความสับสนในใจที่สะสมมาั้แ่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่บริษัทชัยบัญชา
ในขณะที่เธอกำลังลูบไล้สบู่เหลวกลิ่นกุหลาบไปตามผิวกาย ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกเบาๆ เจมส์เดินเข้ามาในสภาพสวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว เขาตรงเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง อ้อมแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดไว้แน่นก่อนจะเลื่อนมือหนาขึ้นมากุมหน้าอกอวบใหญ่ของเธอทั้งสองข้าง
"แหม่ม วันนี้สวยจังเลย" เจมส์กระซิบข้างหูพลางซุกไซ้ซอกคอที่เปียกชื้น
"ฮิ! ๆ สวยแต่วันนี้เหรอคะ"
"ไม่สิ สวยทุกวันแหละแฟนผมน่ะ ผมรักแหม่มนะ รักมากจริงๆ"
แหม่มยกมือข้างนึงข้ามไปข้างหลัง มองกระจกและลูบผมว่าที่สามีอย่างรักใคร่ "ค่ะ แหม่มก็รักเจมส์นะ ตั้งใจทำงานนะคะ ปีหน้าก็จะได้แต่งกันแล้ว"
"ได้สิ หึ! ๆ" เจมส์ยิ้มตอบในกระจก แต่มือของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข เขาบีบเค้นทรวงอกของเธออย่างหนักหน่วงจนมันบิดเบี้ยวตามแรงมือ แหม่มรู้สึกถึงความแข็งขึงที่ดันอยู่ทางด้านหลัง เจมส์พยายามจะจูบและเบียดเสียดร่างกายเข้ามาหาเพื่อหวังจะร่วมรักกันในยามเช้า แต่ในใจของแหม่มกลับพะวงถึงเวลาทำงาน เธอต้องไปให้ถึงออฟฟิศก่อนแปดโมงเช้าเพื่อเตรียมงานให้ชินที่เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการฝึกหัดของแผนกการตลาด
"เจมส์คะ อย่าเพิ่งเลยค่ะ แหม่มกลัวไปทำงานไม่ทัน วันนี้มีประชุมเช้าด้วย" แหม่มบ่ายเบี่ยงพลางพยายามแกะมือของเขาออก
เจมส์ชะงักไปทันที ใบหน้าที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็บึ้งตึง เขาถอยห่างออกมาแล้วหยิบแปรงฟันขึ้นมาบีบยาสีฟันอย่างกระแทกกระทั้น
"งานอีกแล้วเหรอแหม่ม? ั้แ่ไปทำที่นั่น แหม่มดูจะให้ความสำคัญกับงานมากกว่าผมนะ"
เขาแปรงฟันด้วยท่าทางฉุนเฉียว เสียงแปรงสีฟันกระทบกระแทกฟันผิดปกติ บ่งบอกถึงอารมณ์ที่ขุ่นมัว แหม่มมองดูคนรักด้วยความรู้สึกผิด เธอไม่อยากให้เช้านี้เริ่มต้นด้วยการทะเลาะกัน เธอจึงตัดสินใจเอื้อมมือที่ยังเปียกปอนไปลูบไล้ที่เป้ากางเกงของเขาเบาๆ
"อย่าโกรธแหม่มเลยนะคนดี เดี๋ยวแหม่มช่วยนะคะ"
แหม่มใช้มือเรียวสวยกำรอบแท่งรักของเจมส์ที่กำลังพองตัวเต็มที่ เธอรูดรั้งมันด้วยจังหวะที่รัวเร็วและนุ่มนวลสลับกันไป ในขณะที่มืออีกข้างก็ยังคงถือแปรงสีฟันของตัวเองแปรงไปด้วย
อืม! เจมส์ยืนเกร็งตัว แปรงฟันค้างไว้ในปาก ดวงตาหลับพริ้มด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งพล่าน จนในที่สุดเขาก็พ่นน้ำเชื้อสีขาวขุ่นออกมาเต็มฝ่ามือของแฟนสาวคนสวย
"อืม! แหม่ม ขอบใจนะ" เจมส์ถอนหายใจยาว อารมณ์บูดบึ้งมลายหายไปทันที เขาหันมาจูบแก้มเธอ "ขอบคุณนะครับ รีบไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง"
เวลา08.00 ในออฟฟิศใหญ่
ในเช้าวันจันทร์ดูจะเงียบสงบและผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อท่านประธานชัยบัญชาเดินทางไปส่งคุณเสาวณีที่เกาหลีใต้เพื่อทำศัลยกรรมเพิ่มความงาม พนักงานต่างพากันนั่งจับกลุ่มคุยกันเื่สัพเพเหระมากกว่าจะก้มหน้าก้มตาทำงานเหมือน่ที่บอสใหญ่อยู่
แหม่มก้าวเท้าเข้ามาในออฟฟิศด้วยชุดเดรสสีแชมเปญผ้าลินินเนื้อบางที่ทิ้งตัวแนบเนื้อเน้นย้ำสะโพกผายและเรียวขายาวระหง เธอเดินตรงไปยังห้องทำงานของฝ่ายการตลาดตามคำสั่งของชินที่ดึงตัวเธอมาช่วยงานชั่วคราว
"มาแล้วเหรอครับพี่แหม่ม วันนี้ดูสดใสจังนะ" ชินที่นั่งรออยู่หลังโต๊ะทำงานทักทายด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ เขาจ้องมองหน้าอกของเธอที่กระเพื่อมไหวเบาๆ ตามจังหวะการเดินอย่างไม่ปิดบัง
"ค่ะคุณชิน วันนี้จะให้แหม่มช่วยงานด้านไหนคะ"
"โปรเจกต์ระบายสต็อกบ้านจัดสรรโครงการเก่าครับ ผมอยากให้พี่เป็นางแบบให้หน่อย เราจะถ่ายป้ายโฆษณาชุดเ้าหญิงกับในบ้านในฝัน"
ชินพาแหม่มไปยังสตูดิโอชั่วคราวที่เซตขึ้นในโถงหรูของออฟฟิศ แสงไฟสตูดิโอหลายดวงถูกจัดวางไว้อย่างประณีตเพื่อขับเน้นความงามของนางแบบ แหม่มต้องเปลี่ยนท่าโพสไปตามคำสั่งของชินที่สวมบทบาทเป็ช่างภาพจำเป็
"พี่แหม่ม เอียงคออีกนิดครับ เผย่ไหล่หน่อย" ชินเดินออกจากหลังเลนส์ตรงมาหาเธอ เขาใช้มือััที่ลาดไหล่เนียนของเธอเบาๆ เพื่อจัดท่าทาง ปลายนิ้วของเขาจงใจลากผ่านสายเดี่ยวตัวบางจนมันเกือบจะหลุดจากไหล่
"คุณชินคะ มันดูจะโป๊ไปหรือเปล่าคะ" แหม่มถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เมื่อรู้สึกถึงััอุ่นจากมือหนาที่ลูบไล้ผ่านต้นแขนลงมาถึงแผ่นหลัง
"ไม่หรอกครับ มันคือศิลปะ พี่แหม่มสวยเกินกว่าที่กล้องตัวไหนจะเก็บความงามไว้ได้หมดเลย แค่โพสท่าตามที่ผมบอกก็พอ"
ชินที่ตัวสูงมากโน้มตัวลงมาต่ำจนหน้าเกือบจะชนกันกับแหม่ม เขาใช้มือรวบเส้นผมของเธอไปไว้ด้านข้าง เผยให้เห็นลำคอขาวระหงที่เขาแอบก้มลงไปสูดดมกลิ่นน้ำหอมอย่างเงียบเชียบ แหม่มใจสั่นสะท้านกับท่าทีคุกคามที่อ่อนหวานของเขา เธอเริ่มรู้สึกว่ากำแพงที่สร้างไว้เพื่อเจมส์เริ่มสั่นคลอนหนัก
หลังจากการถ่ายแบบเสร็จสิ้นลง แหม่มนั่งพักจิบน้ำอยู่ที่โซฟาตัวยาว ชินเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นแก้วกาแฟแบรนด์หรูให้เธอ เขาคว้ามือน้อยๆ ของเธอขึ้นมาจูบที่หลังมืออย่างแ่เบาตามธรรมเนียมฝรั่งที่เขาถนัด
"เ้าหญิงของผม วันนี้เก่งที่สุดเลยครับ"
ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่น แจน สาวสวยแผนกการตลาดที่เป็อดีตกิ๊กเก่าของชินก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่โกรธจัด หล่อนจ้องมองแหม่มด้วยสายตารังเกียจราวกับจะกินเืกินเนื้อ
"นี่! อย่าคิดว่ามาช่วยงานแล้วจะทำตัวเป็นางเอกในนิยายได้นะจ๊ะ นี่ โบรชัวโปรโมชั่น เอาไปแก้มาใหม่จ้าเด็กใหม่"
แจนเดินเข้ามาประชิดตัวเมื่อชินเดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์
"ฉันเห็นนะว่าเธอพยายามยั่วคุณชินยังไง อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย คนอย่างเขาเบื่อของใหม่เร็วจะตาย"
"ฉันไม่ได้ยั่วค่ะคุณแจน ฉันทำงานตามหน้าที่" แหม่มตอบอย่างใจเย็นแม้จะสั่นด้วยความตื่นกลัว
"หน้าที่บนเตียงหรือไง! ระวังตัวไว้เถอะ ถ้าคุณนายใหญ่รู้เื่ที่เธอมาทำตัวระริกระรี้แถวนี้ เธอไม่เหลือที่ยืนแน่!"
แจนสะบัดหน้าหนีทิ้งความกดดันไว้ แหม่มเดินก้มหน้ากลับไปนั่งแก้ใบโปรโมทลดราคาบ้านกับสาวๆคนอื่นในแผนก ยังดีที่คนอื่นในทีมการตลาดคุยกับเธอดีไม่เหมือนแจน งานวันนี้จึงจบอย่างราบรื่น
เวลา20.00 ที่คอนโด
แหม่มนั่งทานมื้อเย็นกับเจมส์ที่โซฟาหน้าทีวีด้วยบรรยากาศเงียบเหงาปนไปด้วยความอึดอัด เจมส์ที่สังเกตุเห็นแฟนดูเคร่งเครียดจึงถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
"ทำงานเป็ยังไงบ้างแหม่ม เหนื่อยไหมครับ วันนี้ทำอะไรบ้าง"
"สนุกดีค่ะเจมส์ ได้ลองถ่ายแบบโปรโมทบ้านจัดสรรด้วย เ้านายเขาเห็นว่าแหม่มบุคลิกดีเลยอยากให้ช่วยเซฟงบนางจ้างแบบน่ะค่ะ" แหม่มตอบโดยเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อชิน
"ไปเป็เลขาฯ ทำไมต้องถ่ายแบบ? มันเกินหน้าที่ไปหรือเปล่าแหม่ม"
เจมส์ขมวดคิ้วอย่างคนขี้หวง
"แล้วช่างภาพเป็ใคร? มีนายแบบผู้ชายหรือเปล่า?"
"เป็คนในแผนกค่ะเจมส์ เ้านายใหญ่สั่งมา แหม่มปฏิเสธไม่ได้หรอกค่ะ นายแบบก็ไม่มีค่ะ ถ่ายเดี่ยว"
แหม่มโกหกคำโต เธอไม่ได้บอกว่าชินเป็คนสั่ง ไม่ได้บอกเื่จูบหลังมือ หรือััที่ทำให้เธอวูบวาบ เธอเลือกที่จะปิดบังความจริงเพราะกลัวเจมส์จะอาละวาดจนเสียงานและพลาดตำแหน่งเลขานุการทึ่เงินเดือนสูงกว่างานเก่าถึงสองเท่า