"เหล่าเฟิง"จอมยุทธ์ชุดขาวกล่าวเสียงดัง ยิ่งยืนข้ามหัวผู้อื่นบนโต๊ะ กดข่มจนทุกคนเขม่น...แล้วเหตุใดต้องขึ้นไปยืนบนนั่นด้วย? "ท่านรู้หรือไม่เมื่อครู่คือคำใบ้บทเพลงทั้งสี่รีบไขให้ความกระจ่าง เคล็ดวิชาเพลงพิณต้องห้ามอยู่ที่ใด"
พอพูดถึงที่ซ้อนเคล็ดวิชาทุกผู้ในที่นี้ต่างหูผึ่งลอบกำกระบี่โดยไม่รู้ตัว มองเหล่าเฟิงเป็ตาเดียวชาวบ้านผู้ไม่เกี่ยวข้องเห็นท่าไม่ดีค่อยๆ ทยอยหายไปทีละคนเกรงว่าจะกินลูกหลงแทนน้ำชา ดังนั้นในโถงจึงไม่เห็นฝูเต้ากระทั่งไป๋เซี่ยยังฉลาดไม่อยู่ให้เจ็บตัว ส่วนเกาฟังนอกจากจะไม่ขยับตายังจ้องเหล่าเฟิงไม่กะพริบ
เหล่าเฟิงถูกคนจับจ้องเช่นนี้จะกล้าพูดสิ่งใดใจเต้นสั่นระรัวลอบมองแผ่นกระดาษ เหงื่อก็ปาดแล้วปาดอีกตายละหวาตู...ก็มั่นใจว่าเขียนเช่นนั้นจริงๆ 'ตำราเพลงพิณสี่ประสานสังหารหมู่มารสองวิหคหนึ่งกิเลน ขุนเขาสายน้ำ' ไม่ผิด! นี่คือคำใบ้บทเพลงทั้งสี่หรือเขาพอรู้จักอยู่เพลงหนึ่ง เป็นกในสองตัว แต่ไม่อาจกล่าวในที่นี้ได้ ตายๆ ตายแน่ๆตูคราวนี้
"ตาแก่เฟิง"หนนี้เป็จอมยุทธ์ชุดเขียวคำรามเสียงดัง "ท่านรีบพูดข้าพร้อมให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตท่าน หากไม่...กับสำนักข้าแล้วถือเป็ศัตรูท่านคงไม่คิดสั้นๆ กระมัง"
ข้าไม่คิด...ชีวิตก็สั้นอยู่ดี เหล่าเฟิงเกือบตายด้วยลืมหายใจเผลอสะอึกขึ้นมากลางวง รอบตัวพลันเงียบกริบไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงสะอึกของเหล่าเฟิง ...ไม่นับเสียงหัวเราะเล็กๆ บนชั้นสอง
หลินหลานหรูหัวเราะคิกๆ คักๆต้องแหงนคอหัวเราะด้วยถึงจะหนำใจ เื่ของฝูเต้าก็สำเร็จไปแล้วตอนนี้ก็แค่ละครงิ้วหลงคณะฉากหนึ่ง ทว่าไม่มีผู้ใดสนใจเสียงของนางทุกเสียงสะอึกของเหล่าเฟิงล้ำค่าดั่งทองในบ่อ
"คุณหนูขอรับ"เฉิงอิ้นเอ่ยแทรกเสียงเบา หากพูดดังกว่านี้คงได้ยินไปถึงชั้นล่างด้วยเกรงว่าที่นี่จะอันตรายเกินไป รีบพาคุณหนูหลบออกมาคงดีที่สุดหากสถานการณ์เลวร้าย คุณหนูอาจได้รับาเ็
หลินหลานหรูละสายตาจากเหล่าเฟิงกลั้นหัวเราะแล้วกล่าว หากแต่อดกลั้นแล้วก็ยังมีหลุดออกมา "รออีกเดี๋ยว"
ความตึงเครียดด้านล่างทวีมากขึ้นเรื่อยๆเสียงสะอึกเหล่าเฟิงราวะเิเวลา อึ๊กๆ อึ๊กๆ ไม่รู้จะปะทุเมื่อไรเพราะเหล่าเฟิงแทบไม่ปริปากเอ่ยวาจา ที่รู้มาและที่ควรพูดเขาก็พูดไปหมดแล้วครั้งนี้จะรักษาชีวิตน้อยๆ ของเขาได้หรือไม่ หากผ่าน่เวลาเลวร้ายนี้ไปได้ค่าตอบแทนงานนี้ช่างสูงนัก
จอมยุทธ์ชุดเขียวสายตาล่อกแล่กรอไม่ไหวแล้ว!ชักกระบี่ได้ยกเงื้อเตรียมะโจากโต๊ะเข้าฉับหัวเหล่าเฟิงอย่างเร็วไวแต่เฉิงอิ้นไวกว่า คว้าถ้วยชาดีดปะทะคมกระบี่แตกเปรี๊ยะ กระบี่ในมือคนชุดเขียวหลุดกระเด็นไปอีกทางมือข้างที่จับกระบี่สั่นหงักๆ ใช้มืออีกข้างจับไว้ยังเอาไม่อยู่
อะไรจะรุนแรงปานนั้นมองซ้ายแลขวาหาที่มา ไม่พบ? เจอเช่นนี้เก็บกระบี่ได้คนชุดเขียวก็วิ่งออกจากร้านน้ำชาทันที
ครานี้เกาฟังถึงกับละสายตาจากเหล่าเฟิงมองเ้าของถ้วยชาบนชั้นสองแทน
ส่วนจอมยุทธ์ชุดขาวเห็นผลปรากฏเช่นนี้จึงรีบลงจากโต๊ะกล่าวขอบคุณผู้ลงมือเมื่อครู่ คิดเอ่ยปากเจรจา "ไม่ทราบเป็จอมยุทธ์ท่านใดหากเมื่อครู่ไม่ใช่ท่านลงมือ ชีวิตของเหล่าเฟิงคงจะรักษาไว้ไม่ได้ข้าเป็ตัวแทนขอบคุณ ยามนี้ลงมือใช้กำลังไม่ให้ผลดี ทุกท่านร่วมดื่มชาพูดคุยกันเถิด"
เพ้ย!! ผู้ใดจะคุย ...แต่ก็ยังมี?
"ท่านจอมยุทธ์กล่าวมีเหตุผล"ทว่า... "เหล่าเฟิง ท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่ท่านยังรู้อะไรเชิญเล่า"
"จะได้อย่างไรเื่นี้มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน เหล่าเฟิง เชิญท่านกลับสำนักข้าช่วยให้ความกระจ่างในเื่นี้ด้วยเถิด" คำพูดน่าฟังยิ่ง
"ทำเช่นนั้นไม่ได้"ผู้นี่ก็เห็นแย้ง เป็จอมยุทธ์หญิงชุดสีเทาตัวยาวผู้บอบบาง ง๊อไบ๊? "ในยุทธภพมีกฎ เ้าทำเช่นนี้มิเท่ากับคิดเก็บเคล็ดวิชาเพลงพิณต้องห้ามไว้กับตัวหรือ เชิญสำนักข้าง๊อไบ๊คุณธรรมสูงส่ง ไม่คิดขโมยเคล็ดวิชาเพื่อครองยุทธภพ"
แม่นางพูดได้ดี แต่...
"สำนักง๊อไบ๊คุณธรรมสูงส่งแล้วสำนักข้าไร้คุณธรรมรึ กล่าวเช่นนี้สำนักลั่วซานของข้าเทียบสำนักเ้าไม่ได้?" จอมยุทธ์ชุดขาวกล่าวที่แท้ก็เ้าสำนักลั่วซาน ไม่น่าไป๋เซี่ยถึงได้อายแทน กระทั่งน้ำชายังกลืนไม่ลง
"เ้ายุทธภพคนก่อนหายสาบสูญแม้อายุน้อยก็ได้เป็เ้ายุทธภพ หาใช่เพราะเคล็ดวิชาเพลงพิณต่อมาเ้ายุทธภพหายสาบสูญ สองปีแล้วกระมังยามนั้นไม่ใช่สตรีจากง๊อไบ๊ล่อลวงเ้ายุทธภพรึถึงตอนนี่เ้ายุทธภพอยู่หรือตายไม่ทราบแน่ชัดง๊อไบ๊ยังอ้างคุณธรรมพูดไม่อายปากว่าไม่ขอครองยุทธภพ!"
คุณหนูหลินอยู่้าลอบส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอาแง้มม่านบังตาสังเกตการณ์แวบหนึ่ง เื่ชักบานปลายไกลถึงเ้ายุทธภพแล้วเห็นทีคงดึงเื่ราวความแค้นส่วนตัวมาเกี่ยวข้องนางจึงเหลือบมองอดีตเ้ายุทธภพด้านหลัง ในใจคิด เ้าก็ถูกสตรีล่อลวงเป็ด้วยรึฮ่าๆ
"ฮึสำนักง๊อไบ๊ไม่เคยทำเื่เสื่อมเสียพรรค์นั้น เป็สำนักลั่วซานวางยาตัดเส้นเอ็นครั้งนั้นเ้ายุทธภพอยู่มิสู้ตาย เกี่ยวข้องอันใดกับสำนักข้า"
เอาแล้วๆ
"วางยาตัดเส้นเอ็นอะไรกัน เหลวไหลข้าเ้าสำนักลั่วซานไม่เคยทำเื่เสียชื่อเช่นนั้น เหลวไหล เหลวไหลทั้งเพ!"
ไม่ต้องย้ำมากมายก็ได้กระมัง
"ฮึ เื่ดีชั่วผู้ใดทำอะไรต้องให้ข้ากล่าว? สำนักลั่วซานทำสิ่งใดไหนเลยคนทั่วทั้งยุทธภพไม่ล่วงรู้ ศิษย์ง๊อไบ๊คนหนึ่งไม่ใช่ศิษย์ท่านล่อลวงนางหนีตามหรือ"
พระเ้า! บิดามารดาบรรพบุรุษ!เื่เลยเถิดเกิดไปแล้ว
"ไม่ใช่!" ศิษย์ลั่วซานผู้หนึ่งปฏิเสธเสียงแข็ง
"เช่นนั้นถามคนในที่นี้"
"เ้า!เ้ากล้าใส่ความสำนักลั่วซานของข้า" คนผู้นี้ก็ร้อนตัว
เอาแล้วอย่างไรศิษย์สำนักลั่วซานเป็เหมือนไป๋เซี่ยทุกคนหรือไรนอกจากคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วยังโง่งมไม่ลืมหูลืมตา ดันหาเื่ตายชักกระบี่ตวัดคิดสะบั้นหัวเ้าสำนักง๊อไบ๊
หา? เ้าสำนักหรือ
เช่นนั้นกระบี่ของคนโง่ผู้นี้ก็ถูกตั้งรับได้อย่างง่ายดายทั้งคนหาเื่ยังอ่อนหัดกระบี่จับอย่างไรให้หลุดมือหมุนหลายตลบพุ่งขึ้นชั้นสองแทน เวรตะไล!
เฮ่ยๆ เหตุใดกระบี่ถึงชอบข้านัก! หนนี้หลินหลานหรูไม่นั่งอ้าปากพะงาบรอให้กระบี่ฉับหัวลุกพรวดะโถอยหลังไปหกก้าว
พร้อมกันนั้นเฉิงอิ้นสะบัดเท้าเตะขาเก้าอี้จนตีลังกาหมุนขึ้นหยุดคมกระบี่เศษไม้แตกกระจายเพียะเป็เสี่ยงๆ ร่วงสู่ชั้นล่างราวเม็ดฝนโปรยปราย
อึ้ง! ตะลึง! ...งัน?
สายตาทุกคู่จับจ้องบนชั้นสองเป็ที่เรียบร้อยอะไรจะตระการตาขนาดนั้น
เ้าสำนักง๊อไบ๊ผู้งดงามปัดๆเศษไม้ออกจากเสื้อ ยกมือประสานกล่าวขออภัย "ขออภัยท่านจอมยุทธ์รบกวนความสำราญของท่านแล้ว"
จะหาความสำราญใดในโรงน้ำชาด้านล่างมีแต่เสียงด่าน่าแสลงหู
กระนั้นหลินหลานหรูเห็นว่ากระบี่ไม่ฉับศีรษะเล็กๆของนางแล้วจึงเดินกลับมานั่ง พร้อมยืมฝ่ามือเฉิงอิ้นตบโต๊ะเสียงดังปึง!เ้าของมือไม่ทันตั้งตัวมุมปากกระตุกยิกๆแล้วนางก็กล่าวเสียงเข้มฟังดูองอาจห้าวหาญเยี่ยงนักรบ ยืมคำพี่ใหญ่นางมาใช้"เชิญตามสบาย ข้าแค่ผู้ชม"
เ้าสำนักง๊อไบ๊มุมปากกระตุกไม่ต่างกันเด็ก? นั่นคือที่พวกเขาคิด สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยได้แต่ไหลตามน้ำ "เช่นนั้นไม่รบกวนท่านจอมยุทธ์แล้ว"
ทว่าชิ้นเสียงเ้าสำนักง๊อไบ๊คนในนี้ต่างได้ยินคำว่า 'เชิญ' ราวเสียงระฆังสั่งเริ่มการประลองจะเคล็ดวิชาต้องห้าม? เหล่าเฟิง? อดีตเ้ายุทธภพ? ไม่สนแล้วโวย!ชักกระบี่ได้ก็ฟันกันฉับๆ ราวสับหมูในเขียงแต่นั่นคนนะไม่ใช่หมู
ตีกันแล้ววววววว!!!
เสี่ยวเอ้อวิ่งหนีกันอุตลุดน่าสงสารเหลาป่าน ความเสียหายในร้านน้ำชาเป็ผู้ใดจะชดใช้
หึๆแทบไม่รอให้หลินหลานหรูลงมือก็ะเิเละเป็โจ๊ก วุ่นวาย วุ่นวายจริงๆน้ำชาบนโต๊ะกระเพื่อมสั่นเป็คลื่น นางนั่งนับ ตายไปแล้วหนึ่ง สอง สาม สี่คนนี้ไม่นับ คนนั้นแกล้งสลบ แต่ซวยเพราะเ้าโง่อ่อนหัดทำกระบี่หลุดมือ
เฮ้อ...นางี้เีนับแล้วเอื้อมมือไปแกะห่อถุงผ้าสีแดงบนโต๊ะออกอย่างใจเย็น ท่วงท่าสบายๆหูฟังเสียงคนในโถงชั้นล่างฉับเนื้อกันเล่น ฟังแล้วเร้าใจยิ่งขอเพียงหอกดาบไม่ลอยมาหานางก็พอ จากนั้นเปิดฝากล่องออก
เฉิงอิ้นจับตามองั้แ่คุณหนูเอื้อมมือไปแตะกล่องบนโต๊ะแล้วในใจคิด...คุณหนูลงมือแล้ว ทว่าด้านใน...ด้านในเป็...
ขนมฝูหลิง?
"ให้เ้า"นางยื่นให้เฉิงอิ้นชิ้นหนึ่ง เขาก็รับจากมือนางมา กัดไปทำเล็กๆคำหนึ่ง...แทบน้ำตาร่วง ในใจมีคำถามมากมายเป็ล้นพ้นจนท้องไส้ปั่นป่วน
ทว่าเฉิงอิ้นไม่มีเวลามาถามและไม่รอให้คุณหนูกินขนมฝูหลิงชิ้นแรกในมือด้วย เขาเห็นเงาคนชุดดำวิ่งขึ้นบันไดมาจึงจับคว้าพลิกตัวคุณหนูยกอุ้มะโหนีทางหน้าต่าง
คุณหนูหลินได้แต่อ้าปากค้างกระทั่งลงมาถึงถนนด้านล่างค่อยกัดขนมชิ้นเดียวในมือเคี้ยวยังรู้สึกงุนงงเงียบๆ อยู่บ้าง มองซ้ายแลขวาราวกับหายตัววาร์ปอย่างนั้นละ
กำลังภายในเ้าน่ากลัวยิ่ง!!
ทางด้านเกาฟัง
จังหวะที่คนในโถงร้านน้ำชาลงมือเขาเห็นเหล่าเฟิงมองขอความช่วยเหลือจากคนบนชั้นสองอย่างเปิดเผยทั้งยังยกไม้ยกมือโบกไปมาประหนึ่งคนโง่เขลา ยิ่งทำให้เขารู้สึกคลางแคลงใจใหญ่
หรือผู้นั้นจะเป็ผู้บงการเื้ัที่ข้ากำลังตามหา
ด้วยมั่นใจแล้วว่าใช่ไม่ผิดแน่ก็ไม่รอช้า เตะเท้าทะยานตัวขึ้นบันไดมุ่งมายังโต๊ะน้ำชาชั้นสอง บัดซบ! มีแต่ความว่างเปล่าไร้ตัวคนทิ้งของต่างหน้าไว้ให้ด้วย? ขนมฝูหลิงในกล่องใหญ่ ฮึ!
เกาฟังขยับเท้าต่อมาที่หน้าต่างกวาดตามองลงไปบนพื้นถนนด้านล่างที่ผู้คนค่อนข้างบางตาแต่ถึงอย่างนั้นหัวมุมถนนกลับมีเด็กหญิงชุดชมพูหรูหราผู้หนึ่งหันหน้ามองกลับขึ้นมายามนางสบตาช่างชวนน่าสงสัย ส่งยิ้มเบาบางก่อนหายลับเข้าไปในตรอก
ชายหนุ่มมองกลับลงไปที่โถงด้านล่างชั้นในอีกครั้งก็พบว่าเหล่าเฟิงได้หายไปแล้ว
ท่ามกลางความวุ่นวายเกาฟังมองไม่เห็นแม้แต่เงาของเหล่าเฟิงหากเหล่าเฟิงมีความเกี่ยวข้องกับเ้าของกล่องขนมบนโต๊ะนี้ถ้าเช่นนั้นตัวคนคงถูกพาไปซ่อนแล้วกระมัง
พลันจู่ๆก็นึกถึงสุ้มเสียงที่ได้ยินของเด็กบนชั้นสองเอ่ยกับเ้าสำนักง๊อไบ๊ทั้งเสียงของเด็กหญิงบนรถม้า เสี้ยวหน้าของนาง และอีกเสี้ยวหน้าของเด็กหญิงยามหันมองจากหัวมุมถนนคนเดียวกัน? ต้องใช่!ไม่เช่นนั้นชายตาบอดแต่ร้ายกาจคงไม่อยู่ข้างกายนาง
ทันทีที่ข้อสรุปปรากฏออกมาแจ่มชัดเกาฟังก็ะโผ่านหน้าต่างหลังร้านตามลงไป เป้าหมายคือหัวมุมถนนจุดที่เด็กหญิงนางนั้นเลี้ยวหายเข้าไปในตรอก
เขาเลี้ยวเข้าไปในตรอกอย่างรวดเร็ว
ทว่าขาทั้งสองข้างพลันหยุดชะงักด้วยคมดาบจอที่คอ เกาฟังสีหน้าไม่เปลี่ยนเพียงเอ่ยถามน้ำเสียงราบเรียบสมเป็โจรมาทั้งชีวิต "้าสิ่งใด"
ขณะเดียวกันก็ถูกบีบให้ก้าวถอยเข้ามาในตรอกพบชายฉกรรจ์ชุดน้ำเงินอีกสามคน เขาพอจะเคยเห็นคนเหล่านี้ผ่านตาอยู่บ้าง...ทหารกองทัพ?
ก่อนหน้านั้นเกาฟังก็สังเกตเห็นกลุ่มคนชุดน้ำเงินในร้านน้ำชาเช่นกันแต่เหตุใดคนกลุ่มนี้ถึงออกมาเร็วเพียงนี้ ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่ยังอยู่ในร้านหรอกหรือพลันมองข้ามไหล่กลุ่มคนตรงหน้าเหลือบมองไปสุดตรอก ไม่พบเด็กหญิงผู้นั้นแล้ว
"เหตุใดเ้าจึงไล่ตามเด็กหญิงผู้นั้นมา"หนึ่งในทหารกองทัพชุดน้ำเงินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย้าคำตอบหลายส่วน
เกาฟังมองสบตาคนเหล่านี้ตรงๆฟังแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ทหารเหล่านี้ไม่ใช่พวกเดียวกันกับเด็กน้อยคนนั้นเช่นนั้นก็ง่ายหน่อย...
เพียงไม่นานไม่รู้ภายในตรอกสุดหัวมุมถนนเกิดอะไรขึ้นขอทานผู้หนึ่งได้ยินเสียงของมีคมกระทบกันสี่ถึงห้าครั้งก่อนบุรุษชุดดำผู้เป็เ้าของกระบี่ดำในมือจะเดินออกมาจากตรอกพลางใช้แขนเสื้อเช็ดเืบนผลผิงกั่ว[1] แดงสดในมือ ท่าทางเอื่อยเฉื่อยไม่อินังขังขอบ
จากนั้นก็วางมันลงตรงหน้าขอทานขอทานผู้นี้...งง? มองผิงกั่วตรงหน้าพลางในใจคิด...
โเี้!!
นั่นคือมุมของขอทาน...มาดูมุมของคนชอบแอบมองผู้อื่นบนหลังคาบ้าง
เสวี่ยเฟิ่งนั่งชันเข่าบนหลังคากัดผิงกั่วแดงสดเคี้ยวหนับๆ ด้านข้างยังมีฉางินั่งหันหลังให้คุณชายในมือถือซาลาเปาสามลูกกัดกินพร้อมกันไม่เหลือพื้นที่ในปากให้อากาศได้เข้าไปแม้แต่น้อย
เหตุการณ์ในตรอกด้านล่างอยู่ในสายตาของคุณชายทั้งหมดเขามองคุณหนูหลินหยุดยืนตรงหัวมุมตรอกแล้วหันกลับไปยังร้านน้ำชา
ยามนั้นเขากัดผิงกั่วไปสองคำในใจคิดว่าคุณหนูหลินไปก่อเื่ใดมาอีกแล้ว จากนั้นก็เห็นนางวิ่งเข้ามาในตรอกมุ่งสู่ถนนใหญ่สุดตรอกย่านการค้าตลาดท่าน้ำ
ฝั่งนั้นมหาชนราวฝูงลิงคนพลุกพล่านยิ่งกว่าฝั่งนี้ ทั้งยังมีกลุ่มผู้ค้าทาสและแรงงาน คนจรจัดนักเลงหัวไม้ เ้าหนี้โหดก็นับ นางวิ่งไปคนเดียวจะพ้นตรอกหรือไม่ยังไม่รู้ได้มิถูกอุ้มไปทำของเล่นก่อนหรือ นางน่ารักออกเยี่ยงนั้น
ทว่าต่อให้คิดเช่นนี้ได้กระจ่างแจ้งคุณชายก็ยังนั่งกัดผิงกั่วไปอีกคำมองบุรุษหนุ่มชุดดำผู้หนึ่งวิ่งเข้ามา จ๊ะเอ๋กับปลายดาบคมกริบ
คุณชายกัดผิงกั่วจนเหลือแต่แกนขาวๆแล้วโยนทิ้งไปด้านหลัง ทว่าลืมไป...โดนหัวฉางิเข้าให้อีกฝ่ายคิดว่าคุณชายไม่พอใจตนเอง จึงแอบๆ หมอบลงบนหลังคานอนคว่ำหน้ายัดซาลาเปาเข้าปากต่อไปราวกับขอทานหิวโหย
คุณชายหยิบผิงกั่วในถุงลูกใหม่ขึ้นมาเห็นบุรุษชุดดำยิ้มมุมปาก คุณชายเองก็กำลังกัดผิงกั่ว ฟันเพิ่งจมลงผิวเนื้อชุ่มฉ่ำ
บุรุษชุดดำพลันชักกระบี่สะบัดปลายดาบออกจากคอยกเท้าถีบทหารคนที่หนึ่งที่ใกล้ตัวสุด วาดแขนตวัดกระบี่ไปด้านซ้ายรับคมดาบคนที่สองแล้วพลิกเท้าหมุนกระบี่เชือดคอคนที่สามทางด้านขวา คนที่หนึ่งวิ่งเข้ามาคนที่สี่ยืนด้านข้างรอจังหวะและเงื้อดาบเตรียมฟัน แต่ช้าไป
คนชุดดำยกกระบี่ฟันปลายดาบหักลอยเสียบคอคนที่หนึ่งพลิกกระบี่ยาวกลับซ้ายสกัดดาบคนที่สอง หมุนตัวอีกรอบฉับเดียวเชือดคอคนที่สี่และสองคลื่นลมลูกหนึ่งไหลวืดออกจากปลายกระบี่ กลิ่นอายสังหารกระจายวาบเป็วงกว้างตะกร้าสาน เข่งข่าข้างอาคารในตรอกแตกกระจายทหารสามนายจากสี่ร่วงลงกองกับพื้นพร้อมกัน
ทหารทั้งหมดสี่นายนอนระเนระนาดสิ้นใจบนพื้นคุณชายจึงได้กัดผิงกั่วคำนั้นขาดมาพอดี เคี้ยวเนื้อผลไม้หนับๆภายในใจรู้สึกทึ่งไม่น้อย เพียงแต่ใบหน้าเด็กหนุ่มไม่ได้แสดงความรู้สึกใดออกมา
ส่วนฉางิไม่สนสิ่งใดเมื่อเช้าคุณชายไม่ยอมให้เขากินข้าวก็ลากตัวออกมาเพราะได้ข่าวว่าร้านน้ำชาเหมาเฟิงเปิดหัวข้อ 'ดื่มชาสนทนากล่าววิชาลับ' จนแล้วจนรอดก็จบลงที่ร้านเครื่องเขียนเพิ่งแยกตัวมาได้ก็อยู่บนหลังคาแล้ว
เสวี่ยเฟิ่งมองทหารกองทัพสี่นายในสังกัดของท่านลุงล้มนอนตายหมดสภาพบนพื้น เสียชื่อทหารกล้ากองทัพบูรพาจริงๆ
บุรุษผู้นั้นเก็บกระบี่ดำเข้าฝัก
แววตาของเสวี่ยเฟิ่งเกิดประกายวิบวับช่างลงมือได้หนักหน่วงเด็ดขาดในดาบเดียว คิดพลางกัดผิงกั่วไปพลางไม่นานชายชุดดำผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเสวี่ยเฟิ่ง เขาไม่ได้ใส่ใจเพียงโยนผิงกั่วอีกลูกในถุงผ้าปักลายเมฆครามลงไป พร้อมกล่าวยิ้มๆ"ของฝากจากหางโจว"
ชายชุดดำผู้นั้นรับไว้ได้พอดีเงยหน้าขึ้นมาอีก เด็กมารสองคนก็หายไปแล้ว
ไวยิ่ง!
_________________________________
[1] ผิงกั่ว หรือ แอปเปิล