Rank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์]

    No.23 ช่วยเหลือ

    เมื่อกลุ่มนักเรียนทั้งหกเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว รองผู้อำนวยการก็เรียกตัวลูออสที่เป็นอสูรคู่กายออกมา มันมีรูปร่างคล้ายคลึงกับเหยี่ยวแต่มีขนาดที่ใหญ่กว่ามาก ขนเป็นสีแดงเพลิงทั้งตัวบ่งบอกถึงธาตุของมันอย่างชัดเจน ก่อนที่รองผู้อำนวยการจะเอ่ยกำชับอย่างหนักแน่น
    "ที่หมู่บ้านกราเนียลตอนนี้กำลังเผชิญกับวิกฤติ แต่ก็ยังมีพวกตาแก่หัวรั้นบางคนที่ไม่ยอมให้อพยพ สิ่งที่พวกเธอต้องทำก็คือปกป้องชาวบ้านที่เหลืออยู่ และถ่วงเวลาฝูงอสูรให้ได้นานมากที่สุด รอจนกว่าเหล่าอาจารย์ที่เสร็จสิ้นจากภารกิจจะไปเป็นกำลังเสริม หรือจัดการตามความสมควร เข้าใจไหม!!"
    "ครับ / ค่ะ รองผู้อำนวยการ" นักเรียนทั้งหกตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน
    "อืม!! ไปได้"
    สิ้นเสียงรองผู้อำนวยการเจ้าลูออสก็เร่งพานักเรียนทั้งหกออกบินไปยังหมู่บ้านกราเนียลในทันที ส่วนรองผู้อำนวยการเองก็เรียกใช้มนตราเพื่อเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเทเลพอร์ตไปทำภารกิจของตนเองเช่นเดียวกัน ไม่นานนักเสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง ในคราวนี้เรียกระดมนักเรียนทุกระดับชั้นมารวมตัวกัน ราวกับว่ากำลังจะศึกครั้งใหญ่เกิดขึ้นก็ไม่ปาน
    ----------------------------------------------------------
    หมู่บ้านกราเนียล...
    "อ๊ากกกกกกกกก!!"
    "ช่วยด้วยยย!!"
    เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังระงมลั่นไปทั่วทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้าน ทั้งคราบเลือดมากมายที่ไหลนองและสาดกระเซ็นไปทั่ว เหล่านักเรียนหัวกะทิจากชั้นเรียนพิเศษโรงเรียนสามัญ รวมไปถึงกองทหารที่อยู่ภายใต้คำสั่งของหนึ่งในนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้ กำลังตั้งรับและป้องกันการบุกรุกของทัพอสูรจำนวนหลายร้อยตัว
    แต่เดิมทีแล้วหมู่บ้านกราเนียลเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในด้านการแพทย์ จึงไม่ค่อยจะมีพลังในการต่อสู้ซักเท่าไหร่นัก ทว่าทาง 6 ราชอาณาจักรเองก็มิได้ทอดทิ้ง ได้ส่งทหารจากแต่ละอาณาจักรมาอย่างละหนึ่งร้อยคน เพื่อคอยเฝ้าระวังและดูแลปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้
    เพราะหมู่บ้านกราเนียลแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญอย่างยิ่งยวด หรือก็คือเป็นสถานที่ที่ซึ่งคอยผลิตยารักษาและยาฟื้นฟูมานานั่นเอง หากถูกทำลายลงไปย่อมก่อให้เกิดผลที่ร้ายแรงตามมาแน่นอน และในครานี้นับเป็นครั้งแรกที่ถูกฝูงอสูรเล่นบุกโจมตีนอกจากช่วงเวลาฤดูจำศีล ทำให้ภายในหมู่บ้านแห่งนี้เตรียมการตั้งรับไม่ทัน
    ที่สำคัญหมู่บ้านกราเนียลนั้นมีประวัติที่สืบทอดมาอย่างยาวนานมาก เทียบเท่าได้กับราชวงศ์นึงเลยก็ว่าได้ ทว่าในเวลานี้กลับถูกรุกรานจากทัพอสูรโดยไม่ทันตั้งตัว จนทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก เหล่าทหารจึงต้องการนำพาพวกชาวบ้านอพยพไปยังอาณาจักรใกล้เคียง
    ทว่าผู้นำหมู่บ้านกับผู้เฒ่าหลายคนนั้นหัวรั้นไม่ยอมที่จะอพยพ และทัดทานจะอยู่ร่วมเป็นตายกับหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วนเหล่าจักรพรรดิจากราชวงศ์ต่างๆ รู้ดีถึงอุปนิสัยใจคอของผู้นำหมู่บ้าน จึงจำต้องเจียดกำลังพลมาคอยอารักขาสถานที่ ทำให้ทุกปีมีทหารไม่น้อยที่ต้องตกตายไปในช่วงฤดูจำศีล และสถานการณ์ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน
    ส่วนโรงเรียนสามัญนั้นอยู่ใกล้กับหมู่บ้านกราเนียลที่สุด จึงได้รีบจัดส่งกำลังรบนักเรียนชั้นพิเศษ เพื่อไปช่วยเหลือหมู่บ้าน แต่ความน่ากลัวในการสู้รบครั้งนี้คือ อสูรที่บุกจู่โจมหมู่บ้านไม่ใช่รูปแบบเดียวกับช่วงฤดูจำศีล แต่ราวกับว่ามันมีผู้นำทัพที่ชาญฉลาดเพราะมีการบุกมาเป็นระลอกๆ ทั้งยังถอยกลับไปในยามที่เสียเปรียบ
    ในครั้งแรกที่ทัพอสูรบุกมาจู่โจมหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านธรรมดาที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการต่อสู้ตกตายไปกว่าครึ่ง กระทั่งเหล่าทหารเองก็เป็นเช่นเดียวกัน ทางผู้นำหมู่บ้านกราเนียลจึงได้แจ้งขอกำลังเสริม แต่เพราะสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดแค่ที่หมู่บ้านกราเนียลที่เดียว ทำโรงเรียนสามัญส่งมาได้เพียงนักเรียนจำนวนนึงเท่านั้น
    ด้านนอกของสถานที่หลบภัย...
    "แย่แล้วพวกเราจะต้านเอาไว้ไม่ไหวแล้วนะ"
    "นั่นสิทำไมกำลังเสริมถึงยังมาไม่ถึงกันอีก"
    เหล่าทหารได้แต่บ่นกันอย่างโอดครวญ ทั้งยังเริ่มที่จะหมดกำลังใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากทหารจำนวน 600 คนและนักเรียนชั้นพิเศษในโรงเรียนสามัญจำนวน 20 คน ทว่าบัดนี้เหล่าทหารเหลือเพียง 100 กว่าคนเท่านั้น กระทั่งนักเรียนชั้นพิเศษเองก็เหลือเพียง 4 คน ยังไม่นับคนที่บาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน
    "ฟลูเกลเธอลองไปขอร้องผู้นำหมู่บ้านอีกครั้งสิ หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเราทั้งหมดคงต้องตายอยู่ที่นี่ ส่วนพวกนายสี่คนรีบนำตัวคนเจ็บเข้าไปรักษาเดี๋ยวนี้" เด็กหนุ่มที่ดูคล้ายกับผู้นำสั่งการเพื่อนสาวในกลุ่ม ก่อนจะออกคำสั่งกับเหล่าทหาร
    "ได้ฉันจะลองไปร้องอีกครั้ง แต่นายกับเหล่าทหารจะต้านกันไหวแน่งั้นหรอโนอาร์" เด็กสาวที่ชื่อฟลูเกลตอบรับคำสั่ง ก่อนจะถามกลับอย่างเป็นห่วง เพราะตอนนี้เธอทำหน้าที่โจมตีจากระยะไกล หากทิ้งไปย่อมต้องทำให้กลุ่มของเธอและเหล่าทหารต้องเข้าสู้ในระยะประชิดอย่างแน่นอน
    "ไม่ต้องห่วงรีบไปซะ"
    "ตกลง"
    "!!!!?"
    ทว่าในระหว่างนั้นเองก็มีอสูรสามตัวที่รวดเร็ว บุกฝ่ากองกำลังทหารเข้ามาหาโนอาร์อย่างรวดเร็ว ราวกับรู้ว่าถ้าหากสังหารเด็กหนุ่มได้ โอกาสมีชัยของกองทัพอสูรก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เหล่าทหารพยายามป้องกันอย่างสุดชีวิต เพราะตระหนักได้ถึงความสำคัญในการสู้รบที่สูญเสียผู้นำ แต่ความเร็วของสามอสูรนั้นมิได้ลดลงเลย ทั้งยังความแข็งแกร่งของมันที่สูงล้ำกว่าอสูรทั่วไป ทำให้ไม่สามารป้องกันการบุกฝ่าของมันได้
    โนอาร์ที่กำลังบาดเจ็บแต่ก็ยังมีสติปัญญามากพอ ดีดตัวพุ่งหลบไปอีกทางอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยอาการบาดเจ็บทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ในจังหวะที่อุ้งมือขนาดใหญ่ของหนึ่งในสามอสูรแฝงไปด้วยมนตราธาตุไฟอย่ารุนแรง กำลังจะคว้าจับไปที่ศีรษะของเด็กหนุ่มที่แสนจะอ่อนแอนั้น ฟลูเกลถึงกับหยุดชะงักไปในทันที
    "โนอาร์ ไม่น้าาาาาาา!!!!"
    "ตู้มมมมมม"
    ท่ามกลางความตื่นตะลึงตกใจจนแทบช็อค ที่เห็นเพื่อนร่วมห้องและผู้นำเหล่าทหาร ตายต่อหน้าต่อตาจากกำลังใจของเหล่าทหารที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลายเป็นติดลบทันที ฟลูเกลถึงกับทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ทว่าเมื่อฝุ่นควันจางลงไปกลับเป็นหนึ่งในสามอสูรที่ดีดตัวถอยหลังออกมา พร้อมกับแขนข้างที่ผนึกมนตราหมายที่จะสังหารได้ขาดหายไป ท่ามกลางความยินดีของผู้คนที่พบเห็น
    "พรึ่บ!!"
    ขณะเดียวกันนั้นเองก็ปรากฏกลุ่มคนแปลกหน้าหกคน จากเครื่องแบบและการแต่งกายทำให้รู้ได้ทันทีว่า กลุ่มคนเหล่านี้มาจากโรงเรียนหลวงที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ก่อนที่หนึ่งในกลุ่มที่เป็นเด็กสาวจะดีดลอยตัวขึ้นไปด้านบนพร้อมกับร่ายมนตราอย่างรวดเร็ว ปรากฏลูกบอลเพลิงนับสิบๆ ลูกโจมตีไปทางทัพอสูรอย่างรวดเร็วทันที
    "ตูม ตูม ตูม ตูมมมมมมมมม"
    เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับร่างของเหล่าอสูรที่ตกตายไปเป็นจำนวนมาก บางส่วนก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่สองหญิงหนึ่งชายจะพุ่งตัวเข้าไปสังหารทัพอสูรที่กำลังตื่นตะลึงอยู่อย่างรวดเร็ว ส่วนอีกหนึ่งสาวที่ดูมีอายุมากกว่า รีบเร่งทำการร่ายมนตราเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้โนอาร์กับเหล่าทหาร
    โดยมีเด็กหนุ่มที่มีอายุมากที่สุดยืนคุมเชิงสามอสูรที่น่าจะแข็งแกร่งที่สุด แค่เพียงไม่นานสถานการณ์ก็ผลิกกลับอย่างน่าเหลือเชื่อ ทัพอสูรส่วนมากพากันล่าถอยหนีกลับไปทางชายป่า ส่วนอสูรที่เสียแขนตวัดตัวหมุนกลับก่อนจะหนีจากไปอย่างรวดเร็ว โดยที่สองอสูรยืนคุมเชิงและล่าถอยกลับออกไปอย่างระแวดระวัง
    ฟ็อกซ์หรี่ตามองตามอย่างครุ่นคิด แน่นอนว่าเหตุผลที่ไม่ติดตามไปสังหารให้สิ้นซาก เป็นเพราะอาจหลงเข้าไปสู่กับดักได้ของพวกมันได้ ทั้งยังระดับของอสูรทั้งสามที่สูงถึง Rank A หากตามไปกับสถานที่ไม่คุ้นชิน ความเสียเปรียบย่อมมีมากกว่า ก่อนจะได้ยินเสียงโห่ร้องอย่างดีใจของเหล่าทหารเมื่อทัพอสูรจากไป ทว่า..........
    "พวกเจ้าจะดีใจไปทำไม หากต้องสู้รบกันต่อพวกมันอาจตายหมด แต่พวกเราก็เหลือดรอดเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น" เสียงตวาดจากดาร์เนลดังลั่นไปทั่วจนทุกคนถึงกับเงียบกริบ ก่อนจะสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคม
    "รีบรักษาตัวให้เร็วที่สุดอีกหนึ่งชั่วโมงให้ทหารทุกคนมารวมพลกัน!!"
    เหล่าทหารทั้งหมดที่ได้รับคำสั่งเสร็จก็รีบแยกย้ายกัน เพื่อไปทำการรักษาบาดแผลและฟื้นฟูกำลังที่เสียไป ก่อนที่ดาร์เนลจะเรียกให้นักเรียนชั้นพิเศษทั้ง 4 คนที่เหลือรอดไปเพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ปัจจุบัน โดยที่กลุ่มนักเรียนหลวงทั้งหมดให้ฟลูเกลนำทางไปยังที่พักในทันที
    เมื่อทั้งหมดมาถึงที่พักซึ่งจำเป็นต้องเดินทางไปยังจุดหลบภัยที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก มันเป็นรูปทรงคล้ายกับโดมของโรงเรียนหลวง แตกต่างกันตรงที่มีขนาดเล็กกว่ามาก ซ้ำมันยังไม่มีอักขระมนตราเพื่อป้องกันอีก ภายในมีชาวบ้านหลายร้อยคนใช้หลบภัยอยู่ และยังมีเหล่าทหารจำนวนสามถึงสี่สิบคนบาดเจ็บ มีหมอมาคอยทำการรักษาอยู่ แต่จำนวนหมอกลับมีน้อยอย่างน่าใจหาย ก่อนจะไปยังส่วนหนึ่งของโดมเพื่อประชุมหารือ
    "ฉันขอข้อมูลทั้งหมด และช่วยอธิบายถึงสถานการณ์ที่ทำให้เหลือกำลังพลเพียงเท่านี้" ดาร์เนลถามขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีกลุ่มของเขาทุกคนกำลังจดจ่อรอฟังอยู่
    ----------------------------------------------------------