ตอนที่ 2 ผ่าตัดตา
เด็กน้อยบางคนก็ทำหน้ายู้จวนเจียนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ จนบรรดาผู้ปกครองก็ต้องงัดไม้ตายของแต่ละคนออกมาใช้ซึ่งส่วนใหญ่มักจะหนีไม่พ้นของกินของเล่น เพื่อที่ชักจูงเบี่ยงเบนความสนใจของบรรดาเ้าตัวแสบทั้งหลาย
บรรดาเด็กน้อยส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนจากหน้ายับยู่กลายมาเป็ยิ้มแฉ่ง เดินแกว่งไม้แกว่งมือนำทางไปเองโดยไม่ต้องมีใครมาลากจูง
ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็พยักหน้าทักทายให้กันอย่างสนิทสนมเพราะด้วยหมู่บ้านนี้ อยู่กันอย่างครอบครัวจริง ๆ ไม่เหมือนหมู่บ้านใหญ่แห่งอื่นที่พอแปรสภาพมาเป็หมู่บ้านเกิดใหม่แล้ว ก็พากันต่างคนต่างอยู่ยิ่งนานยิ่งกลับกลายเป็ว่า…ตัวใครตัวมัน
แต่ดูเหมือนในหมู่บ้านแห่งนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะบรรดารุ่นพ่อรุ่นแม่ก็สนิทสนมกันเป็อย่างดีอาจเป็เพราะอยากจะช่วยสานสัมพันธ์กับคนในแวดวงอื่น ๆเพื่อพยายามหาเส้นสายทางอาชีพการงานให้กับครอบครัวของตน
ในขณะที่เพื่อน ๆทยอยจากไป กลับมีเด็กน้อยฟันหลอคนหนึ่งกำลังเล่นม้าหมุนพลางโบกไม้โบกมือด้วยท่าทีร่าเริง พร้ะโกนบอกเพื่อน ๆ ว่า “พรุ่งนี้เจอกัน!”
แน่นอนเสียงที่ตอบกลับมาคล้ายจะเป็เหมือนสัญญาใจของบรรดาเด็ก ๆ ก็ต่างพูดในประโยคเดียวกันว่า “แน่นอน”หรือไม่ก็ “เออไว้เจอกันนะ”
หลังจากโบกมือลาส่งเพื่อนๆ ทุกคนจากไป เด็กน้อยก็ยิ้มแฉ่ง รู้สึกเหมือนว่าวันนี้ตนเองทำภารกิจลุล่วงจึงส่ายหัวไปมาอย่างพึงพอใจ…
จนคุณแม่วัยสาวเดินเข้ามาหาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่กำลังโยกศีรษะไปมาอย่างสุขอารมณ์ และเริ่มพูดว่า “แล้วเราละจะกลับได้หรือยังจ๊ะ?”เธอฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับบีบแก้มอ่อนนุ่มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลน
“ขอหมุนอีกรอบหนึ่งนะแม่นะ…”เด็กน้อยรู้ดีอยู่แล้วว่าแม่ตนเองมายืนคอยอยู่นานแล้วซึ่งดูเหมือนแทบทุกวันก็จะเป็อย่างนี้ เว้นก็เสียแต่วันที่มีธุระเร่งด่วนจริง ๆถึงจะมาอุ้มตนเองออกไปตรง ๆ เลย
“พอแล้วลูกจ๋า…นี่กลับไปดูแม่แมวดีกว่ามั้ย?ประเดี๋ยวแม่แมวไม่มีคนดูแลเอานะ!”เธอเริ่มชักจูงเด็กน้อยด้วยวิธีการของตัวเอง
เ้าเด็กน้อยพอคิดถึง‘แม่แมว’ ที่ั้แ่ตนเกิดมาก็อยู่คลอเคลียใกล้ชิดสนิทสนมกันมาตลอดก็ยอมหยุดม้าหมุนแต่โดยดี จากนั้นก็รีบจูงมือแม่ พาเดินตรงกลับเข้าบ้านในทันที
ระหว่างทางก็ยังไม่ลืมถามคำถามเดิมๆ “แม่จ๋า…แม่แมวจะกลับมาเป็ปกติอีกทีเมื่อไหร่เหรอ?”
คุณแม่สาวสวยก็ยิ้มๆ ตอบกลับไปว่า “ก็ใกล้หายแล้วนะ…อิงจากที่คุณหมอเขาบอกน่ะ”
เด็กน้อยเดินตุปัดตุเป๋กอดอกของตัวเอง พร้อมพูดอย่างเป็ห่วงว่า “แม่แมวจะกลับมามองเห็นอีกครั้งใช่มั้ยจ๊ะแม่…”
“นี่หนูถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ยฮะ?”เธอลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู พร้อมกับตอบคำถามลูกชาย“ไม่ต้องห่วงหรอกน่าคุณหมอที่ผ่าตัดตา เขาก็บอกหนูแล้วไงว่าไม่กี่วันก็หายดีแล้ว”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ ภายในใจครุ่นคิดว่า “ถ้างั้นรีบกลับไปให้ถึงบ้านไว ๆ หน่อยจะดีกว่าประเดี๋ยวจะไปเล่นเป็เพื่อน ‘ลูกแมว’ ที่พึ่งเกิดใหม่มาได้เดือนกว่า ๆ”ทดแทนในส่วนของแม่แมวที่กำลังพักรักษาอาการอยู่…
“งั้นเดี๋ยวหนูรีบไปหาแม่แมวก่อนนะ…”พอพูดจบประโยค เด็กน้อยก็วิ่งพุ่งตรงกลับบ้านในทันที
เสียงะโไล่หลังดังขึ้นว่า“ช้า ๆ หน่อยลูก นี่…อย่าลืมอาบน้ำก่อนนะ ถึงค่อยไปหาแม่แมว” เธอยิ้มเจื่อนแต่ก็เข้าใจได้ ด้วยเพราะั้แ่ลูกชายของเธอเป็ทารก ก็ถูกแม่แมวคอยประกบอยู่ข้างกายไม่ห่างไปไหน
เรียกได้ว่าแมวตัวนี้กลายเป็พี่เลี้ยงของลูกชายเธออีกคน…ก็ไม่เกินเลยเพราะตอนอยู่บ้านก็คอยประกบซ้ายประกบขวา
และยิ่งตอนนี้ด้วยแล้วมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 3 ตัวซึ่งก็ไม่รู้ว่าแมวแสนรักของเธอแอบไปทำลูกกับแมวบ้านอื่นตอนไหน
ดังนั้นพอเธอพบว่าแมวตนตั้งท้องจึงดีใจมากเพราะแรกเริ่มก็หวังให้ ‘ยัยแมวตัวแสบ’ ของเธอคลอดสมาชิกเพิ่มอยู่นานแล้วแต่เ้ากรรมไม่รู้ติดปัญหาอะไรถึงได้ถ่วงเวลาการคลอดการหาคู่มานานจนไม่กี่เดือนก่อนถึงตั้งท้องขึ้น
เด็กน้อยมาถึงบ้านก็รีบวิ่งตะบึงเข้าไปอาบน้ำทันทีเพียงแต่ไม่ถึงนาทีก็วิ่งออกมาเสียแล้วทำเอาคนเป็แม่ที่เดินตามมาถึงทีหลังเอ็ดไปอีกรอบ
“เ้าตัวแสบแบบนี้เขาไม่เรียกว่าอาบน้ำจ้ะ เขาเรียกว่าวิ่งผ่านน้ำ!” เธอพูดเสียงขึ้นจมูกอารมณ์ระคนขำขันกับพฤติกรรมของลูกชาย
“ดูสิคราบดินมันยังเปรอะอยู่เลยเนี่ย…กลับไปอาบน้ำใหม่เดี๋ยวนี้!ถ้าไม่งั้นแม่อาบให้แล้วอย่ามาบ่นว่านานนะ” พอถึงจุดนี้เธอก็เท้าเอวก้มตัวสบสายตากับเ้าตัวแสบ
เด็กน้อยที่เห็นแม่ชี้คราบดินก็จำต้องยอมจำนนด้วยหลักฐาน ยืนยิ้มสู้ทนฟังแม่บ่นก่อนที่จะหมุนตัวกลับเข้าไปอาบน้ำใหม่แต่โดยดี…
หลังจากที่ได้ขัดสีฉวีวรรณตัวเองใหม่อีกครั้งเด็กน้อยก็เดินยิ้มร่ามาโอ้อวดแม่ คล้าย้าจะได้รับคำชมเชยซึ่งแน่นอนว่าเด็กน้อยย่อมสมปรารถนา เพราะแม่ตนเอ่ยคำชมไปรอบหนึ่งจึงทำท่ายืดอกพร้อมยิ้มยิงฟันใส่แม่อย่างภาคภูมิใจทั้งยังได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปหาแม่แมวแล้วด้วย
ในห้องที่ตกแต่งด้วยสีโทนอ่อนบนพื้นวางเรียงรายไปด้วยของเล่นแมว ในห้องก็จัดสัดส่วนไว้ได้อย่างเป็ระเบียบไม่ว่าจะเป็พวกบรรดาอาหารเม็ด อาหารสำหรับลูกแมว หรือจะเป็สิ่งของอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงต่างก็มีครบครัน
เด็กน้อยแสนซนเปิดคอกแมวออกเพื่อเข้าไปหาสมาชิกใหม่ของบ้าน ที่พึ่งคลอดและลืมตาดูโลกได้ไม่นานพร้อมเลียนเสียงร้องเหมียว ๆ เอ๊ว ๆ สลับกันไป
เนื่องจากถูกแม่สั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้เล่นกับเ้าเพื่อนใหม่ สามตัวมากนักเพราะกลัวว่าแม่แมวจะขยับเขยื้อน เข้ามาดูเพราะเป็ห่วงลูก ๆ ของมัน
ตนจึงถูกกำชับนักหนาว่าให้ผ่าน่นี้ไปก่อนยังมีเวลาให้เล่นอีกเยอะ จึงได้ย้ายไปดูอาการฝั่งของแม่แมวแทน
“แม่แมวอาการเป็อย่างไรบ้าง”เด็กน้อยรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับคำเรียกเท่าไหร่ เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ก็เรียกว่า‘พี่เดือน’ อยู่ตลอด ๆ จนกระทั่งมีลูกแมวมาใหม่ ตนจึงคิดเรียกคำใหม่ว่า ‘แม่แมว’แทนเสียเลย
เด็กน้อยยื่นมือไปสะกิดแม่แมวที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ ภายในใจก็ครุ่นคิดอะไรไปเรื่อย
เนื่องจากว่าแม่แมวพึ่งจะถูกพาไปผ่าตัดครั้งใหญ่เมื่ออาทิตย์ก่อนทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติแต่อย่างใดแต่ปรากฏว่าหลังจากคลอดลูกกลับมีปัญหาขึ้นมาเสียอย่างงั้น?
โดยที่ดวงตาของแม่แมวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีขาวขุ่น คล้ายเมฆหมอกครอบดวงตาทั้งสองข้างเอาไว้เพียงหนึ่งวันหลังจากคลอดลูก และด้วยความอาทรร้อนใจเขาจึงรีบไปบอกพ่อกับแม่เกี่ยวกับอาการของแม่แมวที่เกิดขึ้น
ดังนั้นทั้งครอบครัวจึงหอบกระเตงบรรดาแมวเพื่อเข้าไปหาหมอในทันที
ที่โรงพยาบาลสัตว์หมอก็ได้ตรวจดูอาการและบอกว่าให้เดือนได้พักฟื้นอาการจากการคลอดลูกเสียก่อนแล้วค่อยนัดวันผ่าตัดใหญ่อีกทีหนึ่ง
เด็กน้อยได้ยินคุณหมอบอกว่า“แม่แมวเป็โรคต้อกระจก และจำเป็ต้องผ่าตัดครั้งใหญ่”