เมื่อได้ยินคุณชายของตนเอ่ยถาม หัวใจของสาวใช้อ่อนยวบ คิดว่าคุณชายช่างใจดีกับนางเหลือเกิน
“ข้าอยากไป แต่ข้าต้องดูแลคุณชายนี่เ้าค่ะ หากคุณชายต้องทำงาน ข้าต้องอยู่ดูแลเรือนคุณชายให้ดี หากข้าไปเรียนก็ต้องไปกับคุณหนูจิน คุณหนูก็ต้องมีข้าเป็ภาระ ข้าเกรงใจเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ภาระ จือฮวาจะได้มีเพื่อน จริงหรือไม่” จือฮวาผงกหัวรัว ๆ
“แต่ต้องบอกพวกเ้าไว้ก่อนว่า การเข้าเรียนต้องมีการสอบเข้าด้วยนะ ซึ่งทางสำนักศึกษาจะสอบอย่างไรพี่ไม่รู้เช่นกัน”
สาวใช้ทั้งสองหันมามองหน้ากัน จินเยว่จึงบอกว่าสิ่งที่พวกนางฝึกฝนก่อนขึ้นมาเป็สาวใช้ จะต้องทำให้ทั้งสองได้เข้าเรียนแน่นอน
ข่าวนี้ไม่ได้มีแค่จินเยว่ที่รู้ หวังอันกับหวังผิงก็รู้แล้วเช่นกัน คาดว่าเื่ที่สำนักศึกษาจะเปิดให้สตรีทั้งหลายได้เข้าไปศึกษาหาความรู้ จะเป็เื่โด่งดังในเมืองหลวงตอนนี้
“เสียดายที่วันที่พวกเ้าจะสอบเข้าเรียน พี่ก็ต้องออกเดินทางไปที่ชายแดนแล้ว”
เห็นจินเฉิงทำหน้าเสียดาย จินเยว่จึงได้กล่าวปลอบใจ
“ไม่เป็ไรนะเ้าคะพี่ใหญ่ ข้าคิดว่าข้าต้องสอบได้ ท่านก็ทำหน้าที่ของท่านให้เต็มที่”
เมื่อถึงวันที่จินเฉิงต้องออกเดินทางไปชายแดน เื่นี้หวังเหล่ยไม่ชอบใจ แต่ขัดการตัดสินใจของจินเฉิงไม่ได้
ก่อนที่จินเฉิงจะขึ้นม้า เพื่อเดินทางไปรวมตัวกับคนอื่นที่จะไปชายแดน จินเยว่เรียกพี่ชายมาคุย
“พี่ใหญ่อย่าลืมนะเ้าคะ นอกจากท่านจะมียาวิเศษทะลวงพลังที่ใช้ไม่มีวันหมดแล้ว ท่านยังมียารักษาแผลที่สมบูรณ์ที่สุด อย่าลืมเอาออกมาใช้”
จินเฉิงลูบผมน้องสาวอย่างขอบคุณ หากไม่มียาวิเศษจากนาง เขาคงไม่สามารถทะลวงพลังจนถึงสีเหลืองขั้นสุดได้
และเมื่อคืนจินเยว่ส่งยาวิเศษเพื่อหยุดเืและรักษาาแมาให้
“พี่ต้องขอบคุณเ้ามากในทุกเื่ เื่ยาพี่ไม่ลืมแน่นอน พี่จะเอามาช่วยทหารของเรา เ้าก็ดูแลตัวเองให้ดี”
ความจริงสองคนพี่น้องไม่จำเป็ต้องห่วงกัน เพราะจินเฉิงพี่ชายมีพลังสีเหลืองขั้นสุด ที่ในแคว้นนี้ยังไม่มีใครมีพลังถึงขั้นนี้
ส่วนจินเยว่ผู้เป็น้องสาวพลังสีแดงขั้นสุด หนึ่งเดียวในโลกใบนี้ นางจะต้องกลัวใครอีกหรือ
เมื่อจินเฉิงออกเดินทาง จินเยว่มองพี่ชายที่ควบม้าออกไปจนสุดสายตา
“จินเยว่แม้พี่ของเ้าจะตัดสินใจไปชายแดน ตามรอยเท้าของพ่อเ้า แต่เ้าอยู่ที่นี่ก็ยังมีพวกเรา”
กู้ชิงเอ่ยปลอบใจจินเยว่ที่มองเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของนาง
ตอนนี้ทุกคนมาอยู่หน้าจวนเรียบร้อย เตรียมพร้อมส่งคุณหนูทั้งสามไปสอบเข้าเรียนที่สำนักศึกษา
หวังอันที่จินเยว่พยายามหลีกเลี่ยง แม้จะอยู่ในจวนเดียวกัน หากไม่จำเป็นางจะไม่ออกจากเรือน
หากจะไป ก็ไปแค่ที่ห้องพี่ชายเท่านั้น แต่วันนี้เลี่ยงไม่ได้ เพราะหวังอัน หวังผิงและจินเยว่ ต่างก็ไปสอบเข้าเรียนเช่นเดียวกัน
หวังอันโดนชินหรงเสี้ยมสอน เื่ต่าง ๆ มาแล้ว นางจึงเชิดหน้าชูคอ เพราะคิดว่าอย่างนางที่เป็คนมีความสามารถ คนอย่างจินเยว่ไม่คู่ควร
หวังผิงหน้าตาสดใส คิดว่าตนเองต้องตั้งใจทำให้เต็มที่ แม้นางจะไม่เก่งเท่าหวังอัน แต่นางคิดว่านางก็เป็อีกคนที่จะผ่านเข้าไปเรียนได้
รถม้าที่มีจินเยว่ จือฮวา และเจียอีสาวใช้ของจินเฉิง ไม่พูดถึงเื่การสอบเลย
เพราะจินเยว่บอกสาวใช้ทั้งสองว่า ไม่ต้องตื่นเต้นให้ทำให้เต็มที่ก็พอ สาวใช้ต่างเชื่อฟัง
รถม้าคันนี้จึงคุยกันอย่างสนุกสนาน มีแต่เสียงหัวเราะตลอดการเดินทาง
รถม้าสามคันของตระกูลหวัง เดินทางมาถึงเชิงเขาที่ตั้งของสำนักศึกษาหนึ่งเดียวในเมืองหลวง รถม้าถูกให้รออยู่ด้านนอก
หญิงสาวที่มาสมัครสอบเพื่อเข้าเรียนที่สำนักศึกษา มีหลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็คุณหนูตระกูลใหญ่กับสาวใช้
แต่ทุกคนจำจินเยว่ได้ คุณหนูตระกูลจินผู้โด่งดัง เพราะเป็คนไร้พลัง ไร้ค่า ไม่สามารถฝึกพลังได้
หญิงสาวเ่าั้หันไปซุบซิบกันเื่จินเยว่ ว่าเหตุใดจึงคิดจะมาสอบเข้าเรียนเหมือนคนอื่น
“ถ้าข้าเป็นาง ข้าคงไม่กล้าออกมาจากบ้านหรอก เพราะตอนนี้คนทั้งเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่านางเป็คนไร้ค่าหมดแล้ว”
“ใช่ แล้ววันนี้นางมาที่นี่ เพื่ออะไร คิดว่าตนเองสามารถสอบเข้าเรียนได้ด้วยหรือ”
“นั่นสิ นางควรอยู่บ้าน ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ถึงนางอยากเรียนก็คงสอบไม่ได้อยู่ดี”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากทุกทาง และเริ่มมีคนกล้าเอ่ยเสียงดังอย่างไม่เกรงใจคนฟังอย่างจินเยว่เลย
จินเยว่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังพูดถึง ราวกับคนที่ผู้อื่นเอ่ยถึงนั้นไม่ใช่ตน
จือฮวาและเจียอีก้มหน้าไม่กล้าสบตาผู้ใด พวกนางไม่ได้อายที่มากับจินเยว่หรือเป็สาวใช้ของจินเยว่
แต่พวกนางก้มหน้าเพราะรู้สึกอยากร้องไห้แทนจินเยว่ ทำไมคุณหนูของพวกนางช่างเข้มแข็งนัก
มีคนมาพูดต่อหน้าขนาดนี้ จินเยว่ยังยืนนิ่งเป็ทองไม่รู้ร้อนอีก
หวังอันเห็นว่าจินเยว่โดนพูดกระทบต่อหน้าขนาดนี้ นางยิ่งถูกใจ อยากให้จินเยว่เ็ปกับคำพูดคนให้มาก
นางจะได้ไปหมกตัวอยู่หลังจวนเสียที จะได้ไม่ต้องมาเสนอหน้าให้คนอื่นเห็นอีก
แม้จินเยว่ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อหวังอัน แต่นางไม่ชอบที่จินเยว่สวยกว่า เก่งกว่านางในทุกด้าน
หวังอันไม่ชอบจินเยว่ั้แ่แรกเห็นตอนเด็ก ๆ ที่ยังไม่ทดสอบพลังแล้ว
เพราะพ่อของทั้งคู่เป็สหายกัน พ่อของทั้งสองมักจะพาลูกสาวให้มาเล่นด้วยกันเสมอ
แต่ผู้ใหญ่พอเห็นหน้าจินเยว่ก็พากันเอ็นดูนาง หวังอันจึงกลายเป็คนที่ถูกคนอื่นมองข้ามเสมอ
ครั้งที่ได้ยินว่าจินเยว่ไร้พลัง หวังอันแทบจะะโตัวลอย รู้สึกดีใจมากกว่าทุกครั้งในชีวิต
>>>
“ตอนนี้ให้ทุกคนเงียบไว้ อาจารย์ไป๋จะประกาศกฎระเบียบในการสอบให้ทุกคนได้ฟัง”
เมื่อเ้าหน้าที่สนามสอบพูดขึ้นด้วยเสียงอันดัง เพราะใช้พลังเวทในการควบคุมเสียง ทำให้เสียงพูดปกติ กลายเป็การขยายเสียงให้ดังขึ้นทั่วบริเวณ
เมื่อทุกคนเงียบกริบ อาจารย์ไป๋จึงบอกรายละเอียดเื่คนที่จะเข้าสอบ
สนามสอบแห่งนี้เป็ลานกว้างสามารถจุคนได้อย่างน้อยห้าร้อยคน
แต่คนที่มาสอบครั้งนี้ไม่ถึงห้าร้อย จึงสามารถเข้าไปสอบพร้อมกันได้ในครั้งเดียว
ตอนนี้ในสนามสอบมีเบอะนั่งวางไว้เป็จุด อุปกรณ์มีให้ครบทุกคน
สรุปที่อาจารย์ไป๋บอกคือ จะมีการสอบคัดตัวอักษร วาดภาพ แต่งคำกลอนตามหัวข้อที่ให้
“คุณหนูเ้าคะ ข้าตื่นเต้น” จือฮวาที่ยืนข้าง ๆ จินเยว่ ยืนถูมือไปมา
จินเยว่กับเจียอีจึงได้หัวเราะขึ้นเบา ๆ ตอนนี้คนอื่นกำลังทยอยเดินเข้าไปในสนามสอบ
“เรานั่งสอบอันดับท้าย ๆ เถอะ คนอื่นจะได้ไม่อึดอัด ที่ต้องมองเห็นข้า”
จินเยว่บอกกับสาวใช้ทั้งสอง ทำให้ทั้งจือฮวาและเจียอีรู้สึกเห็นใจจินเยว่
“คุณหนู” จือฮวาและเจียอี มีสีหน้าสลด จนจินเยว่ต้องเอานิ้วเคาะหน้าผากของทั้งสอง
“ไม่ต้องสงสารข้า เอาเวลาไปคิดว่าทำอย่างไรจึงจะสอบผ่านเถอะ”
เมื่อทุกคนเดินเข้าไปเกือบหมดแล้ว จินเยว่และสาวใช้ทั้งสองจึงเดินไปนั่งเรียงกัน แถวหลังสุด
“เริ่มลงมือได้” สิ้นเสียงเ้าหน้าที่ทุกคนก้มมองหัวข้อที่กำหนดให้และเริ่มลงมือคัดตัวอักษรทันที
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามตามเวลาที่กำหนด เ้าหน้าที่เดินเก็บกระดาษที่คัดตัวอักษร
มาถึงที่จินเยว่นั่ง แล้วรับกระดาษที่นางเขียน เ้าหน้ามองตัวอักษรในกระดาษถึงกับนิ่งงัน
เพราะกระดาษในมือของเขา เป็การคัดอักษรอย่างงดงามอ่อนช้อย กว่าของทุกคนที่เขาเดินเก็บมา
นี่คือคุณหนูจินเยว่แห่งตระกูลจิน ช่างน่าเสียดายนักที่กลายเป็คนไร้ค่าไปได้
“ต่อไปเป็การวาดภาพตามที่สำนักศึกษากำหนดไว้ให้ ลงมือวาดได้”
หัวข้อที่สองทางสนามสอบให้เวลาหนึ่งชั่วยามสำหรับการวาดภาพ และหัวข้อที่สามแต่งคำกลอน
เมื่อครบตามกำหนดเวลา เ้าหน้าที่ก็อนุญาตให้ทุกคนออกจากสนามสอบเพื่อเดินทางกลับได้
และให้มาดูผลสอบในวันรุ่งขึ้น ทางสำนักศึกษาจะติดประกาศไว้ให้ดู
โดยคนที่ผ่านการคัดเลือก ให้มาเรียนที่สำนักศึกษาในอีกสามวันข้างหน้า
แต่ละคนขณะเดินทางกลับ บางคนก็พูดคุยอย่างมั่นใจว่าตนเองทำได้ คะแนนต้องดี
แต่บางคนรู้สึกเสียดายที่คิดว่าตนเองไม่ผ่านอย่างแน่นอน
“พวกเ้าเงียบทำไม ทำไม่ได้หรือ” จินเยว่เห็นจือฮวากับเจียอี ไม่พูดไม่จาจึงเอ่ยถาม
“พวกข้ากลัวว่าจะสอบไม่ผ่าน และกังวล…เอ่อ…” จินเยว่หัวเราะเบา ๆ
“พวกเ้ากลัวว่าข้าสอบไม่ผ่าน ต่อให้พวกเ้าสอบได้ ก็ไม่ได้มาเรียนใช่หรือไม่”
สาวใช้ทั้งสองเงียบกริบ ที่คุณหนูพูดมาล้วนตรงใจพวกนาง
“รอดูผลคะแนนสอบพรุ่งนี้ เ้าก็จะรู้ว่าพวกเ้าจะได้เรียนหรือไม่”
หลังจากพูดจบ จินเยว่หลับตาพิงรถม้าที่กำลังเดินทางกลับจวนตระกูลหวัง
ส่วนจือฮวากับเจียอี เอาไหล่ชนกันไปมา ต่างถลึงตามองกัน บุ้ยใบ้ว่าอีกฝ่ายนั่นแหละที่ทำให้คุณหนูคิดมาก
เมื่อมาถึงจวน กูู้ชิงออกมารับหน้าทุกคน ถามไถ่อย่างตื่นเต้นว่าแต่ละคนทำข้อสอบได้หรือไม่
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ ข้ากับชินหรงทำได้ อย่างไรก็ต้องได้เข้าเรียนแน่นอน”
หวังอันเอ่ยบอกกู้ชิงอย่างมั่นใจ กู้ชิงลูบผมของลูกสาวอย่างภูมิใจ ปากก็พูดว่าหวังอันเก่ง ทำให้หวังอันยิ้มอย่างมีความสุข
เมื่อกู้ชิงเอ่ยถามหวังผิงและจินเยว่ ทั้งสองบอกว่าพอทำได้ หวังอันจึงไม่สนใจทั้งสองอีก
ค่อนคืนที่จือฮวากับเจียอีพากันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ คุยกันจนถึงรุ่งเช้า
ขณะที่จินเยว่เข้ามาในมิติเพื่อปรุงยา ยาที่นางปรุงในตอนนี้ กลายเป็ยาวิเศษทั้งหมด
เพราะจินเยว่เข้ามาฝึกหลอมยาทุกคืน จนยาที่ได้กลายเป็ยาระดับ์หรือยาวิเศษที่จินเฉิงเรียก
เดี๋ยวนี้การหลอมยาแต่ละครั้ง ได้ออกมาครั้งละห้าสิบเม็ด ทุกเม็ดส่งแสงแวววาว กลิ่นหอมคละคลุ้ง
ตอนนี้จินเยว่สามารถหลอมยาที่อยู่ในตำราโอสถ์ได้ทุกขนาน
และขนานสุดท้ายเป็ยาพิษ ที่ในโลกใบนี้ไม่มีใครสามารถแก้พิษได้
จินเยว่แยกยาที่หลอมแต่ละครั้งใส่กล่องไว้ และเขียนกำกับว่าเป็ยาอะไร
แต่ความจริงแม้ไม่เขียนชื่อกำกับ จินเยว่จะรู้ได้ทันทีว่ายาที่อยู่ในมือนางเป็ยาอะไรอยู่แล้ว
รุ่งขึ้นเมื่อจินเยว่เดินออกมาจากห้อง เจอจือฮวากับเจียอีมารอนางหน้าเรือนแล้ว
“เ้าสองคนไปทำอะไรมา เหตุใดใต้ตาจึงดำคล้ำเช่นนี้” สองสาวใช้ยิ้มแห้ง ๆ ให้จินเยว่ แต่ไม่ยอมตอบ