“เอาเถอะ มากับแม่.. ส่วนเลวี่ศึกษาด้วยตัวเองไปก่อนนะอีกไม่กี่วันครูคนใหม่ก็มาถึงแล้วล่ะ”
“ค่า!!”
เลวี่ยกมือตอบกลับฉันพนันได้เลยว่าเธอกำลังวางแผนฝ่าจะไล่คุณครูกลับไปโดยการทำให้อีกฝ่ายมีความรู้สึกพ่ายแพ้ยังไงดี
ท่านแม่หันมาฉันแล้วก็พาเดินออกจากห้องสมุดไปเลวี่โบกมือแล้วะโตามด้วยน้ำเสียงน่ารัก.. ไม่ได้อวยน้องตัวเองนะมันน่ารักจริงๆ!
“ท่านพี่ไว้เจอกันนะคะ”
“อืม”
ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มจะว่าไปตอนที่เรียนอยู่ด้วยกันสองคนเลวี่จะชอบเข้ามาเกาะแกะฉันแต่ตอนครูอยู่ดันไม่ทำสินะ
เพราะเธอมักจะตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือจนครูยอมแพ้ต่อเธอว่าแล้วเชียว เลวี่เป็พวกต้องคอยมีคนคุมเอาไว้สินะ
ไม่งั้นจะไม่ตั้งใจแต่คุณครูดันอ่อนเองเลยคุมเลวี่ได้ไม่นานแบบนี้นี่เอง..แบบนี้เองสินะ..ฉันพยักหน้าพลางคิด
เฮ้อ ถ้าเลวี่ตั้งใจกว่านี้คงเป็จอมเวทระดับสูงได้ไม่ยากเลยสินะ..
ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องพยายามไล่คุณครูกลับไปด้วยความรู้สึกชนะทุกรอบก็เถอะหรือว่าเธอเป็พวกซาดิสม์อะไรแบบนั้นกันนะ ?
แต่มานึกดูแล้วพอเผลอเอาเลวี่มาเทียบกับตัวเองก็รู้สึกท้อแท้ขึ้นมาถ้าฉันไม่ความทรงจำจากชาติที่แล้วคงกลายเป็ไอ้โง่ไร้พลังที่อ่อนแอกว่าน้องสาวแบบเทียบไม่ติดแน่ๆ
ยิ่งคิดก็ยิ่งจิตตก..พอคิดไปแบบนั้นจู่ๆ แิใหม่ก็วิ่งแปลบเข้ามาในหัว..
“จริงสิ!!!”
ฉันที่กำลังเดินตามท่านแม่อยู่ก็ตบมือเข้าฉาดใหญ่แล้วร้องออกมา มันมีวิธีนั้นอยู่นี่น่า ใช่ มันมีวิธีนั้นอยู่ฮ่าๆ
“มีอะไรเหรอ เลทิเซีย”
“อ๊ะ.. เปล่าค่ะ”
ฉันที่กำลังจะหัวเราะพอใจก็รีบหุบยิ้มทันทีอ้อ.. แล้วเื่ที่ว่าทำไมฉันถึงใช้ ‘คะ, ค่ะ’ ได้อย่างปราศจากความเขินอาย
นั่นเป็เพราะว่าฉันฝึกมาแล้วยังไงล่ะ!ฉันถูจมูกอย่างพึงพอใจ..
จริงสินะ..ถ้าจะพูดก็คงต้องย้อนกลับไปชาติก่อน ฉันที่เกิดแิการถูกจับแปลงเพศขึ้นมา
มันน่าจะมีอยู่แหละองค์กรลับที่แอบสร้างยาสลับเพศไรงี้ ฉันเลยเตรียมพร้อมอย่างดีั้แ่ ฝึกเป็แม่บ้าแม่ศรีเรือน
เอ่อ.. ล้อเล่นนะ
จึงเป็เช่นนี้แหละ…ขณะฉันคิดเรื่อยเปื่อยก็ออกมาถึงหน้าคฤหาสน์กับท่านแม่แล้ว หน้าคฤหาสน์มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนพร้อมกับถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อยู่
ฉันเดินเข้าไปหาเธอคนนั้นเธอมีผมสีฟ้าออกเทาๆสวมชุดเมดที่กระโปรงยาวถึงขาเข่า พอเห็นฉันกับท่านแม่ก็โค้งตัวลง
“ดิฉันเป็เมดจากแดนปีศาจเป็ฮาล์ฟเอล์ฟค่ะ”
ฉันมองไปที่หูของเธอที่แหลมนิดหน่อยเอ๋.. นี่มันคุ้นๆ น้า ผู้หญิงผมสีฟ้าออกเทาๆ หูแหลมๆ .. อ๊ะ
นั่นมันคนเมื่อตอนนั้นฉันใสะดุ้งทันที แต่ไม่มีคนสังเกตุเห็นเลยเธอคนนั้นยังแนะนำตัวต่อไปว่า
“ดิฉันมีชื่อว่า ลาน่า…มารับใช้องค์หญิงเลทิเซียค่ะ”
ใช่.. ผู้หญิงคนนี้คือ.. ผู้หญิงเมื่อหกปีก่อนที่ฉันเห็นหน้าเป็คนแรกเมื่อลืมตาดูโลกผู้หญิงที่ยิ้มเยาะใส่ฉัน!!
นะ.. นี่… ฉันตะลึงมากหรือว่ารู้ว่าฉันยังไม่ตายเลยมากำจัดเหรอ!? แบบนั้นจะน่ากลัวไปแล้วนะโหดร้ายเกินไปแล้ว
ทั้งที่ฉันคิดว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวแล้วแต่ส่งคนมาตามฆ่านี่มันมีแค้นอะไรกับฉันั้แ่ชาติก่อนไหมแต่ฉันก็ยังตอบกลับด้วยท่าทางขององค์หญิงที่เคยฝึกมาในอดีตชาติ
“เรามีชื่อว่า เลทิเซีย ทีน อาเดฟยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณลาน่า”
ฉันพูดพร้อมกับจีบชายกระโปรงขึ้นมายกเท้าขวาขึ้นปลายเท้าแตะพื้นด้านหลังเท้าซ้ายในขณะที่ขาซ้ายก็ย่อลง
หึๆ ไม่ได้กินฉันหรอกฉันเคยฝึกมาแล้วในอดีตชาติ!ก็แบบมีโอกาสที่จะถูกจับไปเป็ตัวแทนองค์หญิงหรือองค์ชายด้วยเหมือนกับ รั* ในโคนั-น่ะนะ
“ั้แ่วันนี้ไปเธอจะมาดูแลลูกตลอดเวลาแล้วก็เธอเป็เผ่าปีศาจเพราะงั้นสามารถเรียนรู้ความต่างของเวทมนตร์ปีศาจและมนุษย์กับเธอได้นะ”
“ค่ะ”
ฉันตอบออกไปแต่ไม่ได้เลิกระแวงผู้หญิงที่ชื่อลาน่าเลยสักนิดหลังจากท่านแม่ก็จากไปโดยให้คนมานำทางให้ลาน่า
ฉันอายุหกขวบแล้วเลยปลีกตัวออกมานอนคนเดียว และลาน่าเองก็เหมือนจะเลือกนอนอยู่ห้องข้างๆ ฉัน
ว่าแล้วเชียวต้องมีเบื้องลึกเื้ัสินะ… และวันนี้ก็ผ่านไปโดยที่ฉันยังระแวงตกดึกฉันก็ผ่อนคลายลงมาบ้างแล้วจึงแอบย่องออกจากห้องหวังจะไปห้องสมุด
“คิดจะไปไหนเหรอคะ องค์หญิง”
พอฉันออกมาลาน่าก็ยืนอยู่หน้าห้องของเธอทำเอาฉันสะดุ้งมันที ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองการเอาตัวรอดแบบอัตโนมัติ
พลังเวทถูกยิงออกจากมือโดยไม่ทันคิดแต่ว่าเหมือนลาน่าจะตอบสนองเร็วกว่ามือของเธอคว้าจับไปที่พลังเวทของฉันก่อนพลังเวทของเธอจะสั่นะเืและ..
กลืนกินพลังเวทของฉัน..ฉันถึงกับอ้าปากค้างทันที .. เมื่อกี้มันอะไรด้วยความสงสัยฉันเลยถามขึ้นมา
“เมื่อกี้มันคืออะไร?”
ลาน่าไม่ได้ตอบฉันเธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
“ถึงฉันจะไม่ใช่ครูสอนเวทมนตร์เป็ได้แค่คู่ซ้อม..แต่เมื่อกี้เป็การสั่นะเืของพลังเวทปีศาจทำให้การแทรกแซงที่เกิดขึ้นโดยมือของมนุษย์ถูกกลืนกินหายไปค่ะ”
เธอพูดแบบนั้นฉันถึงกับงงทันทีฉันไม่มีความรู้เื่พลังเวทปีศาจเลย เคยถามท่านแม่ท่านแม่บอกว่าเวทปีศาจของเวทมนุษย์แตกต่างกันเหมือนคนละโลก
และด้วยบางสิ่งบางอย่างที่เข้าใจไม่ได้ทำให้ไม่มีทางที่แดนมนุษย์จะมีคำอธิบายหรือวิธีใช้พลังเวทปีศาจแม้แต่ลักลอบนำเข้ายังทำไม่ได้
ราวกับว่ามันคือจุดแบ่งของกฎเกณฑ์ธรรมชาตินอกจากนี้มนุษย์ก็ไม่สามารถใช้เวทปีศาจได้เพราะการใช้พลังเวทปีศาจสิ่งสำคัญคือปริมาณไม่ใช่การแทรกแซง
ในขณะเดียวกันปีศาจก็ไม่สามารถใช้พลังเวทของมนุษย์ได้เพราะไม่ใช้ปริมาณแต่อาศัยการแทรกแซง ‘ธรรมชาติ’
มนุษย์ถือเป็ส่วนหนึ่งกับธรรมชาติมานานก่อนที่จะมีเื่เล่าขานเสียอีกความลึกลับของเผ่ามนุษย์นั้นมีมากเกินกว่าปีศาจมันสามารถแทรกแซงกฎเกณฑ์ธรรมชาติด้วยการใช้จำนวนเวทที่มีน้อยมากๆแทรกแซงช่องโหว่ของกฎเกณฑ์
ว่าก็คือปีศาจที่มีพลังมหาศาลไม่มีทางแทรกแซงเข้าไปได้นั่นแหละถามว่าทำไมถึงใช้ได้ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็เพราะว่าในอดีตชาติฉันเป็มนุษย์ละมั้ง?
อย่างที่เคยบอกว่าการแทรกแซงสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือหลักการมันมีอยู่ในหัวมาั้แ่เกิดเลยทำให้ฉันสามารถใช้มันได้ละมั้ง
อันที่จริงเวทมนตร์ปีศาจนั้นอาจจะมีระดับชั้นมีอะไรต่างๆ มากมายที่ฉันยังไม่รู้ก็ได้ ถึงเทพธิดาจะให้ข้อมูลโลกมาแต่ก็เป็ข้อมูลในอดีตนานมาแล้ว
แต่ไม่รู้ทำไมลาน่าถึงบอกเื่นี้ให้ฉันรู้แฮะช่างเถอะ.. แต่ตอนนี้ฉันสนใจมาก ตาเป็ประกาย
“แล้ว องค์หญิงจะไปที่ไหนเหรอคะ?”
“เปล่าหรอก ที่สำคัญกว่านั้นช่วยพูดเื่เวทมนตร์ปีศาจให้ฟังมากกว่านี้หน่อยสิ”
“เอ๋.. เอ่อ.. มันก็ได้อยู่หรอกนะคะ”
เธอพูดแบบนั้นฉันจึงรู้สึกดีใจขึ้นมาแล้วะโโลดเต้น..เอ่อ.. ไม่ลืมเื่ที่ว่าเธออาจมาฆ่าฉันหรอกนะแต่ถ้าบอกว่าจะทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นได้
เพราะฉันเองก็มีพลังปีศาจแบบนี้มันก็แหล่มเลยทีเดียว ..ลองนึกดูในตอนที่ผู้หญิงคนนี้คิดจะสังหารฉันหลังจากประมาทสอนเวทมนตร์ปีศาจให้ฉัน
เพราะคิดว่าฉันต้องตายแน่ๆไม่มีทางหนีพ้นไม่ว่าจะดิ้นรนยังไง.. แล้วถูกฉันเอาชนะ…. ไม่ๆๆๆ เราจะประมาทไม่ได้นอกจากเวทปีศาจแล้วควรฝึกดาบด้วยสินะ หกขวบแล้วคงเหวี่ยงดาบได้แล้ว
แต่ตอนนี้ก่อนอื่นก็
“เวทปีศาจ เวทปีศาจ ♪♩♬”
ฉันฮัมเพลงพลางเดินเข้าไปในห้องลาน่า…เพื่อฟังการสาธยายเกี่ยวกับพลังเวทปีศาจ
…
..
.
ซึ่งสิ่งที่ฉันไม่รู้คือสุดทางเดินเป็ห้องของเลวี่ ซึ่งตอนนี้เธอแง้มประตูออกมาดูอยู่พอเลทิเซียเข้าไปในห้องลาน่า
มือเลวี่ที่เกาะผนังอยู่ก็บีบของผนังจนดัง“แกร๊ก” ผนังห้องร้าวเป็รอยใยแมงมุม..
“ท่านพี่เข้าห้องคนอื่นในตอนกลางคืนเป็ครั้งแรก…ทั้งๆ ที่ห้องแรกที่ท่านพี่ต้องเข้าคือห้องของหนู…..”
เลวี่พึมพำด้วยน้ำเสียงเหมือนแต่ละคำแฝงไปด้วยคำสาปดวงตาแดงก่ำจนน่ากลัว..สาวน้อยนี่น่ากลัวจริงๆ … สาวน้อยที่ชื่นชอบพี่สาวตัวเองน่ะนะ..