“นี่คือกระทู้ของโรงเรียน มันถูกโพสต์เมื่อวาน”
หู่หลี่ลี่เอียงแล็ปท็อปหันให้ฉินเฉากับฟางเหวินดู “สองคนเห็นโพสต์นี้มั้ย ‘ยามโรงเรียนแสดงพฤติกรรมรุนแรง ทำร้ายนักศึกษาบริสุทธิ์อย่างบ้าคลั่ง’ ”
เมื่อหู่หลี่ลี่ชี้ไปที่โพสต์ ทันใดนั้นฉินเฉาก็เห็นรูปขนาดใหญ่ของเขา ในรูปนี้ มันแสดงให้เห็นว่าเขากำลังยกขาของเขาเตะนักศึกษาลงไปกองกับพื้น
ใต้ภาพนั้นยังมีหัวข้อที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ฉินเฉาดูคอมเม้นท์ “เหนือสิ่งอื่นใดชายคนนี้เป็แค่ยามรักษาความปลอดภัย แต่กระทำเื่ป่าเถื่อนไร้เหตุผลซะเอง ทำร้ายนักศึกษาผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก” และยังมีข้อความตามมาอีกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่วิจารณ์การกระทำของเขาไปในทางลบ มีส่วนน้อยที่คิดว่าไม่ใช่
ข้อความที่มาด่า ๆ กันก็มี
“ยามเดี๋ยวนี้มันขี้เบ่งบ้าอำนาจ ยังมีคนดี ๆ อยู่ในสังคมนี้อีกบ้างมั้ยตอนนี้?”
“มีแต่คนโง่ที่ปล่อยให้คนโง่ ๆ มาเป็ยามรักษาความปลอดภัย โรงเรียนของฉันยังเจริญกว่าอีก!”
“ผู้ปกครองบอกว่าพวกเขาเป็กังวลอย่างมาก เกี่ยวกับการจัดการของโรงเรียน พวกเขาแนะนำให้ไล่ยามคนนี้ออก ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะย้ายลูกหลานของพวกเขาไปที่อื่น”
“บัดซบ เป็แค่ยามแต่กลับมาทำร้ายนักศึกษาเสียเอง ที่นี่ยังมีความยุติธรรมอยู่อีกมั้ย?”
นี่คือโพสต์ที่ออกมาโต้แย้งเป็ครั้งคราว
“ฟางหัวมันฝีมือนายทั้งนั้น ยังมีหน้ามาโพสต์ใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้อีกเหรอ”
“ก็แค่คนเลวปั้นเื่เลว ๆ ขึ้นมาเพิ่มเท่านั้น”
“ไอ้เลวฟางหัว มึงแย่งแฟนของคนอื่นไป แล้วก็มารุมทำร้ายหลิวชวนจนสาหัส ยังหน้าด้านกล้ามาทำเื่เ_ี้ย ๆ แบบนี้อีก!”
ข้อความเหล่านี้ส่วนมากจะไม่ระบุชื่อหรือตัวตน เพราะเื้ัตัวตนที่หลากหลายของเหล่านักศึกษา ถ้าชื่อถูกเปิดเผยแม้แต่ฟางหัวก็ไม่อาจไปวุ่นวายกับพวกเขา
ข้อความเหล่านี้มาจากผู้ชมที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“แนวหน้าที่แข็งแกร่ง”
“โพสต์นี้ไว้นับจำนวนโพสต์”
“โกหก!” ฉินเฉาโกรธจนควันออกหู เขาตบโต๊ะอย่างแรงทำให้ไก่ทอดบนโต๊ะอาหารลอยเหนือพื้นโต๊ะขึ้นมาประมาณ 1 ฟุต จากนั้นจึงตกกลับมาบนโต๊ะ
ด้วยความโมโหเสียงที่พูดออกมาจึงค่อนข้างดัง ผู้คนใน KFC ตอนนี้เงียบกันหมด ทุกคนต่างใกับการกระทำของชายในชุดเครื่องแบบ
ฉินเฉาไม่ใส่ใจกับการจ้องมองของคนอื่น ตอนนี้เขากำลังถูกเผาด้วยความโกรธ “ฟางหัวบิดเบือนความจริง ความเห็นอื่น ๆ ก็รวมหัวกับเขา ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน ป่านนี้หลิวชวนคงถูกพวกมันกระทืบตายไปแล้ว!”
หลังจากพูดเสร็จฉินเฉาขมวดคิ้ว ทันใดนั้นเขาต้องเบิกตากว้างพอจำสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้ เมื่อคืนเขาถูกพวกนักเลงมาดักล้อมรุมทำร้ายจริง ๆ ผู้จ้างวานก็คือนักศึกษาฟางหัวไอ้เด็กสารเลวนั่นจริง ๆ
“ชู่ววว!” หู่หลี่ลี่ห้ามปรามฉินเฉาให้เบาเสียงลง “พี่ชาย อยากตายนักหรือไง!?”
จากนั้นเธอพูดด้วยเสียงที่เบาลง “อย่าลืมสิว่าที่นี่มันร้าน KFC นะคนอยู่เต็มไปหมด ใครจะรู้ว่าหนึ่งในนี้อาจมีเพื่อนของฟางหัวอยู่ ถ้ามันเกิดได้ยินที่พี่พูดเข้า เดี๋ยวก็โดนดีหรอก”
“งั้น ให้พวกมันได้ยินเลย!” ตอนนี้ฉินเฉาเรียกว่าโกรธจนหน้ามืดแล้ว เขาไม่สนทั้งนั้น แล้วก็พูดด้วยเสียงเ็าว่า “ไอ้ชั่วพวกนี้มักจะยืมมือคนอื่นมาทำเื่ชั่ว ๆ ที่มันคิด ฉันอยากจะเห็นว่ามันจะมีปัญญาทำอะไรได้อีก!”
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าพวกนักเลง ที่ดักทำร้ายตัวเองเมื่อคืนในถูกเตะตูดจนเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทาง หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อคืนมาได้ทำให้เขามั่นใจมากขึ้น ไม่กลัวพวกอันธพาลพวกนั้นอีกแล้ว ถ้าพวกมันมา ด้วยพลังของเขาคนเดียวก็สามารถจัดการพวกมันได้
เมื่อคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ฉินเฉาก็ใจเย็นลง เมื่อคิดเกี่ยวกับฟางหัวสีหน้าของเขาก็แสดงท่าทีรังเกียจเหยียดหยามออกม่อย่างเห็นได้ชัด
“พี่เพิ่งมาทำงานที่โรงเรียนแค่วันเดียว ก็งัดข้อกับกระบองไฟฟ้าหวังและ ฟางหัว พี่มีแบ็คมากเลยเหรอ?” ฟางเหวินที่ถือแล็ปท็อปอยู่ข้าง ๆ อดถามไม่ได้
“ฉันเนี่ยนะ?” ฉินเฉายิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันก็แค่นักศึกษาขี้แพ้ตกงานก็เท่านั้น! เพราะได้ความกรุณาของผู้อำนวยการโรงเรียนกวงหยวนช่วยเหลือ ฉันเลยได้มาเป็ยามที่นี่ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงกลายเป็ขอทานข้างถนนไปแล้ว”
“ฮ่า ๆ พี่พูดความจริงไม่หมดสินะ” สาวน้อยสองคนหัวเราะคิกคัก “งั้น ก็เท่ากับว่าพี่รู้จักผู้อำนวยการของเราจริง ๆ? มิน่าล่ะถึงได้กล้าทำอะไรห่าม ๆ แบบนี้ มีคนใหญ่คนโตอยู่เื้ันี่เอง!”
“ฉันจะไปรู้จักเธอได้ยังไง!” ฉินเฉาโบกมือปฏิเสธ “ก็แค่เคยช่วยเหลือเธอแค่ครั้งเดียวเอง เธอไม่ได้ติดหนี้อะไรฉัน”
ฉินเฉาไม่ได้เล่าเื่ที่เขาเป็ฮีโร่ ช่วยเหลือคนจนได้เจอกับซูจี นั่นเป็ความทรงจำที่เขาไม่อาจลืมได้ของเขา...
“จริงสิ ผู้อำนวยการซูของโรงเรียนเรามีภูมิหลังยังไง?”
“พี่รู้จักเธอมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่รู้เกี่ยวกับประวัติของเธอ?”
หญิงสาวทั้งสองคนกลอกตาบน “ในเมืองซู่หนานนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักเกี่ยวกับตระกูลซู!”
“ตระกูลซู?” สายตาฉินเฉาว่างเปล่า เขาไม่ใช่คนของเขตเจียงซูใต้นี้ หลังจากเรียนจบเขาจึงเข้ามาหางานที่นี่
ตอนแรกเขาคิดว่าได้งานดี ๆ ทำที่นี่ ซึ่งมันก็เป็งานที่ดีจริง ๆ แต่ใครจะรู้ว่าจะมีเื่ยุ่งยากมากมายตามมาด้วย ดังนั้นเขาจึงมีปัญหาเกิดขึ้นกับตนเองหลายครั้งหลายคราว
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ซูเสี่ยนฉิงหัวหน้าตระกูลซู เป็หัวหน้ากลุ่มธุรกิจการเงินขนาดใหญ่ของเขตเจียงซูใต้ของเรา ซูเฟยเป็ลูกสาวคนโตสมญานามเ้าหญิงของตระกูลซู”
“มิน่าเล่าอายุยังน้อยแต่มีเงินมากมาย” ฉินเฉายักไหล่ “ตระกูลของเธอมีสมบัติมากมาย”
หญิงสาวสองคนหัวเราะกันร่วน ครั้งนี้หู่หลี่ลี่พูด “ความจริงแล้วผู้อำนวยการซูเป็คนดี เธอดีต่อนักศึกษาจริง ๆ จริงสิ... เธอยังมีน้องสาวอีกคน ครูพละของเราเธอชื่อซูจี!”
“ซูจี?” ทันใดนั้นฉินเฉาก็นึกถึงวันที่สาวสวยเรียกเขาว่า ‘สามี’ เขาตกอยู่ในห้วงภวังค์ “ฉันยังคิดว่าซูจีน่ารักกว่า”
“แน่นอน พวกเขาทั้งคู่มีบุคลิกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง” หู่หลี่ลี่กดคีย์บอร์ดของเธอ ทันใดนั้นหน้าจอของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มที่น่าตะลึงของหญิงสาว
ใบหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาว เป็รอยยิ้มสามารถหลอมละลายใจคนได้ แม้แต่เจตจำนงของปีศาจ ทำให้บางคนลืมสิ่งที่ตั้งใจจะทำมาก่อน และทำในสิ่งที่ผิด
รูปร่างของเธอเหมือนกับพี่สาวมากจริง ๆ ไม่ว่าจะสวมแว่น แต่เธอมีบุคลิกร่าเริงมากกว่าพี่สาวที่ชื่อซูเฟย
สิ่งที่แตกต่างคือสีผมของพวกเธอ ซูเฟยย้อมผมสีบลอนด์อ่อน ขณะที่ซูจีมีผมสีดำแดง ผมยาวสีดำแดงที่อยู่บนหัวของเธอทำให้เธอดูน่ารัก มันเป็ลอนละหูทั้งสองข้างของเธอ
ตาของทั้งคู่มีสีฟ้าอ่อน เหมือนพวกเธอทั้งคู่จะเป็ลูกครึ่ง
“นี่ไงพี่ ครูพละของเรา!” หู่หลี่ลี่พูด
“เมื่อเทียบกับผู้อำนวยการซู ฉันคิดว่าอาจารย์ซูจีน่ารักกว่า” ฟางเหวินบอกความคิดเห็นของเธอ ดังนั้นจึงพูดว่า
“ใช่ ๆ เธอชอบมาเต้นกับพวกเรา! อาจารย์ซูจีชอบแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เธอแปะหนวดปลอมขณะเต้นแจ๊ซ! ดูหล่อชะมัดเลยล่ะ บรรดาสาวน้อยกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่!”
ในรูป คือคนสวมหมวกสีดำทรงสูง มีหนวดปลอมแปะอยู่บนริมฝีปากแสนเซ็กซี่ สาวสวยคนนี้แต่งตัวเป็ผู้ชาย สวมชุดผู้ชาย ทำให้เธอดูเหมือนพระเอกที่หล่อเหลาจริง ๆ
“โอ้? ผู้อำนวยการ กับ อาจารย์พวกเธอสวยจริง ๆ นั่นแหละ น่าสนใจ ๆ ๆ …” ฉินเฉาอดหัวเราะไม่ได้ ทันใดนั้นเขาหาทางเพื่อที่จะพบสาวงามทั้งคู่อีกครั้ง
“แน่นอน!” ทันใดนั้นใบหน้าของหู่หลี่ลี่ก็แสดงรอยยิ้มแปลก ๆ แล้วพูดว่า “โรงเรียนของเราน่าสนใจใช่ไหมล้าาา จริงสิ… พี่รู้มั้ย โรงเรียนเรามีผีสิงด้วยนะ”
“หืม? ผีสิง?” ทันใดนั้นฉินเฉาหันมาให้ความสนใจ เขาชอบฟังเื่ผี แต่ฟางเหวินที่อยู่ข้าง ๆ กลับแสดงสีหน้าแปลก ๆ เหมือนมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับเธอ ๆ กุมมือหู่หลี่ลี่แน่นหน้าขาวซีดด้วยความกลัว
“มีนักศึกษาตั้งเยอะรู้เื่นี้” หู่หลี่ลี่พูด “เื่นี้มาจากนักศึกษาชายในหอพัก ผีผู้หญิงมักจะออกมาตอนเที่ยงคืน...”
ฉินเฉาเห็นว่าเราหู่หลี่ลี่เล่าเื่ของเธอ ฟางเหวินแสดงท่าทางหวาดกลัวตลอดเวลา หน้าของเธอขาวซีดเหมือนคนตาย กุมมือของเพื่อนสาวแน่นจนกลายเป็ห้อเื
“อย่าพูดจะเหลวไหลไอ้ตัวแสบ เห็นไหมว่าฟางเหวินกลัวจะแย่อยู่แล้ว”
“หนูไม่ได้พูดเหลวไหล!” หู่หลี่ลี่กลอกตาแล้วพูดว่า “เหวินเหวินก็เคยเห็นมัน เพราะแบบนี้ไงเธอถึงกลัวมากขนาดนี้”
“ฟางเหวินเธอเคยเห็นผีด้วยเหรอ?” ฉินเฉาถามด้วยความอยากรู้ มองไปที่ฟางเหวิน เขาคิดว่าสาวน้อยอ่อนแอคงไม่โกหกล่ะมั้ง?
“ใช่ วันนั้นหนูมีเรียนคนเดียว ในคืนนั้น...” ฟางเหวินกอดแขนหู่หลี่ลี่ เพื่อทำใจเย็นลง แต่สีหน้าของเธอยังคงขาวซีด เธอดูเหมือนกลัวมากจริง ๆ เหมือนเธอกำลังเรียกความทรงจำเลวร้ายกลับคืนมา “ฉันเห็นบนชั้น 2 หอพักชาย มีเงาสีขาวะโลงมาจากชั้นนั้น ซึ่งมันสูงมาก...”
“บางทีมันอาจเป็แมวก็ได้” ฉินเฉาเดา แม้เขาจะชอบเื่ผี แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าจะมีผีในโลกนี้
“แมวเนี่ยนะ!” หู่หลี่ลี่แย้ง “ชั้นสองของตึกถูกปิดมานานแล้วนะพี่ ทุกวันจะมีกุญแจเหล็กขนาดใหญ่ล็อกประตู ฉันได้ยินมาว่าชั้นนี้ถูกใช้เป็หอพักนักศึกษาหญิง แต่หลังจากมีนักศึกษาหญิงฆ่าตัวตายในชั้นนั้นก็ถูกปิดตายจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ส่วนข่าวของเธอก็ถูกปิดเหมือนกัน จนมาปีนี้มันถูกเปิดใช้ขึ้นมาใช้เป็หอพักนักศึกษาชายปี 1 แต่นานมาแล้วไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แล้วแมวจะมาจากไหน ถ้าเป็แมวจริงอย่างที่พี่ว่ามันก็คงจะตัวใหญ่มาก!”
“ฮ่า ๆ ๆ บางทีฟางเหวินอาจจะเรียนหนักไป เธอเหนื่อยก็เลยเห็นภาพหลอนไงเล่า...” ฉินเฉาพยายามหาเหตุผลอื่นมาลบล้าง
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น...” ฟางเหวินส่ายหัว “ตาของหนูยังดีอยู่ ยังมีคนอื่น ๆ เห็นมันด้วยนะ...”
“ฉันยังไม่เชื่ออยู่ดี มัน...” ฉินเฉายักไหล่ “พระเ้า กับ ผี มันเป็สิ่งที่มนุษย์จินตนาการขึ้นมาทั้งนั้น!”
“ฮืมมม พี่รู้ได้ยังไง รอให้พี่เห็นด้วยตาตัวเองก่อนเถอะ ดูซิว่าคราวนี้จะพูดอย่างนี้อีกมั้ย!” หู่หลี่ลี่กลอกตาจ้องฉินเฉาอย่างดูถูก
“ใช่ ถูกต้อง!” เพื่อเธอสมทบเห็นด้วย ฉินเฉาระวังไม่ทำให้หู่หลี่ลี่รังเกียจ “เธอไม่คิดว่าซอสมะเขือเทศเนี่ยมันเหมือนเืเหรอ เวลาที่จิ้มของทอดลงไป?”
“แล้วทำไม” หู่หลี่ลี่รีบเอามันเข้าปาก เธอตั้งใจดูดนิ้วของเธอแล้วพูดว่า “ต่อให้พี่พูดว่ามันเป็เืประจำเดือนของผู้หญิง หนูก็จะกิน!”
“แหมะ …” ขณะเดียวกันซอสมะเขือเทศทั้งหมดที่อยู่บนมือของเขาตกลงไปที่รองเท้าของเขา ฉินเฉารีบยกธงขาว หู่หลี่ลี่ฉันตอบโต้ได้ดุเดือดเผ็ดมัน เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอจริง ๆ
“อะไร อยากได้อีกเหรอ?” หู่หลี่ลี่พูด ทันใดนั้นเธอก็แสยะยิ้มแล้วยื่นมือที่เยิ้มไปด้วยน้ำมันออกมา ปาดซอสมะเขือเทศที่อยู่บนริมฝีปากของฉินเฉา
“อร่อยล่ะ! กลิ่นก็ดีด้วย!”
ฉินเฉารับรู้รสชาติ และ กลิ่นของซอสมะเขือเทศ เขารู้สึกปวดท้อง
“ขอโทษที ฉันขอไปห้องน้ำก่อน!” เขาวางช้อนแล้วรีบเอามือปิดปากเพราะกลัวจะอาเจียนออกมาเสียก่อน รีบวิ่งออกไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ด้านหลังของเขามีเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจของหู่หลี่ลี่ตามมา
“ฮ่า ๆ ๆ คิดจะสู้กับคุณผู้หญิงคนนี้ พี่ยังห่างชั้นอีกหลายขุม!”
จบตอน#