ตอนที่ 20 : ความร้ายกาจของดีบุส #2 [ NTR ]
“อื้อ! อื้อ! อื้อ––”เลเซียไม่อาจขัดขืนอะไรดีบุสได้ เธอจำยอมให้มันกระทั้นท่อนโตเข้าทำรักกับปากของเธอ กลิ่นกามที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนกระจายปนกับน้ำลายเธอในปาก ปลายหัวท่อนของมันปล่อยน้ำหล่อลื่นที่เปรียบดั่งยาพิษที่ทำให้หัวเธอเบลอ เเละรู้สึกคล้อยตามอย่างบอกไม่ถูก
ด้านนาเทียร์กับเอลฟาถูกเส้นสายสีม่วงเคลื่อนเลื้อยไปตามตัว มันฉีกกระชากชุดพวกเธอจนขาดวิ่นเป็นเเห่งๆ เเละรัดเล่นซนกับร่างกายพวกเธอ มันรัดรอบทรวงอกเเละบีบจนก้อนเนื้อนุ่มดันตัวเปล่ง
“อ๊า–– อ๊า––!!”เสียงสองสาวครวญครางอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถึงจิตใจพวกเธอคิดปฏิเสธเท่าไร เเต่ร่างกายของพวกเธอก็ถูกสิ่งน่าขยะเเขยงของดีบุสเล้าโล้มจะอดที่จะรู้สึกดีร่วมไม่ได้
'บะ บาร็อค ตาบ้าเอ้ย!' เลเซียนึกถึงชายหนุ่มเผ่าปิศาจที่หายหัวไปไหนไม่ทราบ เธอหวังว่าเขาไม่ได้ถูกพวกโจรฆ่าตายไปซะก่อนหรอกนะ
––ฉึก!!
เหมือนความคิดถึงของเธอจะส่งถึงเขา
อยู่ๆ เจ้าดีบุสก็ร้องลั่นเเละดึงท่อนออกจากปากเธอดังมั้วะ! เลเซียไอโขลกเมื่อท่อนมันยาวโค้งลงลำคอของเธอจนเเทบอาเจียน ก่อนเลเซียจะเห็นว่าหัวของดีบุสมีลูกธนูปักอยู่
“ทำกับทาสฉันแบบนี้คงรู้นะว่าจุดจบจะเป็นยังไง”ผมเอ่ย เดินออกมาจากป่าด้วยอาการหอบเหนื่อยเล็กน้อย ผมได้ยินเสียงกรีดร้องของพวกเธอก็เริ่มฝืนออกวิ่งยาวจนกระทั่งเจอเจ้าดีบุสกำลังเล่นกามกับพวกเธออยู่
สามสาวมองผมด้วยดวงตาเป็นประกาย ผมทะยานเข้าไปหาเจ้าดีบุส ระหว่างทางผมเรียนรู้เรื่องการใช้เเสงที่เก็บมาบ้างแล้วว่ามันใช้งานอย่างไร
ผมปลดปล่อยเเสงเเห่งจิตวิญญาณ พลังเอ่อล้นขึ้นมาในร่างจนรู้สึกได้ ผมง้างคันธนูเเละปล่อยลูกธนูที่อาบด้วยพลังพุ่งเข้าทะลุร่างกำยำของดีบุส มันร้องโหยหวนเเละเริ่มวิ่งเข้าใส่
“ไปช่วยสองคนนั้น!” ผมตะโกนบอกเลเซีย เธอพยักหน้าก่อนยันตัวเองลุกขึ้นวิ่ง
ผมโยนคันธนูทิ้ง เรียกดาบยาวออกมาเเละยกขึ้นรับกรงเล็กของมันที่ฟันลงใส่ เกิดเสียงดังเคร้ง! เมื่อของมีคมต้องกัน
ผมกับมันต้านเเรงกันจนมือไม้สั่น ก่อนผมจะปลดปล่อยพลังอีกครั้งเเละผลักดาบกลับไปจนมันผงะเซไปด้านหลัง
ผมใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าไปเเละฟันฉับเข้าหลายครั้งเข้ากลางตัวของมัน เลือดสีดำสาดกระเซ็นหยดเเหมะลงเปรอะบนพื้นหญ้า มันร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ก่อนวิ่งโถมเข้าใส่ผมทั้งอย่างนั้น มันกางฝ่ามือเเละปล่อยวัตถุแปลกติดหนึบอยู่กับร่างผม ผมพยายามเเกะออกอย่างไรก็ไม่หลุด
“อะไรวะเนี่ย!”ผมสบถ ก่อนได้ยินเสียงเอลฟาบอกให้ระวัง ฉับพลันร่างผมก็ถูกกระชากเข้าหามันดื้อๆ ด้วยแรงที่มองไม่เห็น
ผมยกดาบขึ้นกันเมื่อปลายทางการกระชากนั้นดีบุสยื่นกรงเล็บทั้งสองข้างรอรับร่างผมอยู่ ผมจับดาบในท่าขวางเตรียมตั้งรับ เเต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะผมกันกรงเล็บมันได้เเค่มือเดียว
กรงเล็บแหลมของมันอีกมือหนึ่งเเทงฉึก! เข้ามาเต็มช่วงท้องของผม
ความรู้สึกเจ็บเเผ่ซ่าน ผมรู้สึกเเสบร้อน สัมผัสถึงเลือดของตัวเองที่กำลังไหลออกจากปากแผลช่างอุ่น รู้สึกร่างกายหนาววูบขึ้นมาแปลกๆ ผมได้ยินเสียงกรีดร้องของพวกเธอดังเเว่วอยู่ด้านหลัง ผมจ้องหน้ามันที่ไร้เครื่องหน้านอกจากปากที่น่าเกลียด ทุกอย่างดูเชื่องช้าไปหมด
“ไม่..ยอม..ปล่อยไปหรอก..”ผมเเค่นเสียงบอกมัน ง้างดาบขึ้นเเละเเทงเข้าตรงลำคอจนทะลุก่อนฟันตัดขวางสะบั้นหัวมันหลุดเเหว่ง เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาจากคอราวกับท่อประปาเเตก
ดีบุสพลันปล่อยร่างผมร่วงตุ้บลงกับพื้น ผมนอนหงายอยู่อย่างนั้น มองเห็นเมฆที่เคลื่อนตัวสวย รู้สึกตัวเองกำลังจะหมดสติลงเต็มที รู้แบบนี้น่าจะปลดปล่อยพลังให้หมดเเล้วซัดโครมเดียวไปเลย ผมคิดแล้วก็เสียดาย เพราะถ้าเเสงเเห่งจิตวิญญาณหมดผมก็เเค่ไปฆ่ามอนสเตอร์เก็บใหม่ก็เท่านั้น
“บาร็อค!”เลเซียพุ่งเข้ามาเป็นคนเเรก เอลฟาไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบร่ายคาถาอย่างรวดเร็ว ปรากฏวงเเหวนเวทสีเขียวบนพื้นหญ้าใต้ร่างของผม ความรู้สึกเย็นสบายเริ่มเกิดขึ้นบริเวณปากเเผลถูกแทงและแผลถลอกทั่วร่าง
“ฉันทำได้เเค่รักษาเบื้องต้นนะ ยะ ยังระดับไม่สูงขนาดนั้น”เอลฟาเอ่ยอย่างลนลาน ผมได้เเต่ยิ้มให้กับคำพูดนั้น ภาพทุกอย่างดูเชื่องช้าลงชอบกล
เเละเเล้วผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป
––จนกระทั่ง
“สุดท้ายเงินที่นายให้ฉันมาก็ต้องเอาไปซื้อยารักษานายอยู่ดีสิน่า”เลเซียพูดขึ้น หลังจากผมตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของตัวเองซะเเล้ว
“..ขอบคุณนะ”เธอเอ่ย หน้าเธอเเดงระเรื่อ น้ำเสียงเธอดูอ่อนโยนกว่าทุกที
“ฉันก็เหมือนกัน ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้”ผมเอ่ย ถ้าไม่ได้พวกเธอผมคงตายไปเเล้ว เพิ่งจะมีชีวิตได้ไม่กี่วันเเท้ๆ ก็เกือบเอาตัวเองไม่รอดเเล้วสิ
“ตื่นเเล้วเหรอ? ฉันทำซุปปลาไว้ให้นาย มากินสิ”นาเทียร์โผล่ขึ้นที่หน้าประตู เธอซ่อนสีหน้าดีใจไว้ภายใต้ใบหน้าสวยที่พยายามนิ่งเฉยเหมือนเช่นทุกที ก็สมกับเป็นเธอดี ผมคิด ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง
ผมฟื้นขึ้นมาก็ปาไปเกือบบ่ายของอีกวันเเล้ว นาเทียร์เล่าว่าพวกเธอผลัดกันคุมบังเหียนม้าเเทบตลอดคืนจนมาถึงบ้าน เอลฟาเลยยังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาด้วยท่าทางน่ารัก
“พักสักวันสองวันก็คงดีล่ะมั้ง ฮะๆ”ผมเอ่ย เมื่อคิดถึงตอนต่อสู้กับดีบุสที่ระดับสูงกว่าหมียักษ์เเค่สอง เเต่มันดันเเข็งเเกร่งกว่ามาก ก็ทำให้ผมกลับมาย้อนดูอาวุธของตัวเอง ก่อนเพิ่งสังเกตว่าเป็นอาวุธระดับทั่วไปไม่ได้เหมาะสมกับระดับของผมเเม้เเต่น้อย ชุดเกราะเองก็เหมือนกัน
“นายดังเเล้วรู้เปล่า?”เลเซียเอ่ย ขณะที่ผมตักซุปใสที่มีชิ้นปลาสีขาวน่ากิน
“มีประกาศล่าค่าหัวนายแปะอยู่ในเมืองด้วยล่ะ”เลเซียพูดราวกับมันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น
“นายคงทำพวกมันโกรธเพราะฆ่าดีบุส”นาเทียร์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะว่า
นั่นสินะ โจรคนสุดท้ายที่ผมปล่อยให้รอดก็บอกอยู่ว่าหัวหน้าเล่นงานมันหนักเเน่ถ้าเอาดีบุสกลับมาไม่ได้ นี่ผมเล่นฆ่ามันทิ้งไปแบบนั้นก็คงไม่แปลกที่พวกมันจะตามล่าผม หาเรื่องเข้าตัวอีกเเล้วสินะ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ เเค่คิดก็เหนื่อยเเล้ว
“ไม่มีข่าวทำนองมีนักดาบลึกลับออกช่วยกลุ่มพ่อค้าบ้างรึไงนะ”ผมตัดพ้อ
“นายไม่ได้เป็นผู้กล้าสักหน่อย จริงสิ มีข่าวอีกเรื่องล่ะ เห็นเขาบอกว่าสมาคมล่าผู้กล้าไปปะทะเข้ากับผู้กล้าตั้ง 4 คนเลยนะ”เลเซียกล่าวต่อ
“เหมือนจะเป็นข่าวร้ายอีกเรื่องสินะ พวกสมาคมคงเพ่งเล็งตรวจสอบกันมากกว่าเก่า”
“ไม่หรอก ผู้กล้า 4 คนนั้นเป็นมนุษย์หมดเลย”นาเทียร์เสริม
“โชคดีไป ถ้าโดนสมาคมตามล่าชีวิตสบายๆ ของฉันคงยุ่งยากกว่านี้พอดี”
ผมว่า อันที่จริงตอนนี้ก็ไม่ค่อยสบายเท่าไรหรอกนะเมื่อได้รู้ว่าโดนล่าค่าหัวแบบนี้มันจะส่งพวกมาตามหาหรือเปล่าก็ไม่รู้ด้วย แต่คิดไปก็ไม่ช่วยอะไร ผมควรเร่งเปลี่ยนอุปกรณ์ตัวเองเป็นอันดับแรก และเดี๋ยวก็ต้องเข้าไปส่งภารกิจด้วย ก็ไม่ได้สบายอย่างที่คิดเท่าไรนี่หว่า ผมบ่นอยู่ในใจ ก่อนยื่นถ้วยน้ำซุปที่ซดจนว่างเปล่าให้นาเทียร์เติมให้อีกรอบ ฝีมือทำอาหารของเธอนี่อร่อยสุดยอดจริงๆ
(จบตอน)พอดีเห็นคอมเมนท์จากตอนที่เเล้ว -ผมจะค่อยๆ เพิ่มระดับความปวดตับครับ ไม่โป้งเดียว เดี๋ยวไม่หนุก :)