ความผูกพันธ์ที่จริงใจไม่เรียกร้องอะไรจากเธอเท่านั้นคือสิ่งเดียวที่จะเยียวยารักษาอารีน่าได้ อนูปนั่งทบทวนเรื่องราวตั้งแต่วันแรกที่พบเธอในรั้วมหาวิทยาลัย จนกระทั่งวันนี้ เขาคือบุคคลที่เธอใกล้ชิดมากที่สุด เธอยอมอุ้มบุญเพราะเธอรู้ว่าอรุณคือพี่ชายของเขา เธอต้องการรักษาตัวเองด้วยเช่นกัน อนูปนอนไม่หลับนั่งอยู่ภายในห้องนอน เขาขยับร่างลุกขึ้น เดินไปที่ประตูห้องนอนเวลาในขณะนั้นคือ 6 นาฬิกา ความง่วงหายไปไม่หลงเหลือ ความสงสารอารีน่าทำให้เขาห้ามใจไม่อยู่ เเง้มประตูเข้าไปในห้องนอน อารีน่านอนหลับสนิทบนเตียงนอน เสียงกำไลข้อเท้าดังเป็นจังหวะทำให้อนูปมองหา ลูกสาวไม่ได้อยู่บนเตียงนอน เขามองหาในเปล “อานีช่า ลูกตกเตียงหรือว่าลงมาเอง” ร่างของลูกสาวนั่งอมลูกเป็ดน้อย ชูลูกเป็ดน้อยให้พ่อ “ปัปป๋า” อนูปนอนราบลงบนพื้น กลิ้งร่างเข้าไปหนุนตักลูกสาว อารีน่าชอบใจ กอดจูบหน้าพ่อเล่น “น้ำลายเต็มหน้าพ่อเเล้วครับ หิวเเล้วใช่ไหม” อนูปอุ้มร่างของลูกสาวออกมาข้างนอก “หนูโตแล้ว ทานอะไรเป็นอาหารเช้า พ่อก็ไม่รู้ เราโทรถามนานีดีไหม”
เมื่อได้รายการอาหารเช้าตามคำอธิบายของนานี อนูปจัดแจงปรุงข้าวโอ๊ตใส่กล้วยหอมให้ลูกสาว น้ำส้มคั้น และน้ำดื่ม “สวมเสื้อกันหนาวก่อน พ่อจะพาไปดูดวงอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า” อนูปอุ้มลูกสาวใส่รถเข็น รัดเข็มขัด วางถ้วยอาหารเช้า เข็นรถเด็กมาที่ระเบียง อารีน่าพูดคุยด้วยตลอดไม่ยอมหยุด อนูปค่อยๆป้อนที่ละคำ “อานีช่า ลูกอยู่ไหน” อารีน่าเดินตามหาลูกสาว เธอมองไปห้องนอนของวารุณ เสื้อกันหนาวของอนูปพาดบนเก้าอี้ เธอมองที่เตียงนอน “เขาไม่ได้นอน หรือว่านอนบนโซฟา” หญิงสาวสวมเสื้อคลุมออกมาที่ระเบียงด้านหน้า ภาพของอานีช่าชี้นกน้อยหลายตัวบินผ่านไปมา “ทานหมดแล้ว ว้าวเก่งมากครับ คราวนี้น้ำส้มคั้นฝีมือพ่อเอง” อานีช่าดูดน้ำส้มได้นิดเดียว บ้วนน้ำส้มออกมา อารีน่าหัวเราะพร้อมเดินเข้ามา “สงสัยจะขม ค่ะ ขอฉันชิมก่อน” อารีน่าบีบน้ำส้มใส่บนหลังมือ “เปรี้ยวค่ะ คุณไม่ได้ชิมใช่ไหม” เธอรวบถ้วยชาม “แม่จะทำให้ใหม่ หนูรอที่นี่ก่อนนะคะ” อารีน่าหยิบส้มลูกใหม่จากตู้เย็น สายตาของเธอจดจ่อที่ใบหน้าของลูกสาว “อารมณ์ดีเหลือเกินเวลาเจอกัน ทั้งพ่อทั้งลูกไม่ทักทายกันบางเลย เฮ้ออ”
อารีน่ายื่นขวดน้ำส้มให้อนูป เขาอุ้มร่างน้อยๆออกมาจากรถเข็น “เธอลงมาจากเตียง นั่งเล่นบนพื้นห้อง ไม่ร้องไห้ สงสัยรู้ว่าคุณนอนดึก” อารีน่าอุ้มลูกสาวต่อจากเขา “เธอไม่ค่อยดื่มนมแม่ช่วงเช้า จะขอนมขวด พอดีเมื่อคืนไม่ได้ให้เธอนอนเปลค่ะ” อนูปโอบร่างของเธอจูบที่กลุ่มผม “อรุณสวัสดิ์ครับ” อารีน่านิ่งไปสักครู่ “คุณนอนที่ไหนคะ” อนูปเปิดบานเลื่อนทางออกไประเบียง “ผมรู้สึกหิว คุณจะทานอะไรไหม” อารีน่าคว้ามือของเขา “ผมไม่ได้นอน นอนไม่หลับ” สายตาของทั้งคู่สบตากัน “เกิดอะไรขึ้นค่ะ คุณมาที่นี่ต้องการจะบอกอะไรกับฉันเรื่องอานีช่า”
“ผมไม่มีอะไรที่พูดเกี่ยวกับอานีช่า ผมสัญญากับคุณแล้วจะไม่ก้าวก่ายเรื่องอะไรเกี่ยวกับลูกของ..”อนูปสูดลมหายใจลึก เขาต้องการเปิดเผยว่าอานีช่าคือลูกสาวของเขาด้วยเหมือนกัน “ไปนอนเถอะค่ะ ฉันพาลูกไปเช็ดตัว อาหารเช้าฉันจะทำให้คุณเอง” อนูปดึงร่างของเธอพร้อมอานีช่าเข้ามากอด “ยกโทษให้ผมได้ไหม ที่ผมเข้าใจคุณผิดมาตลอด ผมรักคุณอารีน่า”
“เราตกลงจะเลิกกัน มันคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ เราทั้งคู่นะคะ” อารีน่ายังยืนยันในจุดเดิม อนูปอุ้มลูกสาวที่ง่วงจะนอนหลับหลังทานอิ่ม “ผมจะพาเธอไปนอน” อารีน่าเดินตามหลังของเขาเข้าไป “คุณอย่ากลับมาหาฉันเพราะความสงสารได้ไหมคะ” อนูปวางร่างของลูกสาวลงในเปล หันหน้ามาบอกให้เธอเงียบ เขาห่มผ้าห่มให้อานีช่า “เราออกไปคุยกับข้างนอกดีกว่า” อารีน่าคว้ามือของเขา “อนูป คุณมาที่นี่เพราะคุณสงสารฉัน” อนูปจับบ่าทั้งสองข้างของเธอแน่น “พอได้แล้ว อารีน่า คุณจะทรมานตัวคุณเองทำไม คุณจมอยู่ในความกลัวในอดีต ตอนนี้คุณคือแม่ของอานีช่า ลูกสาวของคุณจะอยู่กับคุณ ผมไม่เอาเธอไปจากคุณแน่นอน กลัวอะไรอีก ผมยอมทำตามทุกอย่างที่คุณขอ ผมจะไม่มาที่นี่อีกก็ได้ หรือ คุณจะให้ผมไปจากคุณใช่ไหม เราไม่ต้องพบกันอีก อารีน่าพูดออกมา คุณต้องการอะไร ที่รัก ผมยอมเพื่อให้คุณสบายใจ เชื่อผมได้ไหม ผมไม่ต้องการเห็นคุณร้องไห้ อารีน่าในหัวใจดวงนี้ของผมมีแค่คุณคนเดียว ผมไม่สนใจแล้วว่าอานีช่าจะเป็นลูกของใคร ลูกของผม หรือลูกของใคร ผมต้องการพวกคุณทั้งคู่ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการผม ผมจะไม่ยื้อคุณไว้อีกแล้ว” อนูปปล่อยมือของเขา หันหน้าพยายามซ่อนน้ำตาของลูกผู้ชาย อนูปชี้ไปที่รูปภาพของเขา “โยนภาพนั้นทิ้ง ถ้าไม่รักผม อย่าหลอกตัวเอง ผมขอร้องแค่นี้”
อารีน่าสอดปลายนิ้วเข้าไปในสาปเสื้อของเขา “อย่าไปจากฉันนะคะ ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้ แต่ฉันกลัว ลูกจะถูกทำร้ายจากพ่อที่อารมณ์ร้าย เวลาคุณโกรธฉันกลัว อานีช่าจะถูกเฆี่ยนหรือเปล่าเพราะเธอไม่ใช่ลูกของคุณ ฉันจะไม่ให้เธอได้รับความเจ็บปวดจากคนที่ไม่ใช่พ่อของเธอจริงๆนะคะ” อนูปสวมกอดร่างของเธอไว้แน่น เขาจะบอกเธอได้อย่างไรว่า อานีช่าคือลูกของเขา ในเวลานี้ อารีน่าปิดใจไม่ยอมรับฟังคำแก้ตัว หรือข้อพิสูจน์ใดๆแน่นอน อนูปนึกถึงโซรินี่และเวลานัดที่เขาต้องไปพบเธอสิบโมงเช้า “อารีน่า ผมเข้าใจ ตอนนี้ผมหิวจริงๆ ทำอะไรให้ผมทานได้ไหม”
อนูปเลี่ยงออกมาเพื่อจะโทรติดต่อกับโซรินี่ “อนูป ฉันรอคุณที่ไร่มะเขือเทศ พาเธอมาที่นี่ เรามาดูหลักฐานที่นี่นะคะ” อนูปกดวางสาย สายตาจ้องที่ร่างของเธอในห้องครัว “ตรวจ DNA คือทางออก ต้องวางแผน โธ่เว้ย ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนั้นกับเธอด้วยนะ เราเป็นพ่อแท้ๆจะตีลูกได้ลงคอหรือวะ” อนูปเหมือนเจอทางตัน ทรุดร่างนั่งลงมือกุมขมับ “ใครจะช่วยเธอได้”
ช่วงบ่ายในวันเดียวกัน อนูปขับรถเอนกประสงค์ของเขาแล่นไปทุ่งลาเวนเดอร์ ตัดเข้าไปในไร่มะเขือเทศของเทอร์รี่ “เรากำลังจะไปไหนคะ” อนูปมองกระจกหลังมองใบหน้าของลูกสาวที่นอนในเบาะเด็ก “พาตัวน้อยไปเที่ยวครับ” อนูปจอดรถมองขบวนแพะเดินข้ามถนน เขาเปลี่ยนใจไม่พาอารีน่าไปพบเทอร์รี่ “คุณต้องการไปเที่ยวที่ไหน” อารีน่าหัวเราะออกมา “เที่ยวทะเลก็ไม่ได้ค่ะ” อนูปยิ้มพร้อมส่ายหน้า “ไม่ได้แน่นอนครับ” สภาพหิมะหนาทึบ เขาไม่เร่งความเร็ว “ไม่ดีกว่าค่ะ เราไม่เตรียมขวดนมมากกว่า 2 ขวด เเม่หนูน้อยคนนี้อาละวาดแน่ๆ” อนูปเลี้ยวรถยนต์กลับไปที่เดิม “คุณตั้งใจจะไปไหนคะ เปลี่ยนใจทำไมคะ” อารีน่ากำลังจะหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าของเธอ อานีช่ากำลังเล่นกับลูกเป็ดน้อยเพลิน “ผมว่าเราไปเดินเล่นในห้างดีไหม” อนูปหยิบหนังสือออกจากมือของเธอ “ดีเหมือนกันคะ” อารีน่าคว้าหนังสือไม่ทัน อนูปสอดมันกลับลงในกระเป๋าของเธอ
สามวันต่อมา อารีน่ากำลังจัดเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าของอานีช่า “แม่จะต้องให้หนูไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กเล็กคนเดียว แม่ไม่รู้ว่า แม่คิดถูกหรือผิด” เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น อานีช่าหันมองตาม “เสียใจจ๊ะ ไม่ใช่ของปัปปาหนู” อารีน่าได้การปฏิเสธเข้าทำงานในสำนักงานทนายความที่เธอสมัครงานไว้ก่อนหน้านี้ “หมายความ พวกคุณไม่ต้องการทนายความที่เป็นผู้หญิงที่มีลูกอ่อนหรือคะ” เจ้าหน้าที่ของบริษัท “ใช่ค่ะ ดิฉันขอโทษค่ะ” อารีน่าปามือถือของเธอลงบนเตียงนอน ทรุดนั่งอย่างหมดอาลัย “เราจะบอกวารุณว่าอะไรนะ ไม่มีใครรับเราเข้าทำงาน เรียนจบมาเพื่ออะไร ไม่เข้าใจจริงๆ” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อารีน่ามองหา ไม่ยอมรับสาย หนูน้อยมองใบหน้าของแม่เหมือนถามว่าทำไมไม่รับ “อาจจะเป็นของปัปปาค่ะ”
“อารีน่า ผมราชิต เรื่องคดีของคุณ ศาลนัดวันหย่าให้แล้วนะครับ วันที่ 21เดือนหน้าครับ” อารีน่าเม้มปากของเธอ “ฉันไม่ได้ย้ายแล้วค่ะ” ราชิตรู้สึกดีใจ “ถ้าเช่นนั้นมาทำงานกับผมไหม ผมต้องการทนายความเพิ่ม ตอนนี้รับงานแทบไม่ทัน” อารีน่าตอบรับทันที “จริงหรือเปล่าคะ” ราชิตตอบรับ “จะให้ผมส่งสัญญาไปที่บ้านตอนนี้ไหมครับ” อารีน่าหัวเราะออกมา “ได้ค่ะ พรุ่งนี้ฉันขอเริ่มงานค่ะ” ราชิตหันหน้ามองอนูปกับฮารีม เมื่อเขาวางสายมือถือ ชายหนุ่มทั้งสองคนถอนหายใจออกมาพร้อมกัน “คาน นายทำแบบนั้นทำไมวะ” ฮารีมยืนกินไอศกรีมท่ามกลางสายหิมะที่ร่วงลงมาไม่ขาดสาย “ไม่เย็นไปเหรอวะ” อนูปจ้องใบหน้าของเพื่อนรัก ฮารีมคล้องมือบนหัวไหล่ของเพื่อน “ใจนายร้อน ไม่ใช่อากาศ ต่อไปนายจะพบเธอที่นี และราชิตคือหมากในกระดานตัวสุดท้ายที่จะช่วยนาย”
“นายกำลังจะให้ฉันฟ้องร้องเรื่องอานีช่า ไม่เข้าท่าโว้ย ไม่ ไม่ ฉันไม่ทำอะไรเธอ นายรู้ไหม อารีน่า แข็งนอกแต่อ่อนใน ถ้าฉันฟ้องร้องขอเลี้ยงดูอานีช่า หัวใจของเธอแตกสลายเธอจะกลายเป็นโรคอะไรนะ” อนูปควงนิ้วไปมาเหมือนหาคำตอบ “Paranoid Personality Disorder” ฮารีมตอบแทน “ใช่ “ อนูปพิงผนังกำแพงมองดูท้องฟ้า “ถ้าอย่างนั้น นายก็ต้องอยู่แบบนี้ มองดูอานีช่าเติบโตอยู่ห่างๆ ฉันไม่มีวิธีไหนจะช่วยนายอีกแล้ว” ราชิตยืนฟังเรื่องราวทั้งหมด “ผมพอมีวิธีจะลองดูไหมครับ”