“ผมไมเข้าใจเลยว่าคุณทำอย่างนี้ทำไมแคธี่”
ภัทรกฤติ้าเคลียปัญหาที่เกิดขึ้นให้จบลงอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้มีผลกระทบไปถึงชีวิตคู่ที่พึ่งจะเริ่มต้นของเขา เขาจึงได้ตามไปคุยกับอดีตคนรักเก่าซึ่งถูกพาให้มาสงบสติอารมณ์อยู่ยังห้องพักแขกภายในบ้านนี้พร้อมกับเด็กที่เธอบอกว่าเป็ลูกของเขา
“คริสคะ คริสตินเป็ลูกของคุณนะคะ”
แคธี่ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาพร้อมกับชี้มือไปยังเด็กหญิงที่นั่งตัวลีบจมอยู่ในโซฟาตัวใหญ่และหนานุ่มด้วยสีหน้าที่หมองเศร้าปนหวาดระแวง
“ลูกของผมงั้นเหรอ มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน”
ภัทรกฤติไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เธอบอก เพราะเขาไม่เคยรู้ระแคะระคายอะไรเกี่ยวกับเื่นี้มาก่อนเลย
“พูดอย่างนี้คุณคิดที่จะไม่รับผิดชอบใช่ไหม”
แคธี่ตะเบ็งเสียงลั่นขึ้นมาจนเด็กหญิงตัวเล็กๆที่นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยถึงกับสะดุ้ง
“ผมว่าเราอย่าพึ่งพูดอะไรกันตอนที่มีเด็กอยู่ด้วยดีกว่าน่ะ”
ชายหนุ่มข่มความรู้สึกที่คุกรุ่นอยู่ภายในแล้วกล่าวออกไปแม้เขาจะอยากเคลียปัญหากับแคธี่ให้จบลงเร็วๆแต่สามัญสำนึกห่วงความรู้สึกอันเปราะบางของเด็กหญิงก็มีอยู่มากพอสมควร
“แล้วคุณจะให้ฉันพูดตอนไหน ตอนที่ฉันถูกแย่งสามีไปอย่างสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วงั้นเหรอ”
แคธี่กรีดร้องอย่างไม่ยอมง่ายๆ
“คุณจะมาพูดอย่างนั้นไม่ได้นะแคธี่ เื่ระหว่างเรามันจบไปนานแล้ว และตอนนั้นเราก็จบกันด้วยดี”
“จบลงด้วยดีงั้นเหรอ เพราะฉันทนผู้ชายเ้าชู้อย่างคุณไม่ไหวต่างหาก”
“ใช่ ก็ในเมื่อคุณรู้อยู่แล้วว่าผมเป็คนเลว แล้วคุณยังตามมาวุ่นวายกับคนเลวๆอย่างผมอีกทำไม”
ภัทรกฤติทนไม่ได้ก็ขึ้นเสียงกลับไปบ้าง และการที่ทั้งสองทะเลาะกันมันก็ทำให้เด็กหญิงที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยรู้สึกตึงเครียดจนถึงกับร้องไห้จ้าออกมา
“เงียบเดี๋ยวนี้นะคริสติน แม่บอกให้เงียบ”
แคธี่หันไปตวาดใส่ลูกสาวตัวน้อยทันที
“แม่ขา คริสตินอยากกลับบ้าน”
เด็กหญิงร้องไห้พร้อมกับส่ายหน้าอย่างไม่้ารับรู้ในเหตุการณ์ที่แสนจะบีบคั้นความรู้สึกเหล่านี้
“แม่บอกให้เงียบก่อนไงล่ะ ได้ยินไหม ได้ยินไหม ไม่งั้นแม่จะตีเดี๋ยวนี้”
แคธี่ปราดเข้าไปจับตัวลูกสาวเขย่าแรงๆพร้อมออกคำสั่งสำทับด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด
“พอได้แล้วแคธี่ เราเอาไว้พูดกันวันหลังดีกว่า”
ภัทรกฤติรีบบอกอย่างไม่้าเห็นเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นกับเด็กหญิงตัวน้อย ที่คงจะทั้งเหนื่อยทั้งเพลียจากการเดินทางแล้วก็ต้องมาเจอกับภาวะความกดดันทางอารมณ์อย่างนี้อีก
“ไม่ ฉันจะพูดกับคุณวันนี้ และก็เดี๋ยวนี้ด้วย”
แคธี่หันขวับมากล่าวกับเขาอย่างดื้อดึง
“แล้วคุณไม่ห่วงความรู้สึกของลูกคุณบ้างหรือไง นี่มันดึกมากแล้วน่ะ แกอาจจะง่วงมากแล้ว”
“ลูกของฉันก็คือลูกของคุณด้วย แล้วคุณเคยห่วงความรู้สึกของเขาบ้างหรือเปล่าล่ะ”
“ไปกันใหญ่แล้ว ผมว่าเราเอาไว้พูดกันวันหลังนั้นแหละดีที่สุด”
ภัทรกฤติกล่าวอย่างไม่พอใจขึ้นมาบ้างแล้วก็รีบเดินออกจากห้องนั้นไป