จนกระทั่งดึกดื่นค่ำคืนชายหน้าบากกับหน้ากากลายก็ยังไม่กลับมา
บรรยากาศยามค่ำคืนในโรงเตี๊ยมไนติงเกลไม่อาจเรียกได้ว่าเงียบสงบนักแต่หากพูดถึงความปลอดภัยถือว่าไว้ใจได้ห้องพักแบบสวีทที่เซียวเยี่ยและจิ่วเยว่พักอยู่นั้นมีประตูเหล็กนิรภัยแบบลับคั่นกลางระหว่างทางเดินยาวและโถงด้านนอก
เมื่อถึงเวลากลางคืนทางโรงเตี๊ยมจะส่งคนมาปิดประตูเหล็กเพื่อตัดขาดพื้นที่ห้องพักออกจากโลกภายนอกพร้อมกับนำมื้อค่ำมาส่งให้เซียวเยี่ยและจิ่วเยว่ถึงห้อง
คนส่งอาหารยังคงเป็หญิงสาวผมม่วงคนเดิมที่นำทางพวกเขาเมื่อตอนกลางวันจิ่วเยว่พยายามจะชวนคุยเพื่อหลอกถามข้อมูลว่าพวกชายหน้าบากหายไปไหนกันแน่
ทว่าหญิงสาวผมม่วงกลับไม่แยแสเธอแม้แต่น้อยเพียงแต่เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ตอนกลางคืนพยายามอย่าออกไปข้างนอกพรุ่งนี้เช้าจะมีคนมาเปิดประตูเหล็กให้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพวกคุณ”
หนึ่งคืนในโรงเตี๊ยมไนติงเกลผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดเซียวเยี่ยก็ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มผ่อนคลายร่างกายและประสาทััที่ตึงเครียดมาอย่างยาวนาน
เมื่อเขาลืมตาขึ้นก็เป็เวลาเช้ามืดพอดี
เซียวเยี่ยจัดการตรวจสอบสัมภาระในกระเป๋ามิติของตนอีกครั้ง
เพื่อการเก็บค่าประสบการณ์ในเมืองเฮยสุ่ยครั้งนี้เซียวเยี่ยยอมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเตรียมโอสถฟื้นฟูเืขั้นสูง ยาถอนพิษแมลงแม่ลูก แมลงเรืองแสง และอุปกรณ์สนับสนุนอื่นๆ ที่อาจจำเป็ต้องใช้ไว้อีกมากมายเพียงเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในเขตปนเปื้อนรุนแรง
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเซียวเยี่ยจึงเคาะประตูห้องของจิ่วเยว่เบาๆ ทว่าทันทีที่นิ้วัับานประตูห้องก็ถูกเปิดออกหลังจากข้างในทันที
จิ่วเยว่ที่อยู่ในชุดอุปกรณ์พร้อมสรรพยืนยิ้มละไมอยู่ตรงหน้าชุดเกราะหนังรัดรูปขับเน้นบุคลิกที่องอาจปราดเปรียว ั์ตาสีแดงอ่อนๆยิ่งส่งเสริมให้เธอมีเสน่ห์ที่ดูอันตรายและน่าหลงใหล
“เด็กใหม่ พอพูดเื่เก็บค่าประสบการณ์ล่ะ นายตื่นเช้าเชียวนะ!”
จิ่วเยว่ก้าวย่างอย่างแ่เบาผ่านตัวเซียวเยี่ยไปเธอควงกริชที่ทอประกายเย็นเยียบในมืออย่างคล่องแคล่วก่อนจะเก็บมันเข้าฝักข้างเอว
“ออกเดินทางกันเถอะ!”
..........
ใกล้ๆกับโรงเตี๊ยมไนติงเกลมีประตูเมืองเฮยสุ่ยตั้งอยู่ทางโรงเตี๊ยมยังใจดีส่งคนมาช่วยนำทางให้เซียวเยี่ยและจิ่วเยว่อีกด้วย
แม้ท้องฟ้าจะเพิ่งเริ่มสว่างรำไรแต่ภายในเมืองเฮยสุ่ยกลับคลาคล่ำไปด้วยเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่เริ่มออกมาทำมาหากินกันอย่างวุ่นวายท่ามกลางแสงสลัวยามเช้า เห็นเพียงเงาร่างวูบวาบไปมา
ผู้นำทางคนนี้เปรียบเสมือนแผนที่พกพาเขาพาเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่เดินลัดเลาะผ่านตลาดและหมู่ตึกอย่างชำนาญจนกระทั่งมาถึงประตูเมืองเฮยสุ่ยในเวลาอันสั้น
“นี่คือประตูทิศเหนือของเมืองเฮยสุ่ยเมื่อก้าวข้ามออกไปแล้วจะเป็เขตปนเปื้อนรุนแรง พวกคุณสองคนต้องระวังตัวให้ดี!”
ผู้นำทางกล่าวทิ้งท้ายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประตูเมืองที่ดูซอมซ่อแห่งนี้เมื่อเทียบกับด่านประตูเมืองอันยิ่งใหญ่ของเมืองซ่างจิงแล้วมันดูเหมือนป้อมปราการชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวกๆ และทรุดโทรมเป็อย่างมาก
ทว่าทหารยามที่เฝ้าหน้าประตูเมืองกลับมีจำนวนมากกว่าร้อยคน!
เครื่องแบบของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามสังกัดแต่ละหน่วยแยกกลุ่มกันอย่างชัดเจนทว่ากลับร่วมแรงร่วมใจกันรักษาตำแหน่งป้องกันของตนอย่างเข้มงวด
“ทหารพวกนี้เป็ใครกัน?”
เซียวเยี่ยเอ่ยถามทันที“ดูเหมือนจะไม่ใช่คนจากขุมอำนาจเดียวกัน”
จิ่วเยว่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า“ฉันเคยได้ยินคุณอาฉินบอกว่าความปลอดภัยของเมืองเฮยสุ่ยเกิดจากการร่วมมือกันของขุมอำนาจใหญ่ในเมืองแต่ละกลุ่มจะส่งคนของตัวเองมาร่วมป้องกันเมือง”
“เพราะพวกเขารู้ดีว่า หากเมืองเฮยสุ่ยล่มสลายลงธุรกิจของทุกคนก็ต้องพินาศตามไปด้วย!”
“ดังนั้น เพียงเพราะผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันกันทุกขุมอำนาจจึงต้องทุ่มสุดตัวในการป้องกันเมือง ไม่กล้าละเลยแม้แต่นิดเดียว”
เซียวเยี่ยรู้สึกทึ่งอยู่ในใจเมืองเฮยสุ่ยที่ซ่อนตัวอยู่เื้ักลุ่มอิทธิพลมืดเหล่านี้กลับรักษาการป้องกันเมืองไว้ได้ด้วยโซ่ตรวนแห่งผลประโยชน์เกรงว่าเื้ัเื่นี้ต้องมีผู้ที่เหนือกว่านั้นคอยชี้นำเป็แน่
เหล่าทหารยามจากขุมอำนาจต่างๆที่ประตูเมือง เมื่อเห็นผู้ตื่นรู้วัยเยาว์สองคนกำลังจะออกนอกเมืองต่างก็มองมาด้วยสายตาประหลาดใจ ราวกับกำลังมองคนตายก็ไม่ปาน
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ขัดขวาง หน้าที่ของพวกเขาคือควบคุมคนเข้า แต่ไม่สนใจคนออก
ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนคนที่ตายอยู่นอกเมืองเฮยสุ่ยในแต่ละวันนั้นไม่ได้เป็จำนวนน้อยๆ เลย
..........
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเมืองเฮยสุ่ยเซียวเยี่ยััได้ถึงความแตกต่างระหว่างเขตปนเปื้อนรุนแรงกับพื้นที่เก็บค่าประสบการณ์ทั่วไปรอบเมืองซ่างจิงในทันทีเบื้องหน้านี้คือสถานที่ที่มีมอนสเตอร์ชุกชุมมาก!
จำนวนของมันมากกว่าพื้นที่ปกติหลายสิบเท่า!
อีกทั้งสายพันธุ์ของพวกมันยังแปลกประหลาดพิสดารมอนสเตอร์ทั่วไปและขั้นสูงปะปนกันมั่วไปหมดเพียงแค่ออกมาจากประตูเมืองไม่ถึงร้อยเมตรก็พบกับฝูงไฮยีน่ากลายพันธุ์หน้าตาดุร้ายฝูงหนึ่งั์ตาสีแดงฉานของพวกมันจับจ้องมาที่เซียวเยี่ยและจิ่วเยว่อย่างประสงค์ร้าย ทว่าทันทีที่พวกมันรุกล้ำเข้ามาระยะร้อยเมตรหน้าประตูเมืองก็ถูกทหารยามสังหารทิ้งด้วยเวทมนตร์และฝนธนูทันที!
ทว่ายังไม่ทันได้พักหายใจมอนสเตอร์อีกกลุ่มจากอีกทิศทางหนึ่งที่ได้กลิ่นอายจากเมืองเฮยสุ่ยก็พุ่งเข้าหาประตูเมืองอีกระลอก
งานของทหารยามพวกนี้ไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ...
เซียวเยี่ยและจิ่วเยว่สบตากันโดยสัญชาตญาณแววตาของทั้งคู่เคร่งเครียดขึ้นมาทันที ไม่กล้าประมาทแม้เพียงเสี้ยววินาที
เมื่อก้าวพ้นประตูเมืองก็เปรียบเสมือนการเหยียบย่างเข้าสู่ใจกลางฝูงสัตว์ร้ายที่มีมอนสเตอร์ล้อมรอบทุกทิศทาง
หากไม่ระวังอาจกลายเป็เหยื่อได้ทุกเมื่อนี่แหละคือเขตปนเปื้อนรุนแรง!
เซียวเยี่ยหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋าเพื่อยืนยันเส้นทางอีกครั้งก่อนจะชี้ไปยังถนนร้างสายหนึ่งที่อยู่เบื้องหน้า นั่นคือทิศทางของเหมืองหยก
แต่อย่าว่าแต่เหมืองหยกเลยแม้แต่การข้ามผ่านพื้นที่โล่งกว้างที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์พเนจรอยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่เื่ง่ายเลยสักนิด!
“ต้องฆ่าเปิดทางไป!”
เซียวเยี่ยถือโล่าพยัคฆ์ร้ายในมือข้างหนึ่งอีกข้างกุมกระบี่ราชันพระราชทานไว้แน่น เตรียมพร้อมสภาวะร่างกายถึงขีดสุดพุ่งเข้าใส่ฝูงมอนสเตอร์ทันที ขณะผ่านซากไฮยีน่ากลายพันธุ์ที่ถูกทหารยามยิงทิ้งเขาก็ลงมือสังหารปลิดชีพตัวที่ยังตายไม่สนิท พร้อมกับเซ่นสังเวยเพลิงประทีปจากซากของพวกมันไปในตัว
[สังเวียนเพลิงประทีปของไฮยีน่ากลายพันธุ์สำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +50!]
การแจ้งเตือนที่ดังขึ้นข้างหูทำให้เซียวเยี่ยรู้สึกยินดีแต้มแก่นอัคคีที่ได้จากมอนสเตอร์ในเขตปนเปื้อนรุนแรงนี้สูงกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปมากจริงๆ!
จิ่วเยว่ที่เดินตามมาด้านหลังไม่ยอมน้อยหน้าในฐานะโจรสายความคล่องตัว เธอถือกริชพุ่งตามมาอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ขวางหน้าคนทั้งสองอยู่ในขณะนี้คือมอนสเตอร์ตระกูลแรดที่มีขนาดร่างกายใหญ่โตราวกับบ้านหลังย่อมๆเส้นเืภายใต้ิัทั่วร่างะเิออกราวกับลาวาที่ร้อนระอุพร้อมกับมีควันสีขาวพวยพุ่งออกมา แรดจอมพลังก้าวเดินเข้ามาหาคนทั้งสองทีละก้าวทุกรอยเท้าที่มันเหยียบลงไปจะมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมา
ที่นออันแหลมคมราวกับดาบตรงหน้าผากของมันยังมีซากศพของผู้ตื่นรู้คนหนึ่งเสียบคาอยู่!
เมื่อเซียวเยี่ยเปิดใช้เนตรทะลวงมายาข้อมูลของอสูรกายร่างั์ตรงหน้าก็ปรากฏขึ้นทันที
[แรดอัคคีลาวา]
[ระดับ: มอนสเตอร์ปนเปื้อนรุนแรง ระดับ 60]
[พลังชีวิต: 30,000]
[คุณสมบัติเสริมพร์: เกราะลาวาหลอมเหลว, หยาดโลหิตลาวา,นอกัมปนาท]