Love at first sight ปิ๊งรักยัยสวยเวอร์

    40-ไม่เคยบังคับใคร

            “คุณหมอคะ หมอ! ..” น้ำส้มรีบวิ่งตามหมอออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามันคือสิ่งที่เธอจำเป็นต้องรู้ล่วงหน้า


            “พยาบาลไปก่อนก็ได้ครับ...มีอะไรกับหมอเหรอครับ” เสียงของน้ำส้มทำให้พยาบาลและหมอหยุดเดินแล้วหันกลับมามอง หน้าที่ยังมีต่อหมอเลยบอกให้พยาบาลล่วงหน้าไปก่อน

            “คือว่า...แล้วลูกสาวของดิฉันจะได้ออกจากโรงพยาบาลวันไหนคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้

            “เดี๋ยวหมอรอดูอาการอีกพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีอะไรสาย ๆ ก็กลับบ้านได้ครับ” หมอชี้แจงด้วยความสุภาพ

            “อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะหมอ...อ๊ะ!!!”

            “ระวังครับ!”

            น้ำส้มพยักหน้ารับทราบพลางระบายยิ้มอ่อน ก่อนจะถูกดึงแขนอย่างกะทันหัน จนเธอกระแทกเข้ากับอกแกร่งของหมอ เพราะมีเด็กที่เป็นญาติของคนไข้วิ่งเล่นไม่ดูทาง ทำให้หมออคินต้องดึงน้ำส้มหลบเพื่อให้เธอปลอดภัย


            “คุณแม่ไม่เป็นไรนะครับ” คุณหมออคินถามไถ่อย่างเป็นห่วง


            “ไม่เป็นไรค่ะ...ขอบคุณมากนะคะ” การชิดใกล้ทำให้น้ำส้มถึงกับใจเต้นแรง แม้เธอจะไม่ได้คิดไกล แต่ใบหน้าอันเกลี้ยงเนียนใสผิวหน้าละเอียด ก็ทำให้เธอเสียการทรงตัวได้เหมือนกัน


            (น้ำส้ม!) เสียงเข้มอันทรงพลังดังแทรกเข้ามา ทำให้หมออคินและน้ำส้มผละห่างจากกัน เธอหันกลับไปมองตามเสียง เป็นนักรบที่ปั้นหน้าบึ้งเดินย่างสามขุมเข้ามา ยืนเทียบเคียงน้ำส้มเพ่งพิศไปยังหมอที่ยืนตรงข้ามอย่างไม่พอใจ ในอกร้อนรุ่มจนแทบอยากจะผลักหมอให้หลีกห่าง ที่เหิมเกริมสัมผัสต้องกายผู้หญิงที่เขารัก


            “ฉันนึกว่าคุณกลับบ้านไปแล้วซะอีกเห็นไปนาน” เอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอไม่สนสายตาที่นักรบมองไปยังหมออคินที่ยืนนิ่งสองมือล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์


            “คุณคือ?” การถูกสายตาพิฆาตจ้องมอง แววตาที่เปล่งรัศมีไม่ถูกชะตา ทำให้หมออคินต้องเอ่ยถาม


            “อ๋อ นี่คุณนักรบค่ะเป็นคนที่ฉันรู้...” น้ำส้มเอ่ยขึ้นหวังแนะนำให้รู้จัก แต่เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค นักรบก็ตอบแทรก


            “ผมเป็นพ่อของน้องมะนาวครับ” เป็นคำตอบที่ทำให้น้ำส้มต้องหันขวับไปมองอย่างตกใจ เธอขมวดคิ้วแทบชนกันด้วยความงุนงงกับสิ่งที่นักรบตอบออกมาเหมือนกับว่าไม่คิดตรองใด ๆ


            “อ๋อครับ ถ้าอย่างนั้นหมอขอตัวไปตรวจคนไข้ก่อนนะครับ...หมอไปก่อนนะครับคุณแม่”


            “ค่ะ”


            “เชิญ!”


            หมออคินพยักหน้ารับรู้ และตามด้วยกล่าวลาน้ำส้มอย่างสุภาพทิ้งรอยยิ้มที่ละลายคนมอง แต่คงไม่เป็นที่ต้องใจของนักรบนัก น้ำส้มก็ระบายยิ้มให้เช่นกัน จากนั้นหมออคินจึงปลีกตัวอย่างมีมารยาท


            “อะไรของคุณเนี่ย บอกหมอแบบนั้นได้ไงคุณไม่ใช่พ่อของมะนาวจริง ๆ สักหน่อย...แล้วดูมองหมออย่างกับจะกระโดดกัด” เมื่อหมอเดินไปจนพ้น น้ำส้มจึงหันมาต่อว่านักรบที่ยืนวางมาดปั้นหน้านิ่งขรึม เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่านักรบพูดออกไปแบบนั้นทำไม ทั้งที่เธอคิดว่าปฏิเสธเขาชัดเจน


            “ตอนนี้ไม่ใช่ แต่อีกไม่นานก็ใช่” เขาตอบอย่างคนเอาแต่ใจ มองน้ำส้มด้วยแววตาเง้างอน


            “ใครอนุญาตไม่ทราบ!”


            “ผมอนุญาตตัวเองแล้วคุณจะทำไม ในเมื่อน้องมะนาวก็เต็มใจเรียกผมว่าพ่อ”


            “คุณบังคับลูกฉัน”


            “คนอย่างนักรบไม่เคยบังคับใครจำไว้ด้วย”


            “ฉันขอบอกคุณไว้ตรงนี้นะคะว่าอย่าพูดแบบนั้นอีกเดี๋ยวใครจะเข้าใจผิด”


            “ช่างแม่งสิ”


            “เอ้า! อะไรของเขาวะ”


            พูดจบด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดไม่พอใจ เขาก็เดินหนีจากมาเข้าห้องพักของน้องมะนาวทันที ทิ้งน้ำส้มไว้ข้างหลังพร้อมกับอาการงุนงงในพฤติกรรมที่เขาเป็น ยิ่งไปกว่านั้นคือเหมือนเขาไม่ได้สนใจในคำพูดของเธอแม้แต่น้อย


            ตลอดเวลาที่อยู่ภายในห้องพักของน้องมะนาว ทั้งสองคนไม่มีทีท่าจะพูดคุยกัน แม้น้ำส้มจะพยายามชวนคุยแต่นักรบผู้เง้างอนก็สะบัดหน้าหนี เลี่ยงทำอย่างอื่นไม่สนใจ เหมือนกับว่าน้ำส้มเป็นธาตุอากาศที่เขามองไม่เห็น จวนจนเวลาดึกเขาถึงขอตัวกลับบ้าน มีเพียงคำพูดสั้น ๆ ว่า ‘ผมกลับก่อนนะ’ ทิ้งท้ายก่อนที่เขาจะจากไป



            วันถัดมา ณ บ้านแม่นักรบเวลา 18.15 น.


            “เป็นอะไรตารบทำไมมาบ้านแม่แล้วหน้าบูดบึ้งแบบนั้น” เพียงแค่นักรบเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์ เขางอนทั้งที่ไม่มีสิทธิ์งอน เมื่อเห็นผู้หญิงที่รักพูดคุยอ้อล้อกับชายอื่นด้วยความระรื่น แต่เธอก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น จึงได้แต่มีอาการงอนตามที่เห็นแบบนี้เท่านั้น


            “เปล่าครับ ผมก็ปกติดี” เขาปฏิเสธทั้งที่สีหน้ามันชัดเจนตามที่ผู้เป็นแม่เห็น


            “ปกติมากค่ะพี่ชายขา ทำหน้าอย่างกับอึ่งท้องอืดงั้นแหละ” เอมอรผู้เป็นน้องสาวเดินถือจานกับข้าวเข้ามา ทันทีสายตาแรกเห็นใบหน้าพี่ชาย เธอก็ทักท้วงสำทับผู้เป็นแม่


            “อึ่งบ้านแกสิหล่อขนาดนี้” เขาตอบโต้เมื่อถูกทักท้วงไม่ดีนัก ขัดแย้งกับความหล่อเหลาที่เขามั่นใจ


            “ใครบอกพี่เนี่ย มั่นหน้ามั่นโหนกมาก” เอมอรถึงกับกลอกสายตามองบน ทรุดตัวนั่งลงเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มเจื่อน


            “พูดไปเมื่อกี้นี่ไง หูตึงเหรอยัยอร” นักรบตอบกลับพร้อมใช้ส้อมจิ้มคะน้าผัดน้ำมันหอยเข้าปาก


            “โตป่านนี้แล้วยังทะเลาะกันเป็นเด็กอีก พอ ๆ เลิกเถียงกันได้แล้วลูก นักรบก็หยุดแกล้งน้อง” คนเป็นแม่พูดแทรกเมื่อลูกทั้งสองต่อปากกันอย่างกับเด็กน้อยวัยสามขวบ


            “พี่รบนั่นแหละกวนอรก่อน” ผู้เป็นน้องสาวก็ยังต่อปากไม่หยุดหย่อน


            “พอทั้งคู่นั่นแหละ” จนแม่ต้องปราม เมื่อเห็นลูกชายคนโตกำลังอ้าปากสาวความต่อ “แล้วก็เลิกทำหน้าแบบนั้นสักทีตารบ...อย่างกับงอนใครงั้นแหละ” อาการทางสีหน้าของนักรบที่ยังบึ้งตึง จนผู้เป็นแม่อดไม่ได้ต้องทักท้วงทีเล่นทีจริง


            “งอนใครอะไร? ไม่มี๊!!!” คำพูดของแม่ทำให้นักรบคืนสติ เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สูงลิ่วทะลุดาดฟ้า จนทำให้คนในครอบครัวต้องขบขัน


            “เสียงสูงยิ่งกว่าเสาไฟฟ้าแรงสูง” เอมอรแซวพี่ชาย


            “เลิกวุ่นวายกับหน้าอันหล่อเหลาของพี่ได้แล้ว” นักรบต้องรีบบ่ายเบี่ยง


            “เหอะ” เอมอรยกยิ้มพลางส่ายหัวระอา เมื่อความมั่นหน้าของพี่ชายเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ


            “กินข้าวได้แล้ว เลิกกัดกันสักทีได้ไหมทั้งสองคน” ผู้เป็นพ่อที่นั่งฟังเงียบ ๆ การที่ลูกสองคนที่โตเป็นหนุ่มสาว แต่ยังชอบพูดหยอกล้อกัน ไม่ได้ทำให้พ่อปวดหัวแต่กับมีความสุขและเป็นสีสันของบ้านเสียมากกว่า แต่ต้องปรามเมื่อถึงยามทานอาหาร


            เมื่อสงบศึกพี่น้องลงได้ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็คลี่คลาย กลายเป็นความเงียบที่ต่างคนต่างกินอาหาร จนเวลาเลยผ่านไปทำให้นักรบเอ่ยบางอย่างขึ้น


            “เออยัยอรแกรู้ยังอะว่าลูกสาวเพื่อนแกป่วยเข้าโรงพยาบาล”


            “เพื่อนคนไหน?”


            “น้องมะนาวไง”


            “มะนาว!? แล้วตอนนี้เป็นไงบ้าง พี่รู้ได้ไงว่ามะนาวไม่สบาย แล้ว แล้ว แล้วอยู่โรงพยาบาลไหน เป็นอะไรมากไหม”


            บุคคลที่พี่ชายเอ่ยขึ้นทำให้เอมอรตกใจจนวางช้อนกระแทกกับจานเสียงดัง เธอดีดตัวลุกยืนด้วยสีหน้าตระหนก นึกห่วงเด็กน้อยตัวกลมอันเป็นที่รัก ต้องรัวคำถามใส่พี่ชายจนฟังแทบไม่ทัน นักรบได้แต่อ้าปากหวอมองน้องสาวที่ยืนสูงท่วมหัว


            “เฮ้ย! พอ...จะให้พี่ตอบคำถามไหนแกก่อนดี ถามซะรัวเลยใครจะฟังทันวะ” เมื่อเห็นน้องสาวสาดคำถามไฟแลบ เขาจึงรีบทักท้วงทันที นั่นจึงทำให้น้องสาวหยุด เอมอรสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วจึงหย่อนก้นนั่งลง เมื่อพี่ชายออกแรงดึงแขน


            “ก็อรห่วงมะนาว แล้วนี่เป็นไงบ้าง อาการหนักไหมพี่รบ”


            “ไม่หนักหรอกกินเยอะอาหารไม่ย่อยแล้วปวดท้องน่ะ”


            “จะตายเพราะกินจุแล้วมะนาวเอ๊ย”



    คล้ายกับเรื่องLove at first sight ปิ๊งรักยัยสวยเวอร์ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786