นางโจรปล้นรัก.........ตอนที่ 13
ช่อชบากับปกรณ์หัวเราะเสียงดังเมื่อลูกสาวมาเล่าให้ฟังว่า อนิรุทธ์ให้เงินมาสามหมื่นเพื่อใช้จ่ายตามใจชอบ กวินนิตานั้นกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างพอใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแสดงว่าแผนที่วางไว้ได้ผล
“แสดงว่าเขาต้องเอนเอียงมาทางลูกสาวของแม่มากๆแล้วแน่ ไม่อย่างนั้นไม่ให้เงินใช้หรอก” ช่อชบาพูดอย่างดีใจ
“ใช่ ว่าแต่แบ่งให้พ่อไปทำทุนสักหมื่นได้ไหม นิต้า” ปกรณ์กะลิ้มกะเหลี่ยตาวาวทันที
“ไม่ค่ะ หนูให้พ่อได้แค่ห้าพันเท่านั้น”
“แกจะงกกับพ่อเชียวเหรอ นิต้า” ปกรณ์พูดอย่างไม่พอใจ
“หนูไม่ได้งกนะพ่อ แต่ถ้าให้พ่อก็เอาไปบ่อนหมด หนูให้ได้เท่าที่บอกจะเอาไหมล่ะ”
“เอามาสิ” ปกรณ์ตอบทันทีได้แค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่ได้สักบาท
นภัสยืนฟังสามคนพ่อแม่ลูกคุยกันเล็กน้อยแล้วเดินเลี่ยงตรงนั้นออกมาเงียบๆไม่อยากวุ่นวายกับสามคนนี้มากนัก
“นี่ ฟ้า” กวินนิตาเรียกก่อนที่ญาติผู้พี่จะเดินเลี่ยงออกไปนภัสลอบถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะหันมาเผชิญหน้า
“มีอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“รู้ไหมว่าวันนี้คุณอนิรุทธ์ให้เงินฉันมาใช้ด้วยนะ” กวินนิตาคุย ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างดีใจ
“รู้ ก็เธอเพิ่งบอกนี่ไง”
“รู้ไหมว่ามันหมายความว่าอย่างไรมันหมายความว่าเขาชอบฉันแล้ว” กวินนิตาพูดอย่างมั่นใจ
“ก็ดีแล้ว แบบนี้เธอก็คงหาทางเอาโฉนดมาคืนฉันได้แล้วสินะ” นภัสเข้าเื่สำคัญทันที
“รู้แล้วน่า” คนฟังทำสีหน้าเบื่อออกมาทันทีเช่นกัน
“ฉันอยากได้โฉนดบ้านคืนเร็วที่สุด” นภัสย้ำก่อนที่จะเดินจากไปเงียบๆ ในขณะที่กวินนิตาเบ้ปากอย่างหมั่นไส้
“ไม่รู้ว่ามันอยากได้คืนอะไรนักหนาบ้านก็โทรมจนไม่รู้จะโทรมอย่างไรแล้วแม่ว่าแกรีบทำคะแนนแล้วเอาไอ้โฉนดนั่นมาคืนมันเถอะ แล้วเราก็จะได้ไปอยู่ที่อื่นกัน บอกตรงๆ แม่เบื่อที่นี่เต็มทีแล้ว” ช่อชบาพูดกับลูกสาวด้วยท่าทางที่ดูโลภมากขึ้นกว่าเมื่อเมื่อกี้หลายเท่า
คุณหญิงอนุชนารถเดินนำหน้าหลานชายเข้ามาในบริษัทด้วยท่าทางที่สง่างาม พนักงานหลายคนใเพราะไม่คิดว่าท่านจะมา แต่ก็ยกมือไว้คุณหญิงอย่างนอบน้อมเพราะรู้จักท่านเป็อย่างดี
อนิรุทธ์มองบรรยากาศรอบตัวด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความพอใจ ั้แ่เข้ามาเขาเห็นพนักงานตั้งใจทำงานอาจจะมีพูดคุยกันในเวลางานบ้าง แต่ไม่ได้น่าเกลียดจนถึงขั้นรับไม่ได้ คุณหญิงและหลานชายเดินมาหยุดที่หน้าห้องของผู้จัดการ
อนิรุทธ์เคาะประตูสองครั้ง ก่อนที่จะเปิดประตูให้คุณหญิงเดินเข้าไปก่อนแล้วตัวเองเดินตามมาทีหลัง คุณวิชาเงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้าพร้อมทั้งมองผู้มาเยือนอย่างใเล็กน้อยก่อนที่จะยกมือไหว้คุณหญิงอย่างนอบน้อม
ต่างกับเลขาที่ยืนนิ่งราวกับถูกสาปเมื่อเห็นผู้ชายที่คิดว่าจะไม่ได้พบกันอีกเข้ามาด้วยเธอยกมือไหว้คุณหญิงราวกับหุ่นยนต์ โลกนี้มันช่างกลมแสนกลมแคบแสนแคบเหลือเกินเพราะทั้งคู่พบกันอีกครั้งในเวลาห่างกันไม่กี่วัน
อนิรุทธ์ใเพราะคาดไม่ถึงว่า จะได้พบผู้หญิงที่รบกวนความคิดของตนมาั้แ่กลับมาบ้าน ไม่คิดเลยว่าจะเธอจะอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายจมูก
“ขอโทษนะ ที่มาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า” คุณหญิงเอ่ยขึ้นมาก่อนเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังทำงานอยู่
“ไม่เป็ไร มิได้ครับ คุณหญิง”
“วันนี้ฉันพาหลานชายมาด้วยจะว่าไปเขานี่แหละเป็เ้าของตัวจริงของที่นี่” คุณหญิงยิ้ม คำพูดของคุณหญิงอนุชนารถยิ่งทำให้นภัสอยากจะหายตัวไปเสียจากตรงนี้ทันทีทันใด คำว่าเ้าของตัวจริงทำให้เธอกังวลใจ
“คุณอนิรุทธ์หรือครับ ผมไม่ได้พบเสียนาน” วิชาพูดออกมาน้ำเสียงชื่นชมอยู่ในที
เขารู้ว่าว่าผู้ชายตรงหน้าเป็คนที่ทำงานเก่งมากั้แ่มารับ่งานต่อจากบิดา สาขาที่ต่างประเทศสามารถสร้างกำไรให้บริษัทเพิ่มขึ้นเป็สองเท่าใน่สองปีแรกและมันเพิ่มมาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้
“ผมจำได้ว่าเคยพบคุณลุงมาแล้วแต่นานมาก” อนิรุทธ์ทักทายด้วยรอยยิ้มท่าทางของเขาสุภาพและนิ่งมากต่างจากตอนที่ถูกจับตัวราวกับคนละคน
“นานมากแล้วครับ” วิชาพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน
“คุณหญิงเชิญนั่งก่อนครับ” วิชาเดินมาที่โซฟารับแขกผายมือเชิญคุณหญิงให้นั่งลง คุณหญิงยิ้มให้กับคุณวิชาอย่างเป็กันเอง
“ฟ้า ฟ้า” เสียงเ้านายที่เรียกทำให้นภัสได้สติหันมาทางเ้านายเพื่อรอฟังคำสั่ง
“เดี๋ยวขอกาแฟสองแก้วสำหรับคุณหญิงและคุณอริรุทธ์นะ” วิชาบอก
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำแล้วเดินออกไปเงียบๆ ในขณะที่อนิรุทธ์มองตามไปสายตาของเขามองเธออย่างจับผิด
“เธอเป็เลขาของคุณหรือครับ” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นว่านภัสเดินออกไปจากห้องแล้ว
“ครับ นภัสเลขาคู่ใจของผมเลยนะ ทำงานเก่งและน่ารักมาก” วิชาเอ่ยชมจากใจจริง
“ลองคุณวิชาชมแบบนี้แสดงว่าหนูนภัสนั้นดีจริงยายเองเคยเจอสองสามครั้งแต่ประทับใจนะ เป็ผู้หญิงที่เรียบร้อยและน่ารักดี ” คุณหญิงเอ่ยชมบ้าง ท่านเคยพบนภัสสองสามครั้งตอนที่มาบริษัท และหญิงสาวดูแลท่านดีมาก
“ผมคุ้นๆ หน้าเหมือนเคยเห็นเมื่อไม่นานมานี้เองนะครับ” อนิรุทธ์บอกเสียงเรียบ แต่แววตานั้นดูมีประกายบางอย่าง
“คงจะเคยเจอกันแบบผ่านๆ หรือเปล่า” คุณหญิงพูดออกมาเบาๆ
“น่าจะอย่างนั้นครับ” เขาตอบสั้นๆ มีเื่ต้องคิดอยู่มากในตอนนี้
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสามคนจะพูดอะไรกันต่อนภัสเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานของเ้านายอีกครั้งพร้อมทั้งกาแฟที่อยู่ในชุดกาแฟสุดหรู หญิงสาวเสิร์ฟให้กับทั้งสองคนด้วยท่าทางสงบนิ่งแต่ใจนั้นกระวนกระวายเป็ที่สุด
“ผมอยากเดินชมบริษัทครับแม่จ๋าเป็สิบปีแล้วที่ไม่ได้เข้ามาเลย” อนิรุทธ์บอกความ้าของตัวเองกับคุณยายของพร้อมรอยยิ้ม คุณหญิงพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ
“หนูนภัส ฉันขอแรงหนูพาหลานชายฉันเดินชมรอบๆหน่อยได้ไหม” คุณหญิงหันมาถามหญิงสาวที่ยืนสงบนิ่งน้ำเสียงอ่อนโยน หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อย ในขณะที่คนตัวใหญ่นั้นลอบยิ้มอย่างพอใจ เพราะมันจะทำให้เขาได้อยู่กับเธอตามลำพัง
“ค่ะ คุณหญิง” หญิงสาวรับปากอย่างเสียมิได้ ทั้งๆที่ตอนนี้เธออยากอยู่ห่างๆจากเขามากที่สุด
“ขอยืมตัวเลขาของคุณให้หลานชายของฉันสักพักนะคุณวิชา” คุณหญิงหันมาพูดกับวิชาอย่างเป็กันเอง
“ด้วยความยินดีครับคุณหญิง รับรองว่านภัสจะไม่ทำให้ผิดหวัง” วิชาพูดออกมาอย่างมั่นใจ ในขณะที่คนฟังอยากจะร้องให้ต่างจากอนิรุทธ์ที่ลอบยิ้มอย่างพอใจ
นภัสเดินนำหน้าพร้อมทั้งบรรยายถึงที่ตั้งของแผนกต่างๆ แต่ดูเหมือนว่าคนฟังจะไม่ได้สนใจในสิ่งที่อธิบายเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือเธอต่างหาก
“ชั้นนี้เป็ชั้นที่สี่และเราเดินชมส่วนของด้านการตลาดหมดแล้ว ต่อไปจะเป็แผนกบัญชีนะคะ เราต้องไปที่ชั้นสาม” หญิงสาวบอกพร้อมทั้งเดินนำเขามาที่บันไดทางลงด้วยท่าทางสงบ
“ผมอยากใช้ลิฟต์” เขาพูดเสียงเข้ม
“แต่ว่ามันแค่ชั้นเดียวเท่านั้นนะคะมันจะเป็การสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็” เธอแย้ง
“ถึงอย่างนั้นผมก็้าใช้ลิฟต์” เขายังคงยืนยันความ้าของตัวเอง
นภัสถอนหายใจก่อนที่จะเดินไปที่ลิฟต์ตามที่เขา้าโดยที่ไม่พูดอะไร ทันทีที่เข้าไปในลิฟต์ชายหนุ่มก็จัดการกดให้มันหยุดทำงานทันที เพื่อที่จะให้ได้อยู่กันตามลำพัง หญิงสาวมองการกระทำของเขาอย่างใ
“คุณ้าจะทำอะไรคะ คุณอนิรุทธ์” หญิงสาวเรียกชื่อเขาด้วยท่าทางสงบแต่ใจกำลังสั่นเพราะเริ่มกลัว
“้าจะคุยกับคุณตามลำพัง โฉมงาม ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่จริงจังอะไรมากนัก
“แต่เราควรจะไปคุยกันที่อื่น คุยในนี้ไม่เหมาะหรอกค่ะ อีกอย่างฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงเื่อะไร ชื่อดิฉันคือนภัสไม่ใช่โฉมงาม” หญิงสาวพยายามหาทางเอาตัวรอด
“ท่าทางคุณกลัวผมนะ”
“เปล่าค่ะแต่คุยในนี้ไม่เหมาะจริงๆ” หญิงสาวยืนยัน
“ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่นะและอย่ามาเล่นมุกว่าผมจำคนผิดนะ โฉมงาม ถึงผมจะหล่อมากแต่ไม่โง่ ผมจำไม่ผิดแน่คุณคือแม่โจรสาวเสียงหวานคนสวยคนนั้น” เขาพูดออกมาอย่างมั่นใจ
“ฉันว่าเราควรจะออกจากลิฟต์ได้แล้วค่ะ”นภัสพยายามตัดบทพร้อมทั้งทำท่าจะกดลิฟต์ให้มันทำงานปกติ แต่ถูกรวบตัวเข้าไปปะทะกับร่างที่แข็งแกร่งซึ่งเขาจงใจให้มันเป็อย่างนั้น
“คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ” นภัสพูดเสียงเครียด
“ปล่อยนะปล่อยแน่ แต่ว่าตอนนี้ก่อนปล่อยขอทำแบบนี้ก่อนนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ก้มลงหอมแก้มเธอแรงๆใบหน้าหวานเบี้ยวไปตามแรงหอม นภัสเงยหน้ามองผู้ชายตัวใหญ่ที่บังอาจรังแกอย่างโมโห ก่อนที่จะตบเข้าไปที่แก้มของเขาอย่างแรง
“ไอ้คนทุเรศ”
“แบบนี้แหละโฉมงาม แรงฝ่ามือนี่คงที่มาก” เขาลอยหน้าลอยตากวน
“คุณนี่ มันไม่สำนึกเลยนะ”
“ก็คนมันคิดถึงไงคิดถึงมันก็ต้องทำแบบนี้ ผมไม่จูบปากนี่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว” เขาพูดหน้าตาย
“คุณนี่มัน ทุเรศที่สุด”
“ผมพูดเื่จริงรู้ไหมว่าผมเป็ห่วงคุณมากแค่ไหนั้แ่ที่เราจากกัน เรามีเื่ต้องคุยกันยาวโฉมงามและคุณต้องอธิบายเื่ต่างๆ มาให้ผมฟังทั้งหมด”
“คุณพูดเื่อะไร ฉันไม่เข้าใจ” นภัสพยายามบ่ายเบี่ยงไม่พูดถึงเื่ที่ผ่านมา
“คุณรู้ดีว่าเื่อะไรอย่ามาทำเป็แกล้งโง่ดีกว่า” อนิรุทธ์พูดพร้อมทั้งจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างค้นหา
“เราต้องออกไปจากที่นี่ตอนนี้” หญิงสาวบอกถึงความ้าทันทีโดยไม่สนว่าเขาจะยอมหรือไม่
“เรามีเื่ต้องคุยกันยาว โฉมงาม”
“แต่ไม่ใช่ตอนนี้” เธอยังคงยืนยันคำเดิมพร้อมทั้งใช้มือกดสวิตช์เปิดลิฟต์เมื่อประตูเปิดก็รีบเดินออกมาทันที
“ผมไม่ปล่อยคุณแน่ โฉมงาม คุณหนีผมไปได้ไม่นานหรอก” ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ
--------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
