ตอนที่3
ภายในมิติที่มีพื้นที่เพียงแค่ 5 ไหล(ไร่)มันไม่เช่นเพียงพื้นที่โล่งกว้างอย่างเช่นหลิงหรงคาดการเอาไว้ในตอนแรก แต่ภายในมิตินั้นมีการจัดสรรแบ่งสัดส่วนไว้เป็อย่างดีมันมีทั้งแปลงผัก สมุนไพร กระท่อมหลังน้อยและด้านหลังของกระท่อมยังมีสระน้ำกว้างประมาณ 2 จิ้ง(ประมาณ 6.6 เมตร)ไม่ใหญ่นัก แต่สีของน้ำเป็สีฟ้าใสจนสามารถมองเห็นก้นของบ่อได้เลยที่เดียว
อีกทั้งกลางสระน้ำขนาดเล็กนี้ยังมีดอกเหลียนฮวา(ดอกบัว)สีฟ้าขาวแปลกตาอีกด้วย เมื่อหลิงหรงได้เข้ามาภายในมิตินางก็ไม่รอช้าเดินสำรวจไปรอบพื้นที่ของนาง จนกระทั่งนางเห็นทุกสิ่งที่มีอยู่ภายในมิติของตนเองแล้วนางก็เดินกลับมายังกระท่อมหลังน้อยของนางอีกครั้งเพราะจนกว่าจะเดินสำรวจจนทั่วก็งานหนักเอาการอยู่พอสมควรเลยทีเดียว
“แหะๆ เฮ้อ…เหนื่อยเป็บ้าเลย”หลิงหรงพึมพำอยู่คนเดียวหลังจากได้หย่อนก้นของตนลงยังชานระเบียงกระท่อม เพราะความตื่นเต้นที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่หลิงหรงพอเข้ามาภายในมิติแล้วนางก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงออกตัวเดินสำรวจไปทั่วมิติโดยที่ไม่พูดกับใครสักคำจนกระทั่งสำรวจจนพอใจแล้วจึงมานั่งเหนื่อยหอบเช่นนี้อย่างไรเล่า
“นายหญิงเหนื่อยหรือไม่เ้าคะ น้ำเ้าค่ะ…”
“ขอบใจ…อึก อึก อึก”หลิงหรงไม่แม้แต่จะมองไปยังคนที่นำน้ำมาให้นางดื่มด้วยซ้ำว่าเป็ใคร นางก็ยกน้ำขึ้นดื่มอย่างกระหายก่อนจะรู้สึกว่าตนเองนั้นหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งแล้วในตอนนี้
“โอ้น้ำของเ้าช่างวิเศษนัก เอ๊ะ!…น่าร๊ากกกก”หลิงหรงหันกลับไปมองคนที่นำน้ำมาให้นางก็เป็อันต้องใ เพราะสิ่งที่นางเห็นนั้นคือหญิงสาวตัวเล็กมีปีกผีเสื้อด้านหลัง ชุดที่ใส่ก็เป็ใบไม้ดอกไม้เล็กประดับอยู่มันทำให้ดูน่ารักไปหมดสำหรับนาง ก่อนที่หลิงหรงจะยื่นมือออกไปเพื่อจะจับเข้ามามองใกล้ๆแต่ก็ทำได้เพียงทะลุผ่านร่างกายเล็กๆนั้นไป
“อ๊ะ ทำไมข้าถึงจับเ้าไม่ได้ล่ะ?”หลิงหรงถามออกไปด้วยความเสียดาย
“ขออภัยด้วยเ้าค่ะ ข้าเป็เพียงภูติที่มีเพียงจิติญญาหาได้มีกายหยาบเ้าค่ะท่านถึงจับข้ามิได้ ข้ายินดีที่ได้พบท่านผู้มิติพฤกษาแห่งนี้ ข้ามีนามว่า หลิง นับแต่นี้เป็ต้นไปจะมาเป็คนช่วยดูแลทุกอย่างภายในมิตินี้ให้ท่านเอง หากนายหญิง้าจะรู้สิ่งใดภายในมิตินี้หรือ้าสิ่งใดท่านสามารถสั่งผ่านข้าได้เลย ข้าจะจัดการทุกอย่างภายในมิตินี้ให้ท่านเองเ้าค่ะ”ภูติน้อยนามว่าหลิงกล่าวออกมาอย่างภูมิใจและหนักแน่นให้หลิงหรงได้เชื่อมั่นในตนเอง
“อ่า เช่นนั้นรึ เช่นนั้นข้าอยากรู้ว่าภายในมิตินี้สามารถทำให้ข้าแข็งแกร่งได้อย่างไรและมันดีเช่นไรนอกจากเอาไว้หลบภัยตามที่ข้าได้ขอมาหลิงน้อย?”
“ภายในมิตินี้ท่านต้องรู้ไว้ก่อนว่าภายในนี้นั้นมีพลังธรรมชาติหนาแน่นกว่าที่ใดในโลกนี้ อีกทั้งภายในนี้ยังมีสมุนไพรหายาก ผักลมปราณ ผลไม้ปราณ และที่สำคัญสระน้ำหลังกระท่อมแห่งนี้ยังเป็น้ำฟ้าประทานที่สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกาย คืนความสดชื้น สามารถนำไปเป็ส่วนผสมในการหลอมโอสถได้จะทำให้ความบริสุทธิ์ของเม็ดยามีมากขึ้นและยังความพิเศษอีกมากมายนัก แล้วในมิติแห่งนี้ยังมีเวลาที่เดินเร็วกว่าด้านนอกอีกด้วยซึ่งส่วนระยะเวลานั้นขึ้นอยู่ที่ระดับลมปราณของท่านด้วยเช่นเดียวกับขนาดของพื้นที่ของมิติเ้าค่ะ และตอนนี้ 7 วันในนี้เท่ากับ 1 วันภายนอกเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรึ อือ…แล้วข้าจะฝึกลมปราณได้อย่างไร?”หลิงหรงเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะในความจำของร่างเก่านั้นไม่มีเื่เกี่ยวกับพวกนี้เลยมันมีเพียงความจำเกี่ยวกับสมุนไพรที่มีค่าที่ครอบครัวนางเคยหาไปขายและเื่ผิวเผินอย่างเช่น ระดับลมปราณ ระดับโอสถ ระดับสัตว์อสูรอะไรประมาณนั้นแต่ก็เป็เพียงความรู้ทั่วไปที่ใครๆก็รู้เท่านั้น แต่สำหรับวิธีการฝึกฝนนั้นมีความรู้เป็ศูนย์เลยก็ว่าได้
ซึ่งเื่นี้หลิงหรงก็พอเข้าใจเพราะครอบครัวที่ร่างเก่านี้อยู่อาศัยนั้นเป็เพียงครอบครัวชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น และการจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์หรือใช้พลังธาตุได้นั้นต้องผ่านการปลุกพลังเสียก่อน ซึ่งนั่นมันก็เกินกำลังของชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำอดมื้อกินมื้อเช่นครอบครัวของร่างเก่าอยู่แน่นอน หลิงหรงคิดได้ดังนั้นก็ได้แต่รู้สึกสงสารเ้าของร่างเก่ายิ่งนักแม้จะรู้ว่าเป็ตนเองในภพนี้ก็ตาม
เฮ้อ~~~~~
“นายหญิงท่านอย่าได้กังวลหรือคิดอันใดให้มากเลยเ้าค่ะ เพราะเื่พวกนี้สองตัวนั่นจะเป็ผู้ที่จะช่วยเหลือท่านเอง แม้ทั้งสองจะไม่ใช่มนุษย์เช่นท่านแต่พวกเขาทั้งสองสามารถทำให้ท่านแข็งแกร่งราวกับปีศาจได้แน่นอน และต่อให้ท่านอ่อนแอเช่นนี้ทั้งสองก็สามารถที่ปกป้องท่านได้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ”ภูติน้อยกล่าวอย่างมั่นใจ
“แน่นอน นั่นเป็หน้าที่ของพวกข้าทั้งสอง ท่านก็อย่าได้กังวลใจไปเลยยามนี้ท่านควรที่จะพักพื้นร่างกายให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมที่จะรับการฝึกฝนอันหนักหน่วงในวันข้างหน้าดีกว่า ยามนี้ต่อให้มีสิ่งวิเศษในที่แห่งนี้มากมายในการฟื้นฟูท่านได้แต่เื่นี้ควรให้เวลาแก่มัน”เฮยเซ่อกล่าวขึ้นหลังจากติดตามหลิงหรงเงียบๆนาน
“ใช่แล้ว ยามนี้ท่านควรเข้าไปพักผ่อนในกระท่อมนี้ก่อน เพราะการเริ่มรีบเกินไปก็ใช่จะเป็ผลดีควรมั่นคงสิแน่นอน ร่างกายนี้แม้จะได้รับการฟื้นฟูบ้างแล้วแต่ข้าก็ยังไม่ได้ซ่อมแซมส่วนสำคัญของร่างกายนี้เลย เอาเป็ว่ายามนี้ท่านเข้าไปพักผ่อนก่อนเช้าวันใหม่ข้าจะทำการรักษาท่านให้และเฮยเซ่อจะทำการฝึกร่างกายให้ท่านเสียก่อน ส่วนเื่ฝึกปราณหรือปลุกพลังไว้ค่อยทำทีหลัง หลังจากพลังกายของท่านแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว…”ไป๋เซ่อกล่าวเสริมอีกครั้ง
หลิงหรงที่ได้ยินก็ยอมทำตามแต่โดยดีไม่ถามสิ่งใดอีก อย่างไรแล้วยามนี้นางก็เริ่มอ่อนล้าเต็มทีแล้วเช่นกันแม้จะพึ่งตื่นขึ้นมาหรือได้รับน้ำที่กินแล้วสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม ทว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่การพักผ่อนในยามนี้ก็เป็สิ่งดีที่สุดสำหรับนางแล้วในยามนี้ หลิงหรงคิดเช่นนั้นนะ….
“อือ ข้าขอเข้าไปนอนก่อนนะ…”หลิงหรงกล่าวจบก็เกิดอาการง่วงนอนขึ้นมาเสียอย่างนั้นจึงรีบเข้าไปในกระท่อมพร้อมกับทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วหลับไปอย่างง่ายดาย
นี่ไม่ใช่เพราะเหตุผลกลใดแต่นี่คือฝีมือของเฮยเซ่อที่เป็ผู้กระทำให้หลิงหรงหลับไปนั่นเอง และทั้งหลิงและไป๋เซ่อก็รู้ด้วยเช่นกันว่าเฮยเซ่อเป็คนลงมือทำ
“มีสิ่งใด เหตุใดเ้าถึงทำในนางต้องหลับอีกเล่า ตามจริงแล้วให้ข้ารักษานางตอนนี้เลยก็ยังได้?”ไป๋เซ่อเอ่ยถามเฮยเซ่ออย่างไม่เข้าใจ
“เพราะสิ่งนั้นในตัวของนางใช่หรือไม่?”หลิงน้อยเอ่ย
“หากเ้าหมายถึงเ้าขลุ่ยนั่นละก็ ข้าก็คงต้องบอกว่าใช่แต่ก็ไม่ทั้งหมด เ้าขลุ่ยนั่นมันรู้ว่านางกลับมาแล้วจึงพยายามทำลายผนึกออกมา แต่ตอนนี้ร่างกายของนางคงทนรับพลังของมันไม่ได้เป็แน่และสิ่งที่ทำให้เห็นได้ชัดเจนคือการที่นางนอนหลับลึกขนาดนั้นทั้งๆที่ข้าทำให้นางง่วงเท่านั้นแต่นางจะหลับหรือไม่นั้นก็เป็นางที่เลือกได้ แต่เพราะพลังของเ้าขลุ่ยนั้นเล็ดลอดออกมาอย่างไรเล่าถึงทำให้นางหลับลงอย่างง่ายดายเช่นนี้”เฮยเซ่อตอบ
“แล้วเราจะต้องทำเช่นไรในเมื่อพวกเราเข้าใกล้มันไม่ได้เช่นกัน?”ไป๋เซ่อเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะมันเองก็เคยเจอฤทธิ์เดชของเ้าขลุ่ยที่ว่านี้มาแล้วเช่นกัน และมันทำให้เ้าตัวหลับไปนานเป็เดือนเลยทีเดียว
“เื่นี้เ้าไม่ต้องกังวลประเดี๋ยวข้าจะไปทำให้มันหลับใหลไปอีกครั้งก่อนก็แล้วกัน ส่วนพวกเ้าทั้งสองก็ไปเอาแกนิญญาของนางมาก่อนก็แล้วกันพรุ่งนี้จะได้เริ่มรักษานางกัน อย่างไรก็ระวังตัวด้วยเล่า”หลิงน้อยกล่าว
เมื่อทั้งสามตกลงกันได้ก็พากันแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตัวเองทันที หลิงน้อยไปจัดการกับเ้าขลุ่ยจอมเอาแต่ใจส่วนไป๋เซ่อและเฮยเซ่อก็ไปเอาแกนิญญาของหลิงหรงที่ถูกผนึกไว้ใต้ส่วนลึกของมหาสมุทรอสูรในโลกภายนอก ทั้งสามจากไปปล่อยให้หลิงหรงหลับอย่างสบายภายในกระท่อมหลังน้อยเพียงคนเดียวตามลำพัง โดยที่ทั้งสามไม่รู้เลยว่าเ้าขลุ่ยจอมมีปัญหานั่นได้ส่งพลังบางส่วนของมันมากระตุ้นพลังลับภายในกายของหลิงหรงเข้าให้เสียแล้ว….
.
.
.
3 วันผ่านไป
ร่างบางที่ทั้งสามต่างคิดเอาไว้ว่าจะหลับไปเพียง 1 คืนกลับมิใช่เช่นนั้นเพราะนี่ก็เข้าวันที่สามแล้วแต่ร่างบางไม่มีทีท่าว่าจะตื่นจากการหลับใหลในครั้งนี้เลย นี่ทำให้ทั้งสามที่กลับมาจากการจัดการภารกิจของตนได้แต่หัวหมุนรีบเร่งเข้าตรวจสอบหลังจากเห็นว่ามีบางอย่างที่ผิดสังเกตไป
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 วันก่อน
ทั้งสามเมื่อจัดการภารกิจของพวกตนเรียบร้อยแล้วจึงกลับมายังกระท่อมหลังน้อยอีกครั้งเพื่อที่จะดำเนินการรักษาร่างกายของเ้านายพวกตนในขั้นตอนต่อไป ยามเหม่า(05.00-06.59น.)ก็แล้ว ยามเฉิน(07.00-08.59น.)ก็แล้วหลิงหรงก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ทั้งสามจึงคิดว่าเด็กน้อยคงจะเหนื่อยล้าหรืออาจจะี้เีจะตื่นจึงยอมให้เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่
เมื่อเข้ายามอุ้ย(13.00-14.59น.)ทั้งสามที่รออยู่ก็เริ่มผิดสังเกต และเป็ไป๋เซ่อที่มีความสามารถด้านการรักษาจึงรีบเร่งเข้าตรวจสองจึงพบว่าร่างกายของหลิงหรงนั้นมีบางอย่างที่ผิดแปลกไป ทว่ามันก็ไม่ได้เป็อันตรายร้ายแรงอันใดจึงถอยออกมาเพื่อเฝ้าคอยสังเกตอาการของนางแทนโดยที่ทั้งสามก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเกิดสิ่งได้ขึ้นกันแน่จึงไม่สามารถลงมือกระทำสิ่งใดได้และทำได้เพียงรอเท่านั้น
กลับมาปัจจุบัน
“ไป๋เซ่อนางเป็เช่นไรบ้าง นางจะตื่นขึ้นมาง่ายหรือไม่?”เฮยเซ่อถาม
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ข้าไม่เคยพบเจอเื่เช่นนี้มาก่อน…แต่จะว่าไปสามวันมานี้เ้ารับรู้ถึงพลังประหลาดในกายของนางบ้างหรือไม่ อีกทั้งข้าว่าบรรยากาศภายในมิตินี้ก็มีบางอย่างเปลี่ยนไปเช่นกัน เ้าคิดเห็นเช่นไรภูติน้อยในมิตินี้เ้าย่อมรู้ทุกอย่างมิใช่หรือ?”ไป๋เซ่อกล่าวกับเฉยเซ่อในตอนแรกและหันมาถามความคิดเห็นภูติน้อยหลิงอีกที
“ใช่ มันมีบางสิ่งแปลกไป ข้ารับรู้ได้สักพักแล้วว่าภายในมิติแห่งนี้มีบางสิ่งกำลังแทรกแซงเข้ามา แต่ข้ารับรู้ได้ว่ามันไม่ได้มีเจตนาร้ายจึงได้แต่ปล่อยไป ทว่าจะเรียกว่าปล่อยก็ไม่ได้เพราะจริงๆแล้วข้าไม่สามารถขับไล่มันได้ต่างหาก….”หลิงน้อยเอ่ยอย่างสับสนเช่นกัน เพราะมันไม่เคยเจออันใดเช่นนี้มาก่อนเช่นกัน เดิมทีมันได้รับหน้าที่มาเป็ผู้ดูแลมิติแห่งนี้ตามคำสั่งฉะนั้นมันจะต้องเป็ผู้ควบคุมมิติได้ทั้งหมด หากแต่ยามนี้กลับมีบางสิ่งที่ราวกับมีอำนาจมากกว่ามันกดข่มและพยายามแทรกแซงตนตนของมันอยู่เช่นกัน
“มีบางสิ่งพยายามแทรกแซงตัวตนของเ้าใช่หรือไม่ในเมื่อมิติแห่งนี้คือตัวตนที่แท้จริงของเ้า?”เฮยเซ่อเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้
“ใช่ ทำไมรึ?”หลิงเอ่ยถามอย่างสงสัย
“อ่า ช่างยุ่งยากยิ่งนัก หลิงตอนเ้าไปจัดการผนึกเ้าขลุ่ยนั่นเ้ารู้สึกถึงสิ่งใดบ้างหรือไม่?”ไป๋เซ่อที่ได้ยินคำตอบของหลิงน้อยก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้เช่นกัน
“ไม่รู้สิทุกอย่างก็เรียบร้อยดีนะทำไมหรือ?”
“มิมีอันใดข้าแค่ถามไปเช่นนั้นแหละ พอดีข้าพึงนึกออกว่ามีวิธีทำให้หลิงหรงตื่นนะ เ้าลองเข้าไปปลุกนางดูสิในเมื่อเ้าเป็จิติญญาของมิตินี้เ้าย่อมมีวาจาที่ประกาสิทธิ์ที่สุดเชื่อข้าสิ”
“อ่า นั้นสินะประเดี๋ยวข้าจะลองดู”ภูติน้อยกล่าวจบก็ลอยเข้าไปหาร่างของหลิงหรงที่หลับอยู่ทันที และมันก็ได้ผลเมื่อเพียงหลิงน้อยเรียกให้หลิงหรงตื่นนางก็ลืมตาขึ้นมาจริงๆ ส่วนจิ้งจอกทั้งสองตัวได้แต่มองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าให้กันอย่างรับว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
ไม่ว่าใครจะไม่รับรู้สิ่งใดแต่จิ้งจอกทั้งสองตัวในยามนี้ได้กระจ่างแจ้งแก่ใจแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้น และพวกมันเมื่อเข้าใจทุกอย่างแล้วก็พยายามทำใจในผลที่จะตามมาเพราะเหตุของความเอาแต่ใจของเ้าขลุ่ยผู้ติดนายและหลงใหลในตัวของนายมันยิ่งกว่าสิ่งใด
และที่หลิงน้อยปลุกหลิงหรงได้ก็ไม่ต้องคิดให้ลำบากเลยว่าเ้าขลุ่ยนั่นพยายามทำสิ่งใด นั้นก็เพราะทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าจริงๆแล้วหลิงน้อยคือเศษเสี่ยวพลังของเ้าขลุ่ยนั่นที่ท่านเทพจับแยกออกมาตามที่เ้าขลุ่ยนั่นร้องขอแลกกับการยอมผนึกตัวตนของมันลง แต่ใครเล่าจะคิดว่านี่เป็แผนของเ้าขลุ่ยนั่นขนาดท่านเทพยังถูกเ้าขลุ่ยนั่นหลอกได้ ทั้งสองนับถือในความสามารถของเ้าขลุ่ยมันจริงๆและทั้งสองก็ไม่คิดจะขัดขวางอีกด้วย เพราะนี่ถือเป็เื่ดีสำหรับเ้านายของมันอย่างแน่นอน…
ที่ทั้งสองกังวลในตอนแรกเพียงเพราะเป็ห่วงเ้านายของมันเท่านั้น เพราะทั้งสองกลัวว่าร่างกายนี้จะไม่สามารถรองรับพลังของเ้าขลุ่ยนั้นเอาไว้ได้ แต่หากเป็การแทรกแซงพลังของมันและค่อยทักทอสายใยปราณ กระดูก เืและกล้ามเนื้อผ่านการจำศีลของมันภายในร่างกายของหลิงหรงในครั้งนี้ก็นับว่าได้ผลดียิ่งกว่าผลเสียแน่นอนทั้งสองได้แต่คิดต่อในใจ
“นี่เ้าแล้วรึ?”หลิงหรงตื่นขึ้นมาก็เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นทั้งสามมองมาที่นาง
“ใช่ ท่านไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถิดจะได้สดชื่น แล้วหลังจากนั้นเราจะได้ทำการรักษาให้เสร็จสิ้นเสียที”ไป๋เซ่อกล่าวขึ้นและไม่ยอมพูดถึงเื่ที่นางหลับไปนานกว่าสามวันอีกด้วย
“อือ ดีเช่นกันเพราะตอนนี้ข้าก็รู้สึกอยากจะอาบน้ำล้างหน้าเช่นกัน…”กล่าวจบหลิงหรงก็เดินออกไปยังด้านนอกกระท่อมเพื่อไปจัดการกับตัวเองทันที
ยามเซิน(15.00-16.59น.)
บัดนี้ทั้งสี่ก็เตรียมพร้อมที่จะทำการรักษาหลิงหรงแล้ว ซึ่งทั้งหมดออกมาทำการรักษาบริเวณทุ่งกว่างโล่งเพื่อที่หลิงหรงจะสามารถดึงเอาพลังธรรมชาติได้มากที่สุด
“ท่านพร้อมแล้วใช่หรือไม่”ไป๋เซ่อเอ่ยถามหลิงหรง
“อือ ข้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเถอะข้าอยากแข็งแกร่งเร็วๆเราจะได้ออกไปท่องโลกกว้างกัน…”หลิงหรงกล่าวจบก็นั่งลงบนพื้นในท่านั่งขัดสมาธิทันทีก่อนจะหลับตาลง
“เช่นนั้นก็เริ่มกัน แต่ท่านจงจำไว้ไม่ว่าจะทรมานเพียงใดจงตั้งสติเอาไว้เพราะหากท่านหมดสติไปทุกอย่างจะล้มเหลวแล้วท่านก็จะกลายเป็คนไร้พลังทุกสิ่งไปตลอดกาล และร่างกายของท่านก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเข้าใจหรือไม่ขอรับ?”ไป๋เซ่อถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“อือ…”หลิงหรงตอบเพียงเท่านั้นก็เริ่มรวบรวมสมาธิทันที แต่เพียงนางนิ่งไปเฮยเซ่อก็ใช่เล็บอันแหลมคมของมันกรีดลงตรงกลางอกของนางทันที
หลิงหรงที่พอรู้ขั้นตอนทุกอย่างแล้วก็พยายามอดทนอดกลั่นอย่างสุดความสามารถ อย่างไรนางก็เป็เพียงสตรีธรรมดาๆคนหนึ่งในความคิดของนางแล้วนางจะอดทนได้นานสักเท่าใดกันเชียว แต่ก็ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องอันได้ความเ็ปใหม่ก็เริ่มขึ้นเมื่อไป๋เซ่อทำการแทงแกนิญญาลงกลางาแที่พึ่งเปิดใหม่นั้นในทันที
ฉึก! พรวด~~~
เพียงแกนิญญาถูกแทงลงไปยังกลางอกของหลิงหรงรอบๆตัวของนางก็ปรากฏดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ผลุดขึ้นมาจากพื้นดินด้านล่างที่นางนั่งอยู่ก่อนจะมีดอกไม้บานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดห่อหุ้มเอาร่างของหลิงหรงเข้าไปภายในดอกของมันจนกลายเป็ดอกตูมในที่สุด พร้อมกับมีเืจำนวนมากที่ค่อยๆไหลออกจากดอกไม่ดอกนั้นเช่นกัน
“ต่อจากนี้เราแค่รอเท่านั้น ข้าหวังว่าเ้าขลุ่ยนั่นจะช่วยนางได้มากกว่าที่ควรจะเป็นะในเมื่อมันยอมลงทุนเข้าไปฝังตัวจำศีลในร่างของนางขนาดนั้น”ไป๋เซ่อกล่าวขึ้น
“อือ ข้าก็หวังให้เป็เช่นนั้น…”เฮยเซ่อกล่าวทั้งๆที่สายตายังทอดมองไปยังดอกไม้ดอกนั้นไม่วางตา
ส่วนเ้าภูติน้อยนั้นยามนี้มันได้เข้าสู่ภาวะจำศีลไปพร้อมกับเ้าของมิติไปแล้วจึงไม่รับรู้ในเื่นี้ เพราะยามนี้ในมิติ้าพลังธรรมชาติที่มากมายนักมันจึงต้องจำศีลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มิตินี้คือร่างกายของมันหากมันไม่จำศีลลงในตอนนี้เป็ไปได้ว่าพลังภายในมิตินี้คงไม่อาจจะเพียงพอต่อความ้าของบุปผา์ที่กำลังรักษาหลิงหรงในตอนนี้ได้อย่างแน่นอน…..