บทที่6 :วิธีฝึกสุดโหด
เมื่อวิ่งไปได้สักพักแล้วมันเงียบเหงาเกินไปแล้ว เฉินเจียงก็คิดพิเรนอะไรไม่รู้เขาเริ่มถามหยิบก้อนหินเท่ากำปั้นมาพร้อมถาม "นักรบที่แท้จริงไม่เพียงต้องมีพละกำลังอย่างเดียวต้องมีความรู้และกลยุทธ์ด้วย เอาละ!"
"ข้ามีคำถามมาพวกเ้า ถ้าหากตอบถูกจะได้รางวัลแต่ถ้าตอบผิดก็ต้องเพิ่มน้ำหนักอีก1จินทุกครั้ง!!"ครั้งนี้เขาเพิ่มความเร็วขึ้นอีกเล็กน้อยแล้วหันไปข้างหลัง
ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงตอนที่ยังไม่มีก้อนหินในกระเป๋าพวกเขายังตามไม่ทันนับประสากันตอนมีก้อนหินหนักหลายจินอยู่บนหลัง
"คำถามแรก พวกเ้าคิดว่าการที่ข้าให้แบกก้อนหินแบบนี้ระหว่างวิ่งจะส่งผลต่อร่างกายยังไงบ้าง"ขณะวิ่งถอยหลังแต่ก็หันไปหาทั้งสี่ที่กำลังทำหน้าครุ่นคิด
พลั่นมีเสียงโผล่มาพร้อมกันซึ่งเสียงนั้นก็คือสองพี่น้องจั่วเฟินและจั่วหลิน"เพราะหากวิ่งด้วยการมีภาระร่างกายจะทำให้กระดูกและิัพัฒนาขึ้น"
ความรู้นี้เป็สิ่งธรรมดามากจนไม่รู้จะธรรมดายังไง พวกเขาหันมายิ้มให้เฉินเจียงเล็กน้อย
เฉินเจียงก็ยิ้มกลับไปไปพร้อมกล่าว"มันก็ถูกแต่ข้าตั้งใจ จะเพิ่มรากฐานร่างกายของพวกเ้าเพื่อฝึกวิชาหนึ่งนะ เอาเป็ว่ามันถูกก็แล้วกัน รางวัลในข้อนี้คือ วิชาฝึกร่างกาย'กายานักรบ' "
เขาหยิบสมุดคัมภีร์เล่มเล็กมาพร้อมโยนให้ทั้งสี่พร้อมกัน บนปกเขียนว่ากายานักรบ
ก่อนจะส่งวิชานี้ให้ใครเขาจะบันทึกมันลงในสมุดเล่มนี้ เมื่อวานตอนเขารอ เขาไม่ได้รออย่างโง่ๆอย่างเดียวแต่ใช้เวลาว่างเขียนวิชานี้ขึ้นมา ทุกอย่างในนั้นเหมือนวิชาของเฉินเจียงแต่จะสามารถฝึกได้แค่5ขั้นเท่านั้น
แต่เขาคิดจะเพิ่มระดับขั้นให้มันขึ้นเรือย อย่างน้อยมันก็เป็ประโยชน์ต่อเขา
.....
เมื่อทั้งสี่ได้รับสมุดคัมภีร์ พวกเขารีบเปิดมันออกทันทีในสมุดเล่นนี้มันเขียนข้อมูลการฝึกไว้ว่า การจะฝึกวิชานี้ได้ต้องโคจรลมปราณไปตามร่างกายพร้อมกับถูกการโจมตีจะทำให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็วเพิ่มกับความแข็งแกร่งของร่างกาย
ถึงแม้จะบอกว่าต้องถูกโจมตีแต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องโดนรุมกระทืบอย่างเดียว หากร่างกายรับภาระมากร่างกายจะพัฒนาเหมือนการออกกำลังกาย แต่วิชานี้จะเพิ่มการพัฒนาให้เร็วขึ้น
"ในที่สุดข้าก็เข้าใจสักทีที่หัวหน้าให้พวกเราแบกก้อนหินแบบนี้!"จิ๋วตี้พูดออกมาด้วยท่าทีชื่นชม
"เอาละ ยังไงหัวหน้าของพวกเราก็แข็งแกร่งแต่ลูกน้องของเขาจะอ่อนแอได้ยังไงละ อย่าให้หัวหน้าต้องผิดหวัง!!"ถั่วเฟิงพูดขึ้นมาปลุกใจทุกคน
เฉินเจียงเห็นแบบนั้นเลยพูดใส่พวกเขา"ในเมื่อถั่วเฟิงพูดดีแบบนี้แล้ว ต่อให้ยังไม่ครบ1เค่อเถอะ! แต่ก็เอาไปเพิ่มอีก5จินซะ!!"
ถึงตอนนี้พวกเขาจะรู้ว่าหัวหน้าเหมือนจะลงโทษพวกเขาแต่จริงๆก็้าฝึกพวกเราทั้งสี่ ตอนนั้นพวกเขาไม่ลังเล ทำหน้าเด็ดเดี่ยวพร้อมไปหยินก้อนหินมาเพิ่ม แล้วก็โคจรลมปราณตามวิชา กายานักรบ
....เื่ประมาณนี้ดำเนินไปเรือยๆพร้อมคำถามประเคนไปให้ทั้งสี่ แต่ก็มีตอบถูกเล็กน้อยจนเรียกได้ตอบถูกแค่ข้อแรกเลยดีกว่า เพราะคำถามของเฉินเจียงไม่ตั้งใจให้พวกเขาตอบถูกแต่ไหนจะรู้ได้ พวกเขาทำให้เพียงโทษตัวเองที่ไม่เข้าใจความเหลี่ยมของเฉินเจียง
เมื่อเห็นหน้าคนทั้งสี่ที่โทษตัวเองที่ไม่ฉลาดพอเฉินเจียงยิ้มในใจ'พวกเ้านี่น่ะ ข้าว่าต่อให้คนทั้งอาณาจักรมาก็ตอบไม่ถูกหรอกนี้เป็คำถามระดับโลกของโลกข้าเลยนะ ขนาดข้ายังไม่รู้คำตอบ'
'แต่ถึงพวกเขาจะรู้แต่คงไม่กล้าโทษข้าหรอก ยังไงพวกนั้นก็คงเข้าใจที่ข้าตั้งใจฝึกให้พวกเขา'
ซึ่งก็เป็อย่างนั้นจริงๆ ราวกับเขาอ่านใจคนได้
เมื่อผ่านไปอีก2เค่อ
จิ๋วตี้พลั่นโพลง!ออกมาอย่างแปลกใจ จนสายตาทั้ง4สงสัยมองไปที่จิ๋วตี้ เมื่อเห็นสายตาสงสัยจิ๋วตี้จึง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมกล่าว "หัวหน้า ข้าว่าข้าสำเร็จขั้นแรกของกายานักรบแล้ว!"
เมื่อจิ๋วตี้พูดมาแบบนี้แล้วเขาที่เป็หัวหน้าต้องตรวจสอบอยู่แล้ว เฉินเจียงใช้'ดวงตาตรวจสอบ'ทันที
ชื่อ:จิ๋วตี้ ระดับขั้นการบ่มเพาะ:หลอมกายาขั้น1 พลังรบ:24
อายุ:24/100ปี
พละกำลัง:1.2 ความเร็ว:1.2
ร่างกาย:1.3 ปราณ:1.2
ทักษะ:กงเล็บสุญญะ
ทักษะบ่มเพาะ:คัมภีร์พยัคฆ์สีชาต,คัมภีร์กายานักรบขั้น1
เมื่อเห็นค่าสถานะของจิ๋วตี้ดวงตาของเฉินเจียงยังสงบแต่ภายในก็แปลกใจไม่น้อยเพราะพลังแบบนี้มันเหนือกว่าขั้น2ทั่วไปแล้ว
แต่ทันใดก็เข้าใจเพราะเมื่อทะลวงผ่านระดับปราณในร่างกายจะไม่สงบทำให้ใช้ได้อย่างไม่เต็มที่และไม่คุ้นเคยกับการมากขึ้นของปราณ วิธีแก้ก็คือการต่อสู้หรือใช้ปราณอย่างสม่ำเสมอให้เหมาะกับร่างกาย
แต่เฉินเจียงที่เห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า"ขอแสดงความยินดีด้วยจิ๋วตี้ เ้าสำเร็จกายานักรบขั้น1แล้ว เ้าจะแข็งแกร่งกว่าคนในระดับเดียวกัน ซึ่งค่อนค้างมากจนสามารถสู้เหนือระดับได้"
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อเพราะการสู้ข้ามระดับใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้แต่เป็เพราะทักษะคือตัวแปลสำคัญของการสู้ข้ามระดับ
"ทีนี้พวกเ้าคงเข้าใจความสำคัญของวิชานี้แล้วสินะ ข้าจะอธิบายเลยถ้าหากสามารถบรรลุวิชาขั้น5จะสามารถไร้เทียมทานในระดับเดียวกันเลยก็ว่า แต่ก็ยกเว้นจะมีวิชาที่ดีกว่านี้ ถ้าเปรียบเทียบกับระดับแล้ววิชานี้คือวิชาร่างกายระดับ์ขั้นต่ำเลยก็ว่าได้"เฉินเจียงพูดด้วยเสียงเฉยเมยแต่ก็จริงจัง
แต่ทุกคนจะใจเย็นแบบเฉินเจียงได้ไหมถ้ามีวิชา์ขั้นต่ำอยู่ในมือ ถ้าเป็ยอดฝีมือขั้นสูงก็เข้าใจแต่นี้พวกเขาพึ่งจะเป็แค่มดตัวจ้อยของโลกหล้า ถ้าไม่แปลกใจก็คงประหลาดแท้ๆ
ตอนนี้ในมือของพวกเขาเหมือนราวมีสมบัติล้ำค่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าถ้ามันรั่วไหลออกไปจะมีคนมากมายแค่ไหนจะมาตามล่ามันเอาไป
ทันใดเสียงเฉินเจียงทำเสียงเหมือนกล่าวเตือน "ข้าแนะนำให้พวกเ้ารีบจำเคล็ดโคจรลมปราณนั้นไว้ แล้วจัดการเผาสมุดนั้นซะ! นี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพวกเ้าเองนะ"
ได้ยินดังนั้นพวกเขาเหมือนได้รับฟังเสียง์ไขข้อสงสัยในใจทิ้งไปพร้อมกับมองไปเฉินเจียงราวกับปราชญ์ พวกเขาเมื่อได้ยินแล้ว จึงเปิดสมุดทั้งหน้าอย่างรวดเร็วผ่านไปประมาณ1เค่อ พวกเขาทำได้แค่จดจำวิธีโคจรลมปราณแต่ถ้าฝึกให้บรรลุต้องพึ่งจิตใจอันอดทนต่อความทรมานของร่างกาย
เมื่อจำได้หมดแล้ว พวกเขาที่รู้ว่านี้คือวิชาระดับ์ขั้นต่ำถ้าหากไม่ตั้งใจฝึกก็คงโง่งมแล้ว! เมื่อคิดได้จึงทำการลดความเร็วในการวิ่งลงเล็กน้อยแต่น้อยแค่ไหนก็รอดพ้นไปจากสายตาของเฉินเจียงได้ แต่ก็คิดได้ทันทีว่าหลังจากที่รู้ถึงความสำคัญของวิชา พวกเขาจึงกระตือรือร้นมากขึ้น
ดวงตาของเฉินเจียงสว่างวาบพร้อมกล่าว"ในเมื่อรู้ถึงความสำคัญของวิลาแล้วข้าจะเพิ่มเป็การฝึกที่สุดโหดสักที เอาละ ตอนนี้พวกเ้าต้องหยิบก้อนหินเพิ่มทุกๆ1เค่อด้วย น้ำหนัก10จินทุกครั้ง"
น้ำเสียงของเฉินเจียงเต็มไปด้วยความพอใจ ที่เห็นลูกน้องขยันแบบนี้
_________________________________