ระหว่างที่เหอเถาเซียงกำลังจะกลับบ้านเธอหันกลับมาถามว่า พรุ่งนี้ยังมีงานให้ทำอีกไหม
ช่วงนี้รัฐบาลยังไม่ได้จัดสรรที่ดินทำให้เธออยู่บ้านเฉยๆ เบื่อจนแทบจะบ้าแล้ว
โชคดีที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวหยิบยื่นงานดีๆให้เธอ วันเดียวก็ได้ตั้งแปดหยวน เทียบเท่าค่าแรงสิบวันของคนทั่วไปเป็นธรรมดาที่เธออยากจะหารายได้เพิ่มอีก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังแยกสมุนไพรอยู่เธอคัดสมุนไพรที่ชาวบ้านสิบกว่าคนเก็บมา พอได้ยินว่าเหอเถาเซียงถามขึ้นมาเธอก็เงยหน้าขึ้นตอบทันที
"ช่วงนี้ฉันยังต้องการสมุนไพรพวกนี้อยู่เรื่อยๆ ถ้าวันไหนไม่รับซื้อแล้วฉันจะบอกให้พวกคุณไปเก็บสมุนไพรชนิดอื่นแทนนะคะ ถ้าเป็นไปได้เราอาจจะร่วมงานกันไปนานๆ เลยก็ได้นะ!"
เธอไม่จำเป็นต้องออกแรงขึ้นเขาเก็บสมุนไพรด้วยตัวเองแค่นั่งอยู่บ้านตากสมุนไพรพวกนี้ให้แห้ง ส่วนที่เหลือก็เอาไปขายได้ราคาดีอีกต่างหาก ยังไงเธอก็ไม่ขาดทุน
ถ้าคนพวกนี้เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตการร่วมงานกันในระยะยาวก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
พอเหอเถาเซียงได้ยินแบบนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น
"ดีเลยพรุ่งนี้พวกเราจะเก็บสมุนไพรแบบนี้มาส่งให้เธออีกนะ!"
พูดจบเธอก็ลากสามีออกจากบ้านสกุลฉินไปด้วยความกระตือรือร้น
ถึงวันนี้จะถูกยุงกัดจนเป็นตุ่มไปหลายที่แต่เมื่อเทียบกับเงินที่ได้มาแล้ว ทุกอย่างก็ดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปหมด
เพราะส่วนใหญ่พวกเขาทำงานในไร่นามาตลอดผิวหนังจึงหนาด้าน ไม่กลัวยุงกัดอยู่แล้ว หน้าร้อนแบบนี้จำนวนครั้งที่ถูกยุงกัดนั้นนับไม่ถ้วน แค่เปลี่ยนที่โดนกัดเท่านั้นเองตุ่มที่โดนกัดอาจจะบวมขึ้นหน่อยแต่ก็ยังพอทนได้
มีเงินให้หาแต่ไม่หา นั่นก็โง่เต็มทีแล้ว!
อีกอย่างเงินที่ได้มาก็ค่อนข้างเยอะ ไหนๆต่งเสี่ยวเสี่ยวก็มีวิธีหาเงินให้พวกเธอ ก็ต้องรีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้สิเก็บเงินไว้กับตัวบ้างจะได้อุ่นใจ
สมุนไพรที่เก็บมาในวันนี้มีทั้งหมดสี่ชนิดมีคนเก็บทั้งหมดสิบสองคน แต่ละคนเก็บสมุนไพรแต่ละชนิดมาอย่างละหนึ่งชั่ง
รวมเป็นเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมดสี่สิบแปดหยวน
พอนำไปแปรรูปทั้งหมดแล้ว ส่งไปขายในตลาดจะได้ราคาประมาณห้าสิบถึงเจ็ดสิบหยวน ถ้าเอาไปขายในตัวเมือง ราคาอาจจะสูงกว่านี้
ต่งเสี่ยวเสี่ยว คิดว่าควรจะแปรรูปสมุนไพรพวกนี้ให้เรียบร้อย แล้วลองเอาไปขายในตัวเมืองดูเผื่อจะได้ราคาดีกว่าเดิม แถมยังได้ออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย
แค่วันเดียวข่าวที่เหอเถาเซียงกับสามีโกยเงินไปได้ถึงแปดหยวน ก็แพร่ไปทั่วหมู่บ้านชิงซานสร้างความอิจฉาให้กับคนอื่นๆ
ชาวบ้านพากันแห่ไปที่บ้านสกุลฉินพวกเขาอยากจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเพื่อหารายได้บ้างแต่ทุกคนก็ถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวปฏิเสธไปหมด
โดยเธอให้เหตุผลว่า
"แค่วันละสิบสองคน เก็บคนละชั่งไม่กี่วันก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้คนเยอะขนาดนั้นหรอกค่ะ!"
มากคนก็มากเรื่องแถมอาจจะสร้างปัญหาให้ตัวเองอีก
ชาวบ้านหลายคนรู้สึกว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวลำเอียงเธอไม่ถูกชะตากับพวกเขา พอมีงานที่ได้เงินก็แบ่งให้เฉพาะบางคนทำไมไม่ให้คนทั้งหมู่บ้านทำด้วยกันล่ะ?
เรื่องราวบานปลายไปเรื่อยๆต่งเสี่ยวเสี่ยวเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อ สุดท้ายเรื่องนี้จึงไปถึงหูผู้ใหญ่บ้าน
พอเห็นลานบ้านสกุลฉินเต็มไปด้วยผู้คนฉินไห่ซู่ถึงกับกุมขมับ เขาสูบกล้องยาสูบเข้าไปหนึ่งทีอย่างเหนื่อยใจและพ่นควันโขมงออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
"แล้วฉันจะทำยังไงได้? ตอนแรกๆ หล่อนให้พวกเธอไปเก็บด้วยกันพวกเธอก็ทำท่าทางเหมือนกลัวว่าตัวเองจะโดนหลอก กลัวจะไม่ได้เงินไม่อยากทำกันเองนี่!"
"พอเห็นคนอื่นเขาได้เงินก็พากันแห่ไปหาหล่อน หล่อนจะยอมบอกวิธีให้พวกเธอได้ยังไง ไม่มีทางซะหรอก!"
"พอมีประโยชน์ก็รีบกระโจนเข้าใส่พอมองไม่เห็นผลลัพธ์ ก็กลัวจะเสียเปรียบ ไม่กล้าลองเสี่ยง พวกเธอทำตัวเองชัดๆฉันเองก็จนปัญญา!"
หมู่บ้านชิงซานเล็กแค่นี้เรื่องที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวรับสมัครชาวบ้านไปเก็บสมุนไพรฉินไห่ซู่ก็พอจะได้ยินมาบ้างและพอจะรู้เรื่องราวความเป็นมาคร่าวๆ เหมือนกัน
ชาวบ้านกลุ่มแรกๆที่มาหาถูกผู้ใหญ่บ้านตำหนิจนรู้สึกละอายใจ
แต่พอคิดถึงเรื่องที่เหอเถาเซียงได้เงินไปมากมายก็อดอิจฉาไม่ได้ พลางพึมพำว่า
"แต่ว่าผู้ใหญ่บ้านตอนนี้ข่าวเรื่องการแบ่งที่ดินยังไม่ออกมา พวกเราก็ว่างๆ ไม่มีอะไรทำแถมยังไม่ใช่ช่วงเก็บเกี่ยวพืชผลอีก ในบ้านก็แทบไม่มีอะไรกินแล้วในเมื่อต่งเสี่ยวเสี่ยวมีวิธีหาเงิน คุณก็ช่วยพวกเราไปพูดกับเธอหน่อยให้ช่วยเหลือกันบ้างสิ"
"ใช่แล้ว ผู้ใหญ่บ้านตอนนี้ในกระเป๋าพวกเราแทบไม่มีเงินแล้ว ข้าวสารก็ใกล้จะหมดแล้วเหมือนกันพวกเราไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆ คุณช่วยไปเจรจากับต่งเสี่ยวเสี่ยวหน่อยเถอะนะ?"
ชาวบ้านต่างพากันรบเร้าให้ฉินไห่ซู่ไปคุยกับต่งเสี่ยวเสี่ยว
ถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะไม่เห็นแก่หน้าพวกเขาแต่ยังไงก็ต้องเห็นแก่หน้าผู้ใหญ่บ้านบ้างสิน่า?
ฉินไห่ซู่สูบกล้องยาสูบอีกครั้งสีหน้าเคร่งเครียด
"เมื่อเช้าฉันก็ไปหาเสี่ยวเสี่ยวมาแล้วหล่อนยังไม่ยอมเลย พวกเธอก็คิดหาทางกันเองแล้วกันฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกเธอจะไม่เหลือเงินติดตัวกันบ้างเลย"
ในฐานะผู้ใหญ่บ้านเขาย่อมต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาวบ้านเป็นอันดับแรก
ดังนั้นก่อนหน้านี้เขาถึงไปหาต่งเสี่ยวเสี่ยวมาแล้ว
แต่เขาไม่สามารถบังคับต่งเสี่ยวเสี่ยวได้เพราะเขาเป็นแค่ผู้ใหญ่บ้าน
พอได้ยินแบบนั้นชาวบ้านก็เหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม หน้าตาเหงาหงอยไปตามๆ กันและเงียบเป็นเป่าสาก
แต่ละครอบครัวต่างก็มีเงินเก็บกันบ้างแต่ก็มีแค่สิบยี่สิบหยวนคนที่มีเยอะหน่อยก็เพราะเป็นเงินที่ลูกชายไปทำงานต่างถิ่นส่งกลับมาให้
แต่ว่างานของต่งเสี่ยวเสี่ยวถ้าขยันหน่อยวันหนึ่งก็ได้ตั้งแปดหยวน เป็นค่าแรงที่สูงเลยทีเดียวใครบ้างจะไม่สนใจ
"ไม่ใช่ว่าต้องเป็นต่งเสี่ยวเสี่ยวเท่านั้นที่ทำได้นี่คะ"
หลี่เจียวเจียวเดินออกมาจากห้องสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย
พอเธอเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวที่เมื่อก่อนใครๆก็รังเกียจ แต่ตอนนี้ทุกคนกลับพากันอยากจะประจบเอาใจ เธอก็รู้สึกไม่พอใจมาก
"ไม่ใช่ว่ามีแค่เสี่ยวเสี่ยวเท่านั้นที่มีวิธีหาเงินพวกคุณก็ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเอง แล้วเอาไปแปรรูป ขายในตลาดดีกว่ารอรับเงินจากต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่รึไงคะ?"
หรือจะบอกว่าถ้าไม่มีต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วจะอยู่ไม่ได้กัน?
เรื่องนี้ แม่ของเอ้อร์โก่วมีเรื่องที่อยากจะพูดออกมาตั้งเยอะตั้งแยะ
แม่ของเอ้อร์โก่วเดินออกมาจากกลุ่มคนด้วยสีหน้าซีดเซียว ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
"เจียวเจียว เธอคงยังไม่รู้สินะพวกเราทำนาทำไร่กันมาตั้งนานแล้วสมุนไพรที่รู้จักก็มีแค่พวกที่ใช้รักษาอาการฟกช้ำดำเขียวทั่วไป ถ้ามากไปกว่านั้นพวกเราก็ไม่รู้จักแล้ว เมื่อวานพวกฉันพาคนอื่นๆ ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรแต่ที่ร้านเขาบอกว่าว่าเขาให้แค่ชั่งละหนึ่งเหมา ส่วนใหญ่ที่พวกเราเก็บมาก็มีแต่วัชพืช"
ถ้าเรื่องนี้มันง่ายขนาดนั้นเธอคงไม่ต้องมาให้ผู้ใหญ่บ้านไปขอความเห็นใจจากต่งเสี่ยวเสี่ยวหรอกป่านนี้เธอคงสะพายตะกร้าขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรแล้ว
พวกป้าๆ ที่เสียรู้เมื่อวาน ก็ทยอยพูดออกมา
"เจียวเจียวแม่ของเอ้อร์โก่วพูดถูกแล้ว นอกจากทำนาพวกเรารู้จักข้าวกับสมุนไพรพวกที่ใช้รักษาอาการฟกช้ำทั่วไปเท่านั้นส่วนสมุนไพรธรรมดาๆ ทั่วไป พวกนั้นมีอยู่ทุกที่ ร้านยาเขาไม่ค่อยรับซื้อกันหรอกถึงจะยอมรับซื้อแต่ก็แค่ชั่งละหนึ่งเหมาเท่านั้น เทียบกับบ้านเสี่ยวเสี่ยวแล้วราคามันต่างกันมากเกินไป!"
"ใช่แล้ว ต่งเสี่ยวเสี่ยวเขาเป็นปัญญาชนที่มาจากในเมืองหลวงได้ยินว่าปักกิ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน จะมีความรู้เยอะก็ไม่แปลกหรอกพวกเราไม่รู้หนังสือ รู้จักสักสองสามตัวก็เก่งแล้วจะไปรู้จักสมุนไพรเยอะแยะเหมือนต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยังไง!"
พอหลี่เจียวเจียวได้ยินแบบนั้นสีหน้าของเธอก็ยิ่งแย่ลง
เธอไม่คิดว่าการเก็บสมุนไพรจะมีรายละเอียดมากมายขนาดนี้
"พอๆ พอได้แล้ว!"