บรรยากาศโพล้เพล้
ในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม คลื่นความมืดเริ่มแผ่ซ่านเข้ามา ปกคลุมบริเวณโรงเรียนประจำอำเภอแห่งหนึ่ง ลมพัดเอื่อยเฉื่อยพาความเย็นมา ปะทะผิวเนื้อ
บนม้าหินอ่อนข้างสนามบาสเกตบอล กลับมีภาพอันแสนอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ฉายชัดอยู่ใต้แสงไฟนีออนสลัว
'ธาม' ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ เขานั่งในท่าสบาย ในชุดเสื้อกล้ามเนื้อดีที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ จากการเล่นบาสเกตบอล
แผงอกแกร่ง และมัดกล้ามแขนที่ขึ้นล่ำสัน อย่างคนออกกำลังกาย มือเขาขยับไหวเบาๆ เพื่อเป็ละอองลม
และไล่ยุงแมลงกลางคืน ออกจากใบหน้ากลมย้วย ของเด็กชายวัยแปดขวบ... 'ต้นกล้า' ที่นอนหลับปุ๋ย ซุกหัวทุยๆ อยู่บนตักแกร่ง ของชายหนุ่มราว กับเป็ที่นอนส่วนตัว
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงส้นรองเท้าคัตชูหนัง บดลงบนพื้นซีเมนต์อย่างรีบเร่ง พร้อมกับร่างสูงบางของ 'กั้ง' ที่สาวเท้าเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
ใบหน้าสวยสับ ระดับลีดเดอร์ประชาสัมพันธ์ ของห้างใหญ่ในอำเภอนี้ซีดเผือด ทรงผมที่เคยจัดแต่งอย่างดี หลุดลุ่ยเล็กน้อย
เนื่องจากวันนี้ทางห้างมีการซ้อมดับเพลิงและหนีไฟครั้งใหญ่ ทำให้เขาต้องอยู่จัดการจนเลิกงานล่าช้า หัวใจของคนเป็น้า แทบจะบ้าตาย ด้วยความกังวล เมื่อรู้ว่าหลานชายนั่ง รออยู่ท่ามกลางความมืด
แต่แล้ว... ภาพตรงหน้ากลับทำให้กั้ง ตัวชาไปทั้งแถบ! หลานชายสุดที่รัก กำลังนอนอยู่บนตักของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง...
ผู้ชายตัวโต ั์ตาคมกริบดุดัน ผิวพรรณสะอาด ราวหนุ่มเมืองกรุง และมีรังสีความหล่อเหลา ที่ดูอันตรายสไตล์'ฆาตกรต่อเนื่องในแก๊งลักเด็ก' ไม่มีผิด!
"หยุดอยู่ตรงนั้นนะคุณ! ปล่อยหลานชายของฉันเดี๋ยวนี้นะ!"
กั้งแผดเสียงสั่นเครือ ด้วยความโกรธและกลัว พรวดเข้าไปหมายจะช้อนตัวต้นกล้าออกจากตักหนา
แต่ทว่าธามที่เห็นท่าทางลนลานขาดสติ คล้ายคนบ้าบวกกับสัญชาตญาณการปกป้องเด็ก ชายหนุ่มจึงรีบตวัดวงแขนแกร่ง กักร่างของเ้าแก้มย้วยเข้ามากอดแนบ กับอกกว้างทันที
"คุณนั่นแหละที่ต้องถอยออกไป!"
ธามกดเสียงต่ำ ั์ตาคมกริบ ตวัดมองคนหน้าสวยอย่างคาดโทษ
"จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาทำท่าทางเหมือนคนเสียสติ คิดจะมาอุ้มเด็กหนีไปดื้อๆ หรืออย่างไรครับ?"
"ไอ้โรคจิต! นี่มันหลานของฉัน! คุณนั่นแหละที่เป็พวกมิจฉาชีพ ลักพาตัวเด็ก ในสถานศึกษา อุกอาจเกินไปแล้วนะ!"
กั้งตวาดกลับ เสียงหวานดุดันมากพอ ที่จะทำให้ผู้คนบางส่วนที่มาวิ่งออกกำลังกายรอบสนามบาสเกตบอล เริ่มชะลอฝีเท้า และหันมามองเป็ตาเดียว
กั้งสูดหายใจหอบ อกเสื้อเชิ้ตพนักงานห้าง กระเพื่อมขึ้นลง ใบหน้าสวยขึ้นสีแดง ด้วยความโมโห
"ฉันบอกให้ส่งต้นกล้าคืนมา ฉันเป็ 'น้า' ของเขา!"
ธามเลิกคิ้วหนา กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น แต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยความกวนโทสะ
"น้าอย่างนั้นหรือครับ? แต่เท่าที่เด็กคนนี้บอกผม... เขาไม่มีน้านี่ครับ เขามีแต่ 'มาม้า' คุณอย่ามามั่วเพื่อลักพาตัวเด็กจะดีกว่า"
คำว่า 'มาม้า' ทำให้อาการโกรธเกรี้ยวของกั้งชะงักกึก...
ในความคิดหมุนวน คิดย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์บนรถ เวลาเช้าหลายวันก่อน ตอนขับรถมาส่งที่โรงเรียน
เ้าแก้มย้วยต้นกล้านั่งหน้ามุ่ยเล่าเื่ 'มัดหมี่' เพื่อนสาวร่วมชั้นที่มีทั้งปาป๊าและมาม้า มารับส่งทุกวัน
“น้ากั้งคราบบ..ต้นกล้าอยากมีปาป๊ามาม้าบ้างจัง”
ต้นกล้าหันมอง น้าชายของเขาแป๊บหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองถนนเช่นเดิม ขณะที่คนขับรถเอาแต่คิดค้น หาถ้อยคำอธิบาย แต่ยังคิดไม่ออก เ้าหลานชายก็เอ่ยขึ้นก่อน
“ถ้าน้ากั้งมีแฟนก็คงดี ต้นกล้าจะเรียกว่าปาป๊า และเรียกน้ากั้งว่ามาม้า”
“หา..” กั้งหันมองหลาน
“ต้นกล้ารักน้ากั้งนะครับ ..น้ากั้งคือ มาม้าของต้นกล้า”
เด็กน้อยไร้เดียงสา โตมากับน้าชายกับคุณยาย จนไม่รู้เลยว่าความรักจากพ่อแม่เป็อย่างไร เพราะน้ากั้งของเขาคือโลกทั้งใบ
“อ่าๆๆ ครับน้ากั้งก็รักต้นกล้า..แล้วแต่ต้นกล้าเลยครับ”
ชายหนุ่มร่างบาง ที่ทุ่มเทเลี้ยงหลานมาเป็อย่างดี เมื่อเห็นแววตาสุกใสนั้นวาดหวังตั้งใจ เขาจำต้องยอม
กลับมาปัจจุบัน
“เ้าตัวแสบ! ก่อเื่ไว้จนได้!”
กั้งได้แต่กัดฟันกรอดในใจ บ่นคาดโทษหลานชายที่นอนหลับไม่รู้เื่รู้ราว ทว่าความฉงนใจก็ตีตื้นขึ้นมา...
“แล้วไอ้ผู้ชายหน้าหล่อทรงโจรคนนี้ รู้เื่นี้ได้อย่างไร?”
"เอาหลานฉันคืนมาได้แล้วคุณ หมดเวลาเล่นสมบทบาทผู้พิทักษ์แล้วครับ"
กั้งยื่นมือออกไป พยายามระงับอารมณ์สั่นพร่า และใช้คำพูดที่สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ธามกลับยังไม่ยอมส่งเด็กคืน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ข่มร่างบางจนกั้งต้องแหงนหน้ามอง ั์ตาคมดุของอดีตนักธุรกิจหนุ่มเมืองกรุง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสวยสับของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยสั่งสอนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เชือดเฉือน
"เป็มาม้าประสาอะไร... ถึงปล่อยให้ลูกชายนั่งรอจนมืดค่ำขนาดนี้คุณ เด็กตัวแค่นี้ นั่งรอคุณมารับั้แ่สี่โมงเย็น”
“แดดเมืองไทยร้อนจนหัวจะไหม้ เขาก็ไม่ยอมลุกไปไหน เพราะกลัวว่าคุณมาแล้วจะไม่เจอ... มีปัญญาทำให้เขาเกิดมาได้ แต่ไม่มีปัญญาดูแลใส่ใจเขาให้ดีกว่านี้หรือครับ?"
ประโยคสุดท้ายเหมือนค้อนปอนด์ทุบเข้ากลางหน้า กั้งอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตสั่นระริก ด้วยความเดือดดาล ผสมปนเปไปกับความอัปยศ ที่ถูกคนแปลกหน้ามาตราบาปตราหน้า ว่าตนเป็พ่อแม่ที่ไร้ความรับผิดชอบ ทั้งที่เขาเป็แค่น้า ที่ทุ่มเทชีวิตเลี้ยงหลานมาอย่างดี!
"แล้วคุณ... 'เผือก' อะไรด้วยครับ?"
กั้งเค้นคำสุภาพ ที่หยาบคายที่สุดออกทางไรฟัน "นั่นมันเื่ในครอบครัวของฉัน!"
จังหวะนั้นธามนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อเจอคำตอกกลับรสแซ่บ จากคนหน้าสวย ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ ส่งร่างของต้นกล้า ที่ยังคงหลับสนิท แต่กลับละเมอเสียงใส ขยับแขนกอดแขนของธาม
“ปาป๊า..ปาป๊าครับ”
ทั้งสองได้ยินชัดเจน แต่ไม่มีใครพูดอะไร โดยเฉพาะกั้ง ที่รู้ดีว่าหลานชายใฝ่ฝัน อ้อมแขนของกั้งค่อยๆ ยื่นมารับช้า
แต่ทว่าในจังหวะที่ทั้งสอง เฉียดกรายแนบชิด ธามกลับก้มลงมาจนลมหายใจอุ่น จัดเป่ารดข้างใบหูขาว ขยับริมฝีปากหยักลึก เอ่ยประโยคทิ้งท้าย ที่ทำให้อีกคน แทบจะะเิตัวเองเป็จุณ
"ตอนนอนด้วยกัน ขยันซอย แต่พอมีสิ่งชีวิตน้อยๆ ออกมาแล้ว... ก็ช่วยขวนขวายใส่ใจ ให้มันมาก กว่านี้หน่อยเถอะครับ..คุณมาม้า"
พูดจบ หนุ่มหล่อทรงฆาตกรต่อเนื่อง ก็ขยิบตาให้หนึ่งที ก่อนจะหันหลังคว้าลูกบาสเกตบอล เดินผิวปากจากไปอย่างอารมณ์ดี
ทิ้งให้กั้งยืนอุ้มหลานชายตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าขาวขึ้นสีแดง ลามไปจนถึงใบหูและลำคอ เพราะความโกรธ กับ คำว่า 'ขยันซอย' มันสุภาพ แต่ลามกอนาจาร ที่ยังดังก้องอยู่ในหู
เวลานี้ ชายคนนั้น คงคิดว่าเขาเป็พ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่ขยันเจนจัดเื่บนเตียง จนพลาดมีลูก แล้วถูกฝ่ายผู้หญิง ทิ้งให้เขาเลี้ยงดูลูกเพียงลำพังเสียอย่างนั้น
....................................................