ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 4 เผชิญหน้า

    ขณะที่เควินนั่งส่งกระแสจิตวิณญาณไปตรวจสอบเห็นการข้างหน้าที่เกิดขึ้น กระแสจิตวิณญาณของเขาก็มุ่งไปราวสี่กิโลเมตรแล้วแต่ก็ยังไม่พบอะไรแต่ก็พบเห็นประตูขนาดยักษ์ของมิติซ่อนเร้นที่กำลังจะปิดลงที่ข้างหน้าไปห้ากิโลเมตรเขาเองก็ไม่รอช้ารีบส่งกระแสจิตมุ่งตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆแต่ก็ยังไม่มีวี่แวว แล้วสิ่งที่เขาสัมผัสที่เขากังวลใจตั้งแต่เมื่อกี้คืออะไร สัมผัสของเขาไม่เคยผิดพลาดตั้งแต่ที่เขาฝึกฝนพลังแห่งวิณญาณก็พบว่าเขาเองได้รับสัมผัสที่ไม่แน่นอนนี้มา ทำให้เขาเองรอดพ้นอันตรายจนมาถึงเดี๋ยวนี้ก็เพราะมัน 
              แต่เขาไม่อาจแน่ใจว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไปมันคืออะไรกันแน่ทำไมยิ่งมายิ่งรุนแรงสัมผัสเขาไม่เคยถูกกระตุ้นรุนแรงขนาดนี้มาก่อนแต่พอจิตของเขาไปที่ประตูสำเร็จก็ยังไม่พบอะไร เควินเขาเองก็ตัดสินใจใช้พลังจิตมุ่งฝ่าไปข้างหลังประตูทันที มันต้องมีสิไม่เช่นนั้นข้าจะสัมผัสได้แบบนี้ทำไมจากนั้นพอเขานำพลังจิตไปถึงที่ระยะห่างจากป้อมถึงห้าสิบกิโลเมตรจึงหยุดลงพอคิดที่จะดึงพลังจิตกลับและเขาคิดว่าคงคิดไปเอง แล้วจากนั้นเองก็มีประตูมิติขนาดใหญ่กว่าที่ปรากฎบริเวณรอบป้อมสิบกิโลเมตรถึงสิบเท่าขึ้น
                “นั่นมันปีศาจระดับเจ็ดนิ และยังมีระดับแปดด้วย!!”เควินที่นั่งบนโต๊ะรับรองถึงกับลุกขึ้นมาทันทีพร้อมกับดึงจิตวิณญาณกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้เป็นที่สุดเดิมทีก็คิดจะมาที่นี่เพื่อพักผ่อนเล็กน้อยแต่ทำไม พวกมันถึงต้องมาในตอนนี้ เขาในตอนนี้ถึงยังไม่อาจรับมือกับพวกมันได้เต็มที่แต่อย่างน้อยน่าจะล่อพวกมันเอาไว้ได้พวกมันมีไม่ต่ำกว่าสามร้อยตัวแน่ๆแต่คาดว่าระดับแปดคงไม่เกินห้าตัว งานนี้คงยากลำบากไปบ้างคงไม่เป็นอะไร
                “คอเรน เรทีน่า เตรียมทหารและนักผจภัยที่เป็นระดับผู้พิชิตขึ้นไปมีเท่าไหร่เอามาให้หมดเร็วเข้าไม่อาจรอช้าได้หากรอช้าไปมากกว่านี้กำแพงเมืองนี้ได้จบสิ้นแน่ ข้าจะไปรับมือถ่วงเวลากับพวกมันเอาไว้ รีบไปเร็วเข้า”
                คอเรนและเรทีน่าเหม่อลอยไปชั่วครู่พวกเขาได้ยินอะไรจากนายน้อยพวกเขา ปีศาจระดับเจ็ดและระดับแปดใช่มันคือปีศาจที่เป็นระดับเจ็ดและระดับแปดที่ไม่ควรมาอยู่ ณ แนวหน้ากำแพงเมืองเช่นนี้แต่พวกมันกลับมาปรากฎตัวที่นี่ ส่วนลาเรเวียนั้นไม่เข้าใจว่าทั้งสามคนกำลังคุยอะไรกันอยู่แต่เธอสัมผัสได้เพียงว่าจิตวิณญาณของคอเรนและเรทีน่าสั่นไหวอย่างรุนแรง เควินเองก็มีปฏิกิริยาทางร่างกายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนในตอนนี้เธอรู้แล้วว่ามันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ
                 “พี่สาว ท่านดูแลตัวเองด้วย” เควินประสานมือเคารพดังเช่นพี่น้องทั่วไปมักจะทำความเคารพกันเสร็จแล้วเควินก็พุ่งหายวับไปกลางอากาศออกนอกกำแพงเมืองไปโผล่อีกทีที่ห้ากิโลเมตรแล้วก็พุ่งติดต่อไปเรื่อยๆ
                 “นายหญิง ถ้าหากเกิดอะไรขึ้น ณ เมืองแห่งนี้ให้นำเรื่องนี้ไปแจ้งให้องค์หญิงลำดับสองทราบทันที” กล่าวจบเรทีน่าก็นำม้วนกระดาษและแผนที่บางอย่างมาให้ จากนั้นเรทีน่าและคอเรนก็พุ่งแหวกอากาศแต่ความเร็วต่ำกว่าเควินมากนักแต่ก็ถือว่าเร็วมากในคนวัยสิบเจ็ดปี
                 “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ลาเวเรียอยู่ก็รู้สึกคล้ายๆกับการปวดหน้าอกของเควินจากนั้นก็รุนแรงขึ้นมาเรื่อยๆ ถูกแล้วนี่คืออาการของสัมผัสพิเศษที่เควินมี มันถูกส่งผ่านทางจิตวิณญาณที่เควินแอบฝังเอาไว้ในตัวของลาเวเรียโดยไม่รู้ตัว แต่ลาเวเรียกลับไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพียงแต่จิตวิณญาณของเธอไม่ได้ปฏิเสธว่ามันเป็นของที่ไม่ดีเพราะฉนั้นมันคืออะไรจะบอกว่าอาการแบบนี้เป็นเรื่องดีแต่แล้วอะไร
                  ทางด้านเจ้าเมืองเองก็ทำท่าทางงุนงงเป็นอย่างมาอยู่ดีๆเควินเด็กน้อยอวดดีที่ทำเป็นเก่งก็พุ่งตัวหายวับไปกลางอากาศไปนอกกำแพงเมืองและผู้ติดตามคนสนิทก็พุ่งหายไปในเมืองเช่นเดียวเดียวกัน เจ้าเมืองมัวแต่สนใจเด็กสามคนนั้นจนไม่ทันได้สังเกตุเห็นลาเวเรียแต่พอเจ้าเมืองเพ่งการมองเข้าหาเธอเขาก็จำได้ทันทีว่าเธอคือหญิงคนรับใช้ที่เข้ามาทำงานเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เจ้าเมืองเองก็ยังไม่รู้ว่าลาเวเรียนั่นมีศักดิ์กลายเป็นพี่สาวของเควินไปเสียแล้วแต่ด้วยความไม่รู้นั้น
                “เฮ้ เจ้าลาเวเรียเจ้ามาทำอะไรที่นี่ นี่มันโต๊ะเก้าอี้สำหรับรับแขกนะ เจ้าเป็นแค่คนรับใช้แต่ไปนั่งเสมอนายได้เช่นไรลุกออกไปเดี๋ยวนี้นะ แล้วไปรับโทษที่หอผู้คุมกฎเสีย” เจ้าเมืองที่ไม่รู้นั้นก็มีโทสะขึ้นมา เจ้าเด็กสามคนที่มาก็ย่ำแย่พออยู่แล้วยังมาเห็นเจ้าคนรับใช้ที่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ทำตัวเช่นนี้ถ้าหากคนรู้เข้าข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหน นั่นทำให้เขายิ่งคิดยิ่งเดือดดาลขึ้นมาอีก
                “ต้องขออภัยด้วยแต่ข้าไม่สามารถทำได้แค่ท่านมานั่งเสมอข้าท่านก็มีความผิดแล้ว และยังมากล่าวเช่นนี้หรือว่าท่านไม่รู้จริงๆ” ลาเวเรียหรี่ตามองค็อกด้วยสายตาที่เย็นชายิ่งกว่ามองพวกไร้ประโยชน์ที่วันๆเอาแต่โกงบ้านโกงเมือง
               “เจ้า เจ้าอยากโดนตัดหัวใช่ไหม เจ้าเป็นแค่หญิงคนรับใช้แท้ๆ เจ้า…” ค็อกกำลังที่จะกล่าวต่อแต่ก็โดนลาเวเรียขัดจังหวะไปทันที
               “ไม่ใช่ท่านเจ้าเมือง ข้าไม่ใช่หญิงคนรับใช้แต่เป็นพี่สาวของเควิน คาร์เวียที่ชื่อ ลาเวเรีย คาร์เวียต่างหากเจ้าคนไม่เจียมตัว” ลาเวเรียรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมา ค็อกเองในตอนที่เธอเป็นหญิงคนรับใช้ก็เอาแต่ใช้สายตาหื่นกระหายมองมาที่เธอไม่วางถ้าหากไม่ใช่เพราะได้ยินว่าเควินจะเดินทางมาเธอคงกลายเป็นสาวอุ่นเตียงให้กับเจ้าคนไร้ประโยชน์นี้ไปแล้วแน่ๆแค่คิดก็รู้สึกขนลุกวาบไปทั้งตัวแล้ว
                “เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า หญิงคนรับใช้อย่างเจ้านะจะเป็นถึงพี่สาวของผู้ตรวจการแผ่นดินเจ้าต่างหากที่ไม่เจียมตัว ทหารไปจับนางไปลงโทษซะ” ค็อกเหยียดยิ้มขึ้นหึกล้ามาหลอกข้าได้วันนี้เจ้าจะต้องกลายเป็นนางบำเรอก่อนตายแน่
                ทันทีที่ค็อกสั่งทหารจำนวนนับสิบคนที่เป็นคนสนิทของค็อกก็สืบเท้าเดินเข้ามาหาลาเวเรียทันที พวกเขาเองก็คิดในใจวันนี้เธอคงไม่รอดต้องกลายเป็นนางบำเรอใต้หว่างขาของเจ้านายพวกเขาแน่ๆ แต่ไม่ทันที่จะเดินไปถึงในระยะสองเมตร ลาเวเรียก็มีท่าทีที่สบายๆยกแก้วชาที่เอามาให้แขกแล้วก็ดื่นไปอย่างสบายๆ พวกทหารเองก็ถอดสีหน้าทันที
                “พวกเจ้าจะยืนนิ่งทำอะไร เข้าไปกุมตัวนังแม่มดนั่นมาซะ” ค็อกเมื่อเห็นท่าทีของทหารเขาก็เดือดดาลจนแทบจะกระอักเลือดออกมาแล้ว เจ้าพวกใช้การไม่ได้มัวยืนทื่ออยู่ทำไม
                 “ไม่ใช่นายท่าน แต่มันคือ….” หัวหน้าทหารที่นำทหารจำนวนนับสิบเดินไปเพื่อจะคร่ากุมตัวของลาเวเรียก็ทรุดทิ้งตัวลงด้วยท่าหมอบกราบทันที เมื่อเห็นท่าทางของหัวหน้าและสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาเองก็ไม่รอช้าทรุดตัวลงข้างๆหัวหน้าของพวกเขาด้วยท่าหมอบกราบทันที
                 ค็อกที่กำลังจะตวาดพวกทหารไม่ได้เรื่องพวกนี้ก็พลันแตกตื่นหลังจากที่ทหารคนสุดท้ายทรุดตัวลงในท่าหมอบกราบ มันคือตราสัญลักษณ์แห่งองค์หญิงลำดับสองอาริเชีย
               “เป็น… เป็นไปไม่ได้”ค็อกร่างกายแข็งทื่อแต่ไม่นานก็ต้องทรุดตัวลงด้วยท่าหมอบกราบอย่างจำใจ ส่วนทางด้านลาเวเรียก็จิบชาด้วยท่าทีสบายๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผ่านไปไม่นานมาราวห้านาทีลาเวเรียก็ละจากท่าทีสบายๆ้
                “ข้าบอกพวกเจ้าไปแล้วครั้งนี้ข้าจะไม่เอาความพวกเจ้าเนื่องเพราะไม่อาจขัดคำสั่งนายของพวกเจ้าได้” ลาเวเรียกล่าวต่อหัวหน้าทหารเสร็จก็ตวัดสายตาที่แสนสุดเย็นชาเข้าหาค็อก “ส่วนเจ้าก็เตรียมตัวไปรับโทษฐานพูดจาส่งเดชต่อหน้าข้าที่เป็นถึงพี่สาวของผู้ตรวจการแผ่นดินเถอะ และก็ยังทำท่าทางน่ารังเกียจต่อตราสัญลักษณ์ขององค์หญิงลำดับสองอาริเชียเสียเถอะ”
                 ค็อกก็เกิดนึกเสียใจขึ้นมาทำไมเขาไม่ฉุดคิดให้ลึกซึ้งกว่านี้ละในเมื่อหญิงรับใช้คนนี้สามารถมานั่งเสมอเจ้าเด็กน้อยอวดดีนั่นได้ก็แสดงว่าเธอนั้นมีฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่าตัวของเจ้าเด็กน้อยอวดดีนั่นแน่ๆแต่ว่าจะมาคิดตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว
        ………..
                 เบื้องหน้าประตูมิติซ่อนเร้นขนาดใหญ่ปรากฎเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสายตาที่เฉียบคมสามารถมองล้ำลึกเข้าไปภายในจิตใจได้คงเป็นใครไปไม่ได้หากไม่ใช่ เควิน เขาเองก็ยืนกอดอกมองดูประตูมิติที่อีกไม่นานก็ต้องปรากฎออกมาแน่ๆปีศาจระดับเจ็ดและระดับแปดที่น่าหวาดหวั่นใจ
                “ชาร์ล มาถึงรึยัง” เควินใช้การส่งกระแสเสียงไปถึงชาร์ล
                “ใกล้จะถึงแล้วไม่มีใครสามารถใช้พลังวิณญาณได้รวดเร็วเท่าเจ้าอีกแล้ว  เจ้าทำใจให้เย็นลงก่อนข้าเองก็เตรียมตัวจะออกไปจากเมืองแล้วยังมาบอกว่าปีศาจระดับเจ็ดและระดับแปดจะบุกอีกเจ้าคงไม่คิดจะให้ทั้งข้าและเจ้าเอาชีวิตไปทิ้งหรอกนะ” 
                 “ก็ไม่หรอกข้าเองก็มีของดีอยู่เหมือนกันพวกเราแค่ต้านมันเอาไว้รอพวกยอดฝีมือตามมาก็แค่นั้นเอง"
                "เฮ้อ เอาเถอะยังดีที่พกของดีติดตัวมาอยู่เล็กน้อยใกล้ถึงแล้วอย่าพึ่งทำอะไรบุ่มบ่ามละ"
                "อืม วางใจเถอะ"
       ………..
              "เจ้าที่อยู่ตรงนั้นเมื่อไหร่จะออกมาสักที"เควินกล่าวพร้อมส่งสายตาเย็นชาไปที่อากาศธาตุที่ข้างประตูมิติ
               "โอ้ เจ้าหนูเจ้ารู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ นานมากแล้วที่ข้าไม่เคยเจอคนน่าสนใจเช่นเจ้ามาก่อนดูท่าเจ้าจะวัยเพียงสิบห้าปีกระมัง" เสียงที่น่าเกรงขามเปร่งออกมาพร้อมร่างกายที่คล้ายคลึงมนุษย์ก็ได้ปรากฎออกมาจากอากาศธาตุแต่แตกต่างจากมนุษย์นั่นคือปีกที่อยู่ข้างหลังถึงหกปีกที่มีสีดำสนิทพร้อมกับเขาหนึ่งอันสีดำที่ยาวถึงสามสิบเซนติเมตรบนหัวกลางหน้าผาก
               "เหอะ ปีศาจระดับแปดจ้าวแห่งมนตราอย่างนั้นเหรอ คงมีเจ้าออกมาที่นี่ก่อนใครกระมัง" เควินเองก็คาดไม่ถึงว่าปีศาจระดับชั้นแนวหน้าถึงกับโผล่ออกมาแบบนี้ ผิดจากการคาดการไปเยอะไม่ใช่แค่ถ่วงเวลาได้ไหมแต่ต้องถามว่าถ่วงได้นานเท่าไหร่นี่สิ เควินเองก็ไม่คิดจะประมาทรีบนำสื่ออัญเชิญออกมาอัญเชิญอย่างรวดเร็ว
              ที่อากาศธาตุเองก็เกิดวงเวทขนาดใหญ่ขึ้นถึงสี่วงด้านข้างเควิน จากนั้นก็ปรากฎ ไวเวิร์นสายฟ้าทมิฬอสูรวิณญาณระดับแปดระดับกลาง และตามมาด้วยพยัคย์ตะลุยเมฆาที่เป็นอสูรวิณญาณระดับเจ็ดชั้นแนวหน้าสามตัวขึ้นมา
              เมื่อมองเห็นการปรากฎตัวของอสูรวิณญาณขึ้นทำให้จ้าวแห่งมนตราแทบคลั่งกันทีเดียวมันคิดว่าจะจัดการเจ้าเด็กอวดดีนี่แล้วบุกทะลวงกำแพงที่น่ารังเกียจนั่นทันทีแต่ตอนนี้กลับต้องมานั่งกำจัดพวกขวางทางโดยมันต้องเสียเวลาเป็นอย่างมาก
              เควินเองก็ไม่บ้าพอคิดจะเข้าปะทะซึ่งหน้าปีศาจระดับแปดเช่นกันถ้าหากเขาเข้าไปละก็อย่างมากก็ป้องกันได้หนึ่งครั้งแต่หลังจากนั้นละ พวกมันไม่ใช่ปีศาจระดับต่ำที่จะจู่โจมเพียงสี่ห้าครั้งในคราเดียวแต่รัวถึงสิบสี่สิบห้าครั้งดังนั้นเควินต้องจำทนต้องสถาณการณ์ที่ไม่สามารถถอยกลับไปได้เขาในตอนนี้ก็เพียงแค่ระดับผู้พิชิตระดับสามเท่านั้นจะให้ไปต่อกรระดับแปดคงมีแต่พวกบ้าบิ่นไม่สติฟั่นเฟืองเท่านั่นแหละที่จะทำ
    ..............