เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 136 ป้าใหญ่คนนี้ไม่ใช่ป้าใหญ่คนนั้น + ในข้าวสาลีมีทราย (1)

            ทิงเสวี่ยรู้ดีว่าถ้าจ้างจางเสี่ยวเสียมาช่วยทำซาลาเปาไม่เพียงแต่คนในหมู่บ้านจะไม่มาอุดหนุน แม้แต่แป้งและเนื้อของบ้านเธอก็คงจะพากัน ‘เดินได้’ หายวับไปอย่างแน่นอน

            จางเสี่ยวเสียเป็นคนโลภและไม่รักษาความสะอาดไม่รู้ว่านานเท่าไรเธอถึงจะอาบน้ำหรือเปลี่ยนชุดชั้นในสักครั้งหากเป็นวันอากาศร้อนๆ อาจจะได้กลิ่นตัวที่ยากจะบรรยายโชยมาแต่ไกล

            จางเสี่ยวเสียไม่เพียงแต่ไม่ค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าหรืออาบน้ำแม้แต่การล้างมือก่อนกินข้าวหรือหลังเข้าห้องน้ำก็แทบจะไม่เคยทำทิงเสวี่ยเคยเห็นกับตามาแล้วหลายครั้งว่า หลังจากเธอเข้าห้องส้วมแล้วก็ไม่ล้างมือนั่งลงกินข้าวทันที หรือแม้กระทั่งสั่งน้ำมูก แคะเท้า แล้วก็ไปนวดแป้งต่อคนแบบนี้ต่อให้ทำงานคล่องแคล่วและสนิทสนมแค่ไหนก็จ้างไม่ได้

            จางเสี่ยวเสียไม่เพียงแต่ไม่รักษาความสะอาดแต่ยังชอบฉวยโอกาสหยิบฉวยของคนอื่นไม่รู้ว่าหลายปีมานี้ของในบ้านเธอถูกจางเสี่ยวเสียหยิบไปเท่าไรแล้วถ้าเธอมาช่วยทำซาลาเปาที่ร้าน รับรองว่าทั้งแป้ง เนื้อ หรือแม้กระทั่งของอื่นๆก็คงจะถูกเธอแอบหยิบกลับบ้านไปแน่

            ทิงเสวี่ยกลัวจริงๆว่าพ่อจะใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน

            หลินกั๋วผิงมองท่าทางกังวลของลูกสาวแล้วอดหัวเราะไม่ได้“ที่พ่อบอกว่าจะจ้างป้าสะใภ้ใหญ่มาช่วยน่ะ ไม่ได้หมายถึงจางเสี่ยวเสียป้าสะใภ้แท้ๆของลูกสักหน่อย แต่พ่อหมายถึง ย่าของเจ้าฉางจื้อ... ภรรยาของลุงกั๋วจวิน โน่นต่างหากส่วนป้าสะใภ้ใหญ่ตัวจริงของลูกน่ะ พ่อไม่กล้าจ้างหรอก”

            อ๋อ เป็นป้าสะใภ้ใหญ่คนละคนกันนี่เองทิงเสวี่ยถึงกับถอนหายใจโล่งอก “พ่อคะ หนูใจหายแวบเลยนึกว่าพ่อจะเห็นแก่ความเป็นพี่น้องกับลุงใหญ่ แล้วจ้างป้าสะใภ้ใหญ่มาช่วยจริงๆถ้าเป็นป้าสะใภ้ใหญ่บ้านลุงกั๋วจวินก็ย่อมได้แน่นอนค่ะเธอไม่เพียงแต่ทำงานคล่องแคล่ว แต่ยังรักความสะอาดเป็นพิเศษที่สำคัญที่สุดคือเธอเป็นคนดี ไม่เคยเอาเปรียบใคร”

            “ถึงตอนนั้นถ้าเราจ้างป้าสะใภ้ใหญ่บ้านลุงกั๋วจวินจริงๆผมกลัวว่าพี่ใหญ่จะไม่พอใจ แล้วถ้าพี่สะใภ้ใหญ่รู้เข้า ต้องอาละวาดแน่ๆ”หลินกั๋วอันพูดอย่างกังวล

            หลินกั๋วผิงตอบ“เรื่องที่แกกังวล ฉันก็คิดอยู่เหมือนกัน ถึงตอนนั้นฉันจะคุยกับพี่ใหญ่ดีๆถึงแม้พี่ใหญ่จะกลัวเมียไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผล ส่วนเรื่องที่พี่สะใภ้ใหญ่จะอาละวาดเธอจะเอาเหตุผลอะไรมาอาละวาดล่ะ”

            ทิงเสวี่ยรีบแทรกขึ้นมา“อาสาม ไม่ต้องกลัวป้าสะใภ้ใหญ่จะอาละวาดหรอกค่ะ ร้านซาลาเปาเป็นของพ่อพ่ออยากจ้างใครก็จ้างได้ ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง ป้าสะใภ้ใหญ่เป็นคนชอบหาเรื่องไร้เหตุผลแถมยังชอบรังแกคนอ่อนแอ ถ้าเราไม่ยอมเธอซะอย่าง เธอก็อาละวาดไม่ได้หรอกค่ะ”

            ก่อนที่ร้านซาลาเปาจะเปิดหลินกั๋วผิงไปบ้านหลินกั๋วจวินด้วยตนเองและบอกเรื่องที่ตั้งใจจะจ้างภรรยาของเขามาช่วยทำซาลาเปา

            พอภรรยาของหลินกั๋วจวินได้ยินก็ดีใจมาก“กั๋วผิง ถ้าแกยุ่งจนทำไม่ไหวจริงๆ ก็แค่บอกฉันคำเดียว ฉันช่วยได้แน่นอนส่วนเรื่องค่าแรงอะไรนั่น ไม่ต้องหรอก ถ้าแกเกรงใจ ไม่อยากให้ฉันทำงานฟรีก็แค่ให้ฉันกับพี่ชายแกกินซาลาเปาฟรีสักสองสามลูกก็พอแล้ว”

            หลินกั๋วจวินก็รีบพูดเสริมว่า“ใช่แล้ว เราเป็นพี่น้องกัน พูดเรื่องค่าแรงก็ดูห่างเหินไป ถ้าแกยุ่งจริงๆ ก็ให้พี่สะใภ้ใหญ่แกไปช่วยแค่ซาลาเปาสองสามลูกเป็นค่าเหนื่อยพวกเราก็พอแล้ว การได้กินซาลาเปาบ้านแก มันทำให้ฉันสบายใจกว่าได้ค่าแรงเสียอีก”

            สองสามีภรรยาหลินกั๋วจวินขึ้นชื่อว่าเป็นคนดีสมัยที่คุณย่าหลินยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองครอบครัวก็สนิทสนมกันดีเมื่อคุณย่าหลินไม่อยู่แล้ว ความสัมพันธ์ก็ยังคงดีเหมือนเดิมภรรยาของหลินกั๋วจวินรู้ว่าหลินกั๋วผิงกับหลินกั๋วอันไม่มีผู้หญิงคอยเย็บปักถักร้อยให้เธอก็เลยทำรองเท้าและแผ่นรองรองเท้าให้สองพี่น้องใส่ แม้แต่รองเท้าบุฝ้ายกางเกงบุฝ้าย และเสื้อบุฝ้ายที่ทิงเสวี่ยใส่ ก็เป็นฝีมือของภรรยาหลินกั๋วจวินทั้งนั้น

            เมื่อคุณย่าหลินจากไปก็ไม่มีใครทำแผ่นแป้งทอดให้หลินกั๋วผิงกับหลินกั๋วอันกินอีก ทุกๆ สองสามวันภรรยาของหลินกั๋วจวินก็จะนำแผ่นแป้งที่เธอทำเองมาให้สองพี่น้องเสมอ

            ......

            หลินกั๋วผิงรู้ดีแก่ใจว่าใครดีต่อตนเองและลูกสาวด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจจ้างภรรยาของหลินกั๋วจวินมาช่วยงานที่ร้านซาลาเปา

            สองสามีภรรยาหลินกั๋วจวินบอกว่าไม่ต้องให้ค่าแรงถึงเวลาแค่ให้ซาลาเปาสักสองสามลูกก็พอ แต่หลินกั๋วผิงไม่ยอมเด็ดขาด “พี่ครับพี่สะใภ้ครับ ถ้าพวกพี่ไม่รับค่าแรง ผมก็ไม่กล้าจ้างพี่สะใภ้หรอกครับผมเปิดร้านเพื่อทำมาหากิน พี่สะใภ้มาช่วยงาน ผมก็ต้องให้ค่าแรงสิครับถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านที่ขอแรงกัน ผมก็พอจะให้ของตอบแทนได้”

            เมื่อสองสามีภรรยาเห็นหลินกั๋วผิงยืนกรานพวกเขาจึงต้องยอมตาม

            ภรรยาหลินกั๋วจวินเอ่ย“ก็ได้ๆ ฉันรับค่าแรงก็ได้ แล้วร้านซาลาเปาจะเปิดเมื่อไหร่ล่ะ?”

            หลินกั๋วผิงตอบ“วันอาทิตย์หน้าครับ ผมวางแผนไว้ว่า ช่วงแรกให้กั๋วอันช่วยผมทำและขายซาลาเปาไปก่อนถ้ากิจการดี กั๋วอันทำไม่ไหว พี่สะใภ้ก็ค่อยมาช่วย นอกจากช่วยทำซาลาเปาแล้วส่วนใหญ่จะให้ช่วยขายครับ ผมต้องไปตลาด จะให้อยู่ร้านตลอดก็ไม่ได้กั๋วอันก็ต้องให้อาหารหมู ทำงานในไร่ ก็อยู่เฝ้าตลอดไม่ได้เหมือนกันพี่สะใภ้ทำงานคล่องแคล่ว สะอาดสะอ้าน แถมยังเขียนหนังสือเป็น คิดเลขเป็นผมถึงอยากจ้างพี่สะใภ้มาช่วยไงครับ”

             ภรรยาหลินกั๋วจวินรับคำ“ได้เลยๆ ที่นาที่บ้านฉันมีนิดหน่อย พี่ชายแกทำคนเดียวก็พอ ฉันไปช่วยงานที่ร้านแกก็ถือว่ามีรายได้เพิ่มอีกทาง ลูกชายคนรองของเรายังไม่ได้แต่งงานยังต้องใช้เงินอีกเยอะ”

            พริบตาเดียวก็ถึงวันที่ร้านซาลาเปาของบ้านหลินกั๋วผิงเปิดกิจการอย่างเป็นทางการ

            วันนี้เดิมทีหลินกั๋วผิงต้องไปขายซาลาเปาที่ตลาดในเมืองแต่เพราะร้านที่บ้านเปิด เขาจึงไม่ได้ไป แต่เช้าตรู่เขาก็จุดประทัดหนึ่งร้อยนัดที่หน้าร้าน

            ร้านซาลาเปาอยู่ริมถนนพอดีและยังเป็นจุดรอรถ ไม่ว่าจะเป็นคนในหมู่บ้าน หรือคนจากหมู่บ้านซงหยวนหมู่บ้านเกาไถ หมู่บ้านจางเจียจวง หากจะไปอำเภอก็ต้องมารอรถที่นี่ร้านซาลาเปาของบ้านหลินกั๋วผิงจึงถือว่าได้ทำเลทอง

            สัปดาห์ที่แล้วทิงเสวี่ยให้ฉินหยวนเฟิงไปอำเภอเป็นเพื่อน เพื่อไปพิมพ์ใบปลิวจำนวนมากและยังทำป้ายโฆษณาขนาดใหญ่อีกสองป้าย

            ป้ายหนึ่งตั้งอยู่ที่หน้าร้านส่วนอีกป้ายหนึ่งทิงเสวี่ยนำไปวางไว้บนเส้นทางที่ต้องผ่านเพื่อไปโรงเรียนตัวอักษรบนป้ายโฆษณาสะดุดตามาก ส่วนใหญ่เป็นการแนะนำราคาซาลาเปาและเวลาเปิดขายร้านซาลาเปาเปิดขายเพียงครึ่งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง

            ก่อนเปิดร้านทิงเสวี่ยให้ฉินหยวนเฟิง หวังกัง สวี่หัวลี่ และเพื่อนคนอื่นๆช่วยนำใบปลิวไปแจกตามห้องเรียนต่างๆ โดยแจ้งว่าในวันเปิดร้านหากมาร้านซาลาเปาจะได้รับซาลาเปาไส้เนื้อหรือไส้ผักฟรีหนึ่งลูก ถ้าซื้อเพิ่มก็จะได้ลดราคาลูกละห้าเฟิน

            ในยุคที่ยังไม่มีการตลาดออนไลน์การใช้ใบปลิวโปรโมทถือว่าเป็นวิธีที่ล้ำสมัยมากแล้ว

            ในวันเปิดร้านทิงเสวี่ย พ่อ อาสาม และภรรยาของหลินกั๋วจวินต่างตื่นกันแต่เช้าตรู่พวกเขาทำซาลาเปาเสร็จก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จากนั้นซาลาเปาก็ทยอยถูกนำไปนึ่งเมื่อร้านเปิดขาย ซาลาเปาส่วนใหญ่ก็นึ่งเกือบเสร็จแล้ววันนี้พวกเขานึ่งซาลาเปามากกว่าปกติถึงสองสามเท่า

            การประชาสัมพันธ์ของทิงเสวี่ยได้ผลร้านเพิ่งเปิด ก็มีคนทยอยเข้ามาอุดหนุน ถึงจะไม่ซื้อแค่ได้กินซาลาเปาไส้เนื้อฟรีหนึ่งลูกก็ยังดี

            แม้ต้นยุค 90 วัตถุสิ่งของจะไม่ขาดแคลนเหมือนก่อนแต่ในชนบทส่วนใหญ่ จะมีบ้านไหนได้กินเนื้อทุกวันกันเล่า?

            ซาลาเปาของบ้านหลินกั๋วผิงไม่ใช่แค่มีเนื้อแต่ที่สำคัญคือรสชาติอร่อย!

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663