จุดกำเนิดของฉันคงไม่ต้องพูดให้มากความ เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากรู้เื่ชาติกำเนิดของคนเรา มีแต่คนอยากรู้ว่า คนเห็นผีเห็นได้อย่างไร? และคนทุกคนสามารถจะเห็นได้ไหม? นั่นสินะมันเป็คำถามที่คนเห็นผีหลายๆ คนต้องคอยตอบคำถาม ฉันขอยืมคำของคนเห็นผีที่ดังมากถ้าเอ่ยชื่อใครๆ ต้องร้อง อ๋อ! มาแทนคำตอบของฉันล่ะกัน และขอบอกเป็ข้อๆ เรียบเรียงให้พวกคุณๆ ได้รับรู้เป็ความรู้แล้วกันนะ
1.จากเชื้อสายหรือกรรมพันธุ์ที่มีคงสงสัยว่าแล้วกรรมพันธุ์ที่มีมันคืออะไร ตอบได้ง่ายๆ คือญาติ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา หรือ ปู่ ย่า ตา ยาย ต่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ เราไม่ว่าจะเป็ไกล หรือใกล้ ก็ตาม ถ้ามี ฉันเน้นย้ำแล้วนะว่า “ถ้ามี” ย่อมมีทางเห็นเกือบ100 เปอร์เซน ย้ำนะ เกือบ100 เปอร์เซน บางคนมีญาติที่เป็แต่ไม่เห็นก็มี อย่ามาว่าฉันนะเพราะฉันไม่ได้บอกว่า 100 เปอร์เซนนี่ต้องเห็นนะ
2.การเกือบเสียชีวิต หรือภาษาบ้านๆ ว่า เกือบตาย หรือหมดลมหายใจไป่ขณะหนึ่ง แต่ไม่ตาย นั้นเอง อาจจะหวุดหวิดเกือบตายก็ได้ หรือฆ่าตัวตาย แต่ไม่ตายช่วยไว้ทัน อะไรแบบนั้นก็ได้
3.เวลาการเกิด พวกคุณอาจจะสงสัยเกี่ยวข้องกับเวลาการเกิดด้วยเหรอ อันนี้ก็ตอบไม่ได้นะ มันก็อยู่ที่คนนั้นแหละ.. แต่ว่าเกี่ยวไหม? เกี่ยวกับบางคน ซึ่งบางคนเห็นผี หรือบางคนรู้สึกได้แต่ไม่เห็นก็มี
4. การลบหลู่ ใช่คุณสงสัยนะถูกแล้ว แต่ฉันไม่แนะนำนะให้ไปลบหลู่แล้วจะเห็น เพราะฉันยังคงเชื่อว่า “ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่” เพราะข้อนี้ก็บางคนอีกนั้นแหละที่จะเห็น บางคนอาจไม่สบาย บางคนอาจถึงตายก็ได้ (เดี๋ยวถึงเวลาฉันจะเล่าให้อ่านนะ เพราะฉันมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเื่นี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อดใจไว้นะ)
5. ความศรัทธา คุณๆ เคยได้ยินไหมว่า ศรัทธามากๆ กลายเป็ความเชื่อ เชื่อมากๆ เกิดปาฏิหาริย์ ฉันคิดว่าคุณเคยได้ยินคำนี้ (ฉันก็มีอีกนั้นแหละที่จะเล่าให้ฟังแต่ขอเป็ตอนต่อไปนะ อดใจไว้ แปบหนึ่ง)
6.การปฏิบัติ ข้อนี้ไม่ต้องบอกแล้วมั้ง! ทุกคนก็น่าจะรู้เพราะที่เห็นที่ได้ยิน ส่วนมากก็ เกจิอาจารย์ทั้งหลาย รวมถึงผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อยู่ในศีล ในธรรม หลายคนและน้อยคนที่่จะทำได้ในข้อนี้ และข้อนี้แหละที่ ทำเอาหลายๆ คนท้อและไม่อยากเห็นแล้วก็ได้ (แต่ฉันว่าข้อนี้ดีนะ เป็การช่วยขัดเกราจิตใจได้เป็อย่างดี) แล้วข้อสุดท้าย
7. ไม่รู้ว่าเห็นได้อย่างไร?? อ้าวฉันไม่ได้กวนนะ จริงๆ บางคนเห็นขึ้นมาเอง ไม่ได้ทำอะไรเลย บางคนอยู่ดีก็เห็น บางคนคุยกับผียังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ หลายปัจจัยที่ผู้เห็นผีก็ตอบไม่ได้ (ข้อนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็มีเื่เล่าอีกนั้นแหละ รับปากหลายเื่หวังว่าตัวฉันเองคงไม่ลืมที่จะเล่าให้พวกคุณๆ ได้อ่านกันหรอกนะ)
ยังมีอีกหลายข้อที่ทำให้เห็นผีได้แต่ฉันก็ไม่สามารถบอกได้ จึงรวมไว้แค่ 7 ข้อพอ (ไม่ใช่อะไรหรอกเดี๋ยวไม่มีเื่เล่า) ถ้าถามฉันนะในความคิดฉันเชื่อว่าทุกคนสามารถเห็นผีได้มันอยู่ที่คลื่นความถี่ของสมอง ใช่ พวกคุณอ่านถูกแล้ว ผีก็คือคลื่นความถี่ที่เราไม่สามารถเห็นได้ทุกคน ไม่งั้นจะไม่มีอุปกรณ์ที่สามารถพิสูจน์หลายๆ อย่างได้หรอกด้วยทางวิทยาศาสตร์หลายๆ รายการที่นำมาพิสูจน์ เช่น คลื่นความร้อน เครื่องพูดโต้ตอบ หรือแม้กระทั้งเครื่อง อินฟาเรด (ทางวิทยาศาสตร์ก็พยายามหาเหมือนกันว่าผีมีจริงหรือไม่) นี่ฉันเอามาจากรายการล่าผีจากหลายๆ สำนักเชียวนะ แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันที่ว่า เหมือนร้อยพ่อพันแม่นั้นแหละ ฉันจะสรุปไม่ได้หรอกว่าคนเห็นผีเกิดขึ้นได้อย่างไร? และคนที่อยากเห็นผีจะสามารถเห็นได้ไหม? ฉันเองก็ตอบไม่ได้ ต้องอยู่ที่ตัวของคนเห็นผีเอง
สำหรับฉัน……..ฉันเห็นผีั้แ่เกิดไม่รู้ตัวเองว่าเห็นได้เพราะอะไร? แต่ที่แน่ๆ ฉันเห็นด้วยตาเนื้อ (ตาเนื้อคือตาที่เห็นในปัจจุบันที่พวกคุณๆ ใช้ดูนั้นแหละ อธิบายเผื่อบางคนไม่รู้) ฉันอยู่ในโลกทับซ้อนั้แ่เด็ก ตอนเด็กฉันพูดคุยอยู่คนเดียว (ในสายตาพี่น้อง) ซึ่งถามว่าฉันเล่นเหมือนเด็กกทั่วไปไหม…ฉันเล่นเหมือนเด็กทั่วไปเลยตามประสาเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เล่นกับพี่กับเพื่อนเล่นเหมือนกันหมด แต่เอนเอียงไปในทางพูดคุยคนเดียวมากกว่า จนเพื่อนๆ และลูกพี่ลูกน้องว่าฉัน “บ้า” แต่พ่อและแม่ และผู้ใหญ่บอกว่าฉันเป็เป็คนมีจิตนาการ ตอนเด็กๆ ฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรคน อะไรผี ฉันก็เล่นตามปกติตามประสาเด็กบ้านนอกเล่นกัน แต่เพื่อนๆ มักไม่ค่อยเล่นกับฉัน บอกฉันว่าบ้า ชอบคุยอยู่คนเดียว ฉันก็ไม่สนใจคำพูดพวกนั้นเพราะคิดว่าอย่างน้อยฉันยังมีเพื่อนอีกกลุ่มที่มาเล่นกับฉัน ฉันจะง้อพวกเขาทำไม นั้นแหละเป็สิ่งแปลกของเพื่อนในวัยเดียวกัน และเป็เด็กที่มีจิตนาการสำหรับผู้ใหญ่ พอมานึกถึงตอนนี้ ฉันรู้สึกว่าฉันพิเศษั้แ่เด็ก เอาล่ะคุณก็รู้จักฉันมานิดหน่อยแล้วล่ะสิ ไว้คราวหน้าจะมาเล่าการเห็นผีของฉันให้พวกคุณอย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนล่ะ