ตอนที่ 1 การเกิดใหม่
“เซียวิเยวี่ย วันนี้แกต้องบริจาคเืให้ลูกพี่ลูกน้องของแก!”
“พยาบาล เอาเืเธอไปเลย เธอมีหมู่เืหายากอาร์เอชลบ”
เซียวิเยวี่ยตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง และเมื่อเห็นภาพฉากที่คุ้นเคยนี้ เธอก็ตระหนักได้ว่าตัวเองได้เกิดใหม่อีกครั้ง
หนึ่งเดือนก่อนวันสิ้นโลก ลูกพี่ลูกน้องของเธอต้องทนทุกข์ทรมานจากการเสียเืหนักในระหว่างการคลอดบุตร เซียวิเยวี่ยมีหมู่เืเดียวกัน ดังนั้นคุณย่าและคุณลุงจึงใช้กำลังลากเธอไปโรงพยาบาลและบังคับให้บริจาคเื
เธอจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว พวกเขากึ่งข่มขู่กึ่งบังคับให้เธอบริจาคเื 400 มิลลิลิตร หากพยาบาลไม่อธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าคนคนหนึ่งสามารถบริจาคสูงสุดที่ 400 มิลลิลิตร เกรงว่าพวกเขาคงจะรีดเืของเธอออกมามากกว่านี้
เซียวิเยวี่ยมีสุขภาพย่ำแย่อยู่ก่อนแล้ว หลังจากบริจาคเืในครั้งนั้น เธอต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการใจสั่นและไม่สามารถยกของหนักได้ หลังจากต่อสู้ดิ้นรนเป็เวลาสามปีหลังจากวันสิ้นโลก ท้ายที่สุดเธอก็แข็งตายในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ
“หนูไม่อยากบริจาคเื” น้ำเสียงของเซียวิเยวี่ยทั้งเ็าและหนักแน่น
คุณย่าตกตะลึงและพูดอย่างเหลืออด
“เธอเป็ลูกพี่ลูกน้องของแกนะ! ฮ่วนฮ่วนกำลังจะตายอยู่ในห้องคลอด แต่แกกลับไม่พยายามที่จะช่วยชีวิตของเธอด้วยซ้ำ นี่แกยังมีความเป็คนอยู่หรือเปล่า!”
คาดไม่ถึงเลยว่าหลานสาวที่ยอมคนมาโดยตลอดจะกล้าท้าทายอำนาจของเธอเช่นนี้?!
คุณลุงหน้าซีดเซียวพร้อมตบโต๊ะเสียงดัง “ลูกสาวของฉันกำลังรอเือยู่ข้างใน ต่อให้แกไม่อยากบริจาคก็ต้องทำ! ไม่อย่างนั้นแกไม่ใช่หลานสาวของฉันอีกต่อไป!”
ดวงตาเซียวิเยวี่ยเผยความเย็นเยือกที่กัดกร่อนถึงกระดูก เธอจ้องมองผู้เป็ลุงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
คุณย่ามักให้ความลำเอียงกับลูกชายคนโต และดูิ่ลูกชายคนเล็กเสมอมา ด้วยการให้ท้ายจากคุณย่า คุณลุงจึงดูดเืน้องชายตัวเองอย่างไร้ยางอายและไร้ซึ่งความลังเล
เซียวิเยวี่ยยังจำได้ว่าคุณลุงยืมบ้านที่ครอบครัวเธอเพิ่งซื้อเพื่อใช้เป็เรือนหอ โดยอ้างว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอกำลังจะแต่งงาน แถมเขายังเรียกร้องเงิน 200,000 หยวนด้วยเหตุผลข้างต้น
ครอบครัวของเธอถูกครอบครัวของลุงดูดเืไปมากมายใน่หลายปีที่ผ่านมา และหลังจากวันสิ้นโลก พวกเขาบุกเข้ามาให้บ้านของเธอพร้อมขนอาหารที่กักตุนไว้ทั้งหมดออกไป บีบบังคับให้เซียวิเยวี่ยต้องกินแมลงและดื่มน้ำสกปรกเพื่อบรรเทาความหิวโหย
ป้าใหญ่สังเกตสีหน้าของทุกคน โดยเฉพาะเซียวิเยวี่ย เธอพูดด้วยรอยยิ้มโดยหวังให้ทุกอย่างคลี่คลาย
“ที่รัก ทำไมต้องฉุนเฉียวขนาดนั้นด้วยล่ะ ค่อยพูดค่อยจากันเถอะ ิเยวี่ยเป็เด็กตาขาว อย่าทำให้เธอกลัวไปเลย”
“ิเยวี่ยของป้า ตอนนี้ไม่เหมาะนักที่จะมาระบายความโกรธ ป้ากำลังขอร้องหลานอยู่ ได้โปรดช่วยพี่สาวของเธอด้วยเถอะนะ เด็กในท้องไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็หลานชายของเธอเอง! เราเป็ครอบครัวเดียวกัน ถ้าฮ่วนฮ่วนเป็อะไรไป ป้าคงต้องตรอมใจแน่”
ยิ่งคุณป้าพูดมากเท่าไหร่ หล่อนยิ่งแสดงท่าทีโศกเศร้ามากขึ้นเท่านั้น หล่อนแสร้งยกมือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะแอบมองดูสีหน้าของเซียวิเยวี่ย
หญิงสาวมองตอบด้วยสายตาเ็า ป้าสะใภ้ของเธอเป็คนหน้าซื่อใจคดเห็นแก่ตัว เรียกได้ว่าน่ากลัวยิ่งกว่าลุงกับย่าเสียอีก
เซียวิเยวี่ยเป็คนติดบ้านและมีนิสัยชอบกักตุนข้าวของอยู่เสมอ ในชีวิตชาติก่อนป้าสะใภ้ยุยงสามีให้ขโมยอาหารของเธอไป โดยบอกว่าเธอเป็แค่เด็กป่วยไข้และคงมีชีวิตได้อีกไม่นาน การปล่อยอาหารมีค่าเ่าั้ที่นี่ไว้รังแต่จะเสียเปล่า แทนที่จะสามารถช่วยเหลือได้อีกหลายชีวิต
แต่สาเหตุที่เธอต้องป่วยแบบนี้ นั่นเป็เพราะผลข้างเคียงหลังจากการบริจาคเืให้ลูกสาวของอีกฝ่าย
ทว่าลูกพี่ลูกน้องตัวดีกลับมายืนขวางด้านหน้า พร้อมเร่งรัดให้พวกเขาขนของออกไปโดยไม่เหลือไว้แม้แต่ข้าวสาร
ในปีที่สองของวันสิ้นโลก หลานชายตัวน้อยที่ได้รับการช่วยชีวิตด้วยเืของเธอได้โยนถุงที่เต็มไปด้วยปลิงใส่เธอ และเอาแต่เรียกเธอว่านางคนเลว
ทุกครั้งที่นึกถึงเื่นี้ เซียวิเยวี่ยรู้สึกแค้นเคืองจนอยากลงมือฆ่าใครสักคน
“พ่อแม่ของฉันอยู่ไหน? ฉันจะทำตามที่พ่อแม่บอกเท่านั้น”
เธอหยิบส้มขึ้นมาปอกเปลือกและยัดเข้าปาก ในขณะที่พวกเขาเผลอ เธอได้แอบหยิบกรรไกรทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้เตียงของโรงพยาบาลมาวางไว้ด้านข้างเพื่อใช้เป็อาวุธป้องกันตัว
รสเปรี้ยวหวานของส้มกระจายในปาก เซียวิเยวี่ยลิ้มรสมันอย่างเพลิดเพลิน เธอไม่ได้กินส้มมาสามปีแล้ว อย่าว่าแต่ส้มเลย เกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าผลไม้นั้นหน้าตาเป็อย่างไร
ในปีแรกของวันสิ้นโลกมีคลื่นความร้อนซึ่งมาพร้อมกับพายุฝุ่น ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมากมายล้มตายลง และทำให้ราคาของผักผลไม้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่ผักโขมที่ร่วงโรยและเปลี่ยนเป็สีเหลืองยังสามารถขายได้ในราคา 1,000 หยวน ดังนั้นแทบไม่ต้องจินตนาการถึงราคาผลไม้เลย
สีหน้าของลุงแปรเปลี่ยนไป ก่อนหันไปสบตากับคุณย่าด้วยดวงตาที่สั่นไหว
“พ่อกับแม่ของแกไปท่องเที่ยวที่ยุโรปไม่ใช่หรือไง พวกเขาจะไม่กลับมาจนถึงเดือนหน้า ถ้าแกไม่บริจาคเื แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวของแกขึ้นมาจะทำยังไง ฉันขอไม่มีหลานสาวแบบแกเสียยังดีกว่า!”
เซียวิเยวี่ยสังเกตเห็นท่าทีแปลกประหลาดของพวกเขาพลางยิ้มเย้ยหยัน
ใกล้ถึงวันกำหนดคลอดของลูกพี่ลูกน้องแล้ว แต่ตัวเธอที่อ่อนแอมาั้แ่เด็กไม่เหมาะสำหรับการบริจาคโลหิต
คุณลุงรู้ดีว่าน้องชายของตัวเองไม่มีทางปล่อยให้ลูกสาวบริจาคโลหิต เขาจึงจงใจส่งคนทั้งสองไปเที่ยวยุโรปเป็เวลาหนึ่งเดือน
หลังจากนี้พ่อแม่ของเธอจะไม่มีโอกาสกลับมาอีกเลย
ภายหลังวันสิ้นโลก พายุทรายถล่มทั่วทวีปยุโรป ส่งผลให้เที่ยวบินทั้งหมดถูกระงับ พ่อแม่ของเซียวิเยวี่ยขาดการติดต่อไปหลังจากเหตุการณ์พายุทรายถล่มได้ไม่นาน และจากนั้นก็เสียชีวิตลงในต่างประเทศ
หลังจากที่สัตว์ร้ายพวกนี้ฆ่าพ่อกับแม่ทางอ้อม พวกเขาแย่งชิงอาหารของเธอไป โดยไม่คำนึงถึงเลยว่าหญิงสาวที่อ่อนแอจะอยู่รอดได้อย่างไร!
เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนถึงวันสิ้นโลก มันยังไม่สายเกินไป เธอต้องรีบพาพ่อแม่กลับบ้านโดยเร็วที่สุด!
ลูกพี่ลูกน้องของเธอมีหมู่เืหายาก แพทย์ไม่แนะนำให้มีลูกคนที่สอง แต่หล่อนยืนกรานที่จะมีลูกอีกคนให้ได้ ต่อมาหล่อนได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะรกเกาะต่ำ*[1] แพทย์จึงเตือนว่าหล่อนมีความเสี่ยงที่จะเสียเืหนักในระหว่างคลอดลูก
ดังนั้นครอบครัวของพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะส่งสามีภรรยาเซียวออกไป และใช้เซียวิเยวี่ยเป็ถุงเืส่วนตัว!
นี่เป็การกระทำที่เลวร้ายอย่างแท้จริง และแผนการดังกล่าวจะต้องมาจากพี่สาวผู้เ้าเล่ห์อย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวิเยวี่ยมองดูใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดของคนเหล่านี้พร้อมพูดอย่างเ็า
“ดีเลยค่ะ คนแก่ต่ำทรามแบบคุณไม่สมควรเป็ย่าของฉันเช่นกัน”
ทันทีที่ได้ยินถ้อยคำดังกล่าว คุณย่าตะลึงงัน มองหน้าหลานของตนด้วยความใสุดขีด กระทั่งหลงลืมที่จะตอบโต้ไปชั่วขณะ
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลานสาวที่เคยอ่อนแอและเชื่อฟังถึงเปลี่ยนไปกะทันหัน ในอดีตตราบใดที่เธอข่มขู่เด็กสาวกด้วยสีหน้าเ็า เซียวิเยวี่ยมักพยักหน้าเห็นด้วยทุกครั้งไป หรือว่าเด็กคนนี้จะถูกผีร้ายเข้าสิงกันแน่?
คุณลุงเดือดดาลหนักและโพล่งด่าทันที “นางเด็กอกตัญญู แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่เห็นหัว วันนี้แหละฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึกแทนพ่อของแกเอง!”
ป้าสะใภ้รีบหลีกทางให้สามี เพื่อที่เขาจะสามารถตบตีสั่งสอนเซียวิเยวี่ยได้
หญิงสาวเผยยิ้มเยาะ ขณะที่คุณลุงกำลังง้างฝ่ามือเพื่อตบสั่งสอน เธอก็รีบยกกรรไกรทางการแพทย์ขึ้นและเล็งไปที่ฝ่ามือของเขาซึ่งกำลังฟาดลงมา
“อ๊าก!!!”
กรรไกรแทงทะลุฝ่ามือคุณลุงอย่างแรงจนเืพุ่งกระฉูด แขนขาพลันกระตุกด้วยความเ็ปขณะที่เขาแผดร้องเสียงดัง
“ลูกชาย!”
“สามี!”
คุณย่าและป้าสะใภ้รีบวิ่งเข้าไปพยุงคุณลุง “เืไหลเยอะมาก รีบเรียกหมอเร็วเข้า!”
เซียวิเยวี่ยฉวยโอกาส่ชุลมุน รีบวิ่งไปที่ประตูวอร์ดเพื่อหวังหลบหนีอย่างง่ายดาย
“ใครอยากบริจาคเืก็บริจาคไปเถอะ! ถ้าไม่มีเืหล่อนก็แค่ตาย ใครบอกให้หล่อนดื้อรั้นมีลูกคนที่สองเองล่ะ แม่ลูกตายไปพร้อมกันเลยก็ดี ถึงตอนนั้นฉันจะเข็นเตียงหล่อนไปห้องดับจิตเอง!”
เด็กสารเลวนั่นอย่าเกิดมาเลยจะดีกว่า เขาได้รับถ่ายทอดนิสัยเห็นแก่ตัวและความชั่วร้ายของครอบครัวนี้มาโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะกลายเป็ตัวปัญหาหากเกิดมาบนโลกนี้
“นางเด็กสารเลวเลี้ยงไม่เชื่อง! แกกล้าดียังไงถึงแทงลุงของแก แล้วยังแช่งให้ฮ่วนฮ่วนตาย?! ถ้าฉันรู้ว่าแกจะโตมาเป็แบบนี้ ฉันน่าจะโยนแกลงโถส้วมให้ตายไปเสียั้แ่ตอนนั้น นางเด็กชาติชั่ว รีบไปเรียกหมอเดี๋ยวนี้!” คุณย่าสบถคำสาปแช่งอย่างรุนแรง
“ทำไมฉันต้องทำด้วย! สมน้ำหน้า กล้าตบตีฉันก็รับผลที่เกิดขึ้นไปซะ” เซียวิเยวี่ยยิ้มเยาะ
คุณลุงง้างมือหวังตบเธอด้วยกำลังทั้งหมด ทำให้กรรไกรแทงทะลุฝ่ามือของเขาอย่างแรง หากเธอไม่ป้องกันตัว คงรับแรงปะทะจากฝ่ามือนั้นไม่ไหว
“นางเด็กเหลือขอ ถ้าวันนี้ฮ่วนฮ่วนเป็อะไรขึ้นมา ฉันไม่ปล่อยให้แกได้ตายดีแน่!” ในที่สุดป้าสะใภ้ผู้เ้าเล่ห์ก็เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา
เซียวิเยวี่ยเลิกคิ้ว “อะไรนะ? คุณกำลังจะป่วยตายเหรอ? ฉันไม่เผากระดาษไปให้หรอกนะ”
ป้าสะใภ้โกรธเคืองจนตัวสั่น “นางเด็กสารเลว ต่ำทรามต่ำช้า!”
คุณลุงโพล่งคำอย่างดุเดือด “ฉันจะฆ่าแกให้ได้!”
กลยุทธ์ที่สามสิบหก ของเซียวิเยวี่ยคือการถอยทัพ เธอเปิดประตูเพื่อวิ่งหนีอย่างรวดเร็วพร้อมคว้าถุงส้มติดมือไปด้วย
เธอวิ่งออกจากโรงพยาบาลภายในอึดใจเดียว กระทั่งมาหยุดยืนเหนื่อยหอบอยู่ที่หน้าประตู โดยมีแสงแดดอันอบอุ่นล้อมรอบตัว
เซียวิเยวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก เธอได้เกิดใหม่จริง ๆ ดูเหมือนว่าในที่สุด์ก็มีตาแล้ว!
[1] ภาวะรกเกาะต่ำ คือภาวะที่รกเกาะอยู่ที่ผนังมดลูกส่วนล่าง หรือใกล้ปากมดลูก ทำให้มีเืออกทางช่องคลอด