บทที่ 7 ลูกชายของฮ่องเต้
ที่ห้องโถงจัดงานเลี้ยงในราชวัง เหล่าบรรดาองค์ชายต่างก็พาพระชายามาร่วมงานด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส
ฮ่องเต้หลี่เฟยหลงกับฮองเฮาจางซิงเหยียนหน้าตาสดใสจิตใจเบิกบานที่นาน ๆ ทีจะได้พบปะกับลูก ๆ โดยที่มีพระสนมโจวลี่อิน กับพระสนมหลิวฟางหรูร่วมดีใจอยูในงานเลี้ยงด้วยเช่นกัน ทั้งสี่คนนั่งมองดูลูก ๆ ควงคู่กับพระชายาเข้ามาในงานด้วยก็ส่งยิ้มให้ลูก ๆ ทันที
ที่โต๊ะนั่งฝั่งขวาโต๊ะแรกจัดไว้สำหรับองค์ชายใหญ่หลี่ซีซาน โอรสองค์โตของฮ่องเต้กับพระสนมโจวลี่อิน เก่งทางด้านบู้ เขาตายในสนามรบพร้อมกับแม่ทับจ้าวลี่ถังไปแล้ว ในค่ำคืนนี้จึงมีเพียงพระชายาโจว่จื่อเยว่ ซึ่งนางเป็หลานสาวเครือญาติห่าง ๆ ของพระสนมโจวลี่อินจากตระกูลโจวมาร่วมงานเลี้ยงพร้อมกับบุตรสาวหลี่จี้เหยาวัยห้าขวบ
โต๊ะนั่งฝั่งขวาโต๊ะที่สองจัดไว้สำหรับองค์ชายรองหลี่เฟยเทียน โอรสองค์ที่สองของฮ่องเต้กับฮองเฮา เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ได้รับตำแหน่งรัชทายาทถูกต้องตามกฎโดยชอบธรรมของราชวงศ์ มาร่วมงานในค่ำคืนนี้พร้อมกับพระชายาจางลี่ฮวา ซึ่งนางเป็หลานสาวเครือญาติห่าง ๆ ของฮองเฮาจากตระกูลจาง
โต๊ะนั่งฝั่งขวาโต๊ะที่สามจัดไว้สำหรับองค์ชายสามหลี่เฟยฉี โอรสองค์ที่สามของฮ่องเต้กับฮองเฮา เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ มาร่วมงานในคืนนี้พร้อมกับพระชายาไป๋เยว่ซี บุตรสาวของราชครูไป๋เจี้ยนถัง
โต๊ะนั่งฝั่งซ้ายโต๊ะที่หนึ่งจัดไว้สำหรับองค์ชายสี่หลี่ซีห่าว โอรสองค์ที่สี่ของฮ่องเต้กับพระสนมโจวลี่อิน เก่งด้านการรักษาเพราะตัวเองร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จึงสนใจศึกษาด้านการแพทย์มาั้แ่ยังเด็ก มาร่วมงานในค่ำคืนนี้พร้อมกับพระชายาโจวซูเม่ย ซึ่งนางเป็หลานสาวเครือญาติห่าง ๆ ของพระสนมโจวลี่อินจากตระกูลโจว
โต๊ะนั่งฝั่งซ้ายโต๊ะที่สองจัดไว้สำหรับองค์ชายห้าหลี่ห่าวซวน โอรสองค์ที่ห้าของฮ่องเต้กับพระสนมหลิวฟางหรู เก่งทางด้านบู๊ ควงคู่มากับพระชายาหยางอี้ซิน บุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายซ้ายหยางอี้เฉิง
โต๊ะนั่งฝั่งซ้ายโต๊ะที่สามจัดไว้สำหรับองค์ชายหกหลี่ห่าวหราน โอรสองค์ที่หกของฮ่องเต้กับพระสนมหลิวฟางหรู เก่งทั้งบุ๋นและบู๊มาร่วมงานกับพระชายาจ้าวหนิงเอ๋อ บุตรสาวของอดีตแม่ทัพจ้าวลี่ถังที่ตายไปพร้อมกับองค์ชายใหญ่ในสนามรบที่ชายแดน และยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งติดตามมาด้วย ซึ่งก็คืออู๋ซิงเยว่
ฮ่องเต้ที่ได้เห็นอู๋ซิงเยว่ก็เกิดความสงสัยว่านางเป็ผู้ใดถึงได้กล้าเข้ามาร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ได้ทั้งที่กำชับไว้แล้วว่าห้ามให้คนนอกเข้ามา
"ห่าวหรานนี่เ้าพาผู้ใดกันเข้ามาในงานเลี้ยงส่วนตัวของข้า ค่ากำชับเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามให้คนนอกเข้ามาในค่ำคืนนี้"
ฮ่องเต้เอ่ยถามบุตรชายคนเล็กด้วยความสงสัย ทำให้จิตใจของจ้าวหนิงเอ๋อรู้สึกหวาดหวั่นนางได้แต่คิดในใจลางร้ายของนางช่างแม่นยำยิ่งนัก นางเตรียมตัวที่จะเข้าไปคุกเข่าร้องขอชีวิตจากฮ่องเต้ทันที
"เสด็จพ่อนางคือชายารองของข้าเอง ข้าพานางมาในค่ำคืนนี้เพื่อแนะนำให้กับเสด็จพ่อได้รู้จัก หวังว่าเสด็จพ่อจะส่งเสริมความรักของลูก"
"บังอาจ เ้าไม่รู้กฎของราชวังหรือ นี่คืองานเลี้ยงของข้าเหตุใดยังพาคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในงานด้วย แถมเ้ายังบอกว่าเป็ชายารองข้าแต่งตั้งชายารองให้เ้าั้แ่เมื่อไหร่กันหรือ"
ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน ตอนนี้ฮ่องเต้รู้สึกโมโหเป็อย่างมาก จากที่บรรยากาศในงานเลี้ยงกำลังเป็ไปได้ดี ตอนนี้ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะองค์ชายหกสร้างเื่ใหญ่
"เสด็จพ่อลูกกับนางรักกันอย่างจริงใจ เสด็จพ่อโปรดส่งเสริมลูกกับนางด้วยเถิด ได้โปรดแต่งตั้งให้นางเป็ชายารองของข้าด้วยเถิด"
"บังอาจยิ่งนัก!! ที่กล้ามาขอให้ข้าส่งเสริมเช่นนี้ เ้ายังไม่รู้จักถูกจักผิดอีกหรือ"
พระสนมหลิวฟางหรูรีบไปคุกเข่ารับผิดแทนลูก นางอ้อนวอนให้ฮ่องเต้ให้อภัยลูกของนางด้วยน้ำตา โดยมีจ้าวหนิงเอ๋อเข้าไปคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ นางด้วย
"ฝ่าาโปรดให้อภัยองค์ชายหกด้วยเถิดเ้าค่ะ ค่าอบรมสั่งสอนลูกไม่ดีเองถึงได้ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเช่นนี้"
"เ้าดูสิ่งที่เ้าทำสิ โทษหลอกลวงเบื้องสูงมันร้ายแรงมากแค่ไหนเ้ารู้หรือไม่" ฮ่องเต้พูดจาด้วยความเกรี้ยวกราด
"เสด็จพ่อได้โปรดใจเย็น ๆ ก่อน ฟังลูกอธิบายก่อน" หลี่ห่าวหรานคุกเขาขอโอกาสอธิบายให้ฮ่องเต้ฟังโดยมีอู๋ซิงเยว่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ
"อธิบายอย่างนั้นหรือ ได้!! ข้าจะให้โอกาสเ้าได้อธิบายลองว่ามาสิ" ฮ่องเต้จ้องหน้าหลี่ห่าวหราน เขาตั้งใจฟังด้วยความโมโห
"เสด็จพ่อข้ากับอู๋ซิงเยว่รักกันด้วยใจจริง นางเป็หญิงที่งดงามทั้งกาย วาจา และใจ ความสามารถของนางก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็ ขับร้อง เล่นพิณ หรือร่ายรำ นางก็ทำได้ดีทุกอย่าง นางไม่เหมาะสมกับค่าตรงไหนหรือ หากเสด็จพ่อสงสัยในความสามารถของนาง ก็ให้นางแสดงให้เสด็จพ่อดูก็ได้ ทุกคนในที่นี้จะได้ประจักษ์ถึงความสามารถของนาง"
องค์ชายสามที่เห็นเหล่าพี่น้องเป็ศัตรูแย่งชิงบัลลังก์ พอได้เห็นน้องชายคนเล็กที่ไม่รู้จักโตในหัวมีเเต่เื่สุรานารี เขาก็ผิดหวังในตัวน้องชายอย่างมากทั้งที่น้องชายก็มีความสามารถเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ แต่กลับเป็คนแบบนี้แล้วน้องชายจะเอาอะไรมาแข่งขันชิงบัลลังก์กับเขา
"น้องหกเ้าตาสว่างเสียทีเถิด หญิงอันเป็ที่รักของเ้าแต่งกายเข้าวังในวันนี้ในชุดนางโลมหอโคมแดง ความสามารถที่เ้าว่ามานั้น ก็เป็ความสามารถของนางโลมในหอโคมแดงทุกคนที่ทำได้ เช่นนี้จะเหมาะสมกับเ้าที่เป็ถึงองค์ชายได้อย่างไร" องค์ชายสามหลี่เฟยฉีเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีผิดหวัง
"ทูลเสด็จพ่อ น้องหกหน้ามืดตามัวไปชั่วขณะจึงได้เผลอทำอะไรผิดพลาดไป ขอให้เสด็จพ่อให้อภัยน้องหกด้วย โทษหลอกลวงเบื้องสูงมันร้ายแรงเกินไป ข้าขอให้เสด็จพ่อจะช่วยลดหย่อนโทษให้น้องหกที" รัชทายาทเอ่ยขอร้องช่วยน้องชาย
"ได้!! ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่ข้าลดโทษให้ หากมีครั้งต่อไป ข้าจะปลดตำแหน่งองค์ชายของเ้าแล้วเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดน" ฮ่องเต้เบือนหน้าหนีไม่ยอมมองหน้าหลี่ห่าวหราน
"ส่วนเ้าฟางหรูเ้ามัวแต่ให้ท้ายลูก ลูกถึงได้มีนิสัยเช่นนี้ได้เ้าจงไปสวดมนต์ที่วัดบนเขาสำนึกผิดเป็เวลาสามเดือนโทษฐานที่เ้าไม่อบรมสั่งสอนลูกในทางที่ถูกที่ควร"
"ขอบพระทัยฝ่าาเ้าค่ะ" พระสนมหลิวฟางหรูคำนับด้วยความโล่งใจ
"จ้าวหนิงเอ๋อ เ้ารู้ถึงโทษของเ้าหรือไม่"
"เ้าค่ะฝ่าา" จ้าวหนิงเอ๋อรีบคลานเข้าไปคุกเขาตรงหน้าฮ่องเต้ที่ตอนนี้กำลังโกรธเกรี้ยวอยู่
"ความผิดของเ้าคืออันใดเ้าลองบอกข้ามาอย่างละเอียดสิ" ฮ่องเต้เดินมายืนตรงหน้าจ้าวหนิงเอ๋อ ทำให้นางรู้สึกกลัวจนตัวสั่น
"โทษฐานสมรู้ร่วมคิดในการหลอกลวงเบื้องสูง ปะาทั้งตระกูลเ้าค่ะ แต่ว่าฝ่าา...ข้าอยากจะร้องขอความเห็นใจ เห็นแก่ที่ท่านพ่อของข้าพลีชีพในสนามรบจนชนะศึกได้โปรดละเว้นตระกูลของข้าด้วยเถิดเ้าค่ะ ขอให้โทษปะานี้ให้ข้ารับไว้แต่เพียงผู้เดียวขอฝ่าาได้โปรดเห็นใจด้วยเถิดเ้าค่ะ"
หลี่ห่าวหรานใที่ตอนนี้เื่ลุกลามไปไกลแล้ว เขาเริ่มรู้สึกผิดที่กำลังจะทำให้ตระกูลจ้าวผู้ภักดีถูกรับโทษปะาทั้งตระกูล
"ดี!! เ้ารู้ความผิดของตัวเอง ถ้าจะเห็นแก่คนงามความดีของพ่อกับแม่เ้าละเว้นการปะาทั้งตระกูลเ้าให้เหลือเพียงเ้าผู้เดียว"
"ขอบพระทัยฝ่าาเ้าค่ะ" จ้าวหนิงเอ๋อน้ำตาตกชีวิตที่สองของนางกำลังจะจบลงแล้ว แต่ยังดีที่ยังสามารถรักษาชีวิตของทุกคนตระกูลเอาไว้ได้
หลี่ห่าวหรานใเป็อย่างมากที่จ้าวหนิงเอ๋อจะถูกปะา เขารนรานสำนึกผิดที่เขาทำอะไรลงไปโดยที่ไม่คิดไตร่ตรองถึงผลที่จะตามให้ดีก่อน
"เสด็จพ่อจ้าวหนิงเอ๋อนางไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเื่นี้เลย นางขัดขวางข้าด้วยซ้ำ เป็ข้าเองที่ดึงดันจะทำเื่นี้คนเดียว ขอให้เสด็จพ่อละเว้นโทษปะาของนางด้วยเถิด" หลี่ห่าวหรานโขกหัวคำนับขอร้องพ่อของตน
"เสด็จพ่อลูกขอใช้ป้ายทองนี้แลกกับชีวิตของจ้าวหนิงเอ๋อได้หรือไม่" องค์ชายห้าหลี่ห่าวซวนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือชีวิตจ้าวหนิงเอ๋อ
"ได้!! ห่าวซวนเ้าได้ใช้สิทธิ์ของป้ายทองไปแล้วนะ แต่ข้านับถือคุณธรรมในใจเ้ายิ่งนักที่ยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตจ้าวหนิงเอ๋อ โทษตายหายไปแล้วแต่ถ้าเป็ยังอยู่ โบยยี่สิบทีแล้วไปคุกเข่าหน้าตำหนักพระสนมหลิวฟางหรูคืนคืน"
องค์ชายสามหลี่เฟยฉีเห็นองค์ชายห้าได้หน้า เขาก็เกิดความอิจฉาริษยา ตัดพ้อในใจว่าเขาน่าจะคิดได้ก่อนที่ต้องใช้สิทธิ์ป้ายทองแล้วจะได้รับคำชมจากฝ่าา
"ส่วนเ้าตัวปัญหาของเื่ราวที่เกิดขึ้น โบยสามสิบทีแล้วไปคุกเข่ากับชายาของเ้า เมื่อกลับจวนไปก็จงกักบริเวณตัวเองอยู่ที่จวนเป็เวลาสามเดือนเพื่อสำนึกผิดเสียเถิด อย่าได้ออกไปไหนเด็ดขาด ส่วนสตรีของเ้าอย่าคิดบังอาจจะเป็ชายา โทษฐานยั่วยวนองค์ชายนำไปปะาทั้งตระกูล"
อู๋ซิงเยว่ใกลัวไม่คิดเลยว่าในวังจะเป็เช่นนี้ นางพึ่งเข้าวังครั้งแรกก็ถูกฮ่องเต้สั่งปะาเสียแล้ว ไม่ใช่ว่าฮ่องเต้เห็นหน้านางแล้วต้องเกิดความหลงใหลในความสวยของนางไม่ใช่หรือ พอฮ่องเต้ได้เห็นนางแสดงความสามารถก็ยิ่งต้องสนับสนุนนางให้สมหวังกับองค์ชายหกไม่ใช่หรือ เพราะเหตุใดเื่ถึงเป็เช่นนี้
หลี่ห่าวหรานที่รู้ว่าหญิงอันเป็ที่รักจะถูกปะาเขาก็ขอใช้สิทธิ์ป้ายทองแลกชีวิตกับอู๋ซิงเยว่ทันที ฮ่องเต้สุดจะทนกับความลุ่มหลงนารีของหลี่ห่าวหราน แต่ก็เว้นโทษตายตามคำขอแต่โทษเป็ยังอยู่ โบยอู๋ซิงเยว่ห้าสิบครั้งแล้วให้นำไปเป็คนรับใช้ในจวน หากคิดยั่วยวนองค์ชายอีกให้รับโทษปะา
จ้าวหนิงเอ๋อได้แต่เก็บความคับข้องใจนี้เอาไว้ในใจคนเดียว นางคงไม่มีโอกาสได้ขอให้ฮ่องเต้เห็นด้วยกับการหย่าอีกแล้ว เพราะว่าในค่ำคืนนี้ฮ่องเต้ได้อารมณ์ขุ่นมัวเพราะองค์ชายหกแล้ว คงจะไม่มีเื่ใดที่สามารถมาระงับความโกรธเกรี้ยวของฮ่องเต้ได้
ฮองเฮาและพระสนมทั้งสองได้แต่สงสารเ้าหนิงเอ๋อ เพราะลึก ๆ แล้วก็เป็ความผิดของพวกนางที่ยุยงส่งเสริมให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรสระหว่างองค์ชายหกกับเ้าหนิงเอ๋อ
เพราะเห็นว่าด้วยฐานะและชาติตระกูลเหมาะสมกันทุกอย่าง อีกทั้งยังเป็การตอบแทนที่แม่ทัพจ้าวลี่ถังได้พลีชีพในสนามรบ จึงอยากจะช่วยดูแลบุตรสาวของเขาด้วยการให้คนของราชวงศ์แต่งงานกับนาง
รัชทายาทได้แต่เป็ห่วงน้องชายที่ทำอะไรตามใจโดยไม่ยั้งคิดอีก จนคนรอบตัวนั้นเดือดร้อนไปด้วย แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากว่าฮ่องเต้ได้ตัดสินโทษไปแล้วเรียบร้อย
งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จึงจบลงด้วยความตึงเครียด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะความดื้อรั้นขององค์ชายหก