ตอน 28 ไม่เจียมตัว
"น่าหมั่นไส้จริงๆ ข้าไม่้าเห็นเด็กนั่นสุขสม เริงร่า ทั้งที่ลูกของข้ายังไม่มีแม้โอกาสจะลืมตาดูโลก" จี้จูจิบชาร้อนยกดื่ม มืออีกข้างพลางยกพัดโบกโพยพัดหน้า พลางบ่นพึมพำกับสาวใช้
"ก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่ง หากจะจัดการ... ไม่ได้ยากเกินความสามารถของนายท่านหรอกเ้าค่ะ" สาวใช้พยายามยุยงให้จี้จูทำเื่ชั่ว ซ้ำแล้วเดิมทีจี้จูไม่ได้มีใจเมตตาเอ็นดูลูกผู้อื่นอยู่แล้วด้วย นางยิ่งรู้สึกหมั่นไส้ โกรธเกลียดเข้าไส้ วางแผนแกล้งเ้าก้อนแป้งโดยไม่สนอายุว่าเขาเพียงแค่ไม่กี่ขวบ
"จงนำสิ่งนี้ไปให้เขา ข้าจะหลอกล่อเ้าเด็กโง่นั่น" จี้จูนำกล่องเล็กๆหนึ่งใบให้สาวใช้มอบให้เด็กน้อย มองดูเผินๆมันดูดีทีเดียว ใครจะไปคิดว่าภายในกล่อง มีแมงป่องพิษซ่อนอยู่
"คุณชายน้อยเ้าค่า... มารดาของท่านฝากบ่าวให้นำของสิ่งนี้มอบให้" สาวใช้คนสนิทของจี้จูนำของสิ่งนั้นมอบให้สาวใช้อีกคน ที่เพิ่งมาประจำในจวนฉือ สั่งให้นางนำไปให้คุณชายน้อย ซ้ำยังปรับแต่งตระเตรียมคำพูดเพื่อหลอกล่อให้เด็กน้อยตายใจ
แม่นางน้อยผู้ไร้เดียงสามิอาจขัด เพราะผู้ที่้าเรียกใช้นางคือภรรยาเอกของจวน แน่นอนว่านางเพียงทำตามคำสั่ง ไม่ได้มีใจประสงค์ร้ายต่อคุณชายน้อย โดยที่นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการกระทำต่อไปนี้จะนำภัยสู่ตัวจนตาย
คราวซวยมาเยือน... เมื่อคุณชายน้อยรับของสิ่งนั้นไว้
ตามประสาเด็ก ที่ต้องหัวใจพองโตทันทีที่ได้รับของขวัญ
ความชาญฉลาด ทำให้เขาอยากรู้อยากเห็น ไม่รอช้าที่จะเปิดดู เด็กน้อยถูกแมงป่องพิษต่อยเข้าที่ปลายนิ้ว ฤทธิ์ของมันช่างรุนแรงนัก เพียงเสี้ยววินาที พิษกระจายทั่วร่าง ริมฝีปากซีดเขียว กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง ล้มทั้งยืน
แม่นางน้อยผู้นั้นใตัวเกร็งแทบหัวใจวาย โทษตัวเองว่านั่นเป็ความผิดที่ไม่ควรอภัย เข้าพบภรรยาเอกซ่างจี้จู ขอรับโทษอย่างสาสม ด้วยสีหน้าสำนึกผิด แน่นอนว่าสตรีใจจืดใจดำอย่างจี้จูต้องสนองความเ็ปให้นางแน่ แต่ก่อนอื่น นางฉลาดหลักแหลมกว่านั้น
จี้จูบีบบังคับให้สาวใช้แจ้งแก่ฮูหยินฉือผู้เป็ใหญ่... ว่าของสิ่งนี้เป็หลินอีที่ฝากฝังให้นางมอบให้คุณชายน้อย
"เป็อย่างนั้นไปได้อย่างไร คงเป็ไปไม่ได้ที่สะใภ้รองจะคิดร้ายกับบุตรของตน!!!" หลังจากที่ได้ฟังความข้างเดียว ฮูหยินใหญ่พยายามคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน แต่เพราะโดนเสี้ยมข้างหูอยู่ตลอด ทำให้ฮูหยินใหญ่ตกต่ำอยู่ในด้านมืด หลงผิด มองขาวเป็ดำ มองดีเป็ชั่ว
"หลินอี... นี่เ้ากล้าดีอย่างไรคิดจะทำร้ายผู้สืบสกุลฉือของข้า กว่าจะมีทายาทมิใช่เื่ง่าย!!! " ฮูหยินเฒ่าผู้โง่เขลาโกรธจัด ไม่เป็อันนั่งอันนอน เดินวนจวนเป็วงกลม เฝ้ารอเวลาที่หลินอีเสร็จงานราชการกลับเข้าจวน
**********
ยามเซิน (申:shēn) 15.00 – 16.59 น.
หลินอีและเว่ยกวงเสร็จสิ้นงานราชการ กลับจวนฉือเพื่อร่วมวงกินดื่มอาหารเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาเฉกเช่นเคย โดยที่ทั้งสองไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าบัดนี้ซ่างจี้จูได้กลับมาเป็หนึ่งในจวนฉือแล้ว
"เหตุใด... วันนี้จวนข้าเงียบเชียบเช่นนี้" ทันทีที่รถม้าเทียบหน้าจวน เว่ยกวงกวาดสายตาไปรอบๆไม่มีแม้แต่สาวใช้มายืนรอรับ เขาเริ่มรู้สึกเอะใจและกล่าวทักท้วงออกมาต่อหน้าหลินอี
"ไม่มีอะไรผิดปกติกระมัง ท่านอาจจะคิดมากไปเอง" หลินอีหัวเราะสามีด้วยความเอ็นดู ใบหน้ายิ้มแย้มของนางเผยให้เห็นร่องแก้ม ดูแล้วก็พลอยทำให้ใบหน้าอันเคร่งขรึมใต้หน้ากากทองผ่อนปรนลง
"ต้านเอ่อร์... ต้านเอ่อร์แม่มาแล้ว..." หลินอีะโเรียกบุตรชายั้แ่หน้าจวน ทว่าวันนี้กลับแปลกไปจริงๆ ฉือต้านไกวไม่ออกมาต้อนรับนางเช่นทุกวัน
หลินอีมองหน้าเว่ยกวงครู่หนึ่งด้วยแววตาแสนกังวล ก่อนจะวิ่งไปยังตำหนักของต้านไกว
ภาพตรงหน้าทำเอาผู้เป็แม่ใจแทบสลาย หมอหลวงกำลังฝังเข็มเด็กน้อยทั่วร่าง
"เกิดอะไรขึ้นท่านหมอ !!! " หลินอีน้ำตาไหลพราก ทิ้งสิ่งของทุกอย่างลงจากกำมือ ห่อผ้าที่เต็มไปด้วยขนมกุ้ยฮวาที่ต้านไกวชอบกิน กระจัดกระจายเต็มพื้น
"นี่มัน..." เว่ยกวงเ็ปจนพูดไม่ออก เขาเร่งกระทบเท้าเดินไปยังโถงใหญ่ หวังไถ่ถามความเป็มาจากปากมารดา แต่เื่ราวต่อไปนี้กลับทำให้เขาใหนักขึ้น คือซ่างจี้จูนั่งชูคอจิบชาอย่างสบายอกสบายใจ ทั้งที่คุณชายน้อยของสกุลนอนนิ่งกึ่งเป็กึ่งตาย
"นี่เ้า!!!" เว่ยกวงยกนิ้วชี้แสกกลางหน้านาง
"ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้วหรือ เหนื่อยหรือไม่เ้าคะ " จี้จูทำแววตาเป็มิตรออดอ้อน เข้าจับจูงแขนสามีนั่งกลางโถง โดยไม่สนสายตาเมียรองที่กำลังจับจ้องจนตาเขียวปิ๊ด พร้อมฉกราวจงอางหวงไข่ ซ้ำแล้วจี้จูยังทำลอยหน้าลอยตายียวนกวนใจน่าตบนัก
"ฮูหยินผู้เฒ่ามาแล้วเ้าค่า" เสียงรายงานจากบ่าวในเรือน ประคองฮูหยินผู้เฒ่าเข้าโถงใหญ่
"ท่านแม่... ข้าขอเอ่ยถามท่านสักประโยค เหตุใดจวนฉือยังมีนาง" หลินอีเปล่งเข้มเสียงเอ่ยถามแม่สามีอย่างหนักแน่น
"จองหอง!! กล้าทำเสียงแข็งกระด้างกับผู้าุโอย่างนั้นเหรอ!!
"อย่าเข้าใจผิด คิดว่าตนเป็ใหญ่ แม้นอกจวนเ้าจะมีชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งใต้ราชสำนัก ขุนนางต่างก้มหัวให้"
"แต่ข้าเจียงหลิวฝูไม่อ่อนข้อให้สะใภ้รองเนรคุณอย่างเ้าเด็ดขาด!!" ฮูหยินผู้เฒ่าพูดยาวเป็ฉะๆ จนไม่เปิดโอกาสให้ใครๆได้อ้าปากพูด
"ท่านแม่ นี่ท่านกำลังพูดถึงเื่ใดกัน เหตุใดใช้ถ้อยคำรุนแรงกับนางเพียงนั้น ลืมไปแล้วหรือไรว่าผู้เสียสละแก่จวนฉือเหนือผู้ใดก็คือนาง" เว่ยกวงกล่าวเตือนสติมารดา
"ลูกเว่ย ผู้เฒ่าอย่างข้า ไม่ขอยึดติดบุญคุณคน หากนางผิด ข้าย่อมต้องตำหนิให้นางรู้ตำแหน่งตน " ฮูหยินผู้เฒ่ายังฝืนดันทุรังที่จะพูด
"เ้าอยากรู้ใช่หรือไม่ว่าเหตุใด ต้านไกวถึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น... "
"นั่นเป็เพราะนางไม่ระวังให้ดี นำกล่องที่จุแมลงพิษมอบให้ต้านไกว จนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้!!"
"ทุกคนจำเอาไว้ หากหลานข้าเป็อะไรไป ข้าจะไม่ยกโทษให้ผู้ใดทั้งนั้น แม้นางจะเป็มารดาแท้ๆของต้านไกวก็ตาม"
"จริงหรือ สิ่งที่ท่านแม่พูดจริงหรือ!!!" เว่ยกวงทำหน้าเสีย หันไปดุหลินอี
"ข้าไม่เคยมอบสิ่งใดให้ต้านไกว อย่างที่ทราบกันดีว่าหลายวันมานี้งานราชการรัดตัว ข้างุ่นง่วนในวังหลวงตลอด ไม่มีใจคิดเล็กคิดน้อยแก่บุตร!!" หลินอีพพยายามอธิบาย แต่คำพูดของนางดันทำให้แม่ผัวคิดว่ากำลังแก้ตัวยกใหญ่
"เพราะนางเอาแต่ยุ่งงานราชการ จึงไม่มีเวลาดูใส่ใจบุตร ตามประสาคนห้าวหาญเช่นนาง คงอยากจะอ่อนโยนกับบุตร จึงมอบของกำนัลให้กระมัง แต่คงพลาดท่าตรงที่รีบร้อนไปสักหน่อย ไม่ยอมตรวจทานให้ดีว่า ของที่ซ่อนอยู่ด้านในคือแมลงพิษ " จี้จูพูดเสริมใส่ไฟ ยุยงให้สองสามีภรรยาผิดใจกัน
"หลินอี นั่นบุตรชายเพียงคนเดียวของเรามิใช่หรือ เหตุใดเ้าไม่ระมัดระวังมากกว่านี้" เว่ยกวงตำหนิหลินอีเพียงเล็กน้อยต่อหน้าทุกคน มันทำให้นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็อย่างมาก
"ท่านโทษข้า? "
"ท่านกำลังโทษข้าอีกคนงั้นเหรอ?" หลินอีผิดหวังในตัวเว่ยกวง
แผนการชั่วของนางจิ้กจองป่าจี้จูถือว่าประสบความสำเร็จ เมื่อสองสามีภรรยาที่รักใคร่ร่วมเป็ร่วมตาย เริ่มผิดใจกัน
"แค่ไม่ถึงวันที่ข้ากลับจวนฉือ ความวิบัติก็เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ หวังว่าอีกไม่นาน ข้าจะกำจัดเ้าได้เสียทีนะหลินอี" แม้ใบหน้าของจี้จูนะนิ่งเงียบ แต่ภายในใจกลับกำลังคิดเช่นนี้
หลินอีทำตัวไม่เหมาะสม ขาดสติ ประชดประชันด้วยการออกจากจวนฉือในยามพลบค่ำ โดยไม่คำนึงถึงผู้เป็บุตรที่กำลังนอนหายใจรวยริน
"ดูซิ ดูให้ดีเว่ยกวง...นี่น่ะหรือสตรีที่เ้ารักหนักหนา เพียงแค่โดนตำหนิเล็กน้อย นางกลับสลัดปลายผม หันหลังให้ผู้าุโเช่นข้า มิหนำซ้ำนางยังกล้าออกจากจวนในยามนี้ โดยไม่สนความเป็ความตายของอต้านไกว" ได้ทืก็เอาใหญ่ แม่ผัวเริ่มนิสัยเสียอีกครั้ง หลินอีเองแม้จะเข้มแข็งแค่ไหน ก็ต้องมีท้อใจอยู่บ้าง ผ่านไปปีแล้วปีเล่านางต้องคอยรับมือกับแม่ผัวประสาทและเมียเอกเนืองๆ
ทุกคนเข้าใจหลินอีผิดไปไกล หารู้ไม่ ว่านางเร่งร้อนใจออกจากจวนในเวลานั้น เพื่อร้องขอยาถอนพิษวิเศษจากฝ่าา
*ยาถอนพิษวิเศษ เป็ของสูงส่งของราชวงศ์ 1 ปีจะผลิตได้เพียง 1 เม็ด เพียงเพราะวัตถุดิบที่ใช้ปรุงยานั้นอยู่ในหุบเขาลึก บางปีไม่สามารถผลิตได้สักครึ่งเสี้ยวเม็ดก็ยังมี... นับว่ายาถอนสารพัดพิษนี้ล้ำค่าต่อฝ่าามาก แม้กระทั่งองค์รัชทายาทยังเข้าถึงได้ยาก*
ใครจะไปคิดว่า เมื่อฝ่าาได้ฟังเื่ราวเข้าใจผิดนี้จากปากนาง ทำให้ฝ่าารู้สึกเห็นใจ ยอมมอบยาถอนพิษนี้ให้นางโดยง่าย
ช่างเป็บุญที่หลินอี นำยากลับไปให้ต้านไกวกินได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นชีวิตน้อยๆคงต้องถูกพรากจากไปชั่วนิรันดร์
เว่ยกวงที่แอบมองอยู่หน้าเรือน เห็นถึงความตั้งใจของภรรยาแล้วนั้น จึงได้รู้ว่าตนสมองเบาน้อยปัญญาเข้าใจนางผิด...