บทที่ 20 การประชุมผู้ถือหุ้น
ขณะเดียวกันภายในห้องประชุมของบริษัทฉีที่กำลังจัดการประชุมผู้ถือหุ้นอยู่ ฉีส่าวฉิงที่อยู่ในนั้นก็รับฟังอย่างไม่ตั้งใจและแสดงออกถึงความเบื่อหน่าย จนกระทั่งนิ้วมือเรียวยาวปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือและกดเปิดหัวข้อร้อนแรงในตลาดหุ้น
ทว่าเมื่อได้เห็นตัวเลขบางกลุ่มในตลาดหุ้น ทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัยก่อนจะหยุดนิ่งลง
“คุณนายฉี ข้างในกำลังจัดการประชุมผู้ถือหุ้น และคุณก็เข้าไปไม่ได้”
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นที่ด้านนอกของประตู ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังรู้สึกเบื่อหน่ายละสายตาจากโทรศัพท์มือถือและเงยหน้ามองไปที่ประตูห้องประชุม ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัยที่มุมปากเพียงเล็กน้อย
“ฉันมาเพื่อเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น”
ขณะที่เสียงของลู่จั่นเหยียนดังขึ้น ประตูห้องประชุมก็ถูกเลขาที่มาด้วยกันเปิดออกทันทีโดยที่ไม่สนใจสีหน้าใของทุกคนในห้องด้วยซ้ำ
ลู่จั่นเหยียนใช้สายตาของเธอจ้องมองและมุ่งตรงไปยังฉีส่าวฉิงที่นั่งอยู่ในตำแหน่งของประธาน
“คุณหนูลู่ครับ ราคาหุ้นของบริษัทลู่ตกต่ำลงไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว ทำไมคุณถึงไม่อยู่บริหารจัดการบริษัทของตัวเองให้ดีและพยายามดันราคาหุ้นขึ้นมาบ้างล่ะ? แต่กลับวิ่งแจ้นมาเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัทฉีซะอย่างงั้น? ใจกล้าไม่ใช่เล่นเลยนี่”
ฉีส่าวฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ที่มุมปาก แต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยันเป็อย่างมาก ทว่าแววตากลับซับซ้อนจนยากจะคาดเดา แม้แต่เลขาที่ติดตามมาหลายปีก็เดาไม่ออกว่าเขา้าทำอะไรกันแน่
นิ้วมือของลู่จั่นเหยียนที่วางอยู่บนเก้าอี้กลับยิ่งกำแน่นขึ้นเพราะได้ยินคำพูดของเขา แต่เพียงชั่วพริบตาเธอก็ดึงเก้าอี้ออกอย่างใจเย็นและนั่งลงพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ว่าราคาหุ้นของบริษัทลู่จะเป็ยังไง… แต่ฉันในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทฉีก็คิดว่าจำเป็ต้องมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้…”
“ต่อให้เอาหุ้นของทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้มารวมกัน แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าฉันอยู่ดีไม่ใช่เหรอคะ?”
ผู้ถือหุ้นทั้งหลายที่ได้ยินดังนั้นแล้วต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาทันที เพราะถึงแม้คุณชายฉีจะหย่ากับเธอไปในอนาคต แต่ก็ไม่จำเป็ต้องให้ค่าเลี้ยงดูเป็หุ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งมากขนาดนี้
ราวกับว่าลู่จั่นเหยียนได้เห็นความคิดของผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เธอจึงยกยิ้มริมฝีปากแดงอีกครั้งและเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อรับสัญญาโอนหุ้นจากมือของเลขา จากนั้นก็โยนลงไปบนโต๊ะเพื่อให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจนแล้วเธอก็ลุกขึ้นมาทันที
ชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บพอดีตัวขับให้บุคลิกของเธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งมือทั้งสองข้างก็วางลงบนขอบโต๊ะในห้องประชุม แต่ใบหน้าที่งดงามและอ่อนหวานกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่างจนเห็นได้ชัดผ่านน้ำเสียงเ็าที่ถูกเอ่ยออกมาเมื่อครู่
“นี่คือหลักฐานการถือหุ้นที่ฉันพูดถึงเมื่อครู่รวมถึงหุ้นของท่านประธานฉีด้วย นอกจากนี้… ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าฉันจะหย่ากับฉีส่าวฉิง และหุ้นทั้งหมดในชื่อของเขาจะโอนมาเป็ของฉันทันที ซึ่งก็หมายความว่าฉันจะกลายเป็ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทฉีอย่างแน่นอน”
คำพูดเพียงแค่ประโยคเดียว แต่กลับมีข้อมูลมหาศาลที่ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงจนหน้าตาเหวออย่างเห็นได้ชัด
หลังจากหนึ่งเดือนต่อจากนี้ที่ฉีส่าวฉิงต้องหย่า นอกจากเขาจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูแล้ว เขาก็ยังถูกไล่ออกจากบ้านอีกด้วย… ไม่สิ! ต้องบอกว่าทรัพย์สินเกือบทั้งหมดของตระกูลฉีจะตกไปอยู่ในมือของลู่จั่นเหยียนทันที
บ้าไปแล้ว! การหย่าครั้งนี้มีมูลค่ามหาศาลมากเกินไป!
ผู้หญิงคนนี้ใช้วิธีแบบไหนกันนะ?
ฉีส่าวฉิงไม่สนใจสีหน้าของทุกคนอีกต่อไปแล้ว เขารีบลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้และเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนที่ริมฝีปากบางได้รูปยกยิ้มอย่างเย้ายวนและดวงตาเป็ประกายระยิบระยับจ้องมองไปยังลู่จั่นเหยียนอย่างมีความวูบวาบของความโกรธเคือง
“ดูเหมือนว่าผมจะประเมินคุณต่ำไปสินะ คุณหนูลู่”
“ฉันแค่ทำตามคำสั่งของคุณปู่ หากคุณมีปัญหาอะไรก็ไปคุยกับท่านประธานฉีเอาเองแล้วกันนะคะ”
เมื่อเธอได้สบตากับดวงตาคู่นั้นที่ทำให้ใจสั่นไหวและเริ่มรู้สึกได้ถึงความอันตราย ทำให้นิ้วมือที่เกาะอยู่ขอบโต๊ะกลับยิ่งกำแน่นมากขึ้นกว่าเดิม
อันที่จริงเธอไม่ได้้าหุ้นของบริษัทฉี แต่เธอเพียงแค่ต้องใช้มันในการดึงบริษัทลู่ออกจากวิกฤตในครั้งนี้ให้ได้ ส่วนเื่ที่เธอกับฉีส่าวฉิงจะฉีกหน้ากันหรือไม่… มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
“งั้นผมก็จะรอวันเซ็นใบหย่าในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านะครับ คุณหนูลู่”
ฉีส่าวฉิงละสายตาจากใบหน้าของเธอ ก่อนจะก้าวขายาวอย่างสง่างามไปทางประตูห้องประชุม ทว่าระหว่างที่เขากำลังเดินไปกลับจงใจใช้ไหล่อันแข็งแกร่งกระแทกเข้ากับไหล่บางของร่างเล็กที่พยายามทำท่าทางเข้มแข็งออกมา
ลู่จั่นเหยียนที่ถูกชนจนโซเซไปสองสามก้าว แล้วจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเซ็กซี่และนุ่มลึกดังขึ้นราวกับกระซิบที่ข้างหู
“ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฉี”
ฉีส่าวฉิง!