ลลิตานั่งเหม่อมองโทรศัพท์มือถือ 2สัปดาห์ แล้วที่ฟารีสไม่ติดต่อมาและเธอก็ติดต่อเขาไม่ได้ เฟสบุ๊คแฟนเพจของบ้านเรือไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเช่นกัน เธอลองติดต่อไปทางอีเมลของคุณพ่อคือมูฮัมหมัดก็ไม่มีการตอบกลับ ลลิตาถอนหายใจถึงนี่จะไม่ใช่ประสบการณ์ความสัมพันธ์ทางไกลที่ล้มเหลวครั้งแรกแต่ก็อดใจหายไม่ได้ ระยะเวลา 4 ปีที่คบหากันมามันอาจไม่ยาวนานมากแต่ก็สร้างความผูกพันจนกลายเป็ส่วนหนึ่งของชีวิต
‘คงหนีไปแต่งานแล้วมั้ง’ ลลิตาคิด มือน้อยพยายามถอดแหวนเงินบนนิ้วนางข้างซ้ายออกแต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด แหวนวงน้อยดื้อดึงเหมือนไม่อยากพรากจากนิ้วเรียวลลิตาถอนหายใจล้มเลิกความคิดที่จะถอดแหวนแล้วเดินไปนั่งโต๊ะทำงานตั้งใจจะเริ่มปั่นงานต่อ
ผ่านไปเนิ่นนาน หญิงสาวยังนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไหล่บางสั่นเทา แม้จะพยายามมาสักพักแล้วแต่หน้าจอก็ยังพล่าเลือนจนเธอไม่สามารถทำงานได้ลลิตาปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุด หยิบโทรศัพท์มือถือกดสายโทรออกหาไอลดา
“ว่าไง แก”สัญญาณเรียกเข้าไม่กี่ครั้งไอลดาก็รับสาย
“ไอ ฉันรู้สึกเหมือนจะตาย”เสียงสั่นเครือของลลิตา ทำให้ไอลดาวางมือจากงานตรงหน้า
“ลิตา แกเป็อะไร?”
“ฉันคิดว่า ฉันกำลังอกหัก”เสียงลลิตาขาดเป็ห้วงๆ ตามแรงสะอื้น
“เดี๋ยวฉันไปหา รอแป๊บเดียว” ไอลดารีบออกจากบ้านมาหาลลิตาทันทีั้แ่รู้จักกันมาสิบกว่าปีเพื่อนสาวของเธอไม่เคยอกหักแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นตอนนี้คงเป็สถานการณ์ที่หนักหนาที่สุดสำหรับลลิตา
5 เดือนผ่านไป
ลลิตาเริ่มทำใจได้แล้วถึงแม้ตาจะยังเผลอมองมือถืออยู่บ่อยๆและ...ในคืนที่เงียบสงบเช่นวันนี้ ก็ยังคิดถึงเขาอยู่เป็พักๆเธอพลาดเองที่เผลอเอาใจไปลงเล่นจนหลงรักวัตถุดิบทั้งที่ระวังตัวมาตลอด
ร่างระหงยืนจิบเบียร์รับลมอยู่ตรงระเบียงพลางเริ่มคิดพล็อตนิยายเื่ใหม่ ปล่อยจินตนาการให้เตลิดไปในความมืดที่สงบเงียบของค่ำคืน
ในตอนที่เริ่มกรึ่มๆ หูเ้ากรรมก็แว่วได้ยินเสียงสัญญาณสายวีดีโอคอลเรียกเข้า ‘หูแว่วละ สงสัยจะเริ่มเมา’ เ้าตัวนึกในใจ พลางกระดกเบียร์ในกระป๋องเข้าปากเสียงเ้ากรรมหยุดไปชั่วครู่ก่อนดังขึ้นอีกครั้งลลิตาสบัดศีรษะขับไล่ความมึนเมาแล้วสาวเท้าเข้ามาในห้องนั่งเล่นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอ
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ลลิตาใจเต้นรัวร่างระหงชะงักค้างอยู่อย่างนั้นแอลกอฮอล์ที่วิ่งพล่านอยู่ในกระแสเืทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็ความจริงหรือความฝันจนเสียงสัญญาณหยุดไป ชั่วอึดใจข้อความก็ถูกส่งเข้ามา
ฟารีส : โกรธผมเหรอครับ?
ฟารีส :รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวเพราะทหารปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงทำให้ที่แคชเมียร์ถูกตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์ครับวันนี้เพิ่งปล่อยสัญญาณ
ฟารีส :ลิตาครับ รับสายหน่อย ผมใจจะขาดแล้ว
ฟารีส : ลิตาครับ ข้อร้องล่ะ
ข้อความถูกส่งมารัวๆ อย่างร้อนใจพร้อมลิงค์ข่าวการประกาศเคอร์ฟิวจากรัฐบาลอินเดียในพื้นที่แคชเมียร์แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเ้าของโทรศัพท์มือถือเมาหลับไปบนโซฟาแล้วก่อนที่จะได้อ่านข้อความ...
ลลิตาตื่นสะดุ้งตื่นจากเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุดหญิงสาวครางเบาๆ ด้วยความรำคานก่อนหยิบมือถือมากดรับและกรอกเสียงงัวเงียลงไป
“ว่าไง ไอ มีไรโทรมาแต่เช้า?”
“ลิตา ทำไมแกไม่รับสายฟารีส?”
“ไม่รู้”
“ไม่รู้อะไร ของแก?”ไอลดาถามกลับอย่างงุนงง
“ไม่รู้ว่าเื่จริงหรือฝันไปไม่รู้ว่าเขาโทรมาทำไม ไม่รู้ว่าฉันต้องทำยังไง” เสียงลลิตาเริ่มสั่นเครือ
“ลิตา ใจเย็นๆ นะ เอางี้ฉันจะอธิบายสั้นๆที่เหลือแกไปคุยกับฟารีสเอง คือ รัฐบาลอินเดียประกาศเคอร์ฟิวเขตแคชเมียร์มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตทำให้ทางนั้นติดต่อโลกภายนอกไม่ได้มา 5เดือนแล้ว” ไอลดาอธิบายเร็วๆ เมื่อคืนพอฟารีสติดต่อลลิตาไม่ได้ก็รีบโทรหาเธอทันที
“เหรอ เป็ไปได้เหรอแกเคอร์ฟิว 5เดือนจนติดต่อโลกภายนอกไม่ได้เนี่ยนะ เว่อร์ละ” ลลิตาพูดอย่างไม่อยากเชื่อ
“จริงแก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของที่นั่นเคอร์ฟิวนานกว่านี้ก็เคยมีมาแล้ว ลองไปหาอ่านข่าวเก่าๆ ดู”
“เหรอ?”
“อือ โทรหาฟารีสซะตอนนี้น่าจะแจ้นไปสนามบินแล้วมั้งรายนั้นน่ะ”
“อือ”
“งั้น แค่นี้นะ ฉันแก้บั๊กอยู่” ไอลดาพูดพร้อมกับตัดสายไป
หลังไอลดาวางสายไป ลลิตานั่งสงบสติอารมณ์อยู่สักพักก่อนเริ่มเข้าGoogleเพื่อหาข่าว....
มือใหญ่กดรับสายวีดีโอคอลทันทีเมื่อเห็นสัญญาณเรียกเข้าดวงหน้าหวานที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอด 5 เดือนปรากฏบนหน้าจอ
“ลิตา...”ฟารีสพูดได้เท่านั้นในลำคอมีก้อนสะอื้นวิ่งขึ้นมาจุกจนพูดไม่ออก น้ำใสๆ เอ่อคลอล้นดวงตาคม
“ฉันนึกว่าคุณหนีไปแต่งงานแล้ว”ดวงหน้าหวานงอง้ำ น้ำตาคลอหน่วย
“โธ่ลิตา คุณก็รู้ว่าผมรักคุณแค่ไหน”ฟารีสยิ้มทั้งน้ำตา
“ก็ตั้ง 5 เดือน 5เดือนเลยนะที่ฉันติดต่อคุณไม่ได้” ลลิตาสะอื้อฮัก ปล่อยโฮ น้ำตาไหลเป็ทำนบแตกเธอไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป
“ลิตา อย่าร้อง ผมอยู่นี่แล้ว”ฟารีสใจจะขาดเมื่อเห็นน้ำตาคนที่รัก ขณะที่มือใหญ่ก็ปาดน้ำตาตัวเองปอยๆ
“ไม่เอาแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ฉันรับไม่ไหวถ้ายังคบกันอยู่ฉันก็ไม่รู้วันไหนคุณจะหายไปอีกฉันต้องอยู่โดยไม่รู้ว่าคุณเป็หรือตายแบบนี้ไปตลอดเหรอ ฉันรับไม่ไหวหรอก” แม้น้ำตาจะไหลลงไม่ขาดสายแต่ประกายตาแน่วแน่นั้นทำให้ฟารีสใจหายวาบ