“นะนี่มันอะไรกันเ้าคะ!? อ๊ะ! ขะ ข้าน้อย มีข้าน้อยอยู่ด้วยเ้าค่ะ!? ท่านไวส์เคานท์ด้วย!ท่านเอลเซ่ก็ด้วย!”
“หวาอะไรเนี่ย! ขยับเองด้วย! ตัวฉันก็อยู่ตรงนี้แท้ ๆ! เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่ฉันลินเซ่นี่นา!? ไม่สิลินเซ่เองก็อยู่ในนี้ด้วย!? มันยังไงกันเนี่ย!?”
“ใจร่มๆ ก่อน”
““โอ๊ย!!””
ผัวะผมสับไปที่กระหม่อมของทั้งสองคน แตกตื่นกันเกินไปแล้ว ถึงจะสนุกนิด ๆ ก็เถอะ
“นี่คือเวทไร้ธาตุของผมที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ในตอนนั้นๆ แล้วเอามาเปิดดูใหม่อีกครั้งได้......เป็ของประมาณนั้นน่ะแล้วผมก็บันทึกการต่อสู้เมื่อกี้เอาไว้ด้วย”
“สุดยอดเลยนะเ้าคะ!เวทมนตร์นี้น่ะ!”
“เวทมนตร์อะไรเหรอ?”
“อ๊ะสมาร์ทโฟน?”
“สะม้าดโฟน......เป็เวทมนตร์ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะเอาเถอะ ถ้าเป็เวทไร้ธาตุก็ช่วยไม่ได้สินะ”
เอลเซ่กอดอกเอียงคอสงสัยระหว่างนั้นยาเอะก็จับสมาร์ทโฟน แล้วจ้องหน้าจอราวกับจะเขมือบเข้าไปเลยในที่สุดก็มาถึงฉากที่ยาเอะถูกจัดการ
“ตรงนี้ล่ะเ้าค่ะ!”
ดาบที่น่าจะถูกฟันลงมาจากด้านหน้าของยาเอะกลับถูกปล่อยออกไปโดยเล็งที่ลำตัวมาั้แ่แรกซะงั้น อ้าว? ถ้าจำไม่ผิดน่าจะฟันโดยเล็งไปที่หัวของยาเอะแท้ๆ
“หมายความว่าไง?”
“นั่นสิ......?”
เอลเซ่ที่ดูหน้าจออยู่ข้างๆ ผมถามขึ้นมา ดูแล้วเธอเองก็คงไม่เข้าใจเหมือนกัน ผมจึงหันหน้าไปอีกด้าน
“ทะท่านโทยะ! ฉากนี้ สามารถดูอีกครั้งได้ไหมเ้าคะ!?”
“ได้สิจะกี่ครั้งก็ได้ ั้แ่แรกเหรอ?หรือเป็ตอนก่อนโดนจัดการ?”
“ก่อนโดนจัดการ!”

ผมควบคุมหน้าจอเล็กน้อยแล้วส่งให้ยาเอะไวส์เคานท์เข้าประชิดยาเอะ แล้วฟาดดาบใส่ลำตัวทั้ง ๆ อย่างนั้นไม่ได้เงื้อดาบขึ้นเลยจริง ๆ ด้วย แต่เมื่อตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด......
“เงาดาบ......”
“เงาดาบ?”
ยาเอะพึมพำออกมา
“วิชาที่จะสร้างดาบขึ้นมาจากจิตต่อสู้ระดับสูงเ้าค่ะเป็ภาพลวงตาไม่ใช่ของจริง แต่ว่าเพราะเป็สิ่งที่สร้างขึ้นมาจากจิตใจถึงยิ่งต้องระวังดังนั้นต้องไม่เผลอรับรู้ถึงสิ่งนั้นเข้าเ้าค่ะบางทีท่านไวส์เคานท์อาจจะส่งเงาดาบมาจากข้างบน แล้วใช้ดาบของจริงฟันใส่ด้านข้างถ้าเคลื่อนไหวโดยการััจิตต่อสู้ก็จะติดกับเงาดาบส่วนดาบของจริงที่ไม่มีจิตต่อสู้ก็พุ่งมาจากด้านข้างแทนข้าน้อยติดกับเข้าเต็มเปาเลยสินะเ้าคะ......”
ทำให้มองเห็นภาพลวงตา......หมายความว่าไงกันนะผมคิดว่ายาเอะจะท้อแท้กว่าเดิมเพราะได้เห็นความเป็จริง แต่ยาเอะกลับเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา ไม่ใช่......รอยยิ้มตัดใจ แต่เหมือนจะจับอะไรบางอย่างได้จากนั้นก็พึมพำบางอย่างออกมาเบา ๆ
“ดาบของข้าน้อยยังไม่มีเงามืด......สินะอย่างนี้นี่เอง ถูกต้องเลยเ้าค่ะ ไม่ใช่หาช่องว่างของอีกฝ่ายแต่ต้องทำให้อีกฝ่ายเปิดช่องว่าง......แล้วก็ยัง......”
“เฮ้ยาเอะ? เป็อะไรรึเปล่า?”
“......ไม่เป็ไรเ้าค่ะขอบคุณท่านโทยะ ช่วยได้มากเลยเ้าค่ะ”
หลังรับสมาร์ทโฟนคืนมาจากยาเอะที่สีหน้าสดใสขึ้นผมก็เก็บกลับเข้ากระเป๋า เอาเถอะ ถ้ายืนหยัดขึ้นมาใหม่ได้ก็ดีแล้วล่ะ
“ข้าน้อยจะฝึกฝนให้มากขึ้นอีกแล้วแข็งแกร่งขึ้นให้ได้เ้าค่ะ ร่วมกันกับทุกคน”
“ต้องแบบนั้นสิ!”
ยาเอะกับเอลเซ่ไฮทัชแล้วหัวเราะให้กันดีจังเลยน้า วัยรุ่นเนี่ย
“รวมฉันเข้าไปด้วยสิคะ......”
มีเสียงเหมือนกำลังเจ็บใจดังมาจากที่นั่งสารถีอ๊ะ ไม่ใช่ว่าลืมไปสนิทหรอกนะ?ขอโทษที ลินเซ่
◇ ◇ ◇
อุตส่าห์มาถึงเมืองหลวงทั้งทีคงไม่กลับไปทั้ง ๆ อย่างนี้หรอกนะ เงินก็มีอยู่ด้วยสิ ไปช๊อปปิ้งกันเถอะตัดสินใจกันว่าแบบนั้น จะว่าไปผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปคัดค้านกลุ่มผู้หญิงสามคนอยู่แล้วด้วย
เื่ก็เลยกลายเป็ว่าพวกผมนำรถม้าไปฝากไว้ที่โรงแรม (ถึงจะต้องเสียค่าฝากเพราะไม่ได้ค้างคืนก็เถอะ)
แล้วนัดรวมพลที่นี่ในอีกสามชั่วโมงให้หลัง
ดูเหมือนว่าทั้งสามคนจะไปทำอะไรด้วยกันแต่ผมขอแยกตัวไปทำอย่างอื่น ไม่อยากเป็คนถือของน่ะนะแล้วผมเองก็มีของที่อยากซื้ออยู่ด้วย
เอาล่ะผมหยิบสมาร์ทโฟนออกมา แล้วตรวจสอบสถานที่ด้วยแอปฯแผนที่ ง่ะ......กว้างจัง......สมเป็เมืองหลวงเลย จะหาเจอไหมล่ะเนี่ย? ร้าน เครื่องป้องกัน เอ้า......
เมื่อทำการค้นหาสถานที่ซึ่งเป็ร้านเครื่องป้องกันก็ถูกแสดงโดยมีเข็มหลายเล่มถูกปักลงบนแผนที่เอ่อ ที่ใกล้ที่สุดก็......ข้างหน้า?
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นร้านเครื่องป้องกันที่ใช้สัญลักษณ์เป็โล่อยู่ไม่เห็นจำเป็ต้องค้นหาเลยไม่ใช่เรอะ......
“ยินดีต้อนรับ”
พอเข้าไปในร้านก็เห็นของอย่างโล่หลายๆ แบบ ชุดเกราะ ถุงมือยาว หรือหมวกเกราะวางอยู่ลึกเข้าไปในด้านในเคาน์เตอร์มีเ้าของร้านท่าทางอัธยาศัยดีกำลังยิ้มให้อยู่
“ขอโทษนะครับขอเดินดูหน่อยได้ไหมครับ?”
“เชิญเลยเชิญเลยแต่กรุณาอย่าหยิบขึ้นมานะครับ”
เนื่องจากเ้าของร้านไม่ให้แตะต้องผมจึงจ้องมองเกราะอย่างระวัง อาวุธนั้นถึงผมจะซื้อคาตานะมาแล้วตอนที่รับคำร้องของกิลด์ครั้งแรกแต่เครื่องป้องกันผมเลื่อนออกไปก่อน เพราะได้โอกาสเหมาะก็เลยมาซื้อซะเลยอุตส่าห์อยู่ในเมืองหลวงทั้งที ถ้าเป็ไปได้ก็อยากได้ของดี ๆ ล่ะนะ
แต่ว่าเอาไงดีล่ะเนี่ย...... เนื่องจากตัวผมให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวสะดวกมากกว่าทำให้รู้สึกว่าไม่เหมาะกับเกราะที่ทำจากโลหะ ใส่เกราะทั้งตัวท่าทางจะขยับลำบากด้วย
ในเมื่อเป็แบบนี้ก็ต้องเป็พวกเกราะหนังหรือไม่ก็ประเภทน้ำหนักเบาสินะ......
“ขอโทษนะครับเกราะที่ดีที่สุดของที่นี่อยู่ไหนเหรอครับ? อ๊ะ ยกเว้นที่ทำมาจากโลหะนะ”
“ยกเว้นที่ทำมาจากโลหะเหรอครับ? ถ้างั้นก็เกราะแรดลายจุดนี่ล่ะครับดีที่สุดแล้ว”
“แรดลายจุด?”
“เป็แรดที่มีลายจุดตามชื่อนั่นละครับเกราะนี้สร้างขึ้นมาจากหนักของมัน มีความแข็งและทนทานมากกว่าเกราะหนังทั่ว ๆไปมากเลยนะครับ”
ก๊องๆ ผมลองเคาะดู ท่าทางแข็งจริง ๆ ด้วย
“แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังแข็งน้อยกว่าเกราะที่ทำจากโลหะสินะ?”
“เื่นั้นมันก็นะ......ถ้าหากไม่มีผลจากเสริมเวทมนตร์ล่ะก็ ปกติก็ตามนั้นล่ะครับ”
เสริมเวทมนตร์ถ้าจำไม่ผิดคือเครื่องป้องกันที่มีการเพิ่มผลของเวทมนตร์เข้าไปสินะดูเหมือนจะเป็ของราคาแพงที่หาได้จากโบราณสถานเก่าแก่ แต่ก็เหมือนจะมีอยู่เยอะที่เป็ของที่สร้างมาจากราชอาณาจักรเวทมนตร์ทางตะวันออกไกล
“ที่นี่มีเครื่องป้องกันเสริมเวทมนตร์รึเปล่าครับ?”
“ร้านเราหามาไม่ไหวหรอกครับเพราะของแบบนั้นมันราคาแพงมาก คิดว่าถ้าเป็ร้านเครื่องป้องกันชื่อ ‘เบลคุท’ ที่อยู่ทางทิศตะวันออกน่าจะมีอยู่เพราะที่นั่นเป็ร้านที่ส่งของให้ขุนนางน่ะครับ”
เ้าของร้านตอบด้วยสีหน้าลำบากใจส่งของให้ขุนนางเหรอ ออกจะไร้เหตุผลนิด ๆ แฮะ เดี๋ยวก่อนนะ?
“ที่ร้านนั่นผมสามารถใช้เ้านี่เข้าไปได้รึเปล่าครับ?”
“นี่มันอะไรเหรอครับ......นะ นี่มันของตระกูลดยุค!? ท่านลูกค้าเป็คนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลดยุค!?”
เมื่อเห็นเหรียญตราที่ได้รับมาจากตระกูลดยุคเ้าของร้านก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที
“ถ้าเป็แบบนี้ก็คิดว่าไม่เป็ไรหรอกครับถ้ามีการค้ำประกันจากผู้มีฐานะระดับดยุคล่ะก็ ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนครับ”
ผมกล่าวขอโทษที่ทำให้เสียเวลาแล้วจ่ายเหรียญเงินให้เป็ทิปก่อนออกมาจากร้าน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยัง “เบลคุท” ตามทางที่ดูจากแผนที่
ถึงจะรู้ตัวว่ากำลังเดินอยู่ในเมืองหลวงแต่ก็ยังใกับเผ่าพันธุ์อื่นนอกจากมนุษย์ที่มีอยู่มากมายอยู่ดีพวกที่ถูกเรียกว่าุ์จะเป็เผ่าซึ่งมีลักษณะเด่นอยู่มากมายและที่ใมากในหมู่คนเ่าั้คือ ตัวตนของมนุษย์สัตว์นั่นเอง