ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 147 เจี้ยน

            “ท่านอยากได้หรือ”

            “อืม”

            “ให้ท่าน”

            เสิ่นเสวียนโยนเข้าไปในมิติทันทีโดยไม่ลังเล

            ภายในมิติร่างจิตวิญญาณของเสวียนหลิงเอ่อร์ลอยอยู่เหนือโลงศพสีดำ นางเห็นกลุ่มจิตวิญญาณถูกส่งเข้ามาจึงแสดงพลังออกไปปกคลุมไว้แล้วดึงเข้าไปในโลงศพสีแดง

            “ขอบคุณ”

            หลังเข้าไปในโลงศพแล้วเสวียนหลิงเอ่อร์กล่าวขอบคุณเสิ่นเสวียนเป็นครั้งแรก

            เมื่อได้ยินคำขอบคุณเสิ่นเสวียนจึงยิ้มมุมปากน้อยๆ

            ยากมากที่จะได้ยินเสวียนหลิงเอ่อร์กล่าวขอบคุณเขาเช่นนี้

            หากเขากลืนกินกลุ่มจิตวิญญาณเมื่อครู่นี้เข้าไปจะเป็นประโยชน์ต่อระดับขั้นจิตวิญญาณของเขามากและยังได้หม่าเมี่ยนช่วยทำลายจิตสำนึกไปแล้วด้วยไม่ต้องกังวลเลยว่ามันจะไม่บริสุทธิ์

            แต่ในเมื่อเสวียนหลิงเอ่อร์เอ่ยปากขอแล้วเขาจึงมอบให้อีกฝ่ายในทันที

            เพราะมูลค่าของอีกฝ่ายเหนือกว่ากลุ่มจิตวิญญาณนี้มากเลยทีเดียว

            “ข้าอยากรู้ว่าพลังยุทธ์ของเจ้าถึงขั้นเซียนวิญญาณนานแค่ไหนแล้ว”

            เสิ่นเสวียนมองหม่าเมี่ยนอย่างพิจารณาพลางกล่าวถาม

            “เกือบร้อยปีแล้ว”

            “อืมดูเหมือนเจ้ากำลังติดอยู่ที่คอขวด อยากก้าวหน้าขึ้นกว่านี้อีกไหม”

            ในเมื่อเสิ่นเสวียนเรียกอีกฝ่ายออกมาแล้วต้องมอบประโยชน์ให้อีกฝ่ายสักหน่อย ในหัวของเขาไม่มีอย่างอื่นเลยแต่มีประสบการณ์มากมายที่จะชี้แนะได้

            หม่าเมี่ยนคุกเข่าลงตรงหน้าเสิ่นเสวียนทันทีที่ได้ยินดังนั้นใบหน้าใหญ่โตของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดสวรรค์ก็มีตาในที่สุดท่านเซียนก็ช่วยชี้แนะให้เขาแล้ว

            “ขอบคุณท่านเซียนขอบคุณท่านเซียน”

            หม่าเมี่ยนคารวะเสิ่นเสวียนด้วยความเคารพอย่างสูง

            การแสดงคารวะต่อเซียนพเนจรเก้าด่านเคราะห์ไม่ใช่เรื่องน่าอายในทางกลับกันยังรู้สึกเป็นเกียรติสูงสุดอีกด้วย

            และโชคดีที่เซียนพเนจรเก้าด่านเคราะห์ผู้นี้กำลังเผชิญเรื่องบางอย่างอยู่ไม่อย่างนั้นจะเห็นหัวเขาได้อย่างไร

            เพียงแต่การกระทำของหม่าเมี่ยนทำให้ทุกคนในที่นี้ต้องมองเขาใหม่อีกครั้ง

            ยิ่งคิดไปถึงที่อีกฝ่ายสังหารผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงได้อย่างง่ายดายยากจะจินตนาการได้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน

            “ตอนที่ฝึกฝนหลังจากนี้ไปเจ้าต้องโคจรไอวิญญาณลงไปที่ตันเถียน ดันลงไปวันละหนึ่งชุ่นสิบวันต่อมาค่อยดันขึ้นด้านบนหนึ่งชุ่น และอีกสิบห้าวันค่อยดันลงไปใหม่ ทำซ้ำๆไปอย่างนี้ เจ้าจะถึงขั้นเซียนสวรรค์ได้ในหนึ่งปี”

            เสิ่นเสวียนชี้แนะอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนแม้แต่ระยะเวลายังบอกได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

            อย่าเห็นว่านี่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้นมันกลับทำให้หมาเมี่ยนรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก

            ทั้งบอกวิธีการและคิดคำนวณเวลาได้อย่างแม่นยำเกรงว่ามีเพียงเสิ่นเสวียนที่กล่าวเช่นนี้ได้

            “ขอบคุณท่านเซียนที่ชี้แนะขอบคุณท่านเซียนที่ชี้แนะ”

            หม่าเมี่ยนคารวะพลางกล่าวขอบคุณ

            “ลุกขึ้นเถอะข้าไม่ชอบพิธีรีตองอะไรนี่เลย มาช่วยข้าหน่อย”

            ขณะที่กล่าวเสิ่นเสวียนเหาะลงไปยืนอยู่ริมทะเลสาบ

            ราชามารทิศเหนือยังคงก้มตัวเก็บเศษกระบี่ที่พื้นอยู่

            เขารวบรวมเศษชิ้นส่วนได้เป็นพันชิ้นจนมองเห็นได้ว่ากระบี่เล่มนี้เคยมีรูปร่างอย่างไร

            “สองคนนี้คือสหายของข้าเจ้าช่วยพวกเขาได้ไหม”

            เสิ่นเสวียนชี้ไปยังเศษกระบี่เหล่านั้นพลางถามหม่าเมี่ยน

            เมื่อได้ยินคำของเสิ่นเสวียนราชามารทิศเหนือจึงหยิบเศษกระบี่เหล่านั้นแล้วลุกขึ้นยืนมองหม่าเมี่ยนด้วยสีหน้าคาดหวัง

            แม้เขาไม่ได้สนใจการต่อสู้บนท้องฟ้าแต่ด้วยพลังระดับเขาไม่ต้องดูก็สัมผัสได้ หม่าเมี่ยนมีพลังแข็งแกร่งมากไม่แน่ว่าอาจมีวิธีฟื้นคืนชีพได้จริงๆ

            หม่าเมี่ยนได้ผลประโยชน์จากเสิ่นเสวียนมาหมาดๆต้องพยายามช่วยอย่างสุดความสามารถอยู่แล้ว

            เขาเดินเข้ามาถึงพลางมองเศษชิ้นส่วนที่พื้นใบหน้าแสดงความลำบากใจออกมา

            “ถูกทำลายจนแหลกละเอียดมากเกินไปผ่านช่วงเวลาที่ดีที่สุดไปแล้วด้วย มิอาจช่วยให้ฟื้นคืนได้”

            หม่าเมี่ยนกล่าวพลางส่ายหัว

            “ช่วยไม่ได้...”

            ราชามารทิศเหนือกล่าวพึมพำเขารู้อยู่แล้วว่าทำไม่ได้แต่ก็หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์

            “แต่ตัวกระบี่ยังพอไหวมีวิธีซ่อมแซมอยู่”

            “ซ่อมแซมกระบี่? ได้โปรดท่านช่วยซ่อมด้วยเถิด”

            ราชามารทิศเหนือไม่เคยก้มหัวให้ใครมาก่อนแต่กลับคุกเข่าลงตรงหน้าหม่าเมี่ยนโดยไม่ลังเลเพื่อลูกชายของเขากระทั่งก้มหัวลงเพื่ออ้อนวอน

            “ผู้อาวุโสลุกขึ้นเถิดเขามีวิธี”

            เสิ่นเสวียนเดินเข้าไปประคองราชามารทิศเหนือให้ลุกขึ้นยืน

            หลังจากที่ได้รู้จักราชามารทิศเหนือพบว่าเขาเป็นคนดีมากคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือสหายก็คุ้มค่าให้ผูกมิตรด้วย

            หม่าเมี่ยนใช้ฝ่ามือขนาดใหญ่ของตนเองดูดเอาเศษชิ้นส่วนทั้งหมดบนพื้นมารวมอยู่ที่เดียวกัน

            จากนั้นก็ก้มตัวลงไปหยิบเอากระบี่ที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวขึ้นมา

            “หมู่มวลมนุษย์มีความรักใคร่กันไม่มากนัก”

            หม่าเมี่ยนหยิบกระบี่นั้นขึ้นมาพลางกล่าวกับตนเอง

            ที่ยังสามารถรักษากระบี่ครึ่งนี้ไว้ได้ต้องยกความดีความชอบให้ส่วนปลายกระบี่นั้น

            หากไม่ใช่เพราะปลายกระบี่แบกรับพลังโจมตีส่วนใหญ่เอาไว้จะยังเหลือกระบี่ชิ้นใหญ่ขนาดนี้ได้อีกหรือ มันคงแหลกละเอียดเป็นผุยผงไปนานแล้ว

            กระบี่หักอยู่ในมือแล้วหม่าเมี่ยนก็พ่นไอวิญญาณออกมาจากปากลงไปบนกระบี่หักเล่มนั้นนี่คือพลังของยมโลก สามารถปลุกจิตวิญญาณให้ตื่นขึ้นได้

            แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้ทันทีที่ไอวิญญาณสัมผัสโดนตัวกระบี่กระบี่หักที่มืดหม่นไปแล้วกลับมีแสงเรืองรองออกมาอีกครั้ง

            “พลังเช่นนี้ภายหลังอย่าใช้ให้มากนักไม่มีผลดีอะไรเลย”

            หม่าเมี่ยนกล่าวเบาๆจากนั้นใจกลางฝ่ามือของเขาก็มีเพลิงวิญญาณสีเขียวเข้มปรากฏขึ้นแผดเผากระบี่หักเล่มนั้น

            ขณะที่เปลวเพลิงกำลังลุกโชนเขาโยนเศษชิ้นส่วนกระบี่เหล่านั้นเข้าไปในเพลิงวิญญาณ ทำให้พวกมันค่อยๆหลอมรวมเข้าด้วยกัน

            เขากำลังซ่อมกระบี่ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

            ผ่านไปไม่นานกระบี่เล่มนี้ก็ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาท่ามกลางเปลวเพลิง

            แสงเรืองรองออกมาสว่างกว่าก่อนหน้านี้และยังมีอานุภาพแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

            กระบี่หักกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว

            หม่าเมี่ยนสลายเพลิงวิญญาณกลับไปพลางพยักหน้า

            “ไม่เลวเลยทีเดียวระดับการสร้างศาสตราวุธของข้าก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นแล้ว”

            หม่าเมี่ยนกล่าวกับตนเองเขาใช้เปลวเพลิงขั้นเซียนวิญญาณในการสร้างทำให้อานุภาพของมันแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มาก

            “ท่านเซียนข้าช่วยได้เพียงคนเดียว อีกคนหนึ่งบาดเจ็บหนักมากเกินไปทำให้จิตวิญญาณของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก อยู่ได้เพียงในตัวกระบี่เท่านั้น”

            หม่าเมี่ยนถือกระบี่ไว้พลางกล่าวอธิบายให้เสิ่นเสวียนฟัง

            “เป็นคนที่อายุน้อยหรือเปล่า”

            “อืมเป็นเด็กคนนั้น ส่วนอีกคนหนึ่งต้องอยู่ในกระบี่เพียงอย่างเดียว”

            ราชามารทิศเหนือค่อนข้างสับสนไม่เข้าใจเลยว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน

            “เฮ้อคงทำได้เพียงเท่านี้”

            เสิ่นเสวียนถอนหายใจออกมาจี๋เล่อน้อยได้กลายเป็นชื่อของเขาไปแล้วจริงๆ

            เจี้ยน! ซึ่งแปลว่ากระบี่

            “ออกมา”

            หลังจากหม่าเมี่ยนตะโกนเข้าไปในมิติของตัวกระบี่พลังรุนแรงปะทุออกมา จากนั้นก็มีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากในนั้น

            และคนผู้นี้ก็คือซูเหยียน

            ซูเหยียนในตอนนี้มีสีหน้าสับสนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

            “ที่นี่ที่ไหนเจ้าเป็นใคร”

            ซูเหยียนคิดว่าตนเองตายไปแล้วและไม่มีทางฟื้นคืนมาได้อีก

            “เดิมทีพวกเราควรได้เจอกันในยมโลกแต่ตอนนี้มีคนยังไม่อยากให้เจ้าตายจึงได้เจอกันที่นี่”

            หม่าเมี่ยนยิ้มพลางกล่าวแต่ดูจากใบหน้าของเขาแล้วทำให้ดูน่ากลัวมากกว่า

            “ลูกพ่อ! เจ้ายังมีชีวิตอยู่!”

            ราชามารทิศเหนือเห็นซูเหยียนเดินออกมาน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับไหลนองออกมาอีกครั้งเขากระโจนมาตรงหน้าซูเหยียนแล้วกอดเขาไว้แน่น

            น้ำตาใช่ว่าจะมีเพียงเพราะความเศร้าเสียใจ

            “อย่าเพิ่งร้องไห้อาการบาดเจ็บของเจ้ารุนแรงนักแม้จะช่วยเจ้ากลับมาได้แต่ภายหลังอาจจะฝึกฝนพลังต่อไม่ได้แล้ว เตรียมใจไว้ให้ดี”หม่าเมี่ยนทำลายภาพอันอบอุ่นระหว่างพ่อลูกไปแล้ว

            “ไม่เป็นไรขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งนั้น”

            ราชามารทิศเหนือไม่สนใจเลย

            “ไม่อาจฝึกฝนได้...เฮ้อ...”

            ซูเหยียนถอนหายใจออกมาแม้จะไม่เต็มใจ แต่รอดชีวิตกลับมาได้ คงยังมีโอกาสอีกในภายหน้า

            “แล้วเขาล่ะ”

            ซูเหยียนถามหม่าเมี่ยน

            “เขาต้องอยู่ในกระบี่ไปชั่วชีวิตเป็นจิตวิญญาณกระบี่ไปแล้วกัน!”

            หม่าเมี่ยนกล่าวเสียงเรียบแม้จะบอกว่าออกมาไม่ได้ แต่อาจกลายเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกก็ได้

            หลังจากได้ยินคำของหม่าเมี่ยนราชามารทิศเหนือและซูเหยียนต่างจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดซูเหยียนรู้ดีว่าจี๋เล่อน้อยต้องเป็นแบบนี้เพราะช่วยตนเองไว้

            “แต่พวกเจ้าวางใจได้มีข้าอยู่ด้วย หากจะออกมาในภายหน้าก็ไม่มีปัญหา”

            “ลำบากเจ้าแล้ว”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้าพลางกล่าวกับหม่าเมี่ยน

            “ข้าขอคุยกับเขาสักหน่อยได้ไหม”

            ซูเหยียนถามหม่าเมี่ยนพลางมองกระบี่ในมือของเขา

            “ตอนนี้เขายังหลับใหลอยู่กว่าจะตื่นขึ้นมาต้องใช้เวลา” ขณะที่กล่าวหม่าเมี่ยนยื่นกระบี่เล่มนั้นให้ซูเหยียน

            “ผู้อาวุโสขอบคุณที่ท่านช่วยชีวิตข้า”

            ซูเหยียนปักกระบี่ลงไปที่พื้นแล้วเขาก็คุกเข่าลงโค้งกายคารวะด้วยความเคารพสูงสุด

            “ท่านเซียนแย่ล่ะ มีคนสังเกตเห็นข้า คนผู้นี้พลังแข็งแกร่งมากเหมือนจะมาจากโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเช่นกัน”

            หม่าเมี่ยนสัมผัสได้ถึงไอพลังที่ผิดปกติจึงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34