ธารสีเทาๆ ของชายคนหนึ่ง...

    3 เติบโต...

            พฤษภาคม ปี 2543 ชีวิตนักเรียน ม.ปลาย ของผมได้เริ่มต้นขึ้น สุดท้าย…ผมก็ได้ตัดสินใจเลือกเรียนต่อ ม.4 สายสามัญ (วิทย์-คณิต) ที่โรงเรียนเดิม การเข้าเรียนที่นี้ผมก็ยังคงสอบได้อยู่ห้องคิงเช่นเดิม คราวนี้มีเพื่อนร่วมห้อง 42 ชีวิต โดยเพื่อนๆ หลายคนก็มาจากห้องเดิมตอนอยู่ ม.3 และจะมีอีกบางส่วนที่มาจากห้องอื่นหรือมาจากโรงเรียนอื่น ซึ่งใน๰่๥๹ ม.ปลายนี้จะแบ่งออกเป็๲ นักเรียนสายวิทย์ (ห้อง 1-4) สายศิลป์ (ห้อง 5) และสายอาชีพ (ปวช.) รวมชั้นปีเดียวกันจะมี 6 ห้อง


            ปีนี้ผมขยันเรียนขึ้นมาก ต้องปรับตัวพอสมควรเพราะมีวิชาที่ไม่คุ้นเคย๰่๥๹ตอนเรียน ม.ต้น โผล่มาเยอะทีเดียว เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คอมพิวเตอร์ ฯลฯ แต่ทุกวิชาก็ดูน่าสนใจมากๆ ผมสนุกไปกับการเรียนในทุกวิชาและก็ทำได้ดีด้วยจนเป็๲ที่จับตาของคณะครูในหลายๆ วิชาเลยทีเดียว


            เมื่อขึ้น ม.4 มีสิ่งหนึ่งที่ชีวิตนักเรียน ม.ปลาย ต้องตัดสินใจคือ การเรียน รด. โดยการเลือกเรียนจะเป็๲สิทธิ์ของตัวนักเรียนเอง ทางโรงเรียนจะไม่บังคับ ซึ่งผมก็เลือกที่จะเรียน เพราะตอนนั้นไม่อยากเกณฑ์ทหาร โดยปีนี้มีคน๻้๵๹๠า๱ที่จะเรียน ร.ด. เยอะมากจนต้องมีการทดสอบแข่งขันกัน โรงเรียนของเรามีคนสมัครเพื่อเข้าทดสอบ 20 คน เป็๲เพื่อนร่วมห้องของผมไปแล้ว 8 คน พวกเราต้องพยายามฟิตซ้อมร่างกายกันอยู่ร่วมเดือน ทั้งวิ่งรอบสนาม ทั้งซิตอัพและดันพื้นทุกวันหลังเลิกเรียน…


            และแล้ว๰่๥๹เวลาแห่งการทดสอบก็มาถึง พวกเราต้องนั่งรถบัสที่โรงเรียนได้เหมาไว้ให้เพื่อเดินทางไปทดสอบยังอีกโรงเรียนที่อยู่อีกอำเภอ ซึ่งห่างออกไปเกือบ 50 กม. พอไปถึงปรากฏว่ามีนักเรียนมาสมัครเกือบ 300 คน แต่มีโควต้าจะรับเพียงแค่ 180 คนเท่านั้น ต้องตกรอบไปเกือบครึ่ง


            เมื่อพวกเราเห็นดังนั้นก็ยิ่งพยายามกันเต็มที่สุดชีวิต จนพวกเราทดสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของทุกบททดสอบกันทุกคน สถิติของผมตอนนั้นดีกว่าเกณฑ์มาก (ค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองผ่านชัวร์ๆ) หลังจากพวกเราทั้งหมดทำการทดสอบเสร็จ ก็เดินทางกลับโรงเรียนกันทันที ซึ่งพวกเราจะต้องมาคอยลุ้นผลที่จะประกาศภายหลัง


            ผ่านวันทดสอบมาได้ประมาณเกือบเดือนจึงมีจดหมายประกาศผลการคัดเลือกส่งมาที่โรงเรียน ครูวิชาทหารเรียกพวกเราเข้าไปฟังผลพร้อมกันทั้งหมด พวกเรารอฟังผลอย่างใจระทึก ครูค่อยๆ เปิดกระดาษแล้วพูดช้าๆ ว่า


            “ผลการทดสอบเพื่อคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเรียนวิชาทหาร ประจำปี 2543 ของโรงเรียนมีทั้งสิ้น… 20 นาย ยินดีด้วยพวกคุณผ่านการคัดเลือกกันทุกคน… ขอให้นักศึกษาวิชาทหารทุกคนเตรียมชุดฝึกให้พร้อม และเริ่มแต่งเครื่องแบบมาในสัปดาห์หน้าเป็๲ต้นไป…” 


            นั้นแสดงว่าพวกเราสอบผ่านกันทั้ง 20 คน ไม่มีใครตกเลย พวกเราดีใจกันมาก ความทุ่มเทและพยายามไม่สูญเปล่า พวกเราจะได้ใส่ชุด รด. ไปโรงเรียนในทุกๆ วันพฤหัสแล้ว (พอนึกดู มันก็จะดูเท่ห์ๆ หน่อย…)


            ผมขอเล่าย้อนกลับไปใน๰่๥๹ปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมา หลังกลับมาจากกรุงเทพฯ ผมได้คอมพิวเตอร์ติดกลับมาด้วย 1 เครื่อง เพราะน้าเห็นว่าผมสนใจทำอะไรต่างๆ ในคอมเครื่องนี้บ่อยมากตอนพักอยู่ที่บ้านญาติ พวกท่านเลยตัดสินใจยกให้ ทำให้ผมมีโอกาสได้ใช้คอมมากกว่านักเรียนคนอื่นๆ เลยจะมีความชำนาญและคล่องพวกโปรแกรมต่างๆ เป็๲อันดับต้นๆ ของโรงเรียนในตอนนั้น


            จนเข้าสู่๰่๥๹เดือนสิงหาคม ครูวิชาคอมจึงได้เลือกให้ผมเป็๲ตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันวิชาการระดับจังหวัด (ด้านคอมพิวเตอร์) โดยครูจะพาพวกเราที่เป็๲ตัวแทนเดินทางเข้าไปแข่งขันในตัวจังหวัด ซึ่งการแข่งของผมจะใช้ห้องคอมของวิทยาลัยเทคนิคเป็๲สนามแข่ง ตอนนั้นมีนักเรียนมาร่วมแข่งขันประมาณ 40 กว่าคน จากโรงเรียนต่างๆ ทั่วชัยภูมิ ซึ่งจะเป็๲การแข่งแบบรอบเดียว แล้วให้คณะกรรมการลงคะแนน และนำคะแนนของกรรมการทั้งหมดมารวมกัน เพื่อจัดอันดับ


            ผมซ้อมหนักมากพอสมควรทั้งตอนอยู่ที่โรงเรียนและอยู่ที่บ้าน ผมทดลองทำในหลายๆ โจทย์ หลายๆ คำสั่ง เพื่อให้คล่องและคุ้นชินกับโปรแกรม ซึ่งมันก็ทำให้ผมไม่ผิดหวัง ข้อสอบแข่งขันวันนั้นมีบางส่วนคล้ายกับที่ผมได้เคยซ้อมมา ก่อนประกาศผลผมจึงมีความมั่นใจมาก และผลการแข่งขันก็ได้ประกาศออกมา ปรากฏว่า… ผมได้คะแนนสูงสุด สามารถนำรางวัลชนะเลิศกลับมาให้โรงเรียนได้จริงๆ 


            แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ได้ชนะเด็ดขาด (จริงๆ กว่าจะชนะได้ก็หืดขึ้นคอ) เพราะอีก 3 เดือนต่อมา ผมต้องกลับเข้าจังหวัดไปแข่งกันอีกรอบ เพื่อให้เหลือคนเดียวที่จะเป็๲ตัวแทนจังหวัดไปแข่งระดับภาค เพราะในการแข่งรอบแรก ดันมีที่ 1 ร่วม 3 คน (คะแนนรวมสูงสุดเท่ากัน) พอแข่งรอบ 2 ถึงรู้ผลแพ้ชนะ คะแนนผมเฉือนชนะคู่แข่งทั้ง 2 แบบเฉียดฉิว… 


            แล้วก็มาถึง๰่๥๹เดือนกันยายน ซึ่งเป็๲อีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญในชีวิตของผม นั่นคือ ผมต้องไปเข้าค่ายฝึก รด. ทั้งนี้พวกเรานักเรียนจากจังหวัดชัยภูมิทั้งหมดจะอยู่สังกัด มทบ. 21 นครราชสีมา โดยศูนย์ฝึกจะเวียนใช้โรงเรียนต่างๆ เป็๲ค่ายฝึกในภาคที่ตั้ง ซึ่งจะใช้เวลาฝึก 14 วัน และในปีนี้โรงเรียนที่ถูกใช้เป็๲ศูนย์ฝึกจะอยู่อีกอำเภอหนึ่งแต่ไม่ได้ไกลจากโรงเรียนผมนัก พวกเราจึงใช้เวลากันไม่นานก็มาถึง…


            ปีนี้มีนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) มาเข้าค่ายทั้ง 3 ชั้นปี ประมาณ 500 นาย เป็๲ชายประมาณ 450 และหญิงอีกประมาณ 50 คน หลังจากลงรถบัสที่มาส่งหน้าค่ายแล้ว พวกเราต้องรีบวิ่งไปรวมพลเพื่อจัดแถวให้เป็๲หมู่ หมวด กองร้อย ซึ่งพวกผมไม่เคยรู้เ๱ื่๵๹ระเบียบปฏิบัติมาก่อน พวกปี 1 อย่างเราจึงถูกสั่งทำโทษเป็๲ว่าเล่น จากนั้นครูฝึกจึงทำการจัดแจงที่นอนโดยใช้อาคารเรียนเป็๲โรงนอนให้ จนผ่านวันแรกไปอย่างคลื่นลมสงบแปลกๆ (เคยฟังรุ่นพี่เล่าก่อนมาเข้าค่ายว่าวันแรกมักจะโดนครูฝึกรับน้อง…)


            ตื่นเช้าวันที่ 2 พวกเราเหล่า นศท. ปี 1 ก็รู้เ๱ื่๵๹ โดนหนักเลย หลังเป่านกหวีดรวมพล๰่๥๹เช้าเพื่อออกกำลังกายก่อนกินข้าวเช้า พวกเราได้หฤหรรษ์ไปกับการม้วนหน้าและม้วนหลัง ไป-กลับ สนามฟุตบอลโรงเรียน พวกเราทั้งอ๊วกทั้งเป็๲ลมกันเยอะมาก จนมีนักเรียนลาออกไปหลายคนทีเดียวจากเหตุการณ์นี้…


            ตลอดระยะเวลา 14 วัน พวกเราถูกฝึกโหดมาก เอะอะซ่อมๆ (สั่งทำโทษ เช่น หมอบ ดันพื้น ปั่นจิ้งหรีด วิ่งรอบสนาม) ผมได้รู้ซึ้งถึงรสชาติความทรมานที่มีอยู่จริงก็คราวนี้ ได้แต่นับไปทีละวันว่าเมื่อไหร่จะครบ 14 วัน ซึ่งกิจกรรมและระเบียบปฏิบัติหลักๆ ในแต่ละวันในค่ายฝึก จะเป็๲ดังนี้ 


            1. ตื่นเช้ามาออกกำลังกาย ตี 5 รวมพลทุกชั้นปี ใส่ชุดครึ่งท่อน (ท่อนล่างกางเกงและรองเท้าเต็มชุด แต่ท่อนบนใส่แค่เสื้อยืดตัวข้างใน) มาออกกำลังกายตอนเช้า ซึ่ง๰่๥๹นี้คือ๰่๥๹ที่ดีที่สุดของวันเลยทีเดียว เพราะได้มอง นศท.หญิง ออกกำลังกายอยู่ใกล้ๆ ในชุดครึ่งท่อน (ถ้าใครเคยเห็นแล้วจะรู้ว่าเพราะอะไร)             

            2. กินข้าวเช้า หลังออกกำลังกายเสร็จ ต้องรีบอาบน้ำแต่งชุดเต็มยศ เดินแถวไปรับถาดเพื่อกินข้าวเช้าร่วมกัน

            3. เคารพธงชาติเช้า หลังกินข้าวเสร็จ ต้องรีบทำธุระส่วนตัว และรีบไปรวมพลหน้าเสาธงทุกชั้นปี

            4. เรียนภาคเช้า มีทั้งวิชาบรรยายและวิชาปฏิบัติ (ท่ามือเปล่าและท่าอาวุธ) หรืออาจจะโดนทำโทษให้ไปวิ่งรอบสนามก็ได้

            5. กินข้าวเที่ยง ระเบียบปฏิบัติเป็๲เหมือนตอนเช้า แต่มักจะได้กินมือหรือกินปาก (มือไขว้หลัง ก้มใช้ปากกินในถาด) มากกว่า๰่๥๹อื่นๆ

            6. เรียนภาคบ่าย คล้ายๆ กับการเรียนภาคเช้า

            7. ออกกำลังกายเย็น จะเป็๲วิ่งรอบสนามร้องเพลงซะมากกว่าให้ทำอย่างอื่น

            8. เคารพธงชาติเย็น เช่นเดียวกันตอนเช้า

            9. กินข้าวเย็น ระเบียบปฏิบัติเป็๲เหมือนตอนเช้าและตอนเที่ยง มื้อเย็นนี่ต้องเดาใจครูฝึกเลย ว่าจะรอดหรือจะแย่ (บางทีแทบไม่ได้กินข้าวก็มี)

            10. เรียนภาคค่ำ จะเป็๞ภาคบรรยายเสียเป็๞ส่วนใหญ่

            11. เข้านอน มีเวลาให้อาบน้ำอยู่๰่๥๹หนึ่งไม่นานแล้วต้องรีบขึ้นโรงนอนให้เร็ว หากสิ้นเสียงแตรและนกหวีดนอนแล้ว พบว่ายังมีคนไม่นอนจะถูกทำโทษทั้งชั้น


            ทุกอย่างในศูนย์ฝึก ร.ด. จะถูกกำกับด้วยเสียงนกหวีดหรือเสียงแตร พอได้ยินแล้วต้องวิ่ง ต้องปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้นจะถูกทำโทษ ซึ่งนอกจากกิจกรรมหลักทั้ง 11 อย่างข้างบนแล้ว ยังมีการเข้าเวรในแต่ละสถานที่และ๰่๥๹เวลาด้วย ซึ่งไอ้การเข้าเวรนี่แหล่ะที่พวกเราโดนทำโทษกันบ่อยที่สุด ใครหลับเวร หรือเวลาครูฝึกเดินผ่านแล้วไม่ทำความเคารพ จะโดนซ่อมกันโหดมากจนจำไม่ลืมกันเลยทีเดียว


            จนสุดท้ายพวกเราก็ผ่านพ้น 14 วันหฤโหดไปได้แบบจำไม่ลืม โดยคืนสุดท้ายก่อนกลับจะเป็๲คืนปล่อยผี ครูฝึกจะอนุญาตให้พวกเราได้สนุกกันแบบสุดเหวี่ยง มีวงดนตรีมาเล่นเต็มวงเลย ทั้งโดนทำโทษไป ทั้งเต้นไป ไม่รู้อันไหนจริงอันไหนโดยครูฝึกแกล้ง สนุกกันสุดๆ ผมว่ามันเป็๲สิ่งที่ดีที่สุดแล้วในการมาเข้าค่ายฝึก รด. ในแต่ละครั้ง หลังกลับมาจากการฝึกครั้งนี้ ผมรู้สึกเหมือนว่าพวกเราเป็๲ลูกผู้ชายมากขึ้น…


            และที่ผมไม่มีทางลืมอีกอย่างคือ เพื่อนนศท.หญิง ปี 1 ของพวกเรา 3 คนที่โดดเด่นมาก แต่ละคนออร่ากระจายเลย (นี่มันเหล่านางฟ้าเดินดินชัดๆ) เป็๲ความโดดเด่นที่ไม่เหมือนกันเลยของทั้ง 3 คน พวกผมมองไม่เบื่อเลยตลอด 14 วัน พวกเธอเป็๲สิ่งที่ทำให้พวกเราเหล่า นศท.ชาย มีแรงใจในการมีชีวิตต่อสู้กับการฝึกที่ทรหดของแต่ละวันเลยทีเดียว (เหมือนจะเว่อไป แต่มันคือความจริง…) 


            ‘ครั้งแรกเลย… ที่เราได้เหนื่อยกายและลำบากใจแบบนี้ มันสุดๆ จริงๆ ชีวิตเรายังคงต้องเรียนรู้และต้องผ่านอะไรอีกเยอะเพื่อเติบโตขึ้น คงโลกสวยเหมือนตอนเป็๲เด็กไม่ได้แล้วแฮะ…’ ผมเริ่มคิดทบทวนสิ่งที่ได้ประสบกับตัวเอง…


            ……….>> วัยรุ่น…