ตอนที่ 3 ชายหนุ่มเมามาย (5)
หลังเดินออกจากสำนักงานเทศบาลนคร ก็เดินไปที่ลานจอดรถ เขานำลังเขาไปวางไว้เบาะหลัง ก่อนจะขับรถตรงไปยังซอยเสี่ยวโหลว ระหว่างทางก็ใช้นิ้วมือสางเส้นผมไปพลาง พร้อมสวมแว่นอำพราง
เมื่อถึงซอยเสี่ยวโหลว เขาก็เข้าไปซื้อวัตถุดิบและผลไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ตมาสองถุง แล้วขับรถไปที่ท้ายซอย
หลังจากจอดรถเข้าซองบริเวณหลังอะพาร์ตเมนต์เล็กๆ เขาก็เดินเข้าบ้านชั้นสอง
หลังวางถุงข้าวของกับแว่นตาลงบนโต๊ะ เขาเดินไปเปิดแอร์แล้วเริ่มเตรียมมื้อเย็น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผัดรากบัวหนึ่งที่ ไก่ผัดเห็ดหอมสดหนึ่งจาน ข้าวสวยหนึ่งถ้วยพร้อมน้ำหนึ่งแก้วก็ถูกจัดไว้ที่โต๊ะ
หลังจากกินมื้อเย็นเรียบร้อย เขาจึงเก็บกวาดโต๊ะเสร็จสรรพ พร้อมเก็บจานชามใส่เข้าเครื่องล้างจาน จากนั้นก็ถือแก้วเดินไปที่ระเบียง มองบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินกันในซอยเสี่ยวโหลว
เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จ จึงสวมชุดนอนหลวมๆ ไปอ่านหนังสือตรรกศาสตร์ที่โซฟา มือถือยังคงไม่ส่งเสียงใด
ขณะที่เวลาเดินไปเรื่อยๆ จนจวนจะเที่ยงคืน ในที่สุดเขาผู้เปลี่ยนอากัปกิริยาอ่านหนังสือไปหลายท่าแล้วก็วางหนังสือที่อ่านไปมากกว่าครึ่งเล่ม คิดจะปิดไฟ กลับเข้าห้องไปนอน
ในจังหวะที่เขาจะปิดไฟ เสียงเคาะประตูก็ดังมาจากประตูบ้าน
หลังงอนิ้วที่แตะอยู่กับสวิตช์ไฟ เขาก็เดินไปเปิดประตูบ้าน ส่วนนอกบ้าน หยวนจุนผู้มีกลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งตัวและหยวนเยี่ยนที่กำลังคุยโทรศัพท์ต่างยืนกันอยู่หน้าประตู
ดูเหมือนหยวนเยี่ยนผู้บ่นเป็หมีกินผึ้งกำลังโทรหาพ่อบ้านประจำตระกูล “ลุงรินน้ำอุ่นให้เขาดื่มไปก่อนนะ ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้เลย...อย่าๆๆ ผมกลับไปก่อนแล้วค่อยพาเขาไปตรวจอาการที่โรง’บาล...อ้วกเลยเรอะ ทำอะไรของเขา...รีบตามหมอมาตรวจอาการที่บ้านเลย....”
เขาผู้ใจร้อนเป็ไฟตะเบ็งเสียงไปทีหนึ่งว่า “อีกห้านาทีผมถึงบ้าน” จากนั้นก็ยื่นมือไปแตะแผ่นหลังของพี่รอง แล้วออกแรงผลักเขาเข้าไปข้างในโดยพลัน
เมื่อกู้ชิงที่ตามเหตุการณ์ไม่ทันถูกชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งโน้มตัวล้มทับ ก็ช้อนรับตัวเขาไว้ตามจิตสำนึก
“นายกเทศมนตรี โทษทีนะ ผมมีเื่ด่วน ฝากคุณช่วยผมดูแลพี่รองแป๊บนึงนะ”
ขณะที่พูด หยวนเยี่ยนก็วิ่งลงบันไดไปพลาง ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธเลยสักนิด สุดท้ายยังส่งเสียงมาอีกประโยคว่า “ในลังมีของใช้ส่วนตัวของเขาอยู่ด้วย” และแล้วก็ได้ยินแต่เสียงรถขับมุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ใช้เวลาไปไม่ถึงสองนาที
ขณะที่กู้ชิงช้อนประคองร่างของชายหนุ่มที่มีแต่กลิ่นเหล้าและไม่รู้ว่าดื่มไปเท่าไรอยู่นั้น ก็ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
เมื่อหยวนจุนได้กลิ่นหอมสดชื่นอันเป็เอกลักษณ์ได้จากตัวเขา ก็เอ่ยเสียงอู้อี้ในลำคอไปคำหนึ่ง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่โซฟาในห้องรับแขก พร้อมเอ่ยเสียงแหบๆ “พาผมไปนั่งตรงนั้นเลย”
กู้ชิงผู้รู้ซึ้งว่าเจองานยากเข้าแล้ว พยุงแขนของเขาไว้อย่างจนใจ แล้วประคองเขาลงไปนั่งกับโซฟา
ทันทีที่ััโซฟา หยวนจุนก็เอนลงทันที เขามองกู้ชิงด้วยความมึนฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนจะคว้าข้อมือของเขา “รบกวนคุณด้วยนะ”
กู้ชิงมองมือที่ถูกคว้าไว้ แล้วพยักหน้า “ใช่ครับ รบกวนสุดๆ”
หยวนจุนหลุดขำ แล้วปล่อยมือของเขา
พอได้อิสระ กู้ชิงก็เดินไปรินน้ำอุ่นแก้วหนึ่งมาวางไว้ที่โต๊ะให้
หยวนจุนพยุงตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ แล้วคลายกระดุมชุดสูท มือดึงทึ้งเนกไทสีน้ำเงินแล้วโยนลงบนโต๊ะ จากนั้นยกแก้วมาดื่มน้ำจนหมดในรวดเดียว
“จะกินอีกไหม” กู้ชิงถาม
หยวนจุนส่ายหน้า เขาลุกขึ้นแบบส่ายไปส่ายมา คิดจะไปเข้าห้องน้ำสักหน่อย
เมื่อประคองเขาดีแล้ว กู้ชิงจึงพาเขาไปส่งในห้องน้ำ
ระหว่างที่รออยู่หน้าห้องน้ำ เขาก็ครุ่นคิดกับเหตุการณ์ในตอนนี้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนที่หยวนเยี่ยนคุยโทรศัพท์ไปเมื่อสักครู่น่าจะเป็เพราะเสี่ยวเจวี๋ยไม่สบาย ที่บอกว่า ‘ช่วยผมดูแลแป๊บนึงนะ’ มีโอกาสว่าจะไม่กลับมาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าอย่างนั้นควรจะจัดการกับหยวนจุนอย่างไร ดูจากที่เขาเมาแอ๋ คงเรียกรถกลับไปคนเดียวไม่ไหว ถ้าอย่างนั้นออกไปเรียกรถข้างนอก แล้วส่งเขากลับบ้านไปจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นก็ ขับรถส่งเขาเข้าเช็กอินโรงแรมแถวนี้สักคืนเลยก็ได้ แน่นอนว่าต้องติดลังไปด้วย แต่ว่าฐานะของหยวนจุนอ่อนไหวมากไป ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็เท่ากับต้องแตกหักกับตระกูลหยวนเลยน่ะสิ
ตระกูลเซี่ยรายหนึ่งเห็นเขาเป็ศัตรู ก็น่าหงุดหงิดเอาเื่อยู่แล้ว หากมีตระกูลหยวนเพิ่มมาอีกราย เกรงว่าเส้นทางรับราชการในนครเจียงของเขาคงขลุกขลักแล้วละ
เื้ัของเ้าสัวตระกูลหยวนเกี่ยวโยงกับสถานการณ์การจ้างงานพลเมืองรากหญ้าและประชากรหลักล้านคน นี่มันเป็เื่ใหญ่หลวง เขาเสี่ยงด้วยไม่ได้จริงๆ
เสียงน้ำดังมาจากในห้องน้ำ จากนั้นหยวนจุนก็เปิดประตู แล้วเท้ามือกับประตูพลางมองเขา
“ผมอยากอาบน้ำอ่ะ”
“...”
เมื่อพบว่าเขาไม่ขยับ หยวนจุนจึงเดินไปยังข้างโซฟา แล้วหยิบลังมาฉีกเปิด ก่อนจะเทข้าวของข้างในออกมากอง เขาหยิบกางเกงชั้นในสีเทาเข้มตัวหนึ่งจากกองข้าวของที่สุมกันมั่ว แล้วเดินตรงเข้าไปอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำ
โดยไม่ได้เห็นหัวเ้าของบ้านเลยสักนิด