“เธอเขียนออกมาได้ดีขนาดนี้ตอนเรียนอยู่ทำไมเธอไม่ดังเลยล่ะ ปกติคนมีความสามารถในโรงเรียนเราพวกครูเขาก็พากันยกย่องอยู่แล้ว” อ้ายเหรินชื่นชมฝีมือเธอจริงๆ
“อ้อ…ตอนเรียนฉันก็เขียนไม่ได้แบบนี้หรอกมาหัดเขียนตอนหลังน่ะ แล้วฉันก็ไม่ได้อยากดังเลยไม่เขียนให้ใครดู”
อ้ายเหรินเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เขาหยิบกระดาษแผ่นใหม่ออกมา แล้วเอาพู่กันที่มีขนาดเล็กกว่าเดิมออกมาด้วย
“เธอช่วยเขียนบทความท่อนนี้ให้หน่อยซิ สองรอบนะใช้พู่กันคนละอัน” เขาชี้ไปทางพู่กันที่วางอยู่
“ทำไมค่ะ”
“ฉันจะเอาไปให้ผู้ว่าจ้างดู แต่ถ้าเธอไม่คิดจะรับงานนี้ไม่ต้องเขียนก็ได้ แต่ถ้าคิดจะทำก็เขียนซะ”
จ้าวเหว่ยคิด งานอะไรได้เงินก็ทำหมดนั่นล่ะตอนหย่าเธอจะได้ไม่ลำบาก เธอเขียนบทความให้เขาทั้งสองแบบ
“ที่ให้ใช้พู่กันเล็กกว่าเพราะว่าถ้าเขาให้เธอเขียนงานเล่มที่เล็กลงกว่าปกติราคาค่าจ้างก็จะเพิ่มมากขึ้น ทำไมซีอันไม่เคยบอกฉันเลยว่าเธอลายมือสวยขนาดนี้”
“ก็พี่ชายเขาไม่เคยเห็นจะบอกพี่ได้ยังไง”
อ้ายเหรินอารมณ์ดี เขาวาดแผนที่ไปโรงงานให้ก่อนจะนั่งมองกระดาษที่เธอเขียนเพื่อรอหมึกแห้ง
จ้าวเหว่ยขอตัวกลับห้องเพราะเธอได้แผนที่แล้ว
ตอนกินอาหารเย็นเธอบอกพ่อแม่สามีเื่จะไปโรงงานจะขอยืมจักรยาน
“เอาไปใช้ได้เลยไม่ต้องขออนุญาตหรอกเธอก็คือคนในครอบครัวเรานะ” พ่อสามีไม่อยากให้เธอคิดว่าตัวเองเป็คนนอก
จ้าวเหว่ยขอบคุณพวกเขาทั้งคู่
เธอไม่ได้ขอบคุณเื่จักรยานแต่เธอขอบคุณที่พวกเขาเห็นเธอเป็คนในครอบครัว
รุ่งเช้าจ้าวเหว่ยรีบทำตามแผนที่เธอวางไว้ทันที เธอขี่จักรยานไปตามทางที่อ้ายเหรินบอกเขียนให้เธอ บ้านตระกูลหยางถึงจะยากจนแต่ก็ยังดีที่มีจักรยาน ทางที่อ้ายเหรินบอกเธอนั้นไม่ใช่ถนนที่เป็ทางหลักที่คนทั่วไปใช้เข้าไปในเมือง แต่เป็ทางเชื่อมระหว่างทางไปนากับหมู่บ้านต่าง ๆ
โรงงานผลิตน้ำมันพืช
“น้าค่ะ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”
จ้าวเหว่ยถามคนที่อยู่หน้าโรงงาน สงสัยจะเป็ยามของที่นี่
“เธอมีเื่อะไรล่ะ” เขามองเธออย่างพิจารณา
“พวกกากถั่วเหลืองทางโรงงานเขาขายหรือเปล่าคะ” จ้าวเหว่ยถามด้วยความสุภาพหน้าตายิ้มแย้ม
“ไม่ขายหรอกส่วนมากเขารวบรวมไว้ทีเดียวแล้วเอาไปทิ้ง” ชายกลางคนเห็นเธอพูดจาดีเขาก็คุยดีด้วย
“ฉันอยากจะขอซื้อ น้าคิดว่าเขาจะขายให้หรือเปล่าคะ”
“งั้นเธอรอที่นี่ก่อนแล้วกัน ฉันจะเข้าไปถามให้” เขายิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะเดินไปข้างใน
จ้าวเหว่ยรอด้วยความตื่นเต้นถ้าคุยสำเร็จนี่จะเป็ธุรกิจแรกของเธอในนิยายเื่นี้ เธอจะเปลี่ยนเส้นเื่ของนิยายได้ แล้วตัวละครนี้จะไม่ตายเหมือนที่แม่เขียนไว้
มีชายหนุ่มวัยกลางคนเดินออกมาพร้อมน้าคนนั้น ก่อนที่เขาจะมองเธออย่างสำรวจแล้วถามว่าเธอ้าซื้อกากถั่วเหลืองไปทำอะไร
“จะเอาไปเป็อาหารวัวค่ะ”
“ปกติเราจะรอให้เยอะแล้วใส่รถไปทิ้งทีเดียวนะ ถ้าเธออยากจะซื้อฉันก็ขายให้ก็แล้วกัน ตอนนี้เรามีไม่เยอะเพราะเพิ่งทิ้งไปเธอจะเอาหรือเปล่า”
“ทางโรงงานจะขายราคาเท่าไหร่ค่ะ พอดีฉันเตรียมเงินมาไม่เยอะกลัวเอาเงินมาไม่พอ”
เขาหัวเราะเล็กน้อย “มันไม่มีราคาสำหรับที่นี่ ฉันขายให้เธอหนึ่งกิโล 5 เฟินก็แล้วกัน”
จ้าวเหว่ยขอบคุณเขาก่อนที่น้ายามจะพาจ้าวเหว่ยไปที่ด้านหลังของโรงงาน พวกเขาตักกากถั่วเหลืองใส่ถุงทั้งหมดมีแค่60กิโลกรัม
“วันหลังเธอก็มาตรงประตูทางออกข้างหลังนี้เลยนะ ถ้าจะมาซื้อกากถั่วเหลืองอีกจะได้สะดวกไม่ต้องเดินไกล” ชายกลางคนบอกเธอ
“ขอโทษนะคะฉัน้าของเรื่อยๆ คุณจะขายให้คนอื่นไหมคะ” จ้าวเหว่ยถามดักไว้เผื่อมีพวกหัวหมอเห็นของขายได้แล้วมาแอบซื้อไปทำเอง
“ในเมื่อฉันตกลงกับเธอแล้วก็ไม่ขายให้ใครอีก เธอไว้ใจได้” เขายิ้ม
จ้าวเหว่ยจ่ายเงินค่ากากถั่วเหลืองให้เขาแล้วบอกว่าอีก4วันเธอจะมาใหม่ น้ายามช่วยยกกระสอบไว้บนหลังจักรยานให้ จ้าวเหว่ยขี่กลับบ้านทางเดิมด้วยความสบายใจ ขากลับจ้าวเหว่ยเห็นต้นหญ้าบางอย่างเธอขี่จักรยานเข้าไปดูใกล้ ๆ เธอเจอหญ้าเนเปียร์มันขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ไปหมดเลยไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือว่ามีคนปลูกไว้นะ
บ้านตระกูลหยาง
“กลับมาแล้วเหรอเขาขายให้ไหม” แม่สามีช่วยเธอประคองรถจักรยาน
“ขายให้ค่ะได้มา 60 กิโล”
ทั้งคู่ช่วยกันยกกระสอบกากถั่วเหลืองลงจากรถ
“แล้วจะทำยังไงต่อไป” แม่สามีมองถุงกากถั่วเหลืองที่วางอยู่บนพื้นด้วยความสงสัย
“ก็จะเอาไปขายตามบ้านที่เลี้ยงวัวในหมู่บ้านเราค่ะ หรือแม่แนะนำบ้านที่เลี้ยงวัวให้ฉันสักคนได้ไหมคะ ฉันจะเอาให้เขาลองให้วัวเขากินก่อนเขาจะได้เป็กระบอกเสียงให้เราอีกด้านหนึ่งว่ามันเป็อาหารที่วัวชอบกิน”
“ข้างบ้านเรานี่ไงเขาก็เลี้ยงวัว เหว่ยเอ๋อร์ตักมาให้แม่ก็แล้วกันแม่จะเอาไปให้เขาลองให้วัวกินเขาจะได้ช่วยกระจายข่าวด้วย”
จ้าวเหว่ยแยกส่วนที่แม่จะเอาไปให้เพื่อนบ้านไว้ แล้วเธอก็ทำเป็ถุงละหนึ่งกิโล เวลาขายก็จะได้ขายได้ง่ายๆ พ่อสามีเธอกลับมากินข้าวตอนเที่ยงมาเห็นลูกสะใภ้ทำงานก็เข้ามาช่วยเธอทันที
“วัวมันจะกินเหรอ มันเป็แค่กากถั่วเหลืองเอง” เขามองอย่างสงสัย
“มันก็คืออาหารวัวนี่ละค่ะพ่อ คนที่เขาไม่อยากเอาถั่วเหลืองให้วัวกินเขาก็จะสนใจอาหารวัวทางเลือกใหม่ของฉันแน่นอน”
ตอนบ่ายป้าซูเพื่อนบ้านก็เอากากถั่วเหลืองให้วัวที่บ้านเธอกิน โดยที่เธอชวนเพื่อนบ้านคนอื่นอีกสี่ห้าคนที่บ้านเลี้ยงวัวมาด้วยโดยบอกว่าจะชวนมาเย็บรองเท้า แต่จริงๆ เธออยากให้พวกเขาเห็นตอนวัวเธอกินอาหาร
ขณะที่กำลังให้อาหารวัวคนอื่นๆ ก็สนใจว่าเธอกำลังให้อะไรวัวกิน จนเมื่อเห็นวัวกินกากถั่วเหลืองจนหมดเลยถามด้วยความสนใจ
“กากถั่วเหลืองน่ะ หญ้ามันไม่พอหรอกดูวัวในหมู่บ้านซิ ไม่มีตัวไม่เห็นโครงกระดูกฉันเลยซื้อมาบำรุงวัวหน่อย เวลาขายจะได้ขายราคาดีๆ ” ป้าซูรีบพูดถึงข้อดี
“แล้วซื้อมาจากที่ไหนล่ะ ราคาเท่าไหร่”
“กิโลละห้าเหมา หนึ่งกิโลก็กินได้ตั้งหลายวันถ้าพวกเธอเอาสลับกับหญ้าให้วัวกิน” ป้าซูพูดตามคำพูดที่จ้าวเหว่ยสั่งแม่สามีฝากไปบอก
เพื่อนบ้านเ่าั้สนใจก่อนที่จะถามว่าซื้อมาจากใครป้าซูรีบบอกให้พวกเขาไปที่บ้านตระกูลหยางไปซื้อได้เลยตอนนี้ของมีไม่เยอะไปช้าก็ระวังของจะหมดก่อน
ส่วนทางพ่อสามีก็ช่วยกระจายข่าวกับคนที่เขาพูดคุยได้เื่กากถั่วเหลืองเลี้ยงวัวของลูกสะใภ้เหมือนกัน ตอนเย็นจ้าวเหว่ยต้องเป็คนทำอาหารเย็นเพราะหนิงเจียวแม่สามีของเธอเป็คนรับหน้าขายกากถั่วเหลืองให้เธอแทน
ห้องครัว…
“พวกเขามาทำอะไรกันที่ลานบ้าน” อ้ายเหรินที่จูงมือซิงซิงมาด้วยเข้ามาหาเธอ
“มาซื้อกากถั่วเหลืองน่ะ ฉันไปซื้อมาจากโรงงานวันนี้”
“เธอเอาจริงเหรอ ฉันคิดว่าเธอถามเฉยๆ แล้วเธอขายพวกเขายังไง”
“ฉันรับมา กิโลละห้าเฟิน เลยเอามาขายให้พวกเขากิโลละห้าเหมา น่ะ” จ้าวเหว่ยยิ้ม
“ฉันละทึ่งกับเธอจริงๆ ”
“แม่ผมเก่งอยู่แล้วฮะ” ซิงซิงเขาไปจับชายเสื้อของจ้าวเหว่ย
ตอนกินอาหารเย็นร่วมกันพ่อสามีก็เอาเงินที่ขายของได้วันนี้จ้าวเหว่ย
“นี่เงินของเธอไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะขายวันเดียวหมด พวกเขาถามว่าจะมีมาอีกเมื่อไหร่”
“ฉันนัดโรงงานไว้อีกสี่วันค่ะ ตอนนั้นกากถั่วเหลืองน่าจะมีเยอะแล้วจักรยานน่าจะขนกลับมาไม่ไหวคงต้องใช้รถพ่วงแทน”
จ้าวเหว่ยส่งเงินให้แม่สามี ห้าหยวนไว้ซื้อกับข้าวในบ้านถ้าเห็นเธอเป็คนในครอบครัวจริง ๆ ก็ขอให้ช่วยรับไว้ ถ้าขายได้รอบหน้าเธอจะให้อีก
แม่สามีมองหน้าพ่อก่อนที่เธอจะรับไว้เพราะเป็ความตั้งใจของลูกสะใภ้ อ้ายเหรินมองจ้าวเหว่ยหรือว่าพวกเขาเข้าใจผิดไป อันซีพี่ชายเธอก็ไม่เหมือนพ่อหรือว่าจ้าวเหว่ยก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ได้เหมือนพ่อของเธอเช่นกันแล้วทำไมเธอยอมแต่งงานเพื่อพ่อเธอแบบนี้
“ฉันเอาลายมือเธอไปให้คนจ้างงานดูแล้วนะ เขาอยากเจอเธอเพื่อคุยเื่งานเธอจะทำงานนี้หรือเปล่า” อ้ายเหรินพูดขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร
“งานอะไรเหรออ้ายเหริน แกหางานลำบากอะไรมาให้เหว่ยเอ๋อร์ทำอย่างนั้นเหรอ” พ่อสามีรีบถามเขาพอรู้ว่าลูกชายทั้งสองคนของพวกเขามีอคติกับลูกสะใภ้
“งานเขียนพู่กันน่ะพ่อไม่ใช่งานลำบากอะไรเลยพ่อก็พูดเกินไป แล้วอ้ายเหรินก็เขียนพู่กันสวยเหมือนพ่อเลยนะ เผลอๆ จะสวยกว่าอีก”
พ่อสามีค่อนข้างแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขามองลูกสะใภ้อย่างประหลาดใจเขาคิดว่าลูกชายน่าจะพูดเกินจริง
หยางอันฉี พ่อสามีของจ้าวเหว่ย เป็ศาสตราจารย์สอนในมหาวิทยาลัยมาก่อนเขาสอนเื่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเขียนพู่กันเป็เื่ง่ายสำหรับเขา เขาต้องเป็นักโทษการเมืองเพราะเข้าร่วมต่อต้านกับทางรัฐบาลเลยต้องมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้