“ใกล้ถึงแล้วครับคุณชาย”
อธิศพูดพลางพยักหน้าให้คนขับรถกดเลื่อนกระจกไฟฟ้าฝั่งของชินะคุณชายแห่งตระกูลกุนต์กลทีป์ลงเพื่อรับลมทะเลที่กำลังโชยละอองจากคลื่นลูกใหม่กำลังซัดเข้ากระทบฝั่งพระอาทิตย์เหนือศีรษะบอกว่าขณะนี้เป็เวลาคล้อยบ่ายแล้ว
ลีมูซีนคันหรูเลี้ยวเข้าสู่ลานท่าเทียบเรือน้ำลึกก่อนจอดสนิทพอดีกับพรมซึ่งถูกปูรอต้อนรับแขกสำคัญที่กำลังทยอยมายังงานในครั้งนี้
คุณชายชินะตอบรับคำเชิญจากก้องภพนายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เพื่อมาร่วมงานฉลองเหรียญโอลิมปิกครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นบนเรือสำเภาซึ่งจอดเทียบรออยู่ ณ ท่าเรือสัตหีบแห่งนี้
“เชิญครับ” อธิศ พ่อบ้านประจำตัวของชินะรีบลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้าไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร คุณชายก้าวลงจากรถก่อนหยุดนิ่งบนพรมแดงแล้วจัดเสื้อสูทให้เข้ารูป พลางเงยหน้ามองพาหนะขนาดใหญ่ตรงหน้า
เบื้องหน้าคือเรือสำเภาจีนโบราณที่ถูกเก็บกู้ขึ้นมาบูรณะใหม่จนอยู่ในสภาพที่สวยงามประดุจัสาวกำลังล้อเล่นกับคลื่นทะเลเสากระโดงใหญ่เก้าต้นกลางลำเรือราวกับปิ่นหยกประดับเสริมความงดงามให้กับเรือที่ได้รับการสร้างผสมผสานระหว่างเหล็กและไม้จนดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
คุณชายชินะก้าวไปบนพรมที่ทอดยาวขึ้นสู่ภายในเรือสำเภาโดยมีอธิศเดินตามอยู่ด้านหลังพร้อมกับชี้กองสัมภาระให้แก่เ้าหน้าที่ขนสัมภาระประจำเรือช่วยกันขนตามขึ้นไปด้วย
เมื่อขึ้นมาบนตัวเรือชินะหยุดชมบรรยากาศโดยรอบ ฟลอร์กว้างบนกราบด้านหัวเรือปูด้วยไม้คงสภาพดั้งเดิมมีการตกแต่งเพิ่มใหม่ด้วยเครื่องเรือนสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่แบ่งเป็ซุ้มเว้นระยะเพื่อไว้บริการให้แขกได้เปลี่ยนบรรยากาศ
“สวัสดีค่ะคุณชายชินะเรียนเชิญในห้องรับรองก่อนค่ะ ทุกท่านรอต้อนรับอยู่ด้านในแล้ว...เชิญทางนี้ค่ะ”พนักงานต้อนรับสาวในชุดสูทกระโปรงสีขาวเดินนำชินะไปยังห้องรับรองอย่างกระฉับกระเฉง
ชินะมองพลางคิดว่าบริการสมกับที่เป็หนึ่งในเ้าหน้าที่เครือ K.S. Logistics ของประธานก้องภพ ข้อมูลคนสำคัญรสนิยม ความเป็ส่วนตัว การบริการชั้นเลิศและความเข้าใจในตัวลูกค้าเท่านั้นที่สร้างความพึงพอใจได้เป็อย่างดี
คุณชายแห่งกุนต์กลทีป์เดินตามหญิงสาวโดยทิ้งระยะห่างไว้พอประมาณเธอหันหน้ากลับมาหาชินะ แล้วเปิดประตูให้คุณชายอย่างไม่รอช้า
ภายในห้องดูโอ่โถงกว่าที่คิดมีแเื่มากมายที่กำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงทว่าเสียงของเด็กหนุ่มที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกกับสาวๆเรียกความสนใจจากคุณชายชินะจนต้องหันไปมอง
.......................................................................
เรวินเด็กหนุ่มนักมายากลเ้าเสน่ห์นั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะโดยมีผู้ที่นั่งฝั่งตรงข้ามจ้องมองสำรับไพ่ในมือของเขาอย่างไม่วางตาจนเรวินเองอดที่จะยิ้มให้กับอากัปกิริยานั้นไม่ได้
“นี่คุณคิดจะจับผิดผมให้ได้เลยเหรอคุณแพร” แพรวแพรเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับเรวินยังคงนั่งนิ่งสายตาจับจ้องไปที่การสับไพ่ของนักมายากลหนุ่มอย่างแน่วแน่โดยไม่คิดจะตอบอะไรสักคำท่าทางนั้นดูเป็ธรรมชาติจนเรวินเผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง
“คุณจะหัวเราะอะไรนักหนามาเล่นกันต่อเลยดีกว่า วันนี้ฉันจะต้องจับให้ได้ว่าคุณแอบเปลี่ยนไพ่ไปตอนไหน”ว่าแล้วแพรวแพรก็กลับมาจดจ้องกับไพ่ในมือของเรวินต่อ
“ไม่เอาดีกว่า” จู่ๆ เรวินก็หยิบถังขยะอะลูมิเนียมที่วางอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมาแล้วทิ้งสำรับไพ่ในมือทั้งหมดลงไป
“เฮ้...นี่คุณทำอะไรน่ะ!”เด็กสาวมองตามไพ่ที่ค่อยๆ ร่วงลงไปในถังขยะด้วยั์ตากลมโต
“เวลาที่คุณแพรจริงจังดูน่ากลัวออกนะครับแบบนี้สิ...น่ารักกว่า”
เขายิงคำหวานใส่หญิงสาวแพรวแพรอึกอักก่อนจะรีบปฏิเสธอย่างเขินอาย
“นี่ๆ อย่ามาพูดดีเลยฉันรู้ทันคุณหรอกน่า” แพรวแพรว่า “เพลย์บอยตัวพ่ออย่างคุณเรวินใครบ้างไม่เคยได้ยินชื่อ นี่คุณกะทำให้ฉันเขินจนจับกลไม่ทันใช่ไหมล่ะ”
เด็กหนุ่มยักไหล่ประมาณว่าแล้วแต่จะคิดแล้วสลับขาที่ไขว่ห้าง พร้อมขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะ
“มาเริ่มเล่นเกมใหม่ดีกว่าว่าแต่...บนเรือลำหรูของคุณพ่อของคุณแพร มีสำรับไพ่ติดมาบ้างหรือเปล่าครับ”เรวินเอ่ยปากถาม แววตาของแพรวแพรลุกวาวขึ้นอย่างสนใจ
“มีสิ!คุณจะเอาเท่าไหร่ล่ะ? เป็โกดังยังได้เลย” หญิงสาวพยักหน้าอย่างแข็งขัน
“ฮ่าๆผมไม่เอาทั้งโกดังหรอก ขอแค่สำรับเดียวก็พอ” เรวินพูดยิ้มๆ
“โอเคได้” แพรวแพรผายมือออกไปข้างโต๊ะ แล้วไพ่สำรับใหม่สีทองที่ห่อด้วยพลาสติกก็ถูกส่งมายังมือของเธอโดยบริกรสาวที่มาคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
เมื่อบริกรสาวทำท่าจะเดินไปเรวินก็ชิงเอ่ยขึ้นมา
“จะไปแล้วเหรอครับไม่อยู่ร่วมสนุกกันหน่อยเหรอ”
หญิงสาวเริ่มหันซ้ายแลขวาพร้อมมองแพรวแพรอย่างเกรงๆ
“จะดี เหรอคะ?" ถึงปากพูดอย่างนั้นแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ฉันว่าเธอไปอยู่ดูแลแขกตรงนั้นดีกว่านะ”แพรวแพรพูดขึ้นก่อนหันมาทำตาดุใส่เรวินแต่เ้าตัวกลับไม่รู้เื่เพราะมัวแต่หันไปขยิบตาพร้อมส่งจูบให้บริกรสาวคนนั้นอยู่
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่คุณจะมาอี๋อ๋อกับใครนะฉันว่ามาเริ่มเล่นเกมที่คุณว่ากันเลยดีกว่า” เธอตัดบท แล้วคว้ากล่องไพ่มาแกะห่อพลาสติกเธอคลี่ไพ่ แล้วกำลังจะเลือกเอาโจ๊กเกอร์สองใบออกจากสำรับอย่างคล่องแคล่ว
“เอ่อ...คุณแพรครับ”เรวินเอ่ยขึ้นแล้วชี้ไปยังไพ่ในมือของแพรวแพร “โจ๊กเกอร์ในมือของคุณ ผมขอได้ไหม ไม่ได้ใช้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ”
เรวินว่าแพรวแพรจึงยื่นไพ่โจ๊กเกอร์ให้เขาทั้งสองใบ เรวินรับมาประทับจูบลงที่ไพ่ก่อนเก็บเข้าในกระเป๋าเสื้อ
“ขอบคุณครับ”
“โอเคค่ะ แล้วไงต่อ”เธอถาม
"วิธีเล่นจะเป็แบบนี้”เรวินเริ่มต้นอธิบาย “ผมจะให้คุณเป็คนสับไพ่จะสับกี่ครั้งก็ได้แล้วแต่คุณ หลังจากนั้นให้คุณเรียงไพ่บนโต๊ะโดยคว่ำหน้าไพ่เอาไว้แบบนี้แล้วผมจะเป็คนทายว่าที่คุณเรียงไปน่ะ มันเป็ไพ่อะไรบ้างที่สำคัญ...ผมจะไม่แตะต้องไพ่ที่คุณถืออยู่เลยแม้แต่น้อย” แพรวแพรพยักหน้ารับรู้แล้วเธอก็ยิ้มออกมาเมื่อเรวินบอกกติกาจนจบ
“หมายความว่าฉันจะเรียงไพ่ยังไงก็ได้ใช่ไหม?” แพรวแพรถามขึ้น
“ถูกต้องที่สุดครับ”เรวินบอกพร้อมขยิบตาให้หนึ่งที
“และโอกาสที่ฉันจะทำให้เรวินเดอะวิซาร์ดหน้าแตกก็มาถึงแล้วสินะ”เธอพูดขึ้นอย่างมีชัย แววตาและรอยยิ้มดูเ้าเล่ห์ซุกซนเด็กสาวสับไพ่ในมืออย่างแคล่วคล่อง ก่อนจะวางเรียงไพ่บนโต๊ะ
ไพ่ทั้งห้าสิบสองใบถูกวางเรียงเป็สี่แถว แถวละสิบสามใบบนโต๊ะผ้ากำมะหยี่สีแดงแพรวแพรยิ้มกริ่มมองไพ่บนโต๊ะอย่างมั่นใจ
ฉันสับไพ่เร็วแถมยังสับตั้งหลายรอบจ้างให้ก็ทายไม่ถูกหรอก
เด็กสาวคิดอยู่ในใจก่อนจะเงยหน้ามองนักมายากลหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาเองก็กำลังส่งยิ้มนุ่มนวลมาให้เธอ
“พร้อมแล้วนะ” เรวินพูดขึ้น ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรจนแพรวแพรรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ละความมั่นใจที่ว่าจะชนะออกไป
ยังไงก็ไม่มีทางทายถูกหรอกน่า
“ฉันพร้อมตั้งนานแล้วล่ะ”เธอพูดเสมือนให้กำลังใจตัวเองไปด้วย
“งั้นผมเริ่มล่ะนะอา... ใบแรกนี่ ผมว่าน่าจะเป็แปดดอกจิก” เรวินชี้มาที่ไพ่ใบแรกสุดของแถวที่หนึ่ง
พอสิ้นเสียงของเรวินบรรยากาศรอบๆ โต๊ะก็ดูกดดันขึ้นมาในทันที สาวๆที่ยืนรายล้อมรอบโต๊ะแสดงสีหน้าออกมาว่ากำลังลุ้นให้นักมายากลหนุ่มทายถูก
แพรวแพรเอื้อมมือช้าๆไปที่ไพ่ แล้วค่อยๆ หยิบมันขึ้นมา ก่อนจะพลิกเปิดด้วยความระทึก