ติิ๊ก ติ๊ก ติ๊ก
ติ๊กๆ ๆ ๆ ตี๊ดดดดด
“ว๊าย ะเิ” โซลาห์สะดุ้งตื่น
“ฮ่า ฮา ฮา ะเิที่ไหน ฮ่า ฮา นาฬิกาปลุกต่างหากเล่า” ไอซ์ยืนเก็บนาฬิกาปลุกหัวเราะลั่นมองโซลาห์ที่ตื่นงัวเงียต้อนรับวันใหม่อย่างเคืองๆ
“จะนอนกินบ้านให้เล็กเลยหรือไง สายแล้วตื่นซะ” ไอซ์ถลกผ้าห่มเธอดึงขึ้น โซลาห์บิดี้เีมองค้อนเขาที่หัวเราะ
“จะรีบตื่นไปไหนล่ะค่ะ โธ่เอ๊ย ขัดความสุขฉันจริงๆเลยนะคุณเนี้ย” โซลาห์สะบัดหน้าอย่างอารมณ์บูดถูกผลักให้เข้าห้องน้ำพร้อมชุดยื่นส่งให้ตามหลังก่อนปิดประตูปิดท้าย ไอซ์ฉีกยิ้มวิ่งลงมาสวมรองเท้าบูตเดินมุ่งหน้าไปที่ไร่เหลือบเห็นพีกับทิพย์ยืนอยู่กลางไร่ เขาถึงกับถอนหายใจหยุดเดินกะทันหันจังหวะเดียวกับที่ทิพย์หันมาพอดี
“อ้าว ไอซ์ อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ทิพย์ทักเขาด้วยรอยยิ้ม ไอซ์จำใจหันมาเดินเข้าหาพีที่ยืนจดรายงานอย่างกลุ้มใจก่อนอมยิ้มทักทายไอซ์ที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์หยิบรายงานในมือพีมาอ่านดู
“นี่อะไร ใครสั่ง” ไอซ์ขมวดคิ้วไม่พอใจหันมาถามพีอย่างฉุนเฉียว
“เอ่อ ทิพย์เองค่ะ ทำไมหรือคะ มีอะไร” ทิพย์มองสีหน้างุนงง ไอซ์มองเสื้อผ้าเธอที่สวมใส่เป็ชุดเกาะอกรัดรูปผมลอนใหญ่พร้อมหมวกบานอันใหญ่รองเท้าส้นสูงก้าวเข้ามาหาไอซ์ช้าๆ
“คุณคิดได้ยังไงที่จะเปลี่ยนแปลงไร่โดยการเอาถุงพลาสติกมาคลุมพวงองุ่น”
“ป้องกันแมลงไงคะ”
“แต่องุ่นผมจะโตไม่เต็มที่ไม่ได้รับอากาศสดชื่น อาจจะเน่าในถุงของคุณก็ได้ ผมลืมสั่งคุณว่าห้ามมายุ่งวุ่นวายแถวไร่นี้!” ไอซ์ตวาดลั่นไร่
“อะไรกันไอซ์ ฉันไม่มีสิทธิ์เดินไปไหนเลยใช่ไหม คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าเราเคยเป็อะไรกันมาก่อน สัญญาที่เราจะบริหารไร่กันสองคนมันไปไหนซะละ” ทิพย์ตอบกลับ
“มันจบไปั้แ่คุณเดินออกจากชีวิตผมตั้งนานแล้ว”
“คุณใจร้ายมากนะคะไอซ์ ฉันทำอะไรผิดงั้นหรอ คุณถึงไล่ฉันขนาดนี้” ทิพย์จับมือเขาน้ำตาคลอ พีเหลือบมองโซลาห์ที่กำลังเดินตรงเข้ามา เธอสวมรองเท้าบูตหยุดยืนอยู่ข้างพีกับไอซ์ด้วยรอยยิ้มก่อนหันไปโปรยยิ้มเหยียดให้ทิพย์ช้าๆที่ดูโมโห ไอซ์สะบัดมือเธอออก
“แหม คุยกันสนุกเชียว อ่ะนั่นหลีกทางหน่อยนะคะคุณทิพย์” โซลาห์ชี้ไปด้านหลังเห็นผลองุ่นพวงใหญ่รีบกรู่เข้าไปดันตัวทิพย์ออก เธอเด็ดผลองุ่นชิมลิ้มรสก่อนจะเบิกตาโตยกนิ้วโป้งให้พีที่ยิ้มบางๆ
“ว้าว อร่อยมาก เยี่ยมเลย”
“ผมส่งรายชื่อเข้าไปแล้วครับ” พีเอ่ย
“เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปงานเปิดตัวไร่ต้องเอาผลองุ่นไปโชว์กรรมการก่อนแล้วก็ไปส่องคู่แข่งสักหน่อย ไปด้วยกันไหมโซลาห์” ไอซ์บอกพร้อมยื่นรายงานส่งให้พีโดยไม่สนใจทิพย์ที่ยืนเม้มปากอย่างเจ็บใจ เธอมองเขาอย่างคับแค้น โซลาห์เอียงหน้ามองทิพย์เล็กน้อย
“จะดีหรอแต่ก็ดีนะ คุณนี่น่ารักที่สุดเลยค่ะที่รัก” โซลาห์เอื้อมมือจับจมูกไอซ์แล้วส่ายหน้าแหย่ไปมาอย่างเ้าเล่ห์
“ฮ่า ฮา บ้าจริงๆ เราไปทำน้ำหมักกันดีกว่า” ไอซ์จับมือโซลาห์ลงด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะเหลียวมองทิพย์ที่ยืนจ้องเขม็ง โซลาห์ยักไหล่เดินไปกับพีปล่อยให้ทิพย์คว้าแขนไอซ์รั้งไว้
“คุณยังรักทิพย์อยู่ใช่ไหม” เสียงทิพย์สั่นเครือ
“ไม่ ไม่มีแม้กระทั่งเยื่อใย” ไอซ์กระชากแขนทิพย์ออกก่อนเดินออกไปทิ้งทิพย์ให้ยืนแค้นใจอยู่ตามลำพัง สร้างความเจ็บแค้นให้เธอยิ่งนัก คนงานต่างมองกันเป็ตาเดียว โซลาห์เดินเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อตีคู่กับพีที่ถือรายงานมาหน้าไร่
“่นี้คงยุ่งหน่อยนะครับอีกไม่นานคุณหญิงก็จะมาถึง” พีเกริ่นทำเอาโซลาห์ขมวดคิ้วคิดวิเคราะห์สงสัยก่อนเอียงหน้าถามเพื่อความแน่ใจ
“คุณหญิงนี่คือคุณย่าหรือเปล่าคะ”
“ครับ ท่านไม่ชอบพวกผู้หญิงที่มาวุ่นวายกับลูกหลานของท่าน”
“อันนี้ฉันพอรู้ค่ะ คุณย่านะร้ายกาจเป็เพชฌฆาตที่น่ากลัว ฉันเนี้ยเคยรบมาแล้วเกือบเสียหลักโดนเละ”
“แต่คุณก็รอดมาได้”
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันหนีมาต่างหาก ขนาดหนีมาคุณย่ายังตามมาอีกน่ากลัวจริงๆเลยคนแก่สมัยนี้ ฉันไม่ได้จะเอาสมบัติเขาสักหน่อย”
“แต่ท่านใจดีนะครับ คนงานเดือดร้อนท่านก็ยื่นมือมาช่วยตลอด ถึงท่านจะปากร้ายแต่ก็ใจดี”
“เฉพาะคนในเครือสิคะ ละเว้นฉันคนหนึ่ง” โซลาห์ทำหน้าบูดเดินเข้าโรงหมักที่มีคนงานอยู่สองสามคนกำลังทำการหมักปุ๋ยอยู่ โซลาห์หาเก้าอี้มานั่งลงใส่ถุงมือยางที่พียื่นให้ก่อนคนคั้นน้ำจุลินทรีย์ให้เข้ากับเปลือกมังคุด พีเดินไปแบกถังสีฟ้ามาใส่น้ำไว้ข้างๆตัวโซลาห์ก่อนเดินไปช่วยผสมปุ๋ยเขี่ยหญ้าแห้งคลุกเคล้าช่วยคนงาน ไอซ์เดินเข้ามานั่งลงข้างๆโซลาห์พร้อมใส่ถุงมือยางช่วยเธอบีบเปลือกมังคุดให้ละเอียด
“ตอนนี้บริษัทกับไร่กำลังจะไปได้สวย รู้ไหมเพราะใคร” ไอซ์เหลือบมองโซลาห์
“รู้ ฉันไง วีรสตรีกู้บริษัทจรัญทรัพย์และจรัญวัลเล่ย์” โซลาห์ฉีกยิ้มภูมิใจยกใหญ่
“หลงตัวเองเป็บ้า” ไอซ์ส่ายหน้าแซวไปมา
“คุณนะคุยกับแฟนเก่าหรือยัง ฉันไม่เกี่ยวนะกลัวโดนลูกหลง”
“เฮ้อ เหนื่อยใจ ว่าจะหนีไปเกาะคนเดียว เบื่อโลก เื่อะไรไม่รู้มากมาย”
“ฮิฮิ ก็คุณนั่นแหละอยากเกิดมารวยทำไมละ”
“งั้นหรอ นี่ชมหรือว่า”
“แล้วแต่จะคิด” โซลาห์ยักคิ้วบีบเปลือกมังคุดคั้นในน้ำหมัก