...................................................................................................................................................................................................
ั้แ่วัยเยาว์เหตุผลที่เหอหลงถูกรังแกนั้นเป็เพราะตัวเขาเองที่อ่อนแอ ร่างกายเหอหลงไม่ปรากฏการมีอยู่ของเส้นชีพจรลมปราณเลยแม้แต่สายเดียว นั่นเองเลยเป็สาเหตุให้เหล่าเด็กอันธพาลไม่รู้จักโตต่างเข้ามารุมรังแกและกลั่นแกล้ง แต่ทั้งหมดนั้นเป็แค่สาเหตุรองก็เท่านั้น
“ ตัวข้านั้นั้แ่วัยเยาว์ถูกข่มเหงรังแกแบบไร้ทางสู้เสมอมา เหตุหนึ่งคือตัวข้านั้นอ่อนแอเพราะเกิดมาอาภัพไร้ซึ่งชีพจรลมปราณปรากฏอยู่ในกาย แต่ส่วนที่สำคัญไม่ใช่จุดนั้นแต่เป็สิ่งที่ตัวท่านกำลังถามไถ่ สายเืแห่งดินแดน์…”
เหอหลงเริ่มนึกย้อนถึงความทรงจำอันเ็ปเมื่อครั้งยังเยาว์ที่สลักอยู่ในกายนี้ เขาหยุดนิ่งเงียบใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่แต่ก็กลับมาเล่าต่อด้วยสีหน้าอันชินชา
“ แม้กายจะเกิดกำเนิดในดินแดนแห่งเหล่ามารก็ตามที แต่กลับดันมีสายเืที่แปลกแยก ซ้ำร้ายยังเป็สายเืซึ่งเป็ปรปักษ์กับแดนมารมาช้านานนัก ”
“ นั่นคือเหตุผลหลักที่ตัวข้านั้นแม้นถูกกลั่นแกล้งหรือทำร้ายกายใจสักเพียงใด โดนทารุณร้ายแรงสักแค่ไหน ต่อให้เือาบกายหรือิญญากลายเป็เศษผ้าที่ทรุดโทรมก็ตามที เหล่าผู้ที่ต่างได้ชื่อว่าเป็ผู้ปกปักเหล่ารุ่นเยาว์ต่างก็บ่ายหน้าปิดตาเสียเหมือนมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น”ประกายแห่งความเศร้าโศกเข้าครอบคลุมแววตาของเหอหลงจนขุ่นมัว ตัวเขาสั่นเล็กน้อยแต่ยังฝืนเล่าต่อไป
“ สายเืแห่งข้านั้นมาจากบิดาไม่เอาไหน เป็บิดาที่ทิ้งข้ากับมารดาไปั้แ่ข้ายังจำความไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แม้นจะเป็เช่นนั้นมารดาข้ากลับไม่เคยปริปากว่าร้ายเขาสักคำ เอาแต่เอ่ยว่าแท้จริงแล้วเขาคือบุรุษที่รักมั่นครอบครัว นั่นมันเื่ไร้สาระใดกัน”
“ แม้ตัวข้าจะเกิดมาร่วมแผ่นดินแห่งนี้ก็ตามที แต่จะมีที่ใดเล่าที่จะยอมรับตัวข้าว่าเป็หนึ่งเดียวกัน ด้วยสายเื์และมารที่ไหลอยู่ในกาย จะมีแผ่นดินใดในใต้หล้าที่ตัวข้าจะถูกยอมรับและได้หยัดยืนอย่างแท้จริง… ไม่..ไม่มีเลย”
หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินเป็สายด้วยความคับข้องที่สุมอยู่เต็มทรวงอก บุรุษผู้อยู่ ณ ริมขอบบานหน้าต่างตอนนี้นั้นหันหนีกายกลับไปจดจ้องยังเบื้องนอกอีกครั้งหนึ่ง หันกลับไปมองความว่างเปล่าด้วยความรู้สึกสับสน อ้างว้าง และเดียวดาย คล้ายกับถามไถ่ต่อท้องฟ้าว่าเหตุใด..เหตุใดกันเ้าถึงต้องกลั่นแกล้งข้าถึงเพียงนี้…
…สตรีผู้ที่เคยมีแต่ความเ็าบนใบหน้าและแววตา บัดนี้ในใจนางสั่นไหวรุนแรงดั่งถูกทิ่มแทงด้วยเข็มแหลม เด็กชายตรงหน้านางผู้นี้.. ในวัยแค่เพียงสิบสามสิบสี่เขาต้องแตกสลายเพียงใดกันถึงได้สามารถพร่ำพรรณนาสิ่งเหล่านี้ออกมาได้ ซ้ำร้ายสิ่งที่เด็กชายระบายออกมาคงเป็แค่ส่วนยอดของูเาน้ำแข็งเท่านั้น สิ่งที่เขาประสบผ่านมาคงมีมากเสียยิ่งกว่านี้ อนิจจาโลกหล้าช่างโหดร้ายต่อเขานัก
..ตัวเหอหลงเองในตอนนี้ มีห้วงอารมณ์ดุจเต็มไปด้วยพายุลมซัดโหมกระหน่ำใส่ ตัวเขารู้สึกเดียวดายคล้ายเอาตัวรับห่าฝนอย่างโดดเดี่ยว มันเย็น..เย็นเสียเหลือเกินจะทนทาน เหตุใดกันเล่าท้องนภา..เหตุใดต้องเป็ข้าเพียงผู้เดียวกัน เหตุใดเล่าเอยฟ้า ถึงต้องเป็ข้า..เป็ข้าเพียงลำพัง..
แต่ในชั่วพริบตาต่อมา ความอบอุ่นอันแปลกประหลาดเข้ามาโอบล้อมกายเขาอย่างอ่อนโยน เหมือนกับพายุที่เคยพัดกระหน่ำใส่ ถูกพัดปัดเป่าหายไปเสียไกลสุดขอบฟ้า
“ เด็กน้อยเอย หากใต้หล้าไร้ซึ่งที่ใดยอมรับในตัวตนเ้า ข้าจักเป็ผืนดินอันมั่นคงคอยประคับประคองและจ้องมองการก้าวเดินไปของตัวเ้าในภายภาคหน้า ข้าจะคอยโอบกอดและรองรับย่ำก้าวการเติบโตของตัวเ้าอย่างอบอุ่นเอง เด็กน้อยเอย…….”
เสียงดั่งเทพธิดาผู้โอบอ้อมอารีดังไพเราะใกล้ที่ข้างใบหู กายเขาในตอนนี้กำลังโดนโอบกอดปลอบประโลมอย่างแ่เบา ตัวเขาในตอนนี้กำลังอยู่ในอ้อมอกอันอบอุ่นของสตรีผู้นั้น ผู้ที่สัญญาว่าจะเป็ดั่งผืนดินรองรับการก้าวเดินของเขา ััจากการลูบอันอ่อนโยนจากฝ่ามือแสนนุ่มนวลของนางปรากฏและวาดผ่านศีรษะของเขาอย่างเชื่องช้า ตอนนี้ตัวเขานั้นถูกนางดึงกลับเข้ามาสู่สติรับรู้อีกครั้งแล้ว
“ มันช่างอบอุ่น.. และนุ่มนวลยิ่งนัก”หลังพึมพำออกตามอารมณ์ความรู้สึก เด็กหนุ่มค่อยๆเอื้อมมือคว้าหาแหล่งที่มาของความอบอุ่นนั้น หมับ…
“ หืมม” ฝ่ามือของเด็กหนุ่มคว้าเข้าัักับบางสิ่ง มันช่างตั้งชูชัน อีกทั้ง… มันเด้งสู้มือข้าเสียจริง!
“ จะ..เ้าอันธพาลบัดซบ บังอาจ!!”
ปัง!!
“ คร่อก..”
ฝ่ามือที่เคยปลอบประโลมอย่างนุ่มนวลเมื่อครู่.. ครานี้กลับถูกนำมาใช้หวดอย่างจังไปที่สันคอของบุรุษหนุ่ม จากตัวที่เคยอยู่ริมขอบหน้าต่างบัดนี้กระเด็นปลิวไปตกยังเวิ้งความว่างเปล่าเบื้องนอก ณ ที่ใดไม่อาจระบุชัด…