“ฮ่าๆ สมกับเป็นนายจริงๆ! คากิยื่นสุราขวดเล็กให้นาฟเดี๋ยวเราค่อยๆ คุยกันไป
“สิ่งที่ฉันอยากให้นายดู อยู่ชั้นถัดไป” คากิพานาฟขั้นมาที่ชั้นสอง หลังจากเปิดประตูเข้ามาสิ่งที่นาฟเห็นทำให้เขาต้องหยุดนิ่งและหายใจเข้าลึก
ปรากฏเป็นรถเคลื่อนพลังหลากหลายรุ่นที่จอดเรียงรายอยู่ในห้องภายในห้องวิจัยมีการประดิษฐ์รถแข่งที่ทันสมัยปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาสว่างไสวด้วยแสงไฟสีขาวจากเพดานสูง แสงนั้นสะท้อนจากพื้นผิวเงาของรถเคลื่อนพลังแบบแข่ง
รถแข่งสีสันสดใสรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและแตกต่าง บางคันมีรูปร่างที่แหลมคม เพรียวบางบางคันมีล้อขนาดใหญ่และการออกแบบที่แปลกตา
ราวกับว่าทุกคันถูกออกแบบมาเพื่อการทำลายล้างสนามแข่งโดยเฉพาะ
โต๊ะทำงานเต็มไปด้วยเครื่องมือและชิ้นส่วนที่ถูกถอดออกมามีช่างเทคนิคอยู่สองคน สวมเสื้อคุมสีขาวเดินวุ่นวายไปมา
เสียงกลไกและเสียงเครื่องมือทำงานประสานกันเป็นเสียงพื้นหลังที่สร้างบรรยากาศของความขยันขันแข็ง
นาฟเดินไปยังรถเคลื่อนพลังสองล้อ คันหนึ่งที่ดูโดดเด่นมันมีสีแดงเงาวาวและลายเส้นที่ดูทรงพลัง เขาเอื้อมมือไปสัมผัสพื้นผิวของรถรู้สึกถึงความเย็นของโลหะและความเรียบลื่นของการออกแบบที่ลงตัว
รูปทรงรถที่แหลมคมดั่งลูกกระสุนมีความสมดุลที่สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ นาฟรู้สึกทึ่งกับสิ่งนี้มองเห็นถึงความลงตัวในหลายๆแง่มุมจากรถคันนี้ จนต้องยกขวดสุราในมือขึ้นมาดื่ม เพื่อคลายความตื่นเต้น
"สวยงามใช่ไหม?"
คากิเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง "นี่คือหนึ่งในผลงานล่าสุดของเรารถคันนี้สามารถทำความเร็วได้สูงสุดเท่าที่เราเคยสร้างมา"
นาฟยิ้มตอบ "ข้าไม่เคยเห็นอะไรที่ล้ำสมัยเช่นนี้มาก่อนนี่เป็นการปฏิวัติวงการจริงๆ"
คากิพยักหน้า "ข้าและทีมงานทุ่มเทเวลาในการพัฒนามันอย่างต่อเนื่องทุกชิ้นส่วน ทุกระบบได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด"
นาฟมองไปรอบๆ ห้อง เห็นแผนผังและแบบแปลนต่างๆติดอยู่บนผนัง ข้อมูลทางเทคนิคและการทดลองที่แสดงผลบนจอกลไก
ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ชี้ให้เห็นถึงความทุ่มเทและความหลงใหลในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
"แสดงว่ารถเคลื่อนพลังนี้มีอะไรพิเศษกว่า?"นาฟถามด้วยความสนใจ
คากิยิ้มกว้าง "มันไม่ได้มีแค่ความเร็วแต่ยังมีระบบควบคุมที่ล้ำสมัย เทคโนโลยีการประหยัดพลังงานและระบบความปลอดภัยที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทุกอย่างถูกรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น"
นาฟรู้ว่าการพัฒนารถเคลื่อนพลังเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับความก้าวหน้าของวงการรถ
แต่ยังเป็นการก้าวไปสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
“เข้าเรื่องเลยนะข้าอยากเป็นช่างเครื่องให้นายน่ะ!
นาฟถึงกับขมวดคิ้ว แล้วกล่าว “นายคงไม่ได้หมายความให้ข้าลงแข่งขันใช่มั๊ย!
“ฮ่าๆ นายเป็นคนฉลาดน่าจะรู้คำตอบตั้งแต่เข้ามาห้องนี้แล้ว
เข้าแข่งขัน “เรซซิ่งสเตรชเชอร์” สนามต่อไป ข้าหาคนที่เหมาะสมมานานแล้ว
นาฟยกสุราขึ้นมาดื่มเดินวนสำรวจรอบรถอีกครั้ง “ทำไมต้องเป็นข้า!”
“ในการแข่งเรซซิ่งสเตรชเชอร์ รถที่มีความเร็วเป็นครึ่งหนึ่งของความเร็วเสียงคนทั่วไปไม่สามารถควบคุมมวลและความเร็วระดับนี้ได้ และก็ใช่ว่าผู้ใช้พลังทุกคนจะสามารถขับขี่สิ่งเหล่านี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เพราะความเร็วไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่สำคัญมันยังต้องการการวางแผน การตัดสินใจที่รวดเร็ว รวมถึงการควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์ที่กดดันสิ่งที่เอ่ยมาทั้งหมดต้องเป็นผู้ที่มีประสาทสัมผัสที่ดีมากถึงจะตอบสนองสิ่งเหล่านี้ได้ทันท่วงที
“ซึ่งนายมีสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ฉันเฝ้ามองนายมานานแล้ว นายนั้นแหละเหมาะที่สุด!
“ข้าขอบคุณนะที่เห็นความสำคัญของข้า แต่ข้ายังไม่สนใจ”
คากิที่สีหน้ายังเรียบเฉยยกสุราขึ้นมาดื่มบ้าง แล้วเอ่ยขึ้น“ไม่เป็นไร นายไม่ต้องรีบตัดสินใจมันอาจจะดูว่าข้าเห็นแก่ตัวไปบ้าง ที่ยัดเยียดภาระบางอย่างให้นาย
ตัวฉันเองก็เก่งแต่เรื่องงานประดิษฐ์พลังพิเศษที่ใช้ได้ก็ไม่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้เลย
วันๆก็ได้แต่ขลุกตัวอยู่ภายในห้องวิจัยแต่ข้าก็มีความสุขในการได้มีส่วนร่วมในความก้าวหน้าของโลกใบนี้
ทุกๆครั้งที่สร้างสรรค์สิ่งใดขึ้นมา แล้วมีผู้นำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็จะรู้สึกภาคภูมิใจตลอด
จนกระทั่งได้มาเจอกับนาย ได้เห็นความมุ่งมั่นและตั้งใจสิ่งที่นายทำเพื่อผู้คนมันเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวตนของนายได้เป็นอย่างดี
“ขอพูดตามตรง ทั้งฉันและนายไม่สามารถทำสิ่งที่ฝันได้ด้วยตัวคนเดียว
ฉันอยากร่วมมือกับนาย และส่งนายไปยังสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมฉันเชื่อว่านายมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้
การชนะการแข่งขัน เป็นเพียงก้าวแรกที่พวกเราจะทำการได้มาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศอาจไม่ทำให้เราภูมิใจเท่า การได้มาซึ่งอำนาจที่จะใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ณ เขตพัฒนาชุมชนใหม่ชานเมืองฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือมีแผ่นวัสดุปิดล้อมเขตก่อสร้างที่หยุดดำเนินงานไว้ชั่วคราวไร้ซึ่งคนทำงาน เปรียบเสมือนเมืองที่กำลังสร้างใหม่แล้วหยุดลงแล้วกำลังจะกลายเป็นเมืองร้าง
นาฟยืนอยูบนเนินสูงสุด มองลงมาในเมืองที่เขาได้ช่วยพัฒนามันขึ้นมาสายตาของเขามองออกไปยังท้องฟ้ายามเย็นที่ถูกแต้มด้วยสีสันของพระอาทิตย์เมืองที่เคยเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในแผนที่
บัดนี้กลายเป็นเมืองที่เต็มอาคารพักอาศัยจำนวนหลายหลังที่สามารถรองรับผู้คนที่ไร้ที่อยู่อาศัยได้
ลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้าของเขา นาฟหลับตาชั่วขณะรู้สึกถึงความสงบที่แผ่ซ่านในใจ เขาคิดถึงการเดินทางที่ผ่านมาของเขาจากวันที่เขาเป็นเพียงคนธรรมดา จนถึงวันที่เขาเปิดพลังได้ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยการต่อสู้และความท้าทาย แต่ในที่สุดเขาก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้
“ชื่อเสียงและอำนาจ...” นาฟพึมพำกับตัวเองเบาๆ
นาฟนึกถึงตอนที่ตนได้อ่านตำราของท่านผู้ยิ่งใหญ่ มีบทหนึ่งได้กล่าวไว้
“การได้มาซึ่งชื่อเสียงและอำนาจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่การรู้จักใช้อย่างชาญฉลาดและเป็นธรรม นั่นคือสิ่งที่ยากยิ่งกว่า”