จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

    ตอนที่ 38 หมู่บ้านเสี่ยวฮวงที่จิตใจดีเรียบง่ายไม่มีอีกต่อไปแล้ว

    จู้เจียงเจียงทุ่มสุดตัว นางอยากรักษาของทั้งคันรถของตัวเองเอาไว้ ของทั้งคันรถนี้เป็นชะตาชีวิตและอนาคตในอีกหลายเดือนข้างหน้าของครอบครัวนาง


    นางตีเหล็กฝนคราดจนเกิดแสงสว่าง ภายใต้แสงจันทร์ที่กำลังขึ้นอย่างช้า ๆ แสงเย็นเยือกสะท้อนออกมา


    สองคนนั้นในมือไร้ซึ่งอาวุธมีคม เห็นคราดก็อดหวั่นใจไม่ได้


    “พี่ชาย พวกเราไปเถอะ...”


    ผู้ชายตัวเตี้ยที่แกะของอยู่ด้านหลังเอ่ยปากอย่างตัวสั่น พลางดึงเสื้อผู้ชายตัวสูงเบา ๆ


    ผู้ชายตัวสูงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่หลังจากคิดอะไรได้ก็เด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันที


    “ไปไหน ไม่ได้ของ จะมีหน้ากลับไปเจอพวกพี่น้องในวัดได้อย่างไร!”


    ผู้ชายตัวสูงพูดออกมาอย่างห้าวหาญมุ่งมั่น หากไม่รู้ยังนึกว่าเขากำลังทำเรื่องอะไรที่ชอบธรรมอยู่เสียอีก


    “แม่นาง พวกเราขอแค่ข้าวมื้อหนึ่ง ไม่ต้องการสิ่งอื่น ข้าล่วงเกินแล้ว!” ผู้ชายตัวสูงคารวะจู้เจียงเจียง ก้าวเท้ายาวไปข้างหน้าแย่งคราดเล็กในมือจู้เจียงเจียงไป


    ความเร็วและกำลังของเขาจู้เจียงเจียงไม่มีทางสู้ไม่ได้ นางถึงขั้นไม่ทันรู้ตัวของในมือก็หายไปเสียแล้ว


    เชี่ย!


    จู้เจียงเจียงก็ไม่ยอมถูกเล่นงานได้ง่าย ๆ ของในมือไม่มีแล้ว ทว่าก็ไม่อาจขัดขวางความโกรธในตัวได้ ยกเท้าเตะออกไป


    ผู้ชายตัวสูงใช้ร่างกายของเขา รับความโกรธที่มาจากตัวของจู้เจียงเจียง


    “พี่ชาย!”


    “รีบหยิบ!”


    ผู้ชายตัวสูงเก็บคราดไว้ด้านหลัง อ้าแขนหนึ่งข้างใช้ด้านหลังบังปกป้องผู้ชายตัวเล็กไว้


    จู้เจียงเจียงทั้งเตะทั้งตี พยายามผ่านผู้ชายตัวสูงหยุดพวกเขาไม่ให้หยิบของไป แต่ให้ตายเขาก็ไม่ยอมหลีก ปกป้องดูแลผู้ชายตัวเล็กข้างหลังไว้อย่างดี


    “พอแล้ว เจ้าไปก่อน!”


    ผู้ชายตัวสูงหันหลังไปมอง รู้สึกว่าพอสมควรแล้วก็เอ่ยปากห้าม


    จู้เจียงเจียงเห็นคนนั้นวิ่งหนี อยากตามไป แต่กลับถูกผู้ชายตัวสูงขวางอยู่ข้างหน้า “ไอ้พวกผู้ชายไร้ประโยชน์ พึ่งพาการแย่งของมันถือเป็นความสามารถอะไร!”


    ผู้ชายตัวสูงได้ยินคำนี้เห็นชัดว่านิ่งอึ้งไป


    เขายืนอยู่กับที่ไม่ขยับ จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของจู้เจียงเจียง หลังจากจำลักษณะของนางได้แล้ว ก็วางคราดไว้ด้านหลังรถเข็น ก่อนจะหมุนตัววิ่งจากไป ไม่พูดอะไรสักคำ


    “หยุดเดี๋ยวนี้!”


    จู้เจียงเจียงชี้ด่าตามหลังของชายทั้งสองไป ตอนยกเท้าจะตามไป เสียงร้องไห้ของเผยเสี่ยวอวี๋กลับทำให้ความคิดของนางหายไป


    “พี่สะใภ้ ข้ากลัว...”


    เมื่อครู่ผู้ชายสองคนยังอยู่ เผยเสี่ยวอวี๋ไม่กล้าส่งเสียง ตอนนี้ผู้ชายทั้งสองคนจากไปแล้ว ในที่สุดนางก็ควบคุมความกลัวในใจไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาเสียงดัง


    จู้เจียงเจียงรีบหันกลับมากอดนางไว้ ปลอบขวัญเบา ๆ “พอแล้ว ๆ เสี่ยวอวี๋ไม่ต้องกลัว มีพี่สะใภ้อยู่”


    จะว่าอย่างไรเผยเสี่ยวอวี๋ก็เป็นแค่เด็กอายุหกขวบคนหนึ่ง จะรู้ความแค่ไหนก็ไม่อาจสงบเหมือนผู้ชาย ก็แม้แต่นางยังกลัวจนหัวใจเต้นรัวเร็ว ขาทั้งสองอ่อนปวกเปียก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเผยเสี่ยวอวี๋แล้ว


    “มา พี่สะใภ้จูงมือเจ้า พวกเรากลับบ้านกันก่อน”


    ฟ้ามืดแล้ว เมื่อครู่ให้เด็กคนหนึ่งอย่างนางเดินอยู่ด้านหลังเป็นความสะเพร่าของจู้เจียงเจียงเอง


    นางแบกเชือกรถเข็นไว้บนไหล่อีกครั้ง มือข้างหนึ่งจับราวรถ มืออีกข้างจูงเผยเสี่ยวอวี๋ ทุก ๆ ย่างก้าวที่เดินไปยังหมู่บ้านเสี่ยวฮวงช่างยากลำบากยิ่งนัก


    กลับถึงบ้าน หลังจากนับของบนรถเสร็จเรียบร้อย จู้เจียงเจียงก็พบว่า สองคนเมื่อครู่นี้เอาไปแค่อาหารประมาณสามวันของพวกนางสองคนพี่สะใภ้และน้องสามีเท่านั้น


    “เป็นโจรที่แปลกจริง ๆ”


    จู้เจียงเจียงเห็นเสียหายไม่มาก ก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ ตั้งใจเตรียมอาหารในงานเลี้ยง


    บางทีชีวิตนี้นางอาจคิดไม่ถึง เรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในคืนนี้ หลังจากนี้ไม่นานจะช่วยนางครั้งใหญ่!


    วันรุ่งขึ้น


    ก่อนหนิวต้งจะส่งหมูมา จู้เจียงเจียงไปในหมู่บ้านอีกครั้ง อยากหาคนช่วยกันทำโต๊ะอาหารเลี้ยงพรุ่งนี้


    เรื่องนี้ นางคิดถึงคนแรกก็คือสองผู้เฒ่าสวี่เหล่าเกินกับสวี่หลิวซื่อ


    เมื่อมาถึงบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน นางก็เห็นกลุ่มคนยืนอยู่เต็มลานบ้าน จู้เจียงเจียงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย


    ในหมู่บ้านกำลังประชุมอะไรอยู่? ทำไมไม่มีใครแจ้งนาง?


    ทุกคนในลานบ้านก็เห็นนางแล้วเช่นกัน นัยน์ตาทุกคนมีความไม่เป็นมิตรปรากฏอยู่ไม่มากก็น้อย เห็นนางมาแล้ว บรรยากาศหารืออย่างคึกคักเมื่อครู่เงียบสงบลงทันตา


    “อยู่ที่นี่กันทุกคนเลย” จู้เจียงเจียงรู้สึกกดดันแปลก ๆ สายตาไม่รู้ควรมองไปไหน


    สองผู้เฒ่าสวี่เหล่าเกินที่อยู่กลางกลุ่มชาวบ้าน เป็นสองคนที่ยิ้มให้นาง “สะใภ้เล็กมาแล้ว มาหาข้ามีธุระอะไร?”


    เห็นสวี่เหล่าเกินยังเหมือนปกติ จู้เจียงเจียงจึงรู้สึกว่าตัวเองคิดมากไปเอง เอ่ยปากอย่างเป็นมิตรเหมือนที่ผ่านมา “ปู่สวี่ ข้ามา อยากจะถามปู่ว่าวันนี้ว่างไหม ข้าทำโต๊ะอาหารขาดคนช่วย”


    “ได้ อีกเดี๋ยวข้าไปช่วยเจ้า...”


    “ทำโต๊ะอาหารอะไร? พวกเราไม่กินเครื่องในนะ” สวี่เหล่าเกินยังพูดไม่จบ คนหนึ่งในหมู่บ้านก็พูดแทรกขึ้น


    พวกเขาแสดงท่าทางมืดมนแปลก ๆ กับนางหลายครั้ง จู้เจียงเจียงปลอบใจตัวเองอย่างยากลำบาก


    “ป้าสามสวี ข้าทำอะไรให้ป้าไม่พอใจหรือ? หรือข้าจ่ายค่าแรงให้ป้าขาดไป?” นางเผชิญหน้าปะทะกับภรรยาสวีเหล่าซานที่แสดงทีท่าแปลก ๆ กับนางสองครั้ง


    หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของสวีเหล่าซาน ครั้งก่อนนางก็เริ่มด่าแล้ว


    พูดถึงเงินค่าแรง ภรรยาสวีเหล่าซานยิ่งโมโห พูดเสียงสูงราวกับด่าคน ชี้ไปที่จู้เจียงเจียง “ก็แค่สร้างบ้านพัง ๆ หลังหนึ่ง เจ้าทะนงตัวอะไร อ้าปากก็เงินค่าแรง ปิดปากก็เงินค่าแรง เจ้าเห็นพวกเราเป็นคนใช้บ้านเจ้ารึยังไง!”


    คนหมู่บ้านเดียวกัน จู้เจียงเจียงมีสิทธิ์อะไรจ่ายเงินค่าแรงให้พวกเขา นางก็แค่คนโง่ที่ตระกูลเผยหามาดูแลเผยเสี่ยวอวี๋เท่านั้นเอง


    “ป้าสามสวี คำพูดนี้ป้าพูดออกมาให้ชัดเจนเลย ข้าเห็นทุกคนเป็นคนใช้บ้านข้าตอนไหน!”


    จู้เจียงเจียงก็เริ่มขึ้นเสียงสูง นางไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน นางจะไม่ยอมรับคำครหานี้เด็ดขาด 


    “ยังต้องพูดอีกหรือ? มีเรื่องไหนที่เจ้าไม่ใช่กำลังสั่งพวกเขาทำ เก็บชา เพาะปลูก สร้างบ้าน มีเรื่องไหนที่เจ้าลงมือด้วยตัวเอง ยังไม่ใช่เรียกพวกเราไปทำ!”


    “ยายแก่ หยุดพูดได้แล้ว!” สวีเหล่าซานทนดูต่อไปไม่ได้ เอ่ยเสียงห้ามอย่างลำบากใจ


    จู้เจียงเจียงเกือบหลุดขำ หลังจากรู้สึกขำก็รู้สึกว่าคำพูดนี้ของพวกเขาช่างทำให้คนเจ็บจริง ๆ นางถูกทำร้ายเข้าแล้ว


    “ที่แท้ป้าสามสวีก็คิดกับข้าแบบนี้เองหรือ?” ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความผิดหวัง กวาดดูรอบ ๆ “ทุกคนก็คิดแบบนี้เหมือนกันสินะ?”


    ชาวบ้านในลานบ้านเงียบกริบ เริ่มหลบสายตา


    สวี่เหล่าเกินเห็นเหตุการณ์ก็รีบเดินหน้าคลี่คลายบรรยากาศ “สะใภ้เล็ก เจ้าอย่าเพิ่งโกรธ ทุกคนไม่ได้คิดแบบนั้น เจ้ากลับไปก่อน อีกเดี๋ยวข้าไปหาคนมาช่วยเจ้าทำโต๊ะอาหารนะ?”


    จู้เจียงเจียงโกรธจนหน้าแดง สีหน้าเข้มจนน่ากลัว


    นางไว้หน้าสวี่เหล่าเกิน ไม่ได้ปะทะกับภรรยาสวี่ในบ้านสวี่ หันหลังกลับไปด้วยความโกรธ 


    กลับถึงบ้าน เห็นเผยเสี่ยวอวี๋นั่งอยู่ประตูหน้าบ้าน มองเด็กในหมู่บ้านที่เล่นกันสนุกสนานอย่างตาละห้อย จู้เจียงเจียงเข้าใจแล้ว ทำไมช่วงนี้เผยเสี่ยวอวี๋ไม่ออกบ้านไปวิ่งเล่น


    ดูแล้วคนในหมู่บ้านไม่เพียงแค่เห็นนางเป็นศัตรู ยังขับไล่เผยเสี่ยวอวี๋ด้วย


    จู้เจียงเจียงรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะนางมีเงินแล้ว ชาวบ้านที่จิตใจดีเรียบง่ายพวกนั้นในความทรงจำ ตอนนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้ว


    ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นโต๊ะอาหารมื้อพรุ่งนี้ ก็ถือว่าเป็นความใจดีสุดท้ายที่นางมีต่อหมู่บ้านเสี่ยวฮวงก็แล้วกัน


    คล้ายกับเรื่องจู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801