“พวกเจ้าว่าอย่างไรนะ!”
ถ้วยชาใบหนึ่งถูกโยนเฉียดใบหน้าของชิวหลินและฟู่เถียนไปกระทบกับแจกันด้านหลังจนแตกละเอียด เศษของถ้วยกระเบื้องและแจกันร่วงกราวลงบนพื้นจนมีชิ้นหนึ่งกระเด็นมาบาดขาของฟู่เถียนเข้า ชิวหลินที่มองเห็นถึงความโกรธเกรี้ยวได้แต่ตัวสั่นงันงกไม่กล้าพูดสิ่งใดออกไป
จริงอยู่ที่นางชอบกลั่นแกล้งซูฮวาจนเป็นนิสัย บางยามก็ถึงขั้นตบตีลงไม้ลงมืออย่างหนัก แต่แท้จริงชิวหลินเป็นคนขลาดเขลาที่กล้ากับผู้ที่นางเห็นว่าอ่อนแอกว่าเท่านั้น พอได้เผชิญกับผู้มีอำนาจมากกว่าก็ตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกเพิ่งเกิดใหม่อย่างเพลานี้
“นางแจ้งมาว่า ยามนี้นางเป็นคนของคุณชายใหญ่ หากมิใช่คุณชายเอ่ยปากสั่ง นางก็จะไม่ทำสิ่งใดและจะไม่ไปพบใคร เพราะนางเป็นแขก หาใช่คนใช้เช่นเก่าเจ้าค่ะ” เมื่อฟู่เถียนเห็นแววตาและท่าทางที่ชิวหลินแสดงออก นางเลยเลือกที่จะตอบออกมาเองพร้อมกับโค้งคำนับลงแนบพื้นราวกับจะขออภัยในสิ่งที่เอ่ยออกมา ในหัวพลางครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้นกับพวกนาง ทั้งสายตาและอากัปกิริยารวมถึงบรรยากาศโดยรอบของซูฮวาแปรเปลี่ยนไปจนนางเห็นได้ชัดราวกับเป็นคนละคนกัน แต่สิ่งที่ยังคงเดิมคือใบหน้าสวยสดราวกับธิดาของสรวงสวรรค์ที่ทำให้นางเกิดความอิจฉาริษยา จะทำให้เป็นคนละคนไปได้เยี่ยงไร
“พวกเจ้าลุกขึ้น!”
เย่ฮูหยินพลันโกรธเกรี้ยวภายในใจขึ้นมาอีก เหตุใดเส้นทางที่นางวางไว้ให้บุตรชายของตนถึงต้องมีอุปสรรคมาขัดขวางทุกเพลา มีเพียงแต่อุปสรรคภายนอกเท่านั้น บุตรชายของนางเองก็ยังไม่ให้ความร่วมมือแก่นางเสียด้วยซ้ำไป จากอดีตไม่ว่านางจะเอ่ยอะไรออกมายามไหน บุตรชายผู้นี้ของตนก็จะกระทำตามโดยที่ไม่มีอิดออดแม้แต่น้อย บัดนี้กลับแสดงท่าทีดื้อดึงราวกับจะไม่ยินยอมอยู่ภายใต้คำสั่งสอนของนางอีกต่อไป ยิ่งคิดยิ่งทำให้ความรู้สึกภายในร้อนรุ่มราวกับมีไฟมาแผดเผา
ทั้งหมดทั้งมวลนั่นเป็นเพราะนางคนชั้นต่ำซูฮวา หากไม่เป็นเพราะมันบุตรชายของนางก็คงจะทำตามที่บอกอย่างดีโดยไม่มีปัญหา คนก็ตายไปแล้ว แล้วไยยังมีใครที่ไหนไม่รู้โผล่เข้ามาอีก
เมื่อความโมโหโกรธเกรี้ยวสุมกันอยู่ภายในจนเทียบเท่าเกวียนใหญ่ ในหัวของนางจึงคิดแต่เพียงว่า ไม่ว่าจะเป็นซูฮวาตัวจริงหรือตัวปลอม มันก็เป็นไม้หนามที่ขัดขวางการเจริญของบุตรชายของตนเท่านั้น มิได้คิดถึงสิ่งอื่นใดอีกเลย
“เจ้าไปหยิบกระดาษกับพู่กันมา ข้าจะส่งหมายไปหาท่านหญิงหลี่”
เย่ฮูหยินหันมาสั่งชิวหลินที่คลายสีหน้าตื่นกลัวแล้ว ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าสว่างนอกหน้าต่างที่มีสายลมพัดพลิ้วจนกระดิ่งลมดัง
“เจ้า! ฟู่เถียน ท่าทีของบุตรชายข้าเป็นอย่างไรบ้าง” เย่ฮูหยินหันมาสอบถามสตรีรับใช้ข้างกายของบุตรชายตนด้วยความอยากรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นอีก ถึงแม้ว่าคนรับใช้ผู้นี้จะเป็นคนที่ปากหนักที่สุดสำหรับหยูจินหมิง แต่นั่นไม่ใช่กับเย่ฮูหยินผู้นี้ เพราะถึงแม้ว่าจะปากหนักเพียงใด ด้วยความปรารถนาในตัวของผู้เป็นนาย ฟู่เถียนจึงจำเป็นจะต้องประจบสอพลอผู้ที่นางคิดว่าจะเป็นฝ่ายชนะ ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความนัก ฟู่เถียนก็ตัดสินใจเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว ลำพังเย่ฮูหยินคงทำสิ่งใดไม่ได้มาก แต่เบื้องหลังของเย่ฮูหยินนั้น ยังมีท่านหญิงหลี่ฟางฟางแห่งจวนหลี่อ๋องอยู่
“คุณชายใหญ่กล่าวไว้ว่า ซูฮวาเป็นแขกของคุณชาย ไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานหนักอะไร และไม่ได้มีสถานะเป็นสาวใช้อีกต่อไปจริงๆ เจ้าค่ะ”
ยิ่งได้ยินคำบอกกล่าวของสาวใช้ ก็ยิ่งทำให้เย่ฮูหยินนึกโกรธเกรี้ยวในตัวของซูฮวาคนนั้นมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นคำกล่าวโดยตรงของบุตรชายที่ถือครองเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดในจวนขณะนี้ นางจึงไม่สามารถแทรกแซงได้หากผู้เป็นสามียังไม่ได้กลับมา ในเมื่อนางไม่สามารถขัดคำลูกชายได้ ก็ให้คนที่มีอำนาจมากกว่านางมาจัดการเสีย ถึงแม้บุตรชายนางจะห้ามเอาไว้แล้วก็ตาม
“เอามา! เจ้านี่มันชักช้าเสียจริง” เย่ฮูหยินคิดวกไปวนมาอยู่แบบนั้นพร้อมกับรับพู่กันและกระดาษจากชิวหลินที่วิ่งไปหยิบมาอย่างกระหืดกระหอบ รอยยิ้มเหยียดปรากฏออกมาตรงมุมปากเล็กๆ ก่อนจะเขียนสถานการณ์ปัจจุบันลงไปด้วยข้อความสั้นๆ
เมื่อเขียนเสร็จสิ้น เย่ฮูหยินก็ยื่นไปให้คนรับใช้ผู้หนึ่ง แล้วบอกให้รีบส่งไปหาท่านหญิงหลี่ฟางฟางโดยไว ความกังวลเริ่มคลายออก เมื่อเรื่องนี้ไปถึงหูท่านหญิงก็คงจะคลี่คลายโดยไม่มีปัญหาใดแบบที่เคยเป็น สิ่งที่ยังขัดขวางความเจริญรุ่งเรืองของบุตรชายตนอยู่ ก็จะถูกกำจัดออกไปโดยที่นางไม่ต้องลงมือเลยแม้แต่น้อย แค่เพียงร่วมมือไปช่วยเหลือเล็กๆ ท่านหญิงหลี่ฟางฟางก็คงจะจัดการด้วยตัวเองอีกครั้งเป็นแน่
“ตอนนี้ท่าทางมันเป็นอย่างไร” เย่ฮูหยินเอ่ยถามออกมาอย่างนึกพอใจในสิ่งที่ตนเองกระทำ แม้จะเป็นคำสั่งที่มีมาก่อนหน้าอยู่แล้วว่าหากพบซูฮวาคนนี้ให้แจ้งให้ทราบทันที แต่แล้วความพอใจนั้นก็ต้องหยุดชะงักลงและปลิวหายไปทันทีที่ได้รับคำตอบจากฟู่เถียน
“หยิ่งผยอง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเลยเจ้าค่ะ อีกทั้งยังแสดงตนราวกับเป็นสตรีชนชั้นสูงศักดิ์ มองพวกบ่าวอย่างเหยียดหยามคล้ายกับมองหนูมองนกเลยเจ้าค่ะ”
“ใช่เจ้าค่ะเย่ฮูหยิน นอกจากนั้นแล้วนางยังพูดคล้ายกับว่าจะไม่เห็นหัวใครนอกจากคุณชายอีกด้วยเจ้าค่ะ ที่นางไม่ตอบรับคำสั่งของเย่ฮูหยิน ก็เป็นเพราะนางถือตัวว่ามีคุณชายถือหางอยู่เจ้าค่ะ”
เมื่อฟู่เถียนพูด ชิวหลินก็เอ่ยตามราวกับต้องการฟ้องสิ่งที่พวกนางเจอ ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นความจริงก็ตาม แต่เย่ฮูหยินก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไรนัก เดิมทีข้ารับใช้พวกนี้ก็อิจฉาซูฮวาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สิ่งที่พวกนางเอ่ยออกมาอาจจะเป็นความจริงเพียงครึ่งก็ได้
แม้ไม่รู้ว่าซูฮวาคนนี้จะเป็นอย่างไร แต่ซูฮวาที่นางเคยเห็นก่อนหน้านี้อย่าว่าแต่กล่าววาจากล้าแกร่งเลย แม้จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับนางยังมิเคยกล้าทำ
“จับตาดูนางไว้ หากมีอะไรพวกเจ้าต้องมารายงานข้า เข้าใจหรือไม่” เย่ฮูหยินเอ่ยคำสั่งออกมาพร้อมกับเหม่อมองออกไปที่นอกหน้าต่างอีกครั้งอย่างไม่หยุดครุ่นคิด ก่อนจะได้ยินเสียงรับคำจากเหล่าข้ารับใช้ภายในห้อง
“เจ้าค่ะ”