บทที่ 45 ของดีทั้งนั้น
หลังจากกลับมาแล้ว พอหลินโหรวนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เธอก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“จริงสิ ตอนที่คุณออกไปก่อนหน้านี้ คุณไปที่ไหนมา?”
ดวงตาสวยของหลินโหรว เปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอเอ่ยปากถามเซียวเฉิน
สำหรับคำถามของหลินโหรว เซียวเฉินก็ขมวดคิ้ว และมองไปทางเธอ
เมื่อได้ยินหลินโหรวถามแบบนี้ เซียวเฉินก็รู้ว่าเรื่องนี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว
หลินโหรวรู้ความสามารถของเซียวเฉินเป็นอย่างดี ดังนั้นเซียวเฉินที่ออกไปครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ โดยที่ไม่กลับมา จึงเป็นไปไม่ได้
“เฮ้อ เดิมทีแค่อยากจะทำตัวให้ไม่ดูเด่นเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้คงจะไม่ได้แล้ว!”
เซียวเฉินถอนหายใจ มองไปที่ใบหน้าสวยของหลินโหรว และพูดตรง ๆ
เมื่อเห็นเซียวเฉินพูดแบบนี้ หลินโหรวก็นั่งตัวตรง
เพราะหลินโหรวรู้สึกว่า ในเมื่อเซียวเฉินพูดแบบนี้แล้ว แสดงว่าเขาต้องเจอของดี ๆ เข้าแล้วแน่ ๆ
มิฉะนั้น เซียวเฉินก็คงไม่จำเป็นต้องเป็นทำแบบนี้
“ของที่ผมได้มา อยู่ที่นี่หมดแล้ว!”
เซียวเฉินเหมือนกับเล่นกล นำของออกมาหลายอย่าง วางไว้บนโต๊ะตรงหน้าหลินโหรว
หลินโหรวอ้าปากค้าง ไม่ต้องพูดถึงว่าเซียวเฉินไปเอาของพวกนี้มาได้ยังไง
แค่เอาของพวกนี้มาวางไว้ที่นี่ทั้งหมด ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว
“พวกนี้…”
หลินโหรวหยิบสัญญาขึ้นมาดูแบบสุ่ม ๆ จากนั้นก็หยิบสัญญาที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาดู
หลังจากทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง หลินโหรวก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ
เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ มันรุนแรงกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มาก
“พวกนี้... มันเป็นไปได้ยังไง?”
หลินโหรวพูดกับเซียวเฉิน เธอไม่ได้ไม่เชื่อ แต่เซียวเฉินหยิบของพวกนี้มาได้เยอะขนาดนี้ เขาเอามันออกมาได้ยังไง
“คุณคิดว่าของพวกนี้เป็นยังไงบ้าง?”
เซียวเฉินไม่ได้ให้โอกาสหลินโหรวตั้งคำถาม แต่กลับถามหลินโหรว
คำพูดของเซียวเฉินทำให้ดวงตาสวยของหลินโหรวเป็นประกาย
“ของดีทั้งนั้นเลย!”
แม้ว่าหลินโหรวจะไม่อยากพูดแบบนั้น แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้
เมื่อเห็นหลินโหรวเป็นแบบนี้ เซียวเฉินก็ยิ้ม
“ผมรู้ว่าพวกเขาต้องการจัดการกับหลินกรุ๊ป ดังนั้นเรื่องนี้ผมต้องจัดการให้เรียบร้อย!”
เซียวเฉินทำท่าทางองอาจ พูดกับหลินโหรว
ในขณะนี้ เมื่อเซียวเฉินพูดจบหลินโหรวก็รู้สึกซาบซึ้งใจ
แน่นอนเซียวเฉินคือเจ้าของหลินกรุ๊ปอยู่เบื้องหลัง คนอื่นอาจไม่สนใจเรื่องนี้ แต่เซียวเฉินไม่สนใจไม่ได้
“สัญญาพวกนี้คุณเก็บไว้ก่อน เอาออกมาใช้ในเวลาที่สำคัญ นี่คือหลักฐานที่เป็นประโยชน์!”
เซียวเฉินไม่รู้ว่าทำไมเฉาหู่หยางถึงทำแบบนี้ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เซียวเฉินมั่นใจได้ นั่นคือ เฉาหู่หยางมีแผนร้าย!
“จริงสิ เฉาหู่หยางคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเฉา?”
เซียวเฉินถาม เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยเจอคนของตระกูลเฉามาแล้ว
ดังนั้นลองดูว่าจะใช้วิธีอ้อม ๆ ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้หรือไม่
แต่ขณะนี้ เมื่อเซียวเฉินเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าหลินโหรวก็ถอนหายใจ
“เฉาหู่หยางคนนี้ ความจริงแล้วก็ไม่ได้มีสถานะสำคัญอะไรในตระกูลเฉา แต่ตราบใดที่เขาเป็นคนของตระกูลเฉา เขาก็มีอำนาจมาก!”
หลินโหรวเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เธอหันกลับมามองไปที่เซียวเฉินและพูด
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง คราวนี้เซียวเฉินก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว
แต่ถ้าเป็นแบบนี้จริง ๆ แผนของเขาก็ต้องเร่งมือแล้วละ
มิฉะนั้น เมื่อถึงเวลานั้น รอจนคนเหล่านั้นมาถึงหลินกรุ๊ป เซียวเฉินก็ไม่สามารถต้านทานได้
ในตอนนี้ หลินโหรวมองไปที่เซียวเฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็น “จริงสิ เรื่องที่ให้คุณไปหาคนมาช่วย คุณหามาได้ยังไงบ้าง?”
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ดังนั้นหลินโหรวจึงถามให้แน่ใจจะดีกว่า
แต่ในขณะนี้ เมื่อหลินโหรวพูดจบเซียวเฉินกลับยิ้มเยาะ
“ความลับฟ้าอย่าเปิดเผย”
ปัญหาหลักคือ ตัวเซียวเฉินเองก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร
ตอนนั้นก็ได้แต่หวังว่าคนเหล่านี้จะแข็งแกร่งขึ้นหน่อย
คนแปดคนนี้ คนหนึ่งชวนมาได้หนึ่งคน ตอนนั้นเซียวเฉินก็จะมีคนสิบหกคน
และสัปดาห์ที่สอง สิบหกคน คนหนึ่งชวนมาได้อีกหนึ่งคน นั่นก็คือสามสิบสองคน
จริง ๆ แล้ว บริษัททั่ว ๆ ไป มีสิบกว่าคนก็พอแล้ว
แต่หลินกรุ๊ปไม่เหมือนกัน บริษัทใหญ่แม้จะมีคนสามสิบกว่าคนก็อาจจะไม่พอ
และในตอนนี้ เซียวเฉินพูดกับหลินโหรวว่า “ช่วงนี้ คุณต้องระวังตัวให้มากหน่อยนะ”
เซียวเฉินสงสัยว่าคนเหล่านั้นคงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ดังนั้นคนเหล่านี้จะต้องลงมือกับหลินโหรวแน่ ๆ
ถ้ารอจนคนเหล่านั้นลงมือจริง ๆ ตอนนั้น เซียวเฉินจะแก้ปัญหายังไง
ยิ่งคิดแบบนี้ เซียวเฉินยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะมองไม่ออก
“เฮ้อ ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย อยู่ดี ๆ ทำไมถึงคิดถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมาได้”
เซียวเฉินส่ายหัวอย่างจนใจ ตอนนี้เขาคิดมากไปหน่อย
แต่ถ้าลูกน้องของเซียวเฉินพยายามขึ้นอีกนิด เซียวเฉินก็คงไม่เป็นแบบนี้
คู่ต่อสู้ในอนาคตจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เซียวเฉินเองก็กำลังฝึกฝนทีมของตัวเองอย่างตั้งใจ
“ฮึ่ม รอถึงตอนนั้น ฉันจะต้องเอาทุกอย่างที่เป็นของฉันกลับคืนมาให้ได้!”
ในตอนนี้สายตาของเซียวเฉินเปลี่ยนไป
บนใบหน้าของเซียวเฉินเผยรอยตื่นเต้นออกมา
หลินโหรวไม่รู้เรื่องของเซียวเฉินมากนัก แต่เธอก็ยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ และพูดปลอบเซียวเฉิน
“จริง ๆ แล้ว คุณไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นหรอก เรื่องนี้มันจะผ่านไปด้วยดี”
เมื่อหลินโหรวพูดแบบนั้น เซียวเฉินก็พยักหน้า
แต่ในตอนนี้ เซียวเฉินกลับครุ่นคิดว่าควรจะหาวิธีอะไรมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับยามพวกนี้ดี
ในขณะที่เซียวเฉินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น อีกด้านหนึ่งที่โรงฝึกเจิ้งไคไท่ก็กลับมาแล้ว
เมื่อเจิ้งไคไท่กลับมา เขาก็ได้รับเสียงเชียร์จากผู้คนมากมาย เพราะเจิ้งไคไท่คือเจ้าสำนักรุ่นเยาว์
“เจ้าสำนักรุ่นเยาว์ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว”
คนที่อยู่ข้าง ๆ พูดกับเจิ้งไคไท่ และเจิ้งไคไท่ มองไปรอบ ๆ และยิ้ม “เอาสิบคน มาเล่นกับฉันหน่อย!”
ทุกคนต่างสงสัย สิบคน?
ก่อนหน้านี้ ความแข็งแกร่งของเจิ้งไคไท่สูงสุดสี่คน ตอนนี้เขาจัดการสิบคนไหวแล้วเหรอ?
แม้ว่าจะเป็นเช่นไร แต่คนเหล่านั้นก็ยังคงเข้ามา
ดังนั้น การต่อสู้ครั้งนี้จึงดำเนินต่อไปครู่หนึ่ง และก็จบลงอย่างรวดเร็ว เจิ้งไค่ไท่ชนะ
คนอื่นไม่อยากจะเชื่อ ทำไมความแข็งแกร่งของเจิ้งไคไท่ถึงเพิ่มขึ้นเร็วขนาดนี้
“พี่ใหญ่ ทำไมความแข็งแกร่งของคุณถึง…”
คนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างประหลาดใจ มองไปที่เจิ้งไคไท่ และถามอย่างไม่เข้าใจ
จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้ตัวเจิ้งไคไท่เองก็ไม่รู้ เขาเดาในใจอย่างเงียบ ๆ
หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่ถูกเซียวเฉินฝึกฝนก่อนหน้านี้?
ในขณะที่เจิ้งไคไท่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ไม่ไกลออกไปก็มีเสียงใส ๆ ดังขึ้น
“ไคไท่ ความแข็งแกร่งไม่เลวนิ มาประลองกันหน่อยไหม!”