" ท่านแม่พวกเราจะไปที่ไหนหรอเ้าค่ะ." เม่ยเหนียงถามขึ้น
" เราจะไปยังแคว้นเหลียง ที่อยู่ทางทิศใต้กัน. " หลี่หยาน. ตอบออกไป
.... หลี่เฟยหลง ที่นั่งนิ่งมาตลอดไม่ปริปากพูดซักคำ ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากขึ้น. " ท่านแม่ ท่านจะบอกข้าได้หรือไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น. เหตุใดท่านพ่อถึงเป็ฏได้."
" เฟยหลงลูกแม่ รอให้เราถึงแคว้นเหลียงก่อนแม่จะเล่าทุกอย่างให้เ้าฟัง. " หลี่หยานเอ่ยออกไป
.... ทั้งสามจึงนั่งรถม้ามุ่งตรงลงไปทางใต้เพื่อไปยังแคว้นเหลียง
.... หลังจากที่สามแม่ลูกแซ่หลี่หนีไปได้หนึ่งวัน. ก็มีกองทหารหลายสิบนายมายังบ้านของพวกเขา. แต่เมื่อทั้งหมดมาก็พบกับซากของบ้านที่ถูกเผาจนไม่หลงเหลืออะไรให้ตรวจสอบ
" ท่านนายกองขอรับ. ดูท่าคนที่อยู่ที่นี้ได้หลบหนีไปหมดแล้วขอรับ."
" อืม....ขอรู้แล้ว. พวกเ้าลองไปถามคนที่อาศัยอยู่แถวนี้สิว่า. พอจะรู้บ้างไหมว่าครอบครัวนี้ไปยังที่ไหน." นายกองเอ่ยขึ้น
" ไม่นาน นายทหารที่ไปสอบถามชาวบ้านระแวกนี้ก็กลับมา. " ท่านนายกองครับ คนแถวนี้บอกว่า ครอบครัวของหลี่เหยียนมีด้วยกันสามคน เห็นว่าไปั้แ่เมื่อวานขอรับ. จากเส้นทางที่ชาวบ้านบอก พวกมันน่าจะไปยังแคว้นเหลียงขอรับท่านนายกอง "
" ไปยังแคว้นเหลียงอย่างนั้นหรือ. ถ้าเช่นนั้นพวกเรากลับกันเถอะ ข้าจะรีบไปรายงานท่านแม่ทัพเยี่ยหาว." นายกองเอ่ยขึ้นก่อนจะควบม้าจากไป
.... ภายในคุกใต้ดินใต้ราชวังค์ต้าโจว.
หลี่เหยียน. ที่ตอนนี้ถูกมัดไว้กับต้นเสา. ร่างกายของเขาอาบไปด้วยโลหิต. แสดงให้เห็นถึงการถูกทรมานอย่างแสนสาหัสมาไม่น้อย
" หลี่เยียน. เ้าจะบอกข้ามาได้หรือยังว่า. เ้าเอาตำราไปซ่อนไว้ไหน." เพี้ยย.... ผู้คุมถามออกไปพร้อมๆกับทรมานเขา
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต่อให้ตายพวกเ้าอย่าหวังว่าข้าจะพูดแม้แต่คำเดียว " หลี่เหยียนตอบออกไป
" นายกองผู้เป็หัวหน้าเมื่อเห็นว่า ไม่ว่าเขาจะทรมาน หลี่เหยียนเท่าไรก็ไม่เป็ผล. จึงเอ่ยขึ้น " หลีเหยียน ข้าจะบอกอะไรให้ ตอนนี้ท่านอ๋อง ได้ส่งคนไปยังบ้านของเ้าเพื่อจะจับคนในครอบครัวของเ้าแล้ว. ดูสิหากลูกเมียเ้าถูกจับมาทรมานเ้าจะยังปากแข็งอยู่ไหม."
.... หลี่เหยียนได้ฟังดังนั้นก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดขึ้น " พวกเ้าไม่มีทางจับพวกเขาได้หรอก ถุยยย....
" หน่อยแหนะ เฆี่ยนมันต่อไปดูสิว่าปากมันจะแข็งกว่าเนื้อของมันมั้ย." หัวหน้าผู้คุมเอ่ยขึ้น
" ขอรับ. ผู้คุมรับคำ ก่อนจะลงเมื่อเฆี่ยนตี หลีเหยียนต่อไป.......
... ภายในพระราชวังค์ต้าโจว ซึ่งเป็ที่อยู่ของ โจวอ๋องหวังชิง
.... เยี่ยหาวเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ. ก่อนจะกุมมือพร้อมกับเอ่ยขึ้น " กราบทูลฝ่าา. คนที่หม่อมฉันส่งไปยัง เมืองหนานหยาง กลับมาแล้วขอรับ...
" เป็อย่างไรบ้างจับตัวครอบครัวของ หลี่เหยียนมาได้หรือไม่." หวังชิงถามออกไป
" ทูลฝ่าา หลังจากคนของหม่อมฉันไปถึงพวกมันก็หนีไปแล้วพะยะค่ะ
" หนี... พวกมันหนีไปที่ใด." หวังชิงถามต่อ
" เห็นชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า ครอบคนัวของหวังชิงหนีไปยังทางใต้พะยะค่ะ หากหม่อมฉันเดาไม่ผิด พวกมันน่าจะหนีไปยังแคว้นเหลียง " เยี่ยหาวเอ่ยขึ้น
" ไปแคว้นเหลียงอย่นั้นหรือ. ดูท่าหากคิดจะจับพวกมันจะไม่ใช้เื่ง่ายเสียแล้ว. หวังชิงเอ่ยขึ้นก่อนจะครุ่นคิดอยู่ครู่นึงพร้อมกับพูดขึ้น. " เยี่ยหาว เ้าให้ทหารฝีมือดีปลอมตัวเป็ชาวบ้านไปยังแคว้นเหลียง ตามหาครอบครัวของ. หลี่เหยียนและจับตัวมาให้ข้าให้ได้ "
" พะยะค่ะ " . หวังชิงรับคำ. ก่อนจะเดินจากไป
" เด๋ยวก่อน.!! " เสียงของ หวังชิงดังขึ้น
" พะยะค่ะฝ่าา "
" เ้าจงไปบอก หัวหน้าผู้คุมว่า ให้เลิกทรมาน หลี่เหยียนก่อน " หวังชิงพูดขึ้น
" ทำไมล่ะพะยะค่ะ " เยี่ยหาวถามออกไป
" ข้าไม่อยากให้มันตายเสียก่อน รอให้ข้าได้ตัวครอบครัวของมันมาแล้วดูสิว่ามันจะปากแข็งอยู่อีกไหม." หวังชิงเอ่ยออกไป
" พะยะค่ะ หม่อมฉันจะไปเดี๋ยวนี้. " พูดจบ เยี่ยหาวก็เดินจากไปทันที
.... ภายในอาณาจักรต้าเหลียง
.... สามแม่ลูกแซ่หลี่ ได้เดินทางมาถึงยังเมืองหลิว ซึ่งเป็เมืองที่อยู่ใต้การปรกครองของ เหลียงอ๋องหยางเล่อ. เมืองนี้แม้จะเป็เมืองเล็กแต่ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรณ์ต่างๆมากมาย จึงนับว่าเป็เมืองสำคัญแห่งนึงของแคว้นเหลียง.
" ท่านแม่ เมืองหลิวแห่งนี้ดูคึกคักจังเลยนะเ้าค่ะ. " เม่ยเหนียงเอ่ยขึ้น
" นั้นสิครับท่านแม่. เมืองนี้ช่างหน้าอยู่จริงๆต่างจากเมืองหนานหยางลิบลับเลย." หลี่เฟยหลงพูดเสริม
" อืม...พวกเ้าชอบก็ดีแล้ว เพราะว่าพวกเราจะมาอยู่ที่นี้ " หลี่หยานเอ่ยออกไป
" แล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนละเ้าค่ะท่านแม่." เม่ยเหนียงถามขึ้น
" พวกเราจะมาอาศัยท่านลุงของพวกเ้ายังไงละ. ท่านเป็เ้าของโรงเตี๊ยมเล็กๆในเมืองหลิวแห่งนี้."
" ท่านลุง...! " ทั้งสองร้องอุทานขึ้นมาพร้อมกัน. " ท่านแม่ข้าไม่เคยได้ยินว่าเรามีลุงด้วย. "หลี่เฟยหลงรีบพูดขึ้น
" มีสิจ๊ะ ลุงของพวกเ้าเป็พี่ร่วมสาบานของแม่เอง แต่ว่าหลังจากเกิดาพวกเราก็ไม่ได้พบกันอีกเลย. เอาละใกล้ถึงแล้ว."หลีหยานเอ่ยขึ้น
" อ่อ เป็อย่างนี้นี่เอง."ทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกัน
.... ไม่นานรถม้าก็มาจอดยังหน้าโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งนึง. บนป้ายเขียนว่า โรงเตี้ยมวีรชน...
.... ทั้งสามจึงลงจากรถมาพร้อมกับเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมทันที. แต่ภาพที่เห็นกับทำให้ทั้งสามตกตะลึงเป็อย่างมาก เนื่องด้วยว่า โรงเตี๊ยมแห่งนี้แม้จะเล็กแต่ก็เต็มไปด้วยลูกค้ามากมาย
.... ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนท่วงท่าดูซื่อตรงใบหน้าดูเป็มิตร. เข้ามาถามขึ้น "ไม่ทราบว่าลูกค้าจะรับอะไรดีครับ.. "
" เอ๊ะ... ท่านพี่ ฟ่านจง ไม่ได้พบกันนานท่านจำน้องคนนี้ไม่ได้แล้วหรือ." หลี่หยานเอ่ยขึ้น
ฟ่านจง ได้ยินดังนั้นก็มองไปที่ใบหน้าของ หลี่หยาน ก่อนจะพูดขึ้น " น้องหลี่หยาน เป็เ้าจริงๆด้วย ลมอะไรพัดเ้ามาถึงที่นี้ "
" ท่านพี่อย่าพึ่งถามอะไรเลย " หลี่หยานพูดขึ้นก่อนจะ บอกให้สองพี่น้องคราวะ ฟ่านจง
" หลานขอคารวะท่านลุง ฟ่านจง ขอรับ/เ้าค่ะ " ทั้งสองเอ่ยขึ้น
" เอ๊ะ เด็กสองคนนี้คือ..? ฟ่านจงเอ่ยถาม
" อ่อ..ท่านพี่... เด็กสองคนนี้คือบุตรของข้าเอง. ที่ข้ามาที่นี้มีเื่จะให้ท่านช่วย. หลี่หยานเอ่ยขึ้น
" อ้อ..อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปคุยกันด้านในจะดีกว่า. ฟ่านจงเอ่ยออกไป ก่อนจะพาทั้งสามเดินเข้าไปยังด้านใน.....