ตอนที่14 แปลงโฉม
“คุณมีแฟนแล้วเหรอ”
เฝิงเจียงจิงโพล่งถามขึ้นมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเขากำลังคิดจะหาทางจีบเธอใหม่อีกครั้งเพราะเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายแฟนคนปัจจุบันที่ตามติดแจจนแทบไม่เป็อันทำอะไรพอเห็นหญิงสาวสวยคนใหม่ซึ่งสวยกว่าวันวานจึงรู้สึกตื่นเต้นท้าทายอยากลองของใหม่ทันที
กระนั้นเขาไม่คาดคิดว่าเธอจะเอ่ยออกมาว่ามีแฟนแล้วจึงถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจเพราะไม่แน่ใจว่าแฟนเธอเป็ใครถึงกล้าให้แฟนสาวเข้าร้านจำหน่ายเสื้อผ้าหรูราคาแพงขนาดนี้ได้
"พี่จิงคะ!”
เฉินลี่หรูเรียกแฟนหนุ่มเสียงดังพร้อมกระตุกแขนเขาอย่างไม่พอใจเธอเหลือบเห็นสายตาวาววับจากเขาขณะจ้องมองเพื่อนสาวทำให้รู้สึกไม่สบายใจนักเธอกลัวว่าเขาจะคิดเปลี่ยนใจกลับไปจีบไช่อิงใหม่ จึงต้องหาทางตัดไฟแต่ต้นลมไว้ก่อน
“จริงสิคะไม่เชื่อก็ถามองครักษ์ฉันก็ได้ นี่เขาให้องครักษ์มาช่วยจ่ายเงินให้ฉันเชียวนะคะ”
ไช่อิงพยักหน้ารับพลางชี้นิ้วตรงไปยังเหลียงเกอที่ยืนอยู่ด้านหลังตนเองเป็การยืนยันคำกล่าวอ้างเธออยากรู้เช่นกันว่าอดีตชายหนุ่มผู้เคยจีบตนกับเพื่อนสนิทแย่งชิงผู้ชายจะมีท่าทางอย่างไร
เหลียงเกอพยายามเม้มปากสะกดกลั้นอารมณ์ขบขันและอยากหัวเราะออกมาเขารู้สึกดีที่ยังมีแว่นกันแดดช่วยบดบังแววตาขบขันของตนไว้ได้มิดชิดพลางอยากรู้ว่าภรรยาเ้านายจะมีการแสดงใดให้รับชมอีก
เฉินลี่หรูและเฝิงเจียงจิงผินหน้าไปมองเหลียงเกอเขม็งอย่างไม่แน่ใจทั้งคู่ไม่เคยเห็นเหลียงเกอมาก่อนเพราะคุณชายสามแห่งตระกูลหลงไม่เข้าร่วมงานสังคมเป็เวลาหลายปีแล้วฉะนั้นองครักษ์ประจำตัวคุณชายสามจึงไม่เป็ที่รู้จักของผู้คนเท่าใดนัก
เหลียงเกอเห็นว่าภรรยาเ้านายโยนคำถามมาให้ตนเขาตอบตามคำกล่าวอ้างของไช่อิงด้วยท่าทีผ่อนคลายว่า
“ใช่ครับคุณชายให้ผมมาทำหน้าที่จ่ายเงินทุกอย่างที่เธอ้า หากพวกคุณไม่มีอะไรแล้วคุณไช่อิงมีธุระต้องซื้อของอีกมาก รบกวนช่วยหลีกทางด้วยครับ”
องครักษ์เหลียงเกอเกรงว่าการสนทนาเพื่อเอาชนะกันระหว่างสองฝ่ายจะยืดเยื้อเกินไปเขาจึงกล่าวออกมาโดยตรงอย่างไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น
“จริงด้วย! ฉันมีหลายอย่างเลยที่ต้องซื้อไหนจะเครื่องประดับสวย ๆ รองเท้า กระเป๋า อะไรอีกบ้างล่ะ โอ๊ย! เยอะแยะไปหมด”
ไช่อิงทำตาโตอย่างเพิ่งนึกได้พลางยกมือขึ้นปิดปากคล้ายรู้สึกใเกินพอดีแล้วสาธยายเชิงโอ้อวดให้สองหนุ่มสาวรับฟังด้วยท่วงท่าจริตเกินงามซึ่งเธอรับรู้ได้ทันทีว่าองครักษ์กำลังหัวเราะอยู่ด้านหลังโดยมีเสียงเล็ดลอดออกมาอย่างแ่เบา
เฉินลี่หรูอยากกลั่นแกล้งไช่อิงให้อับอายเพราะเห็นว่าตอนนี้ตนเสียเปรียบจึงเสนอเื่จูงใจให้เพื่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงรุ่นของห้องเรียนระดับชั้นปริญญาตรีด้วยกันว่า
“อ้อ! พอดีวันเสาร์ที่สิบนี้จะมีงานเลี้ยงรุ่นในเมื่อเธอมีแฟนรวยแล้ว ก็น่าจะพาแฟนไปเปิดตัวหน่อยสิ หลาย ๆคนคงอยากเห็นเธอเต็มที ไปอัปเดตข้อมูลให้เพื่อน ๆ รู้หน่อยหวังว่าฉันจะเห็นเธอในงานเลี้ยง แล้วจะส่งกำหนดการไปให้ทางแชตกลุ่มนะ”
เฉินลี่หรูไม่รอฟังคำตอบรับจากไช่อิงแต่รีบลากแขนแฟนหนุ่มให้ออกไปจากร้านแทนเพราะััได้ถึงสัญญาณอันตรายจากความสนใจของเขาต่อหญิงสาวผู้เคยเป็เพื่อนสนิทตนและยังเป็ผู้หญิงที่เขาเคยจีบมาก่อน
ในตอนนี้เฉินลี่หรูยังไม่อยากเค้นถามหาผู้เป็แฟนของไช่อิงแต่คิดจะใช้เื่เข้าร่วมงานเลี้ยงรุ่นเป็การบังคับเพื่อนให้พาแฟนไปเปิดตัวแทนทั้งจะมีเพื่อนอีกหลายคนช่วยสอบถามซึ่งดีกว่าเธอเสียเวลาถามเพื่อนผู้มีพฤติกรรมแปลกตาไปจากเดิม
“..........”
ไช่อิงเอี้ยวตัวมองตามหลังเพื่อนและแฟนหนุ่มตัวร้ายจากไปโดยส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางยักไหล่แทนคำกล่าวใด ๆ
เธอจะยังไม่ตัดสินใจเข้าร่วมงานเลี้ยงรุ่นในตอนนี้เพราะยังมีเวลาเหลืออีกหลายวันทั้งตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นในการค้นหาชุดใหม่สำหรับสวมใส่แทน
เหลียงเกอจับตาสังเกตพฤติกรรมของไช่อิงอย่างพิจารณาเขาพบว่าเธอไม่แสดงท่าทางกังวลใจต่อคำเชิญจากหญิงสาวผู้ที่เขาคุ้นตาอยู่บ้างจึงแอบค้นหาข้อมูลทางโทรศัพท์ขณะทั้งสองฝ่ายกำลังปะทะคารมกัน
องครักษ์พบว่าฝ่ายชายเป็หลานชายคนเดียวของตระกูลเฝิงซึ่งเป็ตระกูลเครือญาติกับตระกูลฟางของอาสะใภ้เ้านายส่วนฝ่ายหญิงเป็หลานสาวคนเดียวของทางตระกูลเฉินแห่งเมืองหลวงเช่นกันโดยทั้งตระกูลเฝิง ตระกูลฟาง และตระกูลเฉินต่างเป็กลุ่มตระกูลร่ำรวยอันดับสองไม่ใช่ตระกูลร่ำรวยมหาศาลหรืออยู่อันดับหนึ่งเหมือนตระกูลหลงและอีกสี่ตระกูลใหญ่
ไช่อิงเดินตรงไปเลือกชุดลำลองสำหรับสวมใส่ใหม่แทนชุดป้าที่เคยมีแต่เดิมโดยได้รับการดูแลจากพนักงานภายในร้านเป็อย่างดีเพราะรับรู้แล้วว่าหญิงสาวมีเงินจ่ายค่าเสื้อผ้าแน่นอนเธอเลือกชุดลำลองทั้งชุดเดรสสั้น ชุดยีนกางเกง ชุดยีนกระโปรง เสื้อกางเกงและกระโปรงตัวเดี่ยวทรงทันสมัยยังมีรองเท้าเข้าชุดกันเป็จำนวนมากถึงยี่สิบชุด จนองครักษ์แสดงท่าทีตื่นใภายใต้แว่นกันแดดชัดเจน
เหลียงเกออดแสดงความรู้สึกประหลาดใจไม่ได้จนต้องสอบถามไช่อิงด้วยความอยากรู้ว่า
“คุณไช่อิงครับ ซื้อชุดไปเยอะขนาดนี้แล้วชุดเก่าที่เคยมีจะเอาไปทิ้งหรือบริจาคละครับ”
ไช่อิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะพลางตาโตต่อความคิดเห็นอันมีประโยชน์ขององครักษ์ จึงตอบแล้วถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่า
“จริงสิ! พี่เหลียงเกอคิดว่าไงดีฉันไม่อยากใส่ชุดป้าพวกนั้นอีกแล้วพี่ช่วยคิดทีสิว่าควรเอาไปทิ้งหรือบริจาคดีละคะ”
เหลียงเกอกระพริบตาปริบๆ ภายใต้แว่นกันแดดพลางลอบถอนหายใจที่ตนไม่น่าปากพล่อยเสนอความคิดเห็นจนกลายเป็ภาระอย่างไม่รู้ตัวทว่าเขาไม่รู้สึกหนักใจมากนักจึงบอกเธอตามตรงว่า
“อันที่จริงมอบให้หัวหน้าแม่บ้านก็ได้นะครับพวกเธอจะมีหน้าที่เอาไปบริจาคให้กับคนยากไร้ในชนบทอยู่บ่อย ๆเสื้อผ้าพวกนั้นก็ยังดีอยู่จะได้ไม่เสียทิ้งไป”
“ดีเลยค่ะตกลงตามนั้น ไว้กลับบ้านจะรีบแพ็กใส่กล่อง”
ไช่อิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยินดีเธอปล่อยให้องครักษ์ทำหน้าที่ชำระเงินและขนถุงใส่เสื้อผ้าแทนอย่างสบายใจ แล้วรีบไปหาร้านเป้าหมายถัดไปเพื่อเลือกซื้อสินค้าตามแผนการ
อย่างไรก็ตามหญิงสาวไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเธออยู่ในสถานที่ห่างไกลโดยอีกฝ่ายกำหมัดแน่นอย่างไม่เชื่อสายตาแล้วพึมพำออกมาว่า
“ไม่น่าเชื่อ! นี่นังไช่อิงได้แฟนรวยจริง ๆ เหรอแต่ถุงเสื้อผ้าตั้งเป็สิบคงไม่โกหกฉันแน่”
เฉินลี่หรูไม่อยากเชื่อต่อความจริงอันประจักษ์ตาทว่าเธอไม่สามารถปฎิเสธถุงเสื้อผ้าจำนวนมากโดยมีชายหนุ่มร่างกำยำซึ่งถูกอ้างเป็องครักษ์ทำหน้าที่ถือจนเต็มสองมือแล้วเดินตามหลังไช่อิงไปอย่างสุภาพ
เหลียงเกอต้องแจ้งให้พนักงานห้างสรรพสินค้าช่วยนำเสื้อผ้าและสิ่งของไช่อิงไปเก็บไว้ที่รถยนต์ก่อนพลางคิดว่าตนเลือกรถยนต์พาภรรยาเ้านายมาชอปปิงถูกคันแล้วเพราะหญิงสาวเลือกซื้อสิ่งของมากมายจนแทบจะเป็การเปลี่ยนแปลงตัวใหม่ทั้งหมดั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าทั้งยังเลือกรูปแบบสินค้าดีมีระดับซึ่งแตกต่างจากสไตล์ไช่อิงคนเก่าเป็อย่างมาก
ชายหนุ่มเดินตามเพื่อทำหน้าที่เป็คนชำระค่าสินค้าให้กับไช่อิงหลายครั้งจนรู้สึกประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าเธอจะเลือกซื้อมากมายขนาดนี้กระนั้นเขาไม่กล้ากล่าวทักท้วงอะไรเพราะแจ้งเธอไว้ก่อนหน้าแล้ว
ซื้อเยอะขนาดนี้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนกันละเนี่ย ห้องเธอก็เล็กนิดเดียวเอง เฮ้อ!.....
เหลียงเกอสลัดศีรษะไล่ความมึนงงและหนักใจแทนเธอออกไปขณะนั่งรอภรรยาเ้านายเปลี่ยนแปลงทรงผมใหม่อยู่ในร้านเสริมสวยซึ่งเป็รายการสุดท้ายของการชอปปิงวันนี้เขารู้สึกว่าวันนี้เดินหลายกิโลเมตรและเหนื่อยยิ่งกว่าไปออกกำลังกายในตอนเช้ากับเ้านายด้วยซ้ำไปพลางก้มหน้าตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์โดยนั่งรอเธออยู่ในร้านด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
จนกระทั่งเหลียงเกอเหลือบเห็นปลายรองเท้าสตรีสีกุหลาบแดงเข้มมายืนต่อหน้าเขาจดจำได้อย่างชัดเจนว่าเป็รองเท้าใหม่ของไช่อิงที่เปลี่ยนใส่ในร้านจำหน่ายรองเท้าแทนรองเท้าผ้าใบคู่เดิมพลันเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความอยากรู้ แล้วอ้าปากค้างตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตา
“ฉันสวยใช่ไหมล่ะ”
ไช่อิงใช้ปลายนิ้วมือตวัดเส้นผมสีดำขลับที่ปิดบังแก้มขาวราวหิมะออกอย่างมีท่วงท่าสวยงามดังสตรีชนชั้นสูงจนทำให้องครักษ์เผลอมองค้างอย่างไม่เชื่อสายตา
เหลียงเกอไม่คาดคิดว่าภรรยาเ้านายในชุดเดรสกระโปรงสั้นสีแดงสดใสแขนกุดปิดคอมิดชิดทรงทันสมัยพอเปลี่ยนทรงผมเล็กน้อยและมีการแต่งหน้าบางเบาอย่างเป็ธรรมชาติจะสวยงามได้มากขนาดนี้พลางพึมพำตอบอย่างเหม่อลอยว่า
“สะ.....สวย.....สวยมากครับไม่เหมือนคุณไช่อิงเลย”
หญิงสาวหัวเราะคิกๆ อย่างมีความสุข เธอรู้สึกได้ว่าตนกลับมาเป็คนเดิมเหมือนในชาติที่ห้าผู้เป็สาวไทยรักความสวยงามและมีตำแหน่งเป็ถึงแชมป์เชฟกระทะทองนานาชาติอีกด้วย
“รีบจ่ายเงินให้ฉันทีฉันต้องรีบกลับไปเตรียมข้าวเย็นแล้วนะ”
ไช่อิงเห็นว่าเหลียงเกอยังคงนั่งนิ่งอ้าปากค้างตกตะลึงอยู่จึงเอ่ยเตือนเขาอย่างกังวลใจเพราะตอนนี้เป็เวลาเกือบสิบเจ็ดนาฬิกาแล้ว ฉะนั้นเธอจะมีเวลาเตรียมอาหารเย็นอีกไม่นานนักทำให้กังวลว่าจะไปถึงบ้านล่าช้าเกินไปเธอ้าปรุงอาหารตอบแทนสามีเนื่องในโอกาสจ่ายเงินค่าชอปปิงเป็จำนวนมากถึงห้าล้านหยวนในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
“คะ.....ครับจ่ายเงิน”
เหลียงเกอสะดุ้งเล็กน้อยแล้วตอบไช่อิงอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้เขารีบหยิบบัตรธนาคารของเ้านายมาจ่ายแต่โดยดีโดยคิดจะหยิบโทรศัพท์มาบันทึกภาพเธอส่งไปให้เ้านายรับชมพอคิดได้ว่าควรให้เ้านายเห็นรูปลักษณ์ใหม่ของเธอเองกับตาจึงละเื่การบันทึกภาพทันที
จากนั้นเหลียงเกอช่วยถือถุงใส่กล่องเปล่าซึ่งเคยบรรจุนาฬิกาและเครื่องประดับราคาแพงอีกหลายชิ้นให้กับเธอขณะสินค้าซื้อใหม่บางชิ้นเธอทำการสวมใส่ทันทีทั้งนาฬิกาข้อมือหรู ต่างหูสวยงามสร้อยข้อมือ ส่วนแหวนเพชรนั้นเขาเห็นว่าเธอสวมแหวนที่เคยได้รับเมื่อครั้งมีการพูดคุยแต่งงานระหว่างครอบครัวไช่กับตระกูลหลง
สำหรับสิ่งของอย่างอื่นที่มีราคาไม่แพงมากนักเขาให้พนักงานของห้างสรรพสินค้านำไปไว้ในรถยนต์ก่อนหน้าแล้ว ชายหนุ่มเดินตามหลังไช่อิงในชุดเดรสกระโปรงสั้นสีแดงรองเท้าส้นสูงสีแดงเข้มเข้าชุดกัน เรียวขาขาวเนียนยาวสวยงามเดินคล่องแคล่วดังคนคุ้นเคยกับการสวมใส่ชุดแบบนี้มาก่อนสร้างความประหลาดใจให้กับเขายิ่งนัก
ประการสำคัญเธอยังเดินเชิดหน้าด้วยท่วงท่าสง่างามดังสตรีชนชั้นสูงอย่างไม่เคอะเขินสร้างความสงสัยใคร่รู้ให้กับตนจนอดที่จะคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมอันแปลกตาของเธอไม่ได้ว่า
แปลกแฮะ! คุณไช่อิงไปฝึกฝนการเดินการวางมาดเหมือนพวกผู้ดีได้เร็วขนาดนี้เชียวเหรอ เมื่อวานยังไม่เห็นเดินแบบนี้เลยแต่นี่อะไร.....พอเปลี่ยนใส่ชุดใหม่ เหมือนกลายเป็คนละคนกันเลย ประหลาดใจเสียจริง!
เหลียงเกอเดินตามหลังไช่อิงพร้อมสังเกตผู้คนรอบข้างเขาพบว่าผู้คนทั้งหลายต่างหันหน้าจ้องมองหญิงสาวด้วยความสนใจในความสวยสง่างาม ชายหนุ่มหลายคนถึงกับมองเหลียวหลังตามด้วยความทึ่งต่อความงามของเธอโดยตอนนี้เธอสวยงามมากกว่าดาราสาวหลายคน
ครั้นภรรยาเ้านายเดินพ้นอาคารของห้างสรรพสินค้าออกมาแล้วเขารีบเดินนำเพื่อไปเปิดประตูรถรอเธออย่างรู้หน้าที่ พลางรู้สึกดีต่อการเปลี่ยนแปลงของเธอในทิศทางอันเหมาะสมเพราะจะช่วยเสริมสง่าราศีให้กับเ้านายในวันประชุมวันจันทร์นี้ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวันเท่านั้น