ตอนที่ 36 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือ คาถาอาถรรพ์ต้องห้ามของหลินเทียน
หลินชิวหานใคร่ครวญในใจ ก่อนจะหันหลังกลับไปถามหลินเทียน
ทั้งนี้เป็นเพราะคำพูดของคุณชายกู้ที่จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาในวันนี้ จึงทำให้นางต้องขบคิดอยู่นาน และพบว่าเรื่องนี้แลมีเงื่อนงำอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้หลินเทียนหาได้มีความคิดในการบำเพ็ญเพียรแม้แต่น้อย
ยิ่งมิต้องพูดถึงการฝึกฝนด้วยความตั้งใจ แม้ว่าจะพยายามชักจูงอย่างไร เขาก็มิเคยคิดขยับเขยื้อนตัว
แล้วเหตุใดจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้
สาเหตุใดกลับทำให้เขามีนิสัยแปรเปลี่ยนไปจนแทบมิเหลือเค้าเดิม กลายเป็นคนหยิ่งผยองเย็นชา มิหนำซ้ำยังสามารถหลอมโอสถ อีกทั้งยังให้คำชี้แนะกับเหล่าผู้อาวุโสได้อีก
หรือว่าจะมีผู้ลึกลับคอยสั่งสอนเขาอยู่เบื้องหลัง หรือบางที…
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ หลินชิวหานก็รู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งกาย มิอยากจะคาดเดาให้ลึกซึ้งไปกว่านี้
แต่เมื่อนางเดินกลับไป กลับพบว่าหลินเทียนหายตัวไปแล้ว
ทำให้นางชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะทอดถอนใจอย่างมิอาจห้ามได้
“ช่างเถิด ข้าพูดว่ากล่าวเขาไปมากมาย คงจะขุ่นเคืองใจจนกลับไปยังเรือนของตนเองแล้วกระมัง”
“เรื่องนี้เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยถามเขาอีกทีก็แล้วกัน”
“นี่มันเกิดอันใดขึ้นกับเสี่ยวเทียนกันแน่”
หลินชิวหานส่ายศีรษะเบา ปล่อยความกังวลไว้เบื้องหลัง แล้วกลับไปยังเรือนของตน
นางยังมีภาระหน้าที่ต้องสะสาง ทุกวันต้องฝึกฝนตามตารางที่มิอาจละเว้นได้
ทว่าเมื่อนึกถึงวันพรุ่งนี้ที่จะได้พบกับคุณชายกู้ ในใจนางพลันเกิดความคาดหวังบางเบา
ดวงตางามทอประกายแวววาว ราวกับหมู่ดาวพร่างพรายในราตรีกาล
หากเวลานี้สามารถเคลื่อนสู่วันพรุ่งนี้ได้โดยไว ก็คงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย
ในขณะที่หลินเทียนกำลังโต้เถียงกับหลินชิวหาน เสียงจากระบบอันไพเราะเพราะพริ้งก็ดังแจ้งเตือนกู้ฉางเกอ
“ติ๊ง! หลินชิวหานเกิดความเคลือบแคลงในพฤติกรรมของหลินเทียน ค่าวาสนาของหลินเทียนลดลง 50 แต้ม ท่านได้รับค่าชะตาสวรรค์เพิ่มขึ้น 250 แต้ม”
ดั่งที่กู้ฉางเกอคาดการณ์ไว้ เหตุการณ์กำลังดำเนินไปตามทางที่เขาวางไว้ทุกประการ
ด้วยประสบการณ์การอ่านนิยายออนไลน์มานับไม่ถ้วนในชาติที่แล้ว ก็ย่อมทำให้เขารู้แนวทางและชั้นเชิงของสถานการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดี
เขาเข้าใจแทบทุกชั้นเชิงและวิถีของบทตัวร้าย
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมรู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไรกับผู้มีชะตาฟ้าคุ้มครองผู้แย่งชิงร่างคนอื่นมาเกิดใหม่อย่างหลินเทียน
เริ่มจากทำลายความเชื่อใจจากผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดของเขา ไล่ไปจนถึงตระกูล และในที่สุดความจริงเรื่องการเข้าครอบครองร่างก็จะถูกเปิดเผย…
ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือของกู้ฉางเกอ หลินเทียนมิมีทางที่จะก่อเกิดคลื่นลมพายุหรือพลิกผันสถานการณ์ใดๆ ได้อีก
หากเขาคาดเดามิผิด หลินเทียนคงจะมิยอมจำนนอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ และจะต้องหาทางลงมือกับเขาอย่างแน่นอน
กู้ฉางเกอเองก็รู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อย
ว่าหลินเทียนจะใช้วิธีการใด
การลอบสังหารหรือ นั่นนับว่ามีแต่เป็นการรนหาที่ตายสถานเดียว
หรือจะเลือกใช้ยาพิษ แน่นอนว่าวิธีนี้นับว่ายิ่งยากจะสำเร็จ
เช่นนั้นก็คงเหลือเพียงหนทางสุดท้ายแล้ว
คงมิพ้นการใช้คาถาอาถรรพ์ลึกลับกระมัง
…
หลินเทียนเดินกลับมายังเรือนด้วยสีหน้าเย็นเยียบ
คำพูดของหลินชิวหานก่อให้เกิดเพลิงโทสะลุกโชนขึ้นในใจเขา
เขาผู้เป็นถึงจอมราชันเทพสังหาร ผู้เคยเกรียงไกรยิ่งใหญ่ แผ่อิทธิพลไปทั่วทุกสารทิศในอดีต กลับมิเคยคิดเลยว่าจะต้องมาเผชิญกับความอัปยศเช่นนี้
แม้แต่สตรีนางหนึ่งก็ถึงกับกล้ามาดูแคลนเหยียดหยามเขา
อันใดกันที่เรียกว่า หากมีคุณสมบัติเพียงหนึ่งในร้อยของเจ้านั่นก็คงจะวางใจได้มากกว่านี้
หลินเทียนรู้สึกเดือดดาลยิ่ง ในใจโกรธเกรี้ยวอย่างมิอาจระงับได้
เมื่อเทพกษัตริย์มิพอใจ ก็ย่อมต้องมีผู้สังเวยให้กับโทสะนี้
“พอดีกับที่ข้าได้จัดเตรียมวัตถุดิบมาได้ครบเรียบร้อยแล้ว...”
“ถึงแม้พลังจะเหลือเพียงเสี้ยวเดียวจากที่เคยมีมา แต่ก็คงเพียงพอสำหรับจัดการกับเจ้าหนุ่มนั่นอย่างมิใช่เรื่องยากเย็นอันใด”
“หึหึ เจ้ากู้ เป็นเจ้าเองที่รนหาเรื่องใส่ตนเองในครานี้...”
สีหน้าของหลินเทียนแฝงไปด้วยความเย็นชา
กู้ฉางเกอเป็นถึงผู้ที่มาจากแดนสวรรค์ อีกทั้งยังมีบรรพชนแห่งตระกูลหลินคอยคุ้มครอง ดังนั้นวิธีการธรรมดาทั่วไปย่อมไร้ผล มิอาจทำอันใดเขาได้
ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ การเผชิญหน้ากับกู้ฉางเกออย่างตรงไปตรงมาก็คงมิใช่เรื่องง่าย
ดังนั้น ทางเลือกสุดท้ายของหลินเทียนจึงเป็นการใช้คาถาอาถรรพ์ต้องห้าม!
ที่เขากล้าเชื่อมั่นถึงเพียงนี้ ก็เป็นเพราะเขามีวิชาคาถาอาถรรพ์โบราณไว้ในครอบครอง
วิชานี้ลี้ลับพิสดารนัก สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับมารสวรรค์นอกแดน เมืื่อร่ายคาถาใส่ผู้ใด ก็จะสามารถคร่าชีวิตของผู้นั้นได้โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว
เขาเคยอาศัยวิชานี้ลอบทำร้ายและถึงขั้นทำให้ราชันเทวะระดับเดียวกันได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว!
ถึงแม้ตอนนี้ยากที่จะใช้พลังที่แท้จริงของวิชานี้ได้ แต่แค่นี้ก็เพียงพอจะที่จัดการกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ไม่ยาก
แน่นอนว่าการใช้วิชาต้องห้ามนี้ต้องแลกด้วยราคาที่สูงลิ่ว
ต้องสังเวยอายุขัยเป็นพลังชีวิตเพื่อบูชาต่อมารสวรรค์นอกแดน
แต่หลินเทียนก็หาได้แยแสไม่
เมื่อถึงคราวพลังแข็งแกร่งขึ้นเมื่อใด ก็ย่อมสามารถฟื้นคืนอายุขัยได้อย่างง่ายดาย
“ใช้โลหิตพิษจากสัตว์อสูรพิษทั้งแปดชโลมลงบนธูปทำลายวิญญาณ จากนั้นจุดเทียนไขจากกระดูกสัตว์อสุรกายสามชนิด อาศัยพลังแห่งสวรรค์และพิภพ เพื่อดึงดูดพลังจากนอกเขตสวรรค์ จากนั้นใช้กระดาษเงินกระดาษทองที่ทำจากหนังมนุษย์และกำยานเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อเป็นสะพาน...”
หลินเทียนได้จัดเตรียมวัตถุดิบครบทั้งหมดไว้แล้วในช่วงบ่าย
นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้หลินชิวหานหาตัวเขาไม่พบ
ด้วยฐานะศิษย์ของตระกูลหลิน ทำให้เขาหาวัตถุดิบเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นหลินเทียนจึงทบทวนขั้นตอนตามความทรงจำอย่างระมัดระวัง แล้ววางวัตถุดิบทั้งหมดตามจุดต่างๆ ทั่วลาน ก่อนจะเริ่มดึงพลังจากภายนอกสวรรค์
เขานั่งขัดสมาธิอยู่ที่กลางลาน ปิดตาลงและเริ่มร่ายคาถาอย่างตั้งใจ
วัตถุดิบเหล่านี้หาใช่ของสามัญธรรมดาไม่ บางชิ้นถึงกับเป็นสิ่งต้องห้ามที่ได้มาจากร้านลับใต้ดิน ทั้งหนังมนุษย์และกระดูกจากเผ่าพันธุ์อื่นที่อัดแน่นด้วยพลังชีวิตหลากหลาย
หลายปีมานี้หลินเทียนมีทุนรอนเก็บสะสมอยู่บ้าง จึงสามารถหาวัตถุดิบเหล่านี้มาได้โดยไม่ลำบากนัก
ฟึ่บ!
ในทันใด อักขระบนลานพลันเรืองแสงวาบ บรรยากาศวังเวงเยียบเย็นอันชวนขนลุกคืบคลานปกคลุมไปทั่วทั้งเรือน
หากในยามนี้มีใครล่วงล้ำเข้ามา คงต้องตกตะลึงจนเสียสิ้นสติ
ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ช่างน่าหวาดหวั่นเกินคำบรรยาย
ฟู่วว!
เมื่อหลินเทียนเริ่มร่ายคาถา
ชั่วพริบตา ลมสีแดงฉานพลันก่อตัวกระโชกขึ้นกลางลาน ร่วงโปรยลงมาพร้อมขนสีแดงก่ำจากฟากฟ้า แผ่กระจายไอเย็นเยียบอันมืดมนและน่าขนลุกไปทั่ว
ทว่าที่น่าประหลาดก็คือ ภาพอันน่าสะพรึงนี้ปรากฏอยู่เฉพาะในเรือนหลังเล็กนี้เท่านั้น ส่วนเบื้องนอกยังคงมืดสนิทไร้แสงใด
แม้กระทั่งแสงจันทร์อันสลัวรางเลือนก็คล้ายถูกปิดกั้น ราวกับถูกพลังลึกลับนี้ขับไล่ออกไป
“อาคมเช่นนี้ ยังเกินกำลังข้าไปอยู่ดี…”
เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดพรายขึ้นบนใบหน้าของหลินเทียน
แม้สีหน้ายังดูเด็ดเดี่ยว แต่เห็นได้ชัดว่าการร่ายอาคมคำสาปนี้หาใช่เรื่องง่ายดายสำหรับเขาไม่
ในชั่วพริบตา บรรยากาศลี้ลับเย็นเยียบแผ่ปกคลุมไปรอบทิศ อักขระอาคมสีดำสนิทส่องแสงเรืองขึ้น เรียงร้อยกันแพร่ขยายไปทั่วทิศ
ในอากาศราวกับมีเงาควันจางๆ ลอยลงมาอย่างเงียบงัน
“จงคร่าชีวิต และทำลายวิญญาณอันแท้จริงของมันให้สิ้น”
หลินเทียนกล่าวสั่งการเสียงเบาต่อเบื้องบน ขณะเดียวกันก็รำลึกถึงรูปลักษณ์ของกู้ฉางเกอในห้วงจิต
“แลกด้วยอายุขัยสิบห้าปีของข้า”
ทันใดนั้น ความรู้สึกคล้ายพลังชีวิตถูกดูดหายไปบางส่วนก็ถาโถมขึ้นมา
ในขณะเดียวกันห้วงจิตก็พลันก่อเกิดความผูกพันกับพลังอันลี้ลับนี้
หลินเทียนรู้สึกถึงความอ่อนแอที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างโดยพลัน จนอดมิได้ที่จะส่ายศีรษะ
เพราะนั่นคือแก่นแท้แห่งชีวิตที่เขาต้องสังเวยไป
ไม่นาน หลินเทียนก็แค่นหัวเราะเย็นชา แววตาฉายแววมั่นใจอย่างยิ่ง “หากเจ้ารอดพ้นจากครั้งนี้ไปได้ ก็ใช่ว่าจะรอดพ้นจากข้าไปได้อีกในภายภาคหน้า”
เหล่ามารต่างมิตินี้ล้วนมีวิธีการที่แสนจะพิสดารเกินคาด หากเผชิญหน้ากับมันแล้วก็มักไม่แคล้วจะต้องจบสิ้นด้วยวิญญาณแตกดับในบัดดล
หากมีวาสนารอดชีวิตมาได้ ก็มิพ้นต้องมีชะตาอันน่าสังเวช เหลือเพียงร่างที่ไร้สติสัมปชัญญะ กลายเป็นคนวิปลาสไปตลอดชีวิต
สายลมเย็นเยือกพัดผ่านมา และพลันจางหายไปอย่างรวดเร็วในพริบตา