พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 6 บทที่ 166 ความหุนหันพลันแล่นของอวี้หมิงหย่ง

            พระสนมอวี้เฟยพระองค์นี้อยู่ในวังหลวงมาห้าหกปีแล้ว ทว่าเมื่อหลายปีก่อนยังไม่มีผู้ใดรู้จัก และเพิ่งได้รับความโปรดปรานจากจักรพรรดิจงเหวินตี้เมื่อสองปีก่อน ตำหนักไฉ่เวยที่เงียบเหงากลายเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิเสด็จมาเยี่ยมเยือนบ่อยที่สุด จากพระสนมไฉหนี่ว์[1] ผู้ต่ำต้อยจึงก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นพระราชชายา

            ตำแหน่งพระราชชายาแห่งแคว้นฉินเป็นเสมือนเส้นแบ่งเขตแดนที่แยกชนชั้นของพระสนมในวังหลัง หากจักรพรรดิสวรรคตพระสนมตำแหน่งพระราชชายาขึ้นไป สามารถรั้งอยู่ในวังหลวงภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ของจักรพรรดิพระองค์ใหม่ หากมีพระโอรสก็สามารถย้ายออกจากวังไปอยู่กับพระโอรสของตนเอง ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเพียงก้าวขึ้นมาเป็นพระราชชายา ย่อมเป็นดั่งแสงตะวันเรืองรอง แตกต่างจากพระสนมที่มีตำแหน่งต่ำกว่าโดยสิ้นเชิง

            ภายในสองปี พระสนมอวี้เฟยสามารถข้ามขั้นขึ้นมานับสิบระดับ ทั้งยังได้รับความโปรดปรานจากองค์เหนือหัว น่าเสียดายที่ไม่สู้คนและไม่คิดแก่งแย่งแข่งขันกับผู้ใด จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีพระโอรสหรือพระธิดาแม้แต่พระองค์เดียว จึงรักน้องชายคนนี้ดั่งดวงใจ มีของดีอันใดก็มักจะประทานให้ทุกสิ่ง ดังนั้นสาเหตุที่ทำให้อวี้หมิงหย่งกลายเป็นคุณชายเสเพล เอาแต่เที่ยวเล่นเสพสุขไปวันๆ มิได้เกิดจากบิดามารดาตามใจจนเคยตัว แต่เป็นเพราะความรักอย่างไม่ลืมหูลืมตาของพี่สาวผู้นั้นต่างหาก

            อวี้หมิงหย่งเป็นขุนนางที่ระดับขั้นไม่สูงนัก แต่เนื่องจากมีพี่สาวเป็นพระราชชายา จึงได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงในวังคืนนี้เป็นกรณีพิเศษ เรื่องเล็กๆ เยี่ยงนี้ฝ่าบาทย่อมไม่สนพระทัย ขันทีที่ถูกพระสนมอวี้เฟยซื้อตัว ต่อไปไม่แน่ว่าอาจได้พึ่งพิงบารมีเจ้านาย แล้วมีสิ่งใดที่ไม่น่ายินดีเล่า

            ดังนั้น อวี้หมิงหย่งจึงสามารถเข้าวังมาได้

            แท้จริงแล้วอวี้หมิงหย่งก็มิได้ปรารถนาจะเข้ามาร่วมครึกครื้นในรั้วในวัง การกินดื่มเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนองค์จักรพรรดิ หาใช่วิสัยของคนที่คิดอยากจะทำอะไรก็ทำเช่นเขา เพียงแต่พระสนมอวี้เฟยมีรับสั่งย่อมไม่อาจขัดขืน ตนเองยังต้องพึ่งพาพี่สาวผู้นี้อยู่ จึงไม่กล้าทำให้นางขุ่นเคืองใจ

            อวี้หมิงหย่งนั่งร่วมโต๊ะกับคุณชายสกุลดีทั้งหลาย เพราะเป็นน้องชายของพระสนมอวี้เฟย ตำแหน่งที่นั่งจึงถูกจัดค่อนมาทางด้านหน้า แต่คุณชายท่านไหนจะอยากเสวนากับคนที่ชมชอบแต่การกินดื่มเล่นสำราญกันเล่า แค่ต้องทนนั่งร่วมกันก็แทบทนไม่ไหวแล้ว แม้ไร้วาจาเสียดสีประชดประชัน ก็หามีผู้ใดอยากสนทนากับบุรุษผู้นี้

            อวี้หมิงหย่งเริ่มเข้าไปคุยกับผู้อื่นก่อน แต่กลับไม่มีคนสนใจ มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่างานเลี้ยงนี้ยังสนุกสู้ไปดื่มสุราบุปผาในหอฉิงเซียงโหลวไม่ได้แม้แต่น้อย จะขยับตัวไปไหนก็ลำบาก จะกินยังต้องมีมารยาท ร้ายที่สุดคือการเฝ้าระวังสีพระพักตร์ขององค์ชายทั้งสาม น่าเบื่อเป็นที่สุด นึกโทษพี่สาวที่ทำให้ตนเองต้องมาอยู่ในงานเลี้ยงเยี่ยงนี้

            ครั้นแล้วจึงดื่มสุราดับทุกข์อยู่คนเดียว ปรกติอวี้หมิงหย่งเป็นคนคอแข็ง แต่ยามนี้เนื่องจากอารมณ์ไม่ดี หยิบสุรากรอกใส่ปากจอกแล้วจอกเล่า ตนเองจะดื่มมากมายแค่ไหนก็ไม่มีผู้ใดสนใจอยู่แล้ว ยามใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกมีแต่คนมาห้อมล้อมเอาใจ เคยต้องดูสีหน้าผู้อื่นเสียที่ไหน

            หลังงานเลี้ยงสิ้นสุด เขาก็ตามทุกคนออกมาจากเกาะกลางน้ำ อยู่คนเดียวไม่มีที่ไป แม้จะมีสาวงามให้ชมมากมาย แต่ย่อมรู้ว่าสตรีเหล่านี้มิใช่หญิงนางโลมในหอโคมเขียวที่ตนเองจะหยอกล้ออย่างไรก็ได้ หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ แม้แต่พี่สาวก็ไม่อาจคุ้มศีรษะของตนเอง ดังนั้นยิ่งเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งรู้สึกเบื่อหน่าย  

            ด้วยฤทธิ์สุราที่ดื่มไปมากมายทำให้เริ่มรู้สึกมึนเมา จึงเข้ามาที่นี่เพื่อนอนพักสักครู่ คิดไว้ว่าจะอยู่ไม่นาน หลังจากตื่นแล้วค่อยออกจากวัง นึกถึงนางเอกงิ้วที่ชิงตัวมาได้เมื่อคืน ผิวพรรณเรียกได้ว่าผุดผ่องเนียนนุ่มชวนสัมผัสเป็นที่สุด...

            คิดพร่ำเพ้อไปเรื่อยจนเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่อาจรู้ ในความฝันตนเองกำลังแสดงบทรักเร่าร้อนอยู่บนเตียงกับนางเอกงิ้วผู้นั้น ทั้งท่วงท่าลีลาเป็นที่ถูกอกถูกใจยิ่ง ขณะที่กำลังควบทะยานไปให้ถึงฝั่งฝัน พลันรู้สึกเย็นวาบที่ใบหน้า ครั้นเอาแขนเสื้อปาดก็พบว่าตนเองถูกสาดน้ำจนเปียกชุ่ม ยามลุกขึ้นมานั่งในมือกลับมีของเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง ทั้งที่ยังลืมตาไม่ขึ้น จู่ๆ ก็มีมือจากที่ไหนไม่ทราบ ผลักตนเองอย่างแรงให้กลับลงไปนอนบนเตียงอีก

            จนกระทั่งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คิดจะสะบัดน้ำออกจากมือ พอลืมตาขึ้นก็ถูกบุรุษสองคนที่บุกเข้ามาจากด้านนอกจับกุมตัวไว้

            อวี้หมิงหย่งคิดแล้วก็รู้สึกคับข้องใจ พระโพธิสัตว์แม้ว่าจะดีงามอย่างไรก็ยังมีโทสะอยู่สามส่วน นับประสาอะไรกับคนที่ชอบวางก้ามจนเคยตัวเช่นเขา องค์ชายทั้งสามพระองค์มิได้อยู่ที่นี่ แล้วต้องกลัวผู้ใด!

            เมื่อเห็นหลี่โย่วโม่ผู้เป็นปฏิปักษ์ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ทันสอบถามเรื่องราวให้รู้แจ้ง อวี้หมิงหย่งก็ชี้ความผิดไปที่อีกฝ่ายเสียแล้ว ถึงอย่างไรพวกเขาสองคนก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ไม่ว่าตนเองหมายตานางเอกงิ้วหรือนางคณิกาคนใด ล้วนต้องเจอคนผู้นี้โผล่มาแย่งชิงทุกครั้ง อวี้หมิงหย่งรู้สึกว่าหลี่โย่วโม่ต้องจงใจแน่นอน มิเช่นนั้นแล้วเพราะเหตุใดในสิบครั้งที่มีการแย่งชิงหญิงงาม ต้องมีเก้าครั้งที่พบหลี่โย่วโม่ด้วยเล่า

            ครานี้ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าต้องเป็นเรื่องดีงามที่หลี่โย่วโม่สร้างขึ้นเป็นแน่

            ที่ผ่านมายามเห็นบุรุษผู้นี้ก็รู้สึกขวางหูขวางตาอยู่แล้ว ดังนั้นจะปรักปรำใครก็ไม่สาแก่ใจเท่าปรักปรำหลี่โย่วโม่

            “ข้านี่นะ วางแผนเล่นงานเจ้าลับหลัง?” หลี่โย่วโม่ชี้นิ้วไปที่จมูกของตนเองด้วยสีหน้าประหลาดใจ ดวงตาเบิกกว้างร้องถามขึ้นอย่างผู้บริสุทธิ์ แล้วก็ลากอวี้หมิงหย่งออกมานอกห้อง ชี้ไปที่โม่เสวี่ยหมิ่นที่สาวใช้สองคนช่วยกันกึ่งอุ้มกึ่งประคับประคองอยู่

            “คุณชายอวี้ นี่ต่างหากผู้ที่ใส่ร้ายท่าน เรื่องวันนี้ไม่เกี่ยวกับข้า ผู้อื่นแค่แวะมาชมเรื่องสนุกเฉยๆ มิใช่คนร้าย ถึงอย่างไรเรื่องเช่นนี้ก็มีคนอยากรู้อยากเห็นมากมายอยู่แล้ว เพิ่มข้าเข้าไปอีกสักคนก็ไม่ถือว่าเยอะเกินไปหรอกหน่า”

            หลี่โย่วโม่กล่าวจบก็ตีหน้าซื่อกะพริบตาปริบๆ ให้อวี้หมิงหย่งอย่างยั่วโทสะ ความหมายเจ้าย่อมรู้อยู่แก่ใจ!

            อวี้หมิงหย่งได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แม้ว่าเขาจะเป็นบุรุษเสเพล แต่ก็รู้ว่าวันนี้ผู้ที่มาล้วนมีชาติตระกูลสูง เป็นขุนนางใหญ่ขั้นสามขึ้นไป ไม่ว่าจะเลือกใครมาสักคนก็ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียง ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่คือวังหลวง ปรกติแล้วบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าเหล่านี้ล้วนไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเขา วันนี้ไม่อาจให้เกิดเรื่องใหญ่ได้อย่างเด็ดขาด พี่สาวสัญญาไว้ว่าแค่วันนี้ไม่ก่อเรื่อง พรุ่งนี้จะส่งนางในหน้าตาสะสวยมาให้สองคน

            นางกำนัลตำหนักไฉ่เวยของพี่สาวสองคนนั้น อวี้หมิงหย่งหมายตามานานแล้ว

            แน่นอนว่าเขายังต้องคิดถึงชีวิตน้อยๆ ของตนเองด้วย

            เมื่ออยู่ในวังหลวงแม้แต่องค์ชายยังต้องทรงระมัดระวังพระองค์ ปรกติตนเองอยู่นอกวังก็เป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกที่แอบอ้างบารมีพยัคฆ์เท่านั้น หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ คงไม่อาจรักษาได้แม้แต่ชีวิตของตนเอง ดังนั้นจึงมองโม่เสวี่ยหมิ่นตัวต้นเหตุด้วยสายตาขุ่นเคือง หากมิใช่เพราะสตรีผู้นี้ ตนเองนอนอยู่ดีๆ จะไปก่อเรื่องกับใครได้อย่างไร

            โม่เสวี่ยหมิ่นถูกเรียกจนฟื้นขึ้นมาแล้ว ต้องให้โม่ซิ่วกับสาวใช้ที่ไม่รู้จักคนหนึ่งช่วยประคองจึงลุกขึ้นได้ โม่ซิ่วหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับที่หน้าผากเช็ดคราบเลือดให้ ที่แท้บาดแผลก็ไม่ใหญ่มาก แต่เนื่องจากโลหิตไหลย้อยลงมาเต็มหน้า คนจึงเข้าใจว่าบาดเจ็บสาหัส หลังจากเช็ดคราบเลือดออกแล้วก็ใช้ผ้าเช็ดหน้ากดปากแผลที่ยังมีเลือดไหลซึม

            “เจ้าคือคุณหนูใหญ่สกุลโม่ที่ร้องให้คนช่วยกระนั้นหรือ ไม่ทราบว่าเหตุใดคุณหนูจึงร้องไปเช่นนั้น หรือว่าคนเมาคนหนึ่งอย่างข้าจะทำอะไรได้” อวี้หมิงหย่งหรี่ตาจ้องโม่เสวี่ยหมิ่น วาจาส่อเค้าหาเรื่องเต็มที่ เขาได้ยินผู้คนคุยกันอย่างชัดเจน จึงทราบว่าสตรีผู้นี้คือคุณหนูใหญ่สกุลโม่ แต่จะเป็นบุตรสาวของผู้ใด ล้วนไม่นำพาทั้งสิ้น รู้แต่ว่าตอนนี้ตนเองกำลังโกรธจัด

            สตรีผู้นี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมา จึงก่อเรื่องให้ผู้คนเข้ามาชมความสนุกเช่นนี้ เขาก็เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเกิดอันใดขึ้น ไหนเลยจะให้พูดจาดีๆ กับโม่เสวี่ยหมิ่นได้

            ยิ่งไปกว่านั้นยามนี้ใบหน้าของโม่เสวี่ยหมิ่นยังมีคราบโลหิต ไม่เห็นความงดงามเหมือนปรกติ อวี้หมิงหย่งก็เป็นคนเถรตรง แค่เอ่ยปากมาก็สร้างความแคลงใจให้คนได้แล้ว เมื่อคำพูดของเขาหลุดจากริมฝีปาก โม่เสวี่ยหมิ่นก็หน้าแดงอย่างอับอาย

            ปรกติแล้วโม่เสวี่ยหมิ่นจะไม่เจรจาพาทีกับคนพาลเช่นนี้เด็ดขาด แต่บัดนี้เห็นจะไม่ได้ ต่อหน้าผู้คนมากมายเพียงนี้ นางจะยอมให้ผู้อื่นทำลายชื่อเสียงของตนไม่ได้เด็ดขาด

            โม่เสวี่ยหมิ่นตัวสั่นงันงก พอเห็นอวี้หมิงหย่งมองมาก็ตกใจถอยห่างออกไป หากมิใช่ว่าโม่ซิ่วประคองไว้ทันก็คงขาอ่อนล้มลงไปนั่งกับพื้นแล้ว

            เมื่อเห็นนางตกใจจนตัวสั่น มีบางคนในที่นั้นเริ่มทนมองไม่ไหว

            “คุณหนูใหญ่โม่ ต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้ เขาไม่กล้าทำสิ่งใดหรอก แม้ว่าคิดจะสังหารเจ้า แต่ที่นี่คือวังหลวง ไม่ใช่สถานที่ใครคิดจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจได้ พูดมาเถิดว่าเพราะเหตุใดอวี้หมิงหย่งจึงคิดจะสังหารเจ้า”

            “คุณหนูใหญ่โม่เห็นเขาทำสิ่งใดไม่ถูกไม่ควรใช่หรือไม่ เขาจึงคิดฆ่าคนปิดปากเสีย”

            “ไม่ต้องกลัวนะ ที่นี่คือวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่เขาจะอวดเบ่งวางอำนาจ แม้พระสนมอวี้จะเป็นที่โปรดปรานเพียงใด ก็มิอาจปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือเดียว ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ เขาไม่กล้าทำสิ่งใดหรอก”

            …

            คนนี้พูดอย่าง คนนั้นพูดอย่าง ทุกคำพูดล้วนมีแต่คนเข้าข้างโม่เสวี่ยหมิ่น ทำให้อวี้หมิงหย่งยิ่งโมโหกระฟัดกระเฟียด เขาไม่เคยหัวเสียมากขนาดนี้มาก่อน ไม่ได้ทำสิ่งใดสักอย่าง นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงเฉยๆ ไฉนจึงกลายเป็นว่าตนเองไปทำเรื่องไม่ถูกไม่ควรไปเสียได้ ยิ่งเห็นหลี่โย่วโม่ยืนคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มกอดอกชมเรื่องน่าขำของตนเองอยู่ก็ยิ่งรู้สึกฉุนเฉียว ไฟโทสะลุกโชนจนแทบควบคุมไม่อยู่

            ลูกผู้ชายคนหนึ่งไยต้องกลัวสตรีด้วยเล่า

            “คุณหนูใหญ่โม่ นี่เป็นเรื่องที่พวกเราต่างสมยอม เมื่อครู่ยังร้องว่าชอบอยู่เลยมิใช่หรือ ทั้งยังกอดข้าแน่นไม่ยอมปล่อย แล้วไฉนจึงแล่นออกไปร้องบอกกับผู้คนเช่นนั้นเล่า หากรู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ข้าก็ไม่มาหรอก คุณหนูใหญ่โม่คิดจะสาดโคลนใส่ข้าคนเดียวเช่นนั้นหรือ” อวี้หมิงหย่งยิ้มเยาะ วาจาที่ลั่นออกมาแต่ละคำ ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังไม่ได้

            สุภาพบุรุษที่ไหนจะเอ่ยวาจาเยี่ยงนี้

            คุณชายสกุลผู้ดีจะไม่กล่าววาจาฉีกหน้าผู้อื่นต่อหน้าธารกำนัล แม้แต่คนที่โม่เสวี่ยหมิ่นมองว่าเป็นตัวบัดซบอย่างหลี่โย่วโม่ อย่างน้อยต่อหน้าผู้อื่นเขาก็ยังไม่ใช้วาจาเหมือนคนไร้การอบรมเยี่ยงนี้

            ความหมายสื่อให้คนเข้าใจว่าพวกเขานัดหมายมาพบกัน ทั้งสองต่างยินยอมพร้อมใจ

            แม้ว่าโม่เสวี่ยหมิ่นไม่อยากเจรจากับอวี้หมิงหย่ง แต่ครานี้ไม่พูดไม่ได้แล้ว

            “คุณชายท่านนี้ ข้าไม่ทราบว่าท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และไม่เข้าใจว่าท่านกล่าวเช่นนี้ต้องการปกป้องใครอยู่ มีผู้นัดหมายข้ามาที่นี่ หาไม่แล้วจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เนื่องจากไม่คุ้นเคยสถานที่ จึงเพิ่งมาถึง มิได้เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น และไม่มีเจตนาแอบแฝงอันใดด้วย” โม่เสวี่ยหมิ่นเงยหน้าขึ้น มองหน้าอวี้หมิงหย่งด้วยน้ำตาคลอเบ้า กล่าวเสียงสั่นระคนหวาดกลัว รับมือกับคนพาลเช่นนี้ต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี

            นางรู้ว่ายามนี้ต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแอ ยิ่งคนผู้นั้นเป็นคนพาลสันดานหยาบ นางยิ่งต้องแสดงว่าเป็นสตรีเปราะบางไร้ทางสู้

            เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างสองฝ่าย ผู้ใดจะเชื่อเล่าว่านางจะมีความสัมพันธ์กับบุรุษโอหังหยาบคายอย่างอวี้หมิงหย่ง

            ยิ่งไปกว่านั้นตอนแรกเขาก็พูดอย่างหนึ่ง อีกประเดี๋ยวกลับพูดอีกอย่างหนึ่ง คนเยี่ยงนี้ไหนเลยจะมีใครเชื่อถือคำพูด

            นางกล้าพนันเลยว่าอวี้หมิงหย่งมิได้รู้สถานการณ์อันใดเลย ดังนั้นจึงพูดพล่ามไร้สาระ พลิกลิ้นกลับไปกลับมา แต่ยิ่งสับสนแบบนี้ยิ่งเป็นการดี

            “ไม่เห็นสิ่งใด แล้วไฉนจึงกล่าวหาว่าข้าคิดสังหารคนเล่า คำพูดนี้ใช่สิ่งที่กุลสตรีในห้องหอคนหนึ่งควรเอ่ยงั้นหรือ ข้าฆ่าใครเล่า? หรือว่าเจ้ารู้สึกอับอาย เป็นธิดาสกุลผู้ดีแต่กลับไม่พาสาวใช้ของตนเองมาด้วย มาทำลับๆ ล่อๆ มิใช่ว่าแอบนัดผู้ใดไว้กระมัง แต่คงไม่คาดคิดว่าข้าจะนอนอยู่ที่นี่ กลัวผู้ใดจะมาเห็นเข้า จึงร้องโวยวายออกไปแบบนั้น” อวี้หมิงหย่งกล่าวเสียดสี ชำเลืองมองโม่เสวี่ยหมิ่นด้วยหางตาอย่างเหยียดหยัน

            “เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ คุณหนูโม่บอกว่าเจ้าต่างหากที่แอบนัดใครบางคนไว้ ถูกนางมาเห็นเข้าจึงคิดฆ่าคนปิดปาก ในวังหลวงยังกล้าทำโอหังเช่นนี้ คงมิใช่ว่านัดหมายกับนางในคนไหนไว้... นั่นน่ะโทษตัดหัวเชียวนะ” หลี่โย่วโม่ซึ่งอยู่ด้านข้างกล่าวยั่วยุ มือยังคงโบกพัดอย่างสง่างาม ใบหน้ายิ้มพราย

            อวี้หมิงหย่งเป็นคนหุนหันพลันแล่น แต่ก็รู้จักแยกแยะว่าคู่ต่อสู้เป็นเช่นไร หากผู้ที่ปะทะกับตนเองอยู่ยามนี้คือหลี่โย่วโม่ เขาจะไม่ทำสิ่งใดบุ่มบ่ามเด็ดขาด เนื่องจากมีประสบการณ์ลับเหลี่ยมกันมาแล้วหลายหน ขอแค่มิใช่คนโง่เขลาจนเกินเยียวยา ย่อมมีการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าขึ้น อวี้หมิงหย่งก็เช่นเดียวกัน




    …………………………………………………………………………………………………………..

            คำอธิบายเพิ่มเติม

            [1] ไฉหนี่ว์ เป็นตำแหน่งพระสนมขั้นต่ำสุดในสมัยราชวงศ์ถัง

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245