"เสียงเอะอะอะไรกันคะคุณแม่" หยดมณีเดินลงบันไดมาดูแล้วเจอผู้เป็แม่ที่กำลังเดินขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย.
"ก็จะใครอีกล่ะที่ทำให้แม่อารมณ์เสียแบบนี้" คุณนายแสงหล้าบอกลูกสาว.
"นังกาสะลองอีกแล้วหรอคะ" หยดมณีเดาได้ทันที แต่เห็นเด็กคนนั้นหายใจอยู่ในบ้านก็ทำให้แม่ของหล่อนอารมณ์เสียได้แล้ว .
"เดี๋ยวนี้นังกาสะลองมันกล้าเผลอชูคอขึ้นมาจะเรียนมหาลัยเท่าลูกแล้วนะ" นางบอกลูกสาว.
"ได้ไงกันอะ" หยดมณีหน้าหยิกหน้างอทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น.
"มันกล้าดียังไง!" หยดมณีเองก็อารมณ์ขึ้นทันทีเช่นกัน.
"ก็มันอวดแม่ว่ามันได้ทุนนะสิ นังมาริสาน้องสาวแกก็เข้าข้างมันเป็ปี่เป็ขลุ่ยยอมให้แม่หักค่าขนมเพื่อแบ่งให้นางกาสะลองได้เรียน" นางเริ่มฟ้องลูกสาว
"เสล่อจริงๆ เลย นังน้องโง่!" หยดมณีด่าน้องสาวของตน.
"แม่น่าจะเฉดหัวมันกลับไปอยู่กับพ่อจนๆของมัน แล้วดัดนิสัยซะให้เข็ด"
หยดมณีเองก็ไม่ค่อยจะชอบใจมาริสาที่ชอบไปเข้าข้างคนใช้นัก หล่อนคิดว่าญาติผู้น้องควรจะสำนึกเสียบ้างว่าที่ได้อยู่อย่างสุขสบายทุกวันนี้มันเป็เพราะใคร บุญคุณแม่ของหล่อนอยู่ล้นหัวแต่กลับเนรคุณอีก.
"นี่ถ้าไม่ติดกับว่าใกล้เวลาที่พี่ปัณจะมาแล้วล่ะก็....หยดจะลงไปสั่งสอนพวกมันทั้งสองคนซะให้เข็ดเชียวค่ะ"
.
.
.
@ไร่อัสดง .
"งั้นเดี๋ยวคืนงานวันเกิดของพ่อเลี้ยงคำจร แม่จะขึ้นไปจัดการทุกอย่างให้แก"
"แกก็อดทนรอหน่อยแล้วกัน" เสียงผู้เป็แม่บอกมาตามสายอย่างอารมณ์ดี.
"ครับแม่"
"ขอบคุณนะครับแม่"
ปัณณธรวางสายจากผู้เป็แม่อย่างอารมณ์ดียิ่งกว่า แล้วหันสายตาไปยังฝั่งปางไม้เทิดเกียรติชัยพร้อมกับรอยยิ้ม
เขากำลังขอร้องให้ผู้เป็แม่มาสู่ขอหมั้นหมายหยดมณีแฟนสาวไว้ก่อนอย่างเป็ทางการและจะแต่งงานกับหล่อนหลังหยดมณีเรียนจบแล้วเพื่อไม่ให้เป็ข้อครหาของคนอื่นเวลาไปไหนมาไหนกับเขาตามลำพัง ปัณณธรรักและให้เกียรติผู้หญิงที่ตัวเองรักมากนั่นเอง.
"คุณปัณคะ ไวน์ที่สั่งได้แล้วค่ะ"
สาวใช้ในบ้านนำขวดไวน์สะสมเก่าแก่ของเ้าสัวชลกรที่บ่มเก็บไว้มาให้เ้านายหนุ่ม
"ขอบใจมากแม่บัว มีอะไรจะทำก็ไปทำเถอะ" ปัณณธรหยิบไวน์ขวดนั้นมาชื่มชม เขาตั้งใจจะเอามันไปเป็ของขวัญให้ว่าพี่พ่อตาเป็ของขวัญวันเกิดในอีกสองสามวันที่จะมาถึงนั่นเอง.
"หวังว่าพ่อจะไม่หวงของสะสมที่ผมจะเอาไปให้ว่าที่พ่อตาหรอกนะครับ" ปัณณธรหันไปพูดกับรูปถ่ายของผู้เป็พ่ออย่างยิ้มๆ
.
.
.
กลับมาที่ปางไม้เทิดเกียรติชัย....
กาสะลองกำลังเร่งมือช่วยยายจันทร์จัดอาหารที่ต้องทำเพิ่มกว่าทุกวันเพื่อต้อนรับแขกสำคัญของเ้านายนั่นก็คือปัณณธร.
"กลับไปอ่านหนังสือได้แล้วกาสะลอง ที่เหลือเดี๋ยวยายจัดการเอง"
ยายจันทร์บอกเธอเพราะรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็วันสอบวันสุดท้ายของหญิงสาว อีกอย่างคือก็เพื่อช่วยให้เธอเลี่ยงจากสายตาของหยดมณีและคุณนายแสงหล้าได้.
"จ้ะ"
หญิงสาวพยักหน้าและรีบออกไป แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันเสียแล้วเมื่อหยดมณีเดินเยื้องย่างลงมาพร้อมกับแม่ของหล่อน.
"แกจะไปไหน นังกาสะลอง" หยดมณีเอ่ยขึ้น.
"อิฉันให้ออกไปเองแหละค่ะคุณหนู" นางจันทร์บอกหล่อน.
"มันธุระอะไรของแกกันนังจันทร์"
"เสล่อนักนะ" หยดมณีหันมาเล่นงานคนใช้เก่าแก่
"แกอะไสหัวไปได้แล้ว ให้นังกาสะลองมันทำหน้าที่แทน"
หยดมณีสั่ง ส่วนนางจันทร์เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อึกอักพร้อมกับหันไปมองกาสะลองด้วยความสงสารเพราะคงช่วยอะไรสาวน้อยไม่ได้อีกแล้ว.
"แกไม่ได้ยินที่ลูกสาวฉันสั่งรึไง?" เมื่อนางจันทร์ไม่ยอมไปเสียทีคุณนายแสงหล้าจึงต้องเป็ฝ่ายออกโรงเอง.
"ค่ะๆคุณนาย" นางจันทร์จึงต้องเดินออกไปซึ่งสวนทางกับพ่อเลี้ยงคำจรที่เดินสวนทางมาพอดี
"เอะอะอะไรกัน" พ่อเลี้ยงคำจรถามขึ้น
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณพ่อ" หยดมณีกลบเกลื่อนซึ่งพอดีกับที่เสียงรถของปัณณธรขับเข้ามาพอดี
"พี่ปัณมาแล้วค่ะ" หล่อนบอกด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับรีบลุกไปรับแฟนหนุ่มถึงหน้าบ้านและควงแขนปัณณธรกลับมาที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง
"สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่" ปัณณธรยกมื้อไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองพร้อมกับนั่งลงข้างๆแฟนสาว
"ไหว้พระเถอะจ้ะคุณปัณณธร" คุณนายหยดมณีเอาใจลูกเขยอย่างออกนอกหน้า
"นี่ชาสูตรใหม่จากไร่ของผมครับคุณพ่อ" ปัณณธรส่งชาที่ทำขึ้นเองกับว่าที่พ่อตา
"อืม ขอบใจนะคุณปัณณธร"
พ่อเลี้ยงปัณณธรรับชาจากว่าที่ลูกเขย ในขณะที่กาสะลองกำลังตักข้าวใส่จานให้เ้านายทุกคนทาน
"คุณพ่อคะ เื่ที่เราคุยกันวันนี้ เอ่อ....เื่ที่นังกาสะลองอยากจะเรียนมหาลัยน่ะค่ะ" หยดมณีเอ่ยขึ้น
"ลูกไปคิดๆ ดูแล้ว ลูกว่าให้มันไปเรียนกับลูกที่กรุงเทพฯดีกว่าค่ะ" นางบอกกับผู้เป็พ่อ
"ลูกหยด?"
คุณนายแสงหล้าเอ่ยทักลูกสาวด้วยความงงที่จู่ๆก็หยดมณีก็ยอมให้กาสะลองเรียนมหาวิทยาลัยได้อย่างไม่เป็ปี่เป็ขลุ่ย
"อยู่ที่นั่นลูกจะได้ช่วยเป็หูเป็ตาให้คุณพ่อคุณแม่ มันจะได้ไม่ใจแตกเหมือนแม่ของมันซะก่อน" หยดมณีหันไปสบตาผู้เป็แม่พร้อมกับแผนในใจ
"รีบขอบคุณคุณหนูสิ" คุณนายแสงหล้าจึงหันไปสั่งกาสะลองเพราะเริ่มทันเกมส์ของลูกสาว
"ขอบคุณค่ะคุณหนู" กาสะลองยกมือไหว้เ้านายสาวด้วยความซาบซึ้ง แต่ก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆหล่อนก็นึกใจดีขึ้นมา
"นี่พี่หยดนึกใจดีอะไรขึ้นมาคะเนี่ย?"
แล้วจู่ๆ มาริสาก็โพล่งถามขึ้น อย่าคิดว่าเธอมองอะไรไม่ออก ความจริงแล้วหยดมณีแค่้าแสดงบทนางฟ้าใจดีให้ปัณณธรเห็นก็เท่านั้นแหละ.
"หยุดเลยยัยสา!"
คุณนายแสงหล้ารีบปรามหลานสาว ในขณะที่มาริสายักไหล่ให้อย่างกวนๆ แล้วตักอาหารใส่ปากไปเงียบๆ
จนกระทั่งการรับประทานอาหารในคำคืนนั้นผ่านพ้นไปท่ามกลางความสุขของหยดมณี.
"ไม่รู้ว่าหยดคิดถูกรึเปล่าที่จะพานังกาสะลองไปอยู่ด้วย"
"คือหยดกลัวว่าจะเอาเด็กนั่นไม่อยู่นะคะ ขนาดอยู่โรงเรียนนะคะคุณแม่ก็บ่นๆอยู่ว่ากลับบ้านไม่ค่อยตรงเวลา"
"ไม่รู้ว่าจะแอบแวะไปอยู่ขลุกอยู่กับพวกเพื่อนผู้ชายในโรงเรียนด้วยกันอีกรึเปล่า"
หยดมณีเอ่ยขึ้นพร้อมกับแสร้งทำเป็กังวลเพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่กาสะลองขออนุญาตออกไปทำรายงานกับเพื่อนใน่วันหยุดและกลับมาอีกทีก็มีเพื่อนผู้ชายขับมอเตอร์ไซต์มาส่งถึงบ้าน ซึ่งแน่นอน....คงไม่ต้องเอ่ยถึงเลยว่าเด็กสาวถูกแม่ของหล่อนลงโทษยังไงบ้าง
"หยดล่ะกลัวจริงๆค่ะพี่ปัณ หยดกลัวว่าคุณพ่อจะเสียแรงเปล่าที่อุตส่าห์เมตตาส่งลูกคนใช้ในบ้านไปเรียนหนังสือ แต่กลับนำพาแต่เื่เสื่อมเสียมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน" หยดมณีบ่นต่อ.
"ตอนแรกคุณแม่ก็จะให้มันเรียนแค่ ม.6 นั่นแหละค่ะ ท่านก็แอบกลัวเหมือนกัน แต่หยดเห็นว่ามันหัวดี"
"ถ้าเกิดรักดีหน่อยอนาคตก็คงไปได้ไกล" หล่อนบอกเขาพลางถอนหายใจ.
.............................
ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายเป็กำลังใจให้ไรท์หน่อยนะคะ.ง