บทที่ 1 ชีวิตที่จำเจสิ้นสุดลงกะทันหัน"58… 59… 00!"จิงอวี่จ้องมองตัวเลขที่กระพริบอยู่ที่มุมขวาล่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเอาเป็เอาตาย เมื่อตัวเลขเปลี่ยนเป็ ‘00’ พอดี เขาก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก จากนั้นก็รีบปิดคอมพิวเตอร์อย่างทันควัน หยิบกระติกน้ำบนโต๊ะทำงานยัดใส่ช่องข้างกระเป๋าเป้สีดำ แล้วคว้ากระเป๋าเดินออกจากสำนักงานด้วยความเร็วแสงได้เวลาเลิกงานแล้ว!เช่นเดียวกับทุกวันที่ผ่านมา เขาก้าวเท้าที่อ่อนล้าไปยังป้ายรถประจำทาง หลังจากนั่งเปื่อยอยู่ในสำนักงานทั้งวัน ตอนนี้จิงอวี่ราวกับทากตัวใหญ่ที่ต้องใช้เรี่ยวแรงและความมุ่งมั่นลากร่างที่น่ารังเกียจไปยังจุดหมายปลายทาง เขารู้สึกเหนื่อยล้ามากจริง ๆ ตามหลักการแล้วงานของเขาถือว่าสบายพอสมควร เข้างานตรงเวลาแปดโมงเช้า เลิกงานตรงเวลาห้าโมงเย็น บางครั้งก็ต้องทำงานล่วงเวลา แต่ส่วนใหญ่แล้วก็นั่งอยู่ในออฟฟิศ จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นิ่ง ๆ แต่ละวันที่น่าเบื่อก็วนลูปไปเช่นนี้เมื่อเทียบกับพนักงานที่ต้องทำงานหนักแบบ 996*[1] ที่ต้องเข้างานเก้าโมงเช้า เลิกสามทุ่ม แล้วยังต้องทำหกวันต่อสัปดาห์ หรือเริ่มงานตอนเที่ยงคืน เลิกงานตอนเที่ยงคืน ทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ หรือว่าจะเป็ประเภทคนงานที่ต้องใช้แรงงาน วิ่งวุ่นไปมาไม่หยุด จิงอวี่ก็ดูเหมือนจะไม่มีสิทธิ์บ่นเื่ชีวิตเลย แต่ความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจก็ไม่ใช่เื่แกล้งทำ เขามักคิดว่าบางทีตนเองอาจจะี้เีเกินไป ถึงขนาดทนความเข้มข้นของงานแค่นี้ไม่ได้แน่นอนว่าความคิดเช่นนี้วนเวียนอยู่ในหัวของจิงอวี่เพียงชั่วครู่เท่านั้น เมื่อเห็นเงินเดือนสามพันหยวนที่โอนเข้าบัตรเงินเดือน ความรู้สึกเสแสร้งแกล้งทำและอึดอัดใจทั้งหมดก็คลี่คลายลง และการบ่นของจิงอวี่เกี่ยวกับความเข้มข้นของงานกลายเป็เื่ชอบธรรมขึ้นมาทันที แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความรู้สึกไร้พลังอันใหญ่หลวงและแก้ไขไม่ได้ต่อชีวิตที่จำเจชายคนนี้ค่อย ๆ เดินมาถึงป้ายรถเมล์ เขาเปิดโทรศัพท์มือถือดู เห็นหน้าจอปรากฏเวลา 5:06 นาที จากนั้นเขาก็เปิดแอปแผนที่เกาเต๋อ ระบบติดตามรถเมล์แบบเรียลไทม์แจ้งว่ารถเมล์คันถัดไปจะมาถึงป้ายในอีกสองนาทีสมบูรณ์แบบจริง เวลากำลังพอดี…จิงอวี่ไม่รู้วิธีขับรถ หรือพูดให้ถูกต้องคือเขาไม่ชอบขับรถนับั้แ่เขาสำเร็จการศึกษามัธยมปลายและได้รับใบขับขี่ จนกระทั่งอายุสามสิบปี เขาก็ไม่เคยขับรถอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียวเขาคิดว่าการขับรถจะทำให้ชีวิตของตนเองยุ่งยากขึ้น เมื่อคนเราเป็เ้าของรถสักคัน เื่วุ่นวายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็การเติมน้ำมัน การจอดรถ การล้างรถ และอื่น ๆ ก็จะตามมา อีกทั้งเขายังต้องใช้พลังงานส่วนใหญ่ไปกับการจดจำกฎจราจรที่ไม่จำเป็ต้องสนใจก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเงินเดือนปัจจุบันของเขาก็ไม่เพียงพอที่จะรองรับค่าใช้จ่ายในการดูแลรถน้ำมันสักคันเื่นี้แทบจะเทียบได้กับการเลี้ยงเด็กสักคนเลยทีเดียวและแน่นอนว่าเขาก็ไม่ชอบเด็กเขาไม่เคยมีความคิดที่จะแต่งงานและมีลูกเลยสักนิดในสายตาของเขา หากบุรุษชนชั้นล่างผู้หนึ่งไม่คิดจะก้าวเข้าสู่การแต่งงานและสืบทอดทายาท บุรุาผู้นั้นก็แทบจะหลีกเลี่ยงทางเลือกที่ผิดพลาดทั้งหมดในชีวิตได้ไม่จำเป็ต้องแบกรับภาระเงินกู้บ้าน ไม่ต้องจ่ายสินสอด ไม่ต้องเลี้ยงดูทายาท และไม่ต้องยอมรับการประเมินคุณค่าและมาตรฐานที่น่าอับอายจากพ่อตาแม่ยายหรือจากผู้ใดก็ตามราคาที่เขาต้องจ่ายก็เพียงแค่แรงกดดันจากคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ได้ทำให้เ็ปอะไร รวมถึงความกังวลของผู้อื่นเกี่ยวกับอนาคตของก็เขาเท่านั้นแต่ความโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งในวัยชราก็เป็เพียงคำสาปที่ทำให้เขา ผู้ยังอยู่ในวัยฉกรรจ์รู้สึกพึงพอใจในตนเองยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีคนรักอีกด้วยแฟนสาวของจิงอวี่ก็เป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง เธอไม่ได้ดีเลิศประเสริฐศรีเหมือนตัวละครหญิงในนิยายหรือการ์ตูนทั้งหลาย และก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนผู้หญิงที่ปรากฏในข่าวสังคมต่าง ๆเธอไม่ได้เป็คนประหยัดมัธยัสถ์ แต่ก็ไม่ถึงกับฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายหน้าตาของเธอไม่ได้น่าเกลียด แต่ก็ไม่อาจนับว่าสวยตามมาตรฐานสังคมผู้หญิงคนนี้ราวกับเป็ตัวแทนของผู้หญิงทั่วไปในสังคม ไม่มีจุดเด่นใดที่น่าประทับใจให้ผู้คนจดจำ และก็ไม่มีข้อบกพร่องร้ายแรงที่จะทำให้ภาพลักษณ์ที่มีอยู่เดิมเปลี่ยนไปแต่ถึงอย่างนั้นจิงอวี่ก็รู้สึกขอบคุณคนรักของตนอย่างมาก เพราะหลังจากที่เขาได้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะชีวิตนี้จะไม่มีทางแต่งงานอย่างเด็ดขาด เธอก็ยังยินดีคบหากับเขา ซึ่งในเมืองเล็ก ๆ ที่ล้าหลังแห่งนี้ การที่ผู้หญิงอายุสามสิบยังไม่แต่งงานจนถูกนินทาว่าร้าย ถือเป็เื่ที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากแน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันยกตัวอย่างเช่น ในวันหยุด จิงอวี่ที่ชอบอยู่เฉย ๆ ที่บ้าน แต่คนรักของเขากลับชอบพูดถึงเื่การออกไปท่องเที่ยวอย่างไม่รู้จักเบื่อ เธอมองการท่องเที่ยวเป็เสมือนหนทางแห่งการหลุดพ้นจากความเป็จริง ราวกับการแสวงบุญ ทุกครั้งที่ได้หลุดพ้นจากงานที่จุกจิก เธอมักจะเกิดความคิดฟุ้งเฟ้อที่จะออกไปเที่ยวเสมอแม้ว่าความคิดเช่นนี้มักจะเป็ไปไม่ได้ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็เื่เวลาหรือเงินทอง แต่นี่ก็แสดงให้เห็นว่าทั้งสองคนมีความคิดที่ไม่ลงรอยกันในบางเื่เขามักจะดูิ่อิสรภาพที่ได้จากการเดินทางที่แฟนสาวของเขาใฝ่ฝัน ในสายตาของเขา ความจำเจของชีวิตไม่ได้สะท้อนจากสภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะแม้จะเปลี่ยนวิถีชีวิตไป มันก็เป็เพียงความจำเจในรูปแบบอื่นเท่านั้น บางทีนักท่องเที่ยวที่เดินทางรอบโลกก็อาจจะเพียงทำซ้ำการเดินทางอย่างเป็กลไกเท่านั้น ซึ่งเขาคาดเดาอย่างไม่เป็มิตรเกี่ยวกับพื้นที่ที่ตนไม่เคยไปเช่นนี้เสมอแม้ว่าทั้งสองคนจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหลายเื่ แต่จิงอวี่ก็ไม่เคยหวังที่จะมีคู่ชีวิตที่เข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นไม่ใช่เื่ที่คนเงินเดือนสามพันหยวนต้องคำนึงถึงขณะนี้เวลาได้มาถึงจุดที่รถเมล์มาถึงป้ายตรงเวลา จิงอวี่สะพายกระเป๋าขึ้นรถ เลือกที่นั่งตามใจชอบจากที่นั่งว่างจำนวนมาก หลังจากผ่านไปห้าป้าย เขาจะลงที่หน้าโรงยิมขนาดใหญ่แห่งเดียวในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ต้องยอมรับว่าในเมืองเล็ก ๆ การออกกำลังกายถือเป็งานอดิเรกที่ค่อนข้างไม่เป็ที่นิยม จิงอวี่เองก็ไม่ได้ชื่นชอบการออกกำลังกายมากนัก กิจกรรมการออกกำลังกายที่เขาทำเป็ประจำทุกสัปดาห์นั้น ส่วนใหญ่เป็การรักษารูปร่างไว้ ซึ่งนี่ก็เป็เพียงข้อเรียกร้องเดียวที่แฟนสาวมีต่อเขาเขาไม่สงสัยเลยว่าถ้าตัวเองกลายเป็ลุงวัยกลางคนพุงพลุ้ย แฟนสาวจะทิ้งเขาไปโดยไม่ลังเล ซึ่งนั่นก็ไม่มีอะไรผิด เพราะอย่างน้อยการที่เธอคบกับเขา ก็ต้องหวังอะไรบางอย่าง นอกเหนือจากข้ออ้างอันสวยหรูเื่ ‘จิติญญาที่น่าสนใจ’ ดังนั้นแม้จะเหนื่อยล้าเพียงใด เขาก็ยังคงรักษาความถี่ในการออกกำลังกายสามครั้งต่อสัปดาห์ไว้ แม้ว่าผลลัพธ์จะไม่เป็ไปตามที่้าก็ตามถึงอย่างไรจิงอวี่ก็อายุสามสิบปีแล้ว เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าการเผาผลาญที่แข็งแกร่งและความปรารถนาในตอนอายุยี่สิบปีนั้นได้จากไปอย่างไม่หวนกลับ แม้จะควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดและออกกำลังกายตามแผนแบบพิถีพิถัน แต่รอบเอวของเขาก็ยังมีไขมันส่วนเกินที่ดื้อรั้นปรากฏขึ้น ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็แค่ไม่ให้มันแย่ลงไปกว่านี้ในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึงโรงยิมได้อย่างราบรื่น ในคืนวันจันทร์โรงยิมประจำอำเภอไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก มีเพียงผู้ชายผมสั้นรูปร่างล่ำสันไม่กี่คนกระจายตัวอยู่รอบ ๆ เครื่องออกกำลังกายยอดนิยม พวกเขาคือเทรนเนอร์ของโรงยิมแห่งนี้พวกเขาดูเหมือนจะเห็นจิงอวี่เช่นกัน แต่ทุกคนก็แทบจะไม่มีสีหน้าที่ดีให้กับคนขี้เหนียวที่ไม่เคยซื้อคอร์สเรียนคนนี้เลย จิงอวี่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาเดินตรงไปที่บริเวณม้านั่งเบนช์เพรส วอร์มร่างกายเล็กน้อยก่อน จากนั้นก็นอนลงบนม้านั่งออกกำลังกาย ลองจับบาร์เบลน้ำหนักหกสิบกิโลกรัมด้วยความรู้สึก"ฮู..." จิงอวี่คิดในใจว่านี่เป็การออกกำลังที่ค่อนข้างผ่อนคลาย จากนั้นเขาก็เพิ่มน้ำหนักบาร์เบลเป็แปดสิบกิโลกรัม และสามารถเบนช์เพรสได้อย่างราบรื่นต้องยอมรับว่าจิงอวี่นั้นเป็เพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้มีพร์ด้านการออกกำลังกายสูงนัก จากคำวิจารณ์ตามเว็บไซต์เครือข่ายสังคมต่าง ๆ การเบนช์เพรสหนึ่งร้อยกิโลกรัมนั้นถือเป็เพียงน้ำหนักระดับเริ่มต้นของนักออกกำลังกายทั่วไป แต่จิงอวี่ที่ฝึกฝนมาหลายปีอย่างไม่ต่อเนื่องนั้น น้ำหนักสูงสุดที่ทำได้ก็หยุดอยู่ที่เก้าสิบกิโลกรัมเท่านั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด วันนี้เขารู้สึกว่าตนเองมีความรู้สึกที่ร้อนแรงเป็พิเศษ"บางทีอาจจะได้ทำลายสถิติเดิมได้ก็ได้นะ?" จิงอวี่รู้สึกกระตือรือร้นอยากลองดู"เอ้า! ลองดูก็ได้!"น้ำหนักบาร์เบลถูกเพิ่มขึ้นเป็หนึ่งร้อยกิโลกรัม จิงอวี่สูดลมหายใจลึก จับราวบาร์เบลแน่น แล้วออกแรงสุดกำลัง..."เฮ้อ!"สำเร็จแล้ว!จิงอวี่ยังไม่ทันได้ดีใจ ความรู้สึกอ่อนแรงก็แผ่ซ่านไปทั่วแขนทั้งสองข้าง เขารู้สึกว่าสมองขาดออกซิเจนเล็กน้อย อาการวิงเวียนเข้าโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวในวินาทีถัดมา เขารู้สึกถึงน้ำหนักมหาศาลที่กดทับลำคอ ความเ็ปรุนแรงทำให้เขาแทบไม่มีเวลาตอบสนองใด ๆนี่เขากำลังจะตายเหรอ?ในยามที่เบื่อหน่ายสุดขีด จิงอวี่เคยจินตนาการถึงความตายของตนเองมาแล้วไม่น้อย บางทีอาจเป็วันที่อากาศร้อนจัด ร่างที่แก่ชราจะค่อย ๆ สิ้นลมหายใจอย่างเงียบงันในห้องเช่าคับแคบ ร่างไร้ิญญาพองบวมขึ้นดั่งลูกโป่งขนาดมหึมาภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ทำให้ร่างกายที่เหี่ยวย่นนี้ได้ตึงกระชับเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะะเิแตกกระจายออกไปหรือบางทีเขาอาจไม่ยอมนั่งรอความตาย ก่อนที่ร่างกายจะสิ้นสภาพ เขาจะขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงเพียงพอแล้วกระโจนลงไป เพื่อจบชีวิตที่แสนจืดชืดด้วยจุดจบที่น่าตื่นตะลึงแต่ก็มีความเป็ไปได้สูงที่เขายังไม่ทันได้เตรียมตัวให้พร้อม ชีวิตของเขาอาจจะสิ้นสุดลงก่อนที่จะเบื่อหน่ายกับการมีชีวิตอยู่เสียด้วยซ้ำ เขาจะนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ได้ยินคำตัดสินปะาจากปากแพทย์ด้วยความหวาดกลัว แล้วได้แต่มองดูใบรายงานอาการด้วยความสิ้นหวังทว่าในตอนนี้กลับช่างน่าขันนัก ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ถึงบทสรุปที่ชวนให้รู้สึกตกตะลึงและพิศวง เื่ราวที่ไม่อาจคาดเดาได้ก็พลันถาโถมเข้ามาวันเวลาที่ผ่านไปทีละวัน ชีวิตที่จำเจเฉกเช่นแรงเฉื่อยก็สิ้นสุดลงโดยฉับพลันเชิงอรรถ[1] ระบบการทำงาน 996 คือ ระบบการทำงานั้แ่ 9:00 - 21:00 น. เป็เวลา 6 วันต่อสัปดาห์ ตก 112 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็วัฒนธรรมการทำงานสุดโหดที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าละเมิดกฎหมายแรงงานจีนและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ รวมถึงความเครียดจากการทำงานหนัก จนที่ถูกขนานนามว่า ‘ทาสยุคใหม่’