ลู่เซียวกำถุงเงินในอกตลอดทางที่เดินกลับบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านเขารีบไปหาอวิ่นซีด้วยความตื่นเต้น หลังจากนับเงินในถุงเรียบร้อยแล้ว ทั้งครอบครัวก็ต่างตาโต การขายขนมไทยากิครั้งแรกนี้เกินความคาดหมายมากนักสองร้อยไม้ได้เงินมาหนึ่งพันเหรียญ หักค่าวัตถุดิบและของต่างๆที่ต้องซื้อกลับมาก็ยังเหลืออยู่อีกตั้งแปดร้อยกว่าเหรียญ
อวิ๋นซีมองบิดามารดานับเงินที่เทอยู่บนโต๊ะด้วยรอยยิ้ม จู่ๆลู่เซิงที่นั่งมองด้วยความตื่นเต้นก็โพล่งขึ้นมาทำให้ทุกคนใ
“อ๊าาาา !!”ลู่เซิงลุกขึ้นยืนเอามือจับศีรษะ
“!!!”
“ลู่เซิง เ้าเป็อะไรหรือ? ข้าใหมดเลย” อวิ๋นซีที่หายสะดุ้งเอ่ยปากถาม
“ท่านพี่…คือว่าเมื่อเช้าขายขนมดีจนไม่พอให้ลูกค้าตั้งหลายคน เลยรับปากว่าพรุ่งนี้จะทำไปเยอะหน่อย โดยลืมไปว่าท่านจะให้พวกเราหยุดพักหนึ่งวันน่ะ” ลู่เซิงพูดเสียงเบาเรื่อยๆ เพราะกลัวพี่สาวตำหนิ
ลู่เซียวที่อยู่ข้างๆพอฉุกคิดขึ้นได้ก็มองลูกสาวอย่างรู้สึกผิด
“อวิ๋นซี พ่อผิดเอง มัวแต่อยากได้เงินจนลืมไปว่าพรุ่งนี้ลูกจะหยุดพักสักวันน่ะ”
“เฮ้ออออม ข้าก็นึกว่าเื่อันใด” อวิ๋นซีดึงลู่เซิงให้นั่งลงแล้วหัวเราะเบาๆ
“ไม่เป็ไร เื่เล็กน้อย ในเมื่อพวกท่านชอบหาเงิน ข้าก็จะอนุเคราะห์เ้าค่ะ” ชอบออกไปขายขนมนัก พรุ่งนี้ข้าจะทำสักสี่ร้อยชิ้นเลยคอยดู
“ดีขอรับท่านพี่” ลู่เซิงปรบมือชอบใจ
“………” ฮุ่ยเนียง
“………” ลู่เซียว
อวิ๋นซีเห็นน้องชายดีใจยกใหญ่ก็ส่ายหัวแล้วเริ่มปรึกษาครอบครัว “ท่านพ่อ ข้ากับท่านแม่อยากจะคุยกับท่านที่จะปรับปรุงบ้านน่ะเ้าค่ะ”
หลังจากทั้งครอบครัวพูดคุยเื่ปรับปรุงบ้านกันเรียบร้อยแล้ว ลู่เซียวก็เดินทางไปยังหมู่บ้านช่างตีเหล็กเพื่อดูกระทะว่าใกล้เสร็จแล้วหรือไม่
อวิ๋นซีกับฮุ่ยเหนียงก็เริ่มคำนวนเงินทุนค่าวัสดุการต่อเติมบ้านที่ต้องใช้จ่ายอย่างคร่าวๆ ก็พบว่่าต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว หลังหักเงินค่าใช้จ่าย พบว่าเงินเก็บที่เหลือก็ยังเหลืออยู่เพียงสองตำลึงกับหนึ่งร้อยหกเหรียญเท่านั้น
ตายล่ะ หากมีเงินเพียงเท่านี้จะไปทำอะไรต่อได้กัน เวลาหาเงินอย่างกับเต่าคลาน เวลาจะใช้กลับเหมือนดั่งลมพัดปลิวไปกับลมหมดแย้วววว
อวิ๋นซีเริ่มเอามือกุมขมับ เห้อม เห้อม เห้อม ไม่ได้การล่ะ รีบหาเงินก่อนดีกว่า
อวิ๋นซีชวนมารดาออกไปหาซื้อถั่วดำและมันหวานมาเพื่อทำไส้ขนม รอบนี้นางมีความคิดที่จะทำขนมปลาให้มีสีสันขึ้นมาหน่อยจะได้เพิ่มมูลค่าให้ขนม และถือโอกาศเพิ่มราคานิดหน่อย ขายแบบเดิมด้วย ขายแบบใหม่ด้วย
ลู่เซิงอยากไปด้วยแต่ไม่มีใครอยู่บ้านเลย อวิ๋นซีจึงให้เขาอยู่เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ที่บ้านไปก่อน พวกนางจะรีบกลับมา
ลู่เซียวที่หอบกระดาษห่อกะทะก็กลับมาถึงบ้าน พร้อมฮุ่ยเหนียงและอวิ่นซีที่หิ้วถั่วดำและมันหวานมาคนละไม้ละมือ อวิ๋นซีคิดไว้ว่า ตอนนี้ถั่วดำและมันหวานเริ่มหายาก ต่อจากนี้ชาวบ้านอาจจะถือโอกาสขึ้นราคาสินค้า งั้นนางจะปลูกวัตถุดิบเองเลย ใช้เวลาไม่ถึงสามเดือนก็น่าจะได้ใช้แล้ว
“ท่านแม่ ท่านว่าเราจ้างท่านยายปลูกเมล็ดถั่วดำและมันหวานดีหรือไม่เ้าคะ” อวิ๋นซีถามมารดา
“จ้างปลูกหรือ”
“ใช่เ้าค่ะ จะจ้างปลูก หรือว่าให้เมล็ดไปปลูกแล้วเราค่อยไปรับซื้อก็ได้?” เราจะได้ไม่ต้องปลูกเอง แค่นี้ก็มีเวลาไม่พอแล้ว
“แล้วเ้าจะคิดราคายังไง?” ฮุ่ยเหนียงก็เห็นด้วยกับบุตรสาวถ้าให้มารดาของนางปลูกให้แล้วค่อยไปรับซื้อ นางก็ไม่ต้องวุ่นวายปลูกเองแถมยังช่วยให้มารดาที่บ้านเดิมมีรายได้เพิ่ม
“รับซื้อเท่าที่ซื้อจากหมู่บ้านอื่นเ้าค่ะ” อวิ๋นซียิ้มให้มารดา ข้าถือหลักความเท่าเทียมเ้าค่ะฮ่า ฮ่า ฮ่า
“ได้ข้าจะลองไปคุยกับท่านยายเ้าดู” โอเคดีล
อวิ๋นซีหันไปดูกะทะที่บิดารับมาจากช่างตีเหล็ก ตรวจดูความเรียบร้อยแล้วถามราคาที่บิดาจ่ายไป กะทะสามอัน อันละยี่สิบเหรียญสามอันก็หกสิบเหรียญ อวิ๋นซีไม่รู้ว่าคุ้มค่าหรือไม่แต่เห็นสีหน้าท่านพ่อที่ดูพอใจก็คิดว่าน่าจะคุ้มค่าคุ้มราคาแหล่ะ !!
หลังจากคำนวนอัตราส่วนผสมเรียบร้อยแล้วอวิ๋นซีก็ผสมแป้งทิ้งไว้ ส่วนไส้ก็ต้มให้สุกเท่านั้นพรุ่งนี้ค่อยมาจัดการต่อ
เมื่อออกมาจากห้องครัวท้องฟ้าข้างนอกก็มืดแล้ว อวิ๋นที่ที่กินข้าวอิ่มก็ทิ้งตัวลงบนที่นอน แล้วมองไปรอบๆห้องตัวเอง
“ดูเหมือนจะลืมไปเลยว่า เครื่องนอนและของใช้ในห้องล้วนเก่าขาดทั้งสิ้น เฮ้ออออ เมื่อไหร่จะรวยสักทีนะ”
อวิ๋นซีนอนมองหลังคาบ้านเเล้วคิดโน้นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อยจนเผลอหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมมาทั้งวัน
ท้องฟ้ายังคงมืดมิด อวิ๋นซีและฮุ่ยเหนียงตื่นขึ้นมาในเวลาเดิมเช่นทุกวันเพื่อทำขนม ตอนนี้มีแม่พิมพ์ปิ้งขนมมาสามอันแล้ว ทั้งสองจึงตั้งเตาสามเตาค่อยๆช่วยกันอบขนมให้สุกแล้วจัดลงตระกร้าอย่างเรียบร้อย เช้านี้ใช้เวลาทำขนมเท่าเมื่อวานแต่ได้ปริมาณมากกว่าเป็เท่าตัวเพราะมีอุปกรณ์ครบครันแล้ว อวิ๋นซีและฮุ่ยเหนียงหลังจากยุ่งจนหัวหมุนก็ทำขนมจนเสร็จได้ขนมทั้งหมดสี่ร้อยชิ้น
หลังจากทำขนมเสร็จต่างเหนื่อยจนไม่มีแรง จึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน สองพ่อลูกลู่เซียวและลู่เซิงหลังจากจัดการหน้าที่ของตนเองก็เตรียมตัวเก็บของออกจากบ้านเพื่อไปขายขนมเช่นเคย
หลังจากที่อวิ๋นซีและฮุ่ยเหนียงสองแม่ลูกตื่นขึ้นมาในตอนสาย ฮุ่ยเหนียงก็เก็บไข่ใส่ตระกร้าแล้วเดินเข้าหมู่บ้านกลับบ้านเดิมเพื่อไปพบท่านยายของอวิ๋นซี ส่วนตัวนางเดินไปที่แปลงผักหลังบ้าน
ผักพวกนี้ที่นางซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะล้วนเอาลงแปลงเรียบร้อยแล้ว เตาเผาที่นางกับลู่เซิงทำก็เผาให้แข็งแรงแล้วเช่นกันพร้อมกับการทดลองอาหารเมนูโปรดของนางแล้ว นางจะทำขนมอบเ่าั้ ทำของกินที่นางอยากกินให้หมดเลย
อวิ๋นซีคิดแผนหาเงินในใจพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม แต่บางทีมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นนะ
อวิ๋นซีมองดูผักของตนเองที่เอาลงแปลงได้ไม่นานก็ยิ้มกริ่ม ตอนนี้ยังกินพวกนั้นไม่ได้ แต่ผักในแปลงอื่นที่ท่านพ่อท่านแม่ปลูกไว้ก็ยังมีนี่นา
อาหารมื้อเที่ยงนี้อวิ๋นซีจะลองทำตามเมนูสุดโปรดของนางดูว่าจะอร่อยพอให้สามารถนำสูตรไปขายที่โรงเตี้ยมได้หรือไม่ ตอนนี้นาง้าเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อผ้ามาทำเครื่องนุ่งห่มชุดใหม่และเสื้อกันหนาวให้ทั้งครอบครัว ไม่อย่างนั้นหน้าหนาวในสิ้นปีที่จะมาถึงคงได้แข็งตายแน่
ก็เธอเป็คนขี้หนาวนี่นา ขนาดอากาศแค่สิบกว่าองศายังแทบจะหาเสื้อขนสัตว์มาใส่เลยแม่
แล้วอากาศที่นี่อย่างน้อยๆคงจะมีติดลบกันบ้างล่ะ ถึงเธอจะไม่ค่อยฉลาดก็ต้องเตรียมตัวรับมือเฉพาะหน้าสักหน่อย ว่าแล้วก็เด็ดผักในแปลงส่วนหนึ่งห่อกับกระโปรงแล้วเดินกลับบ้านไป