ระหว่างที่ ‘แมว’กำลังขบคิดจนหัวแทบแตก ว่าจะไปตาม ‘หนู’ได้ที่ไหน จึงตัดสินใจต่อสายไปยังพี่ชายของคุณหนูตัวดีต้องการสอบถามถึงผู้ชายชื่อภพอะไรนั่น ว่าเป็นใคร มาจากไหนปรากฏตัวราวกับพญาเหยี่ยวมาฉกหนูไปหน้าตาเฉย
ครั้นยืนพิงหลังรถไปพลางมือกดหมายเลขปลายทางหาปริญญาโทไปพลาง จึงไม่ทันสังเกตว่าบัดนี้ผู้ที่ยืนอยู่อีกฝั่งของรถก็คือพริมา
มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีเสียงเคาะนิ้วลงบนหลังคารถเป็นจังหวะ...นับว่าสัญชาตญาณของการคุ้มกันในวันสองวันนี้มันบกพร่องเสียจนหน้าที่บอดีการ์ดแทบจะเสียศูนย์เมื่อหันกลับมาเห็นว่าเจ้าของเสียงคือใคร สีหน้าเขาบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าควรดีใจที่พบผู้หญิงแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดคนเดิมอีกครั้งหรือควรเสียใจที่หล่อนผู้นี้กำลังจะรุกคืบเขาอย่างออกนอกหน้ากันแน่
เขายังไม่ทันกดโทร.ออกพริมาก็ทักขึ้น “คุณฉายจะไปตามตัวปูจ๋าที่ไหนกันคะ”
“คุณพริ้มรู้หรือครับว่าคุณหนูจะไปที่ไหน”
คงเป็นเพราะน้ำเสียงและท่าทางของเขาชัดเจนพอควรทำให้พริมาจับจุดได้ แทนที่หล่อนจะตอบตรงประเด็นกลับใช้สายตาหวานฉ่ำทอดสร้อยอย่างคนเจ้าชู้ “จะเสียเวลามายืนซักถามกันตรงนี้ทำไมละคะฉันว่าเรารีบออกไปตามหาตัวคุณหนูของคุณกันดีกว่าค่ะ”
พริมาไม่เสียเวลารอคำตอบว่าเขาจะพูดอย่างไรหล่อนเปิดประตูด้านหน้า ขึ้นไปนั่งคอยโดยไม่สนใจว่าเขาทำตัวไม่ถูกจนอึกอักพูดไม่ออกสักคำ
เมื่อคืนฉายนั่งฝั่งคนขับเขารีรออยู่ครู่หนึ่ง จึงถามซ้ำอีกครั้ง “คุณพริ้มรู้จักผู้ชายชื่อภพไหมครับเห็นพนักงานข้างในบอกว่าคุณหนูไปกับเขาคนนั้น”
“คุณภพอย่างนั้นหรือคะ...รู้จักดีเลยค่ะ”
ชายหนุ่มพยายามจะเค้นคำตอบจากพริมา...เขาไม่ชอบวิธีการพูดขยักขย่อนยั่วเย้าแบบนี้เลยให้ตายสิ พวกผู้หญิงมักเป็นแบบนี้ทุกรายเลยหรืออย่างไรกันนอกจากเจ้าแง่งอน ยังชอบเล่นเกมไล่ต้อนให้ผู้ชายจนมุม
แต่ในเมื่อเขาจำเป็นจะต้องพึ่งพาพริมาอย่างช่วยไม่ได้จึงยอมไหลตามน้ำ พูดตะล่อมแบบนักสืบว่า “ว่ายังไงล่ะครับคุณภพอะไรนั่นเป็นใครกัน แล้วเราจะไปตามตัวทั้งคู่ได้ที่ไหน”
“ถ้าฉันไม่เข้าใจผิดไปเองคุณภพน่าจะเป็นผู้ชายที่เคยจีบปูจ๋าตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งโน่นแน่ะค่ะแต่ก็ไม่ถึงกับเป็นแฟนหรอกนะคะเพราะว่าปูจ๋า...ไม่เคยคบใครเป็นแฟนจริงจังได้ทนนานๆสักคน”
บทจะสาธยายก็ร่ายยาวเสียจนน้ำไหลไฟดับ...นี่คือข้อมูลใหม่อย่างหนึ่งผู้ชายคนนั้นเป็นหนึ่งในบรรดาชายหนุ่มที่ตามจีบปรีดิ์รติมาก่อนนั่นเอง แล้วแบบนี้นายคนนั้นจะมีส่วนเกี่ยวพันกับคดีเมื่อวานก่อนหรือไม่นึกแล้วก็โทษตนเองที่ปล่อยให้คุณหนูคลาดสายตา แล้วก็นึกโทษคุณหนูที่ออกไปกับคนอื่นแบบนี้ โดยไม่รู้จักระมัดระวังตัว ทั้งที่รู้ว่าช่วงนี้ตนเองนั้นกำลังมีคนปองร้าย
“คุณพริ้มเป็นเพื่อนคุณหนูตั้งแต่สมัยไหนกันครับ”
คืนฉายสตาร์ทเครื่องยนต์ค่อยๆถอยรถเพื่อหักพวงมาลัยเลี้ยวไปตามโค้งปูนซีเมนต์ที่ทอดยาวไปยังประตูรั้วมุ่งสู่ถนนใหญ่พริมาไม่ตอบทันที กลับใช้จริตมารยาหญิงอ้อยอิ่งถ่วงเวลา จนเขาสัมผัสได้หล่อนเอื้อมมือไปกดสวิทช์เปิดเพลง เสียงดนตรีแจ๊ซคลอเบาๆทำให้เขานึกไม่ถึงว่ารสนิยมการฟังเพลงของปรีดิ์รตินั้นช่างเบา เนิบ หวานละมุนต่างจากตัวตนสิ้นดี
ขณะเสียงเพลงเริ่มบรรเลงไปเรื่อยๆพริมากลับขยับตัวประหนึ่งว่าอากาศข้างนอกมันร้อนอบอ้าวทั้งที่ตอนนี้ภายในรถนั้นเย็นฉ่ำ...หล่อนนั่งอยู่ในท่าชวนสยิวเกินกว่าที่ชายหนุ่มปกติจะไม่สามารถอดใจชำเลืองมองดูได้ยกเว้นว่าชายผู้นั้นจะตายด้านหรือเป็นประเภทเดียวกับเกย์สองนางเมื่อชั่วโมงก่อนนั่นเองดังนั้นเขาจึงเหลือบมองกิริยาของพริมาเป็นระยะเห็นได้ชัดว่าหล่อนนั่งค่อนข้างเปิดเผยเนื้อตัวไม่น้อย
“พริ้มรู้จักกับปูจ๋าตั้งแต่มัธยมปลายแล้วละค่ะรู้จักนิสัยใจคอเพื่อนคนนี้ดี...อย่าหาว่าเพื่อนเราเผาเรือนเลยนะคะแต่ปูจ๋าน่ะเป็นคนช่างเอาแต่ใจตัวเอง มากถึงมากที่สุดเลยล่ะจนถึงกับเพื่อนๆในห้องที่เรียนด้วยกันตอนนั้น ต่างรวมหัวกันแอนตี้ไม่รับปูจ๋าเข้ากลุ่มเวลาที่มีรายงานกลุ่ม...ปูจ๋าเป็นคนเดียวเลยนะคะที่ไม่มีเพื่อน แต่คนอย่างนั้นก็ไม่เคยแคร์หรอกค่ะ...เพราะคิดว่ามีเงินซะอย่าง จะซื้ออะไรได้”
คำพูดยืดยาวของพริมา มีแวว ‘ไม่ชอบ’แฝงอยู่...เขารู้สึกเช่นนั้น “คุณหนูเอาแต่ใจจนถึงขั้นไม่มีเพื่อนเลยหรือครับ”
“ก็มีแค่พริ้มนี่ละค่ะที่ยอมคบด้วย...ถึงปูจ๋าจะเป็นคนไม่น่ารักในสายตาคนอื่นแต่กับพริ้ม ปูจ๋าก็ดีนะคะ”
หล่อนกลับมาชมปรีดิ์รติอีกครั้งแต่เขามิอาจเห็นแววตาขณะพูดได้ เพราะต้องมีสมาธิขณะขับรถอีกทั้งเกรงว่าการชำเลืองมายังผู้หญิงสาวสวยบ่อยครั้งอาจวอกแวกจนไม่เป็นอันขับรถได้...เมื่อไม่เห็นหน้าตาของหล่อนขณะพูดเขาจึงลงความเห็นในใจว่า พริมาก็มิใช่คนร้ายกาจเสียทีเดียวนักอย่างไรก็มีความเป็นเพื่อนกับปรีดิ์รติไม่น้อย
พริมาเล่าเรื่องของหล่อนกับปรีดิ์รติอีกพอสมควร...ล้วนเป็นเรื่องที่ทำให้เขานึกไม่ถึง...แต่เขาก็ฟังวีรกรรมแสบสันต์ของหล่อนผู้นั้นจนเห็นเป็นเรื่องขบขันเสียก็มากกว่าจะย้อนกลับมาถามเรื่องผู้ชายชื่อภพนั้น ก็เสียเวลาไปมากโข
“แล้วตกลงคุณพริ้มคิดว่าผมควรจะไปตามคุณหนูกับ...เอ่อ...แฟน...คนรัก...ผู้ชายคนนั้นที่ไหนครับ”
คืนฉายเลือกไม่ถูกว่าควรจะใช้สถานะใดกับผู้ชายชื่อภพคนนั้น รู้แต่ว่า ฟังแล้วมันตะขิดตะขวงใจพาลไม่สบอารมณ์เสียดื้อๆ แถมเกือบตกใจ เมื่อเส้นทางที่พริมาบอกให้เขาขับมาเรื่อยๆนั้นปลายทางที่หล่อนบอกให้เขาเลี้ยวไปข้างหน้า มันก็คือ...
“คุณพริ้มแน่ใจหรือครับว่าไอ้หมอนั่นมันจะพาคุณหนูมาที่นี่...นี่มันโรงแรมม่านรูดนะครับ”
......................................จบตอนที่ 10