23.00 น.
ผมนั่งมองน้องกับเพื่อนๆ กินดื่มอยู่ไกลๆวันนี้ไอ้ดิฟบอกพวกเราว่าสาขาบริหารมากินเลี้ยงหลังรับน้องกันที่วีคลับพวกผมที่มาคลับอยู่เป็ประจำก็เลยได้มานั่งดูพวกเธอวันนี้ด้วยน้องไม่ได้บอกผมว่าจะมาคลับวันนี้ เธอคงจะลืมเพราะต้องจัดกิจกรรมมากมายตลอดทั้งสัปดาห์พวกผมเองก็เพิ่งเสร็จจากกิจกรรมรับน้องสาขาและจะจัดเลี้ยงกันอาทิตย์หน้าที่คลับแห่งนี้เช่นกัน
“สาวบริหารนี่สวยกันทุกคนเลยนะ”ไอ้เดียวพูดขึ้นระหว่างที่เรานั่งดื่มกันอยู่
“สวยน้อยกว่าบัดดี้กูหน่อยนึง” ไอ้ดิฟพูดแย้งอย่างมั่นใจมันแสดงออกอย่างเปิดเผยมาตลอดว่าชอบบัดดี้ของตัวเอง
“เออ แล้วแต่มึงเลย”ไอ้เดียวพูดอย่างเอือมระอาในความคิดของเพื่อน
“ถึงเวลาเก็บศพแล้ว”ผมพูดก่อนจะเดินไปหาน้องที่เมาฟุบอยู่ที่โต๊ะ โดยมีไอ้ตามดูแลเธอกับเพื่อนๆคนอื่นอยู่ ผมรู้จักกับไอ้ตามตอนรับน้องปีหนึ่งด้วยกัน เลยคบกันมาเรื่อยเคยไปนั่งดื่มกันบ้างแต่ก็ไม่บ่อยนัก มันรู้ว่าพวกผมเป็บัดดี้ของเพื่อนมันเลยไม่แปลกใจที่เห็นพวกผมอยู่ที่นี่ ผมเดินมาทันได้ฟังมันบ่นถึงเพื่อนๆหลายคนที่เมาแอ๋เหมือนกลุ่มของน้อง ผมมองดูก็เห็นเพื่อนบางคนของน้องที่เมาไม่มากดูแลเพื่อนๆอยู่
ผมเดินเข้ามาดูน้อง ก็เห็นว่าเธอเมามากจริงๆผมกับเพื่อนจึงพูดกับไอ้ตามว่าจะไปส่งพวกเธอเองไอ้ตามลังเลเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังเพื่อนคนอื่นๆวันนี้มันกับเพื่อนสาขาของมันอีกหลายคนยังต้องดูแลเพื่อนที่เมาคอพับเหมือนน้องอีกหลายคนเราพยักหน้าให้กันจากนั้นไอ้ตามก็เดินไปดูแลเพื่อนคนอื่นๆต่อผมจับแขนน้องเขย่าเบาๆ ให้เธอรู้สึกตัวพร้อมกับพยายามพยุงให้เธอลุกขึ้นนั่งดูว่าไหวหรือเปล่าเธอหรี่ตามองหน้าผมก่อนจะถามหาเพื่อนๆของเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังก็รู้ว่าเมามากเต็มทีแล้วผมจึงจับประคองหัวที่โงนเงนของเธอให้มองไปทางเพื่อนของเธอทีละคนอย่างช้าๆและพยายามประคองให้เธอลุกขึ้นนั่งอีกครั้งแล้วก็พบว่าคนตัวเล็กตรงหน้าผมทรงตัวไม่อยู่เอาซะเลยเธอบ่นว่าโลกหมุนแล้วหลับตาลงพร้อมกับขมวดคิ้วหน้ายุ่งคงจะมึนและปวดหัวจากอาการเมานั่นเอง
“ขี้เมาเอ๊ย มาขี่หลังเรา จะได้กลับห้องกัน สภาพนี้เดินไม่ไหวหรอกทำไมกินไม่ประมาณตัวแบบนี้นะ” ผมบ่นที่เธอดื่มมากเกินขนาดที่ตัวเองจะรับไหวทั้งโกรธทั้งเป็ห่วง ถ้าผมไม่มาที่นี่แล้วเธอเมาขนาดนี้จะเป็ยังไงถ้ามีคนอื่นมาลากไปจะช่วยเหลือตัวเองได้หรือเปล่า ยิ่งคิดยิ่งเป็ห่วงผมก้มตัวลงแล้วดึงแขนเธอขึ้นมาพาดไว้บนบ่าเพื่อประคองให้เธอขึ้นขี่หลังผมเธอรัดคอผมแน่นคงเพราะกลัวว่าตกลงมาผมบอกให้เธอจับข้อมือของตัวเองไว้แล้วโน้มตัวมาด้านหน้า เธอเองก็ยอมทำตามแต่โดยดีแต่ทำได้ไม่นานมือทั้งสองข้างก็หลุดออกจากกัน เธอหลับไปแล้วหลับทั้งๆที่อยู่บนหลังผมแบบนี้
เธอตัวเล็กและเบามากจริงๆ ผมจึงไม่มีปัญหากับน้ำหนักตัวเธอสักเท่าไหร่แต่ปัญหาของผมในตอนนี้ก็คือจะไปส่งเธอกลับคอนโดของเธอยังไง ผมไปรับไปส่งเธอบ่อยๆก็จริงแต่ไม่เคยขึ้นไป้าเลยสักครั้ง ผมไม่รู้ว่าเธอพักชั้นไหนแล้วสภาพเธอตอนนี้ก็เมาไม่ได้สติด้วย ผมไม่มีทางเลือกเลยต้องพาเธอกลับมาที่คอนโดของผมหลังจากจอดรถเรียบร้อย ผมก็พยายามปลุกเธออยู่นานแต่เธอก็ไม่ยอมตื่นผมจึงอุ้มเธอขึ้นมาบนห้องและสละที่นอนให้เธอแล้วตัวเองก็มานอนบนโซฟาหน้าทีวีแทน
‘ตุ๊บ’
“ฮือ ฮือ ฮือ”
เสียงอะไรบางอย่างหล่นกระแทกพื้นและเสียงร้องของผู้หญิงเรียกความสนใจจากผมที่กำลังดื่มน้ำอยู่ในครัวผมเลยเดินเข้ามาดูน้องในห้อง ก็พบว่าเธอกำลังนอนร้องไห้อยู่ที่พื้นเธอคงจะตกจากเตียงนอนนั่นเองผมสงสัยแค่นอนตกเตียงทำไมต้องร้องไห้สะอึกสะอื้นขนาดนี้
“น้อง เป็อะไร” ผมนั่งลงข้างๆ เธอเธอหันมากอดผมไว้แน่นแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้น
“น้องเจ็บ”เธอยังคงก้มหน้าร้องไห้สะอื้นอยู่กับหน้าอกผมแบบนั้น
“ไหนเจ็บตรงไหน ขอเราดูหน่อย”ผมดันตัวเธอออกห่างก็เห็นว่าปากเธอแตกและมีเืติดอยู่เล็กน้อย
“ปากแตกน่ะ ลุกไหวไหม ไปล้างหน้าหน่อย” เธอส่ายหัวเบาๆและยังคงสะอื้นไห้น้อยๆ สติคงกลับมาหลังจากที่ตกลงมาจากเตียงเตียงผมก็ไม่ได้สูงมาก เธอนอนท่าไหนกันทำไมถึงตกลงมาได้ แถมปากยังแตกอีกต่างหากผมอุ้มเธอขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้ผมวางเธอไวที่กลางเตียงนอนเลยเผื่อว่าเธอจะหล่นลงมาอีกจากนั้นก็ไปเอาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดหน้าให้เธอรู้สึกสบายขึ้น
“น้อง อยากอ้วก”เธอบอกผมก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างปิดปากของตัวเองไว้
“อย่าเพิ่งอ้วกนะน้อง ไปอ้วกที่ห้องน้ำ”ผมรีบอุ้มเธอไปที่ห้องน้ำ แต่ก็ไม่ทันแล้ว เธออาเจียนใส่ผมซะอย่างนั้น
“น้อง” ผมไม่รู้จะพูดยังไงกับคนเมาคนนี้ดีอีกนิดจะถึงชักโครกอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ทันตอนนี้ตัวเราเปื้อนอ้วกของเธอแล้วทั้งคู่
“น้องขอโทษ” คนเมาที่อ้วกออกมาจนหมดหลับตาเกาะแขนผมพร้อมกับยืนโงนเงนกล่าวขอโทษผมในสภาพนั้น อยากจะขำก็ขำไม่ออกจริงๆ
“ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เลอะเทอะกันทั้งคู่”ผมจัดการเปิดฝักบัวฉีดล้างคราบอาหารที่เธออาเจียนออกมาออกจากตัวเธอทั้งที่ยังใส่เสื้อผ้าอยู่แบบนั้นเธอร้องเสียงดัง พร้อมกับพยายามปัดป้องสายน้ำที่สาดเข้าใส่ตัวเธอแต่ผมไม่ยอมหยุดหรอกยังไงก็ต้องล้างคราบสกปรกพวกนี้ออกจากตัวเราทั้งคู่ให้หมดเมื่อเห็นว่าสะอาดดีแล้วผมก็เดินไปปิดไฟ โดยอาศัยแสงสว่างจากนอกห้องนอนพอให้เห็นรางๆเท่านั้น ผมไม่ได้อยากเห็นเธอเปลือย ผมบอกกับตัวเองว่ามันเป็เหตุจำเป็ทำตัวเธอเปียกก็ต้องเปลี่ยนชุดให้ถ้าจะให้นอนทั้งที่ตัวเปียกแบบนั้นคงจะไม่สบายเอาได้คิดได้แบบนั้นก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูพร้อมกับเสื้อแขนยาวตัวหนึ่งมาเพื่อเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเธอปัดป้องมือผมที่พยายามถอดเสื้อผ้าเธอออกกว่าผมจะถอดเสื้อผ้าแล้วใส่ชุดใหม่กลับไปให้เธอได้เล่นเอาผมแทบหมดแรง
“เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ แรงเยอะชะมัดเลยนะ”ผมพูดกับคนเมาที่หลับไปอีกครั้งก่อนจะอุ้มเธอกลับเข้าไปนอนในห้องพร้อมกับห่มผ้าให้เสร็จสรรพแล้วกลับเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำและจัดการเอาเสื้อผ้าเปียกของเราทั้งคู่ไปใส่เครื่องซักผ้าเพื่อที่ว่าพรุ่งนี้เธอจะได้มีชุดเปลี่ยนกลับห้องของตัวเองไม่อยากจะคิดถึงวันพรุ่งนี้ตอนที่เธอตื่นขึ้นมาเห็นสภาพของตัวเองเธอจะโกรธผมขนาดไหนแต่มันก็ช่วยไม่ได้นั่นเป็เพราะเธออาเจียนใส่ผมและตัวเองเื่มันเลยกลายเป็แบบนี้ผมนั่งมองคนเมาที่นอนหลับสนิทเห็นแผลที่ปากก็นึกสงสารเธอคงเจ็บมากถึงได้รู้สึกตัวและร้องไห้แบบนั้นเป็เพราะที่ห้องของผมไม่มียาใส่แผล ผมเลยไปซื้อยาให้เธอที่ร้านขายยาด้านหน้าคอนโดกลับมาก็พบว่าเธอนอนดิ้นจนเกือบจะตกที่นอนอีกแล้ว
“น้อง น้องครับ” ผมจับแขนเธอเขย่าเบาๆ แต่เธอไม่ยอมตื่นผมเลยต้องอุ้มเธอให้ไปนอนกลางเตียงอีกครั้งคืนนี้คืนเดียวผมอุ้มเธอขึ้นเตียงมากกว่าผู้หญิงที่ผมเคยนอนด้วยซะอีกผมจัดการทายาที่ปากให้เธออย่างเบามือ เธอปัดมือผมออกและขมวดคิ้วเล็กน้อยผมสังเกตเห็นว่าน้ำตาเธอไหล คงจะเจ็บตอนที่ผมโดนแผลเธอผมเช็ดน้ำตาและลูบหัวเธอเบาๆ เธอเลิกขมวดคิ้วแล้วผมนั่งพิงหัวเตียงมองดูเธอนอนอยู่แบบนั้น เธอดูน่ารักเวลาที่เธอนอนหลับสนิทแบบนี้แต่แล้วอยู่ๆเธอก็ขยับตัวเปลี่ยนมานอนหนุนตักและกอดเอวผมไว้แน่นผมปล่อยให้เธอนอนในท่านั้นจนตัวเองก็เริ่มง่วงและหลับไปในที่สุด