“ชัดเจน! ข้ามีศัตรูตัวฉกาจคือท่านอ๋องกับคุณหนูสามเซียว หากว่าไม่ใช่ฝีมือของท่านอ๋องก็ต้องเป็นาง” หลี่หยวนหยวนได้ข้อสรุปแล้วก็ส่ายหน้า “นางเป็สตรีในดวงใจของท่านอ๋อง เห็นทีหลี่หยวนหยวนผู้นี้คงต้องตายเปล่าเสียแล้ว”
“หวางเฟย อย่าพูดเป็ลางเช่นนั้นสิเ้าคะ” ซุนมามาหน้าเคร่ง
หลี่หยวนหยวนโบกมือไปมา “ช่างเถอะ เื่นี้ท่านอ๋องรับปากข้าแล้วว่าจะให้คำตอบที่น่าพอใจกับข้า พวกเ้าไปเก็บข้าวของเตรียมตัวเถอะ”
“ไปเฉินม่ายหรือเ้าคะ” ซุนมามาหูว่องตาไว นางได้ยินสาวใช้ด้านนอกพูดคุยกันเื่นี้
“ใช่ ข้าต้องตามไท่เฟยกับท่านอ๋องกลับเมืองเฉินม่าย ซุนมามา เห็นทีสินเดิมเ้าสาวที่อยู่เต็มห้องพวกนั้นข้าจะแบกหามไปด้วยไม่ไหว”
“หวางเฟยคิดจะทำเช่นใดหรือเ้าคะ”
“เอาไปขายให้หมด”
“ไอหยา!” ซุนมามาร้องเสียงหลง “จะขายหมดไม่ได้นะเ้าคะ บางอย่างเป็ของที่ท่านต้องเก็บรักษาเอาไว้”
หลี่หยวนหยวนโคลงศีรษะ “ขายหมดไม่ได้หรือ”
“ไม่ได้เ้าค่ะ หลายอย่างเป็สิ่งของล้ำค่า กว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะหามาได้ยากลำบากนัก ท่านสั่งเอาไว้อย่างเด็ดขาดว่าหวางเฟยจะต้องรักษาเอาไว้เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานเ้าค่ะ”
“อืม ถ้าอย่างนั้น คงต้องแยกออกเป็สิ่งที่ขายได้กับขายไม่ได้ ข้า้าเก็บเงินไว้กับตัวให้ได้มากที่สุด”
ในตอนบ่ายวันนั้น หลี่หยวนหยวนเลิกคิดปัญหาที่เกี่ยวกับสามีและหญิงคนรักของเขา หันมาเตรียมทางหนีทีไล่หลัง
‘เขาเกลียดหลี่หยวนหยวนขนาดนี้ คงต้องหาทางหย่าแน่ เตรียมตัวไว้เนิ่นๆ จะดีกว่า’
สิ่งสำคัญที่นางต้องมีให้มากในยามนี้คือเงินตรา ดีที่สินเดิมเ้าสาวมีเป็จำนวนมาก ต่อให้หย่ากับท่านอ๋องไป นางก็ยังเป็เศรษฐีนี การเดินทางไปยังเมืองเฉินม่ายจะได้ขนหีบข้าวของมีค่าไปด้วยก็คงไม่เหมาะ เมื่อซุนมามาไม่ยอมให้นางขายของหลายชิ้นทิ้ง ครั้นจะเอาไว้ทิ้งไว้ที่โรงจำนำซุนมามาก็ไม่ยอม
“นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ไปๆ พาข้าไปดูย่านร้านค้าหน่อย”
“หวางเฟยจะไปทำไมหรือเ้าคะ”
“ข้าก็จะไปหาซื้อโรงรับจำนำไว้สักแห่งน่ะสิ”
ซุนมามาตกตะลึง “หวางเฟยพูดจริงหรือเ้าคะ”
“จริง ในเมื่อของสำคัญพวกนี้ข้าไม่อาจจะวางใจเก็บไว้ที่ผู้ใดได้ เช่นนั้นก็ซื้อโรงรับจำนำเป็ของตนเองและทำห้องลับสำหรับดูแลของพวกนี้เสียเลย”
หลี่หยวนหยวนออกไปสำรวจตลาดอยู่ร่วมหนึ่งชั่วยามก็ถูกใจโรงรับจำนำเล็กๆ แห่งหนึ่ง เมื่อได้พูดคุยกับเถ้าแก่ก็รู้ว่าคนผู้นั้น้าเงินทุนเพื่อขยายกิจการพอดี
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอซื้อโรงรับจำนำของท่านแล้วจ้างท่านดูแลต่อดีหรือไม่” หลี่หยวนหยวนหยิบเอาตั๋วแลกเงินปึกหนึ่งออกมาวางต่อหน้า “ท่านเสนอราคามาเถอะ”
ทั้งสองฝ่ายตกลงราคากันอย่างรวดเร็ว หลี่หยวนหยวนยินดีมอบเงินให้มากกว่าที่เถ้าแก่โรงรับจำนำ้า
“เงินส่วนเกินนี้ ข้า้าห้องลับสำหรับเก็บสมบัติส่วนตัวของข้า โดยที่ท่าน้าหาคนมาดูแลอย่างดี”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะมอบห้องลับที่ไม่เคยมีผู้ได้ใช้งานให้หวางเฟยขอรับ”
เถ้าแก่พาหลี่หยวนหยวนลงไปดูห้องใต้ดิน “ห้องนี้มีกลไกลับที่ข้าเป็คนเดียวที่เปิดได้ ท่านพ่อของข้าเป็ผู้สร้างเอาไว้ั้แ่เริ่มกิจการเมื่อสามสิบปีก่อนขอรับ”
หลี่หยวนหยวนกับซุนมามาสบตากันด้วยความพอใจ สิ่งของสำคัญที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นจึงถูกนำมาเก็บไว้ในห้องใต้ดินโรงรับจำนำ ‘ติงจิง’ แห่งนี้
หลี่หยวนหยวนกลับมาถึงเรือนพักก็บอกให้บ่าวไพร่นำข้าวของ มีค่าที่เหลือมารวมกันไว้ที่ห้องนอน ซุนมามาผายมือไปยังกล่องสามใบสามขนาดบนโต๊ะกลางห้อง
“หวางเฟยเ้าคะ กล่องนี้คือตั๋วแลกเงินที่ข้าน้อยเอาสินเดิมทั้งหมดของท่านไปแลกมา กล่องนี้คือเครื่องประดับที่ท่านบอกว่าให้เหลือเอาไว้แค่พอใช้ และกล่องนี้ก็คือโฉนดที่ดินที่เหลือเ้าค่ะ”
หลี่หยวนหยวนรู้สึกตื่นเต้น พลันความภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว ตอนนางอยู่ในยุคปัจจุบันเพิ่งได้รับโฉนดบ้านเป็ของตนเองจากพ่อแม่ นั่นก็คือบ้านขนาดกลางหลังเก่าแสนทรุดโทรมของสกุลหลี่ที่ชานเมืองซึ่งเป็มรดกจากครอบครัวของแม่
‘ตอนเป็ติงหยวนหยวนก็ได้ที่ดินบ้านสกุลหลี่ พอมาเป็หลี่หยวนหยวนก็ได้ที่ดินของสกุลหลี่อีก นับว่าการทะลุมิติของฉันก็ไม่เลวร้าย’
นางเปิดกล่องโฉนดขึ้นมาดู ในนั้นมีทั้งโฉนดร้านค้าใหญ่ในเมืองจำนวนหกร้านที่มีหลงจู๊ผู้ซื่อสัตย์คอยดูแล โฉนดที่ดินให้ชาวบ้านเช่าทำไร่ทำนา บ้านขนาดกลางปล่อยให้คนเช่าอยู่หลายหลัง ทว่าโฉนดใบสุดท้ายช่างคุ้นตา พลันหลี่หยวนหยวนก็ตกตะลึง รูปร่างที่ดินในโฉนดใบนี้เหมือนกับบ้านสกุลหลี่ที่ตนได้รับในยุคปัจจุบัน
“ซุนมามา บ้านหลังนี้คือ...”
“เป็บ้านบรรพชนในยุคบุกเบิกของสกุลหลี่ อยู่ตำบลฮวาผิงนี่เอง เป็มรดกที่ฮูหยินผู้เฒ่ากำชับนักหนาว่าต้องมอบให้ท่าน บ้านหลังนี้ห้ามขายโดยเด็ดขาด ต้องเก็บไว้ให้กับลูกหลานเท่านั้นเ้าค่ะ”
“เหตุใดท่านย่าจึงไม่มอบให้ท่านพ่อเล่า”
ซุนมามานิ่งไป นางไม่กล้าเอ่ยคำพูดที่ฮูหยินผู้เฒ่าบอกกับนางออกมาให้หลี่หยวนหยวนฟัง ผู้ใดจะทนฟังผู้อื่นตำหนิบิดาของตนได้ ท่านป๋อหลี่เหลวไหลเื่ดูแลทรัพย์สินเงินทอง ฮูหยินผู้เฒ่าไม่วางใจจึงได้คิดมอบให้หลานสาวคนโตเพราะถึงอย่างไรก็ยังตกอยู่ในมือสายเืสายตรงของสกุลหลี่
“อ้อ ลืมไป เป็เพราะท่านพ่อของข้าดูแลเงินไม่เป็” หญิงสาวกล่าวเองแล้วเก็บโฉนดกลับเข้าไปในกล่อง “ถ้าอย่างนั้น เราคงต้องไปดูบ้านหลังนี้กันสักหน่อย”
“ตำบลฮวาผิงต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับเกือบสองชั่วยามเลยนะเ้าคะ หากไปตอนนี้เกรงว่าจะมืดค่ำกลับมาจวนไม่ทัน” ซุนมามาเอ่ยเตือน
“เรือนหลังนั้นมีคนดูแลหรือไม่”
“มีเ้าค่ะ มีบ่าวรับใช้สองคนช่วยดูแลเอาไว้”
หลี่หยวนหยวนนึกอยากจะเห็นบ้านหลังนั้นมาก “ถ้าพอนอนได้ เราก็ค้างคืนที่นั่นแล้วค่อยกลับมา ท่านไปแจ้งพ่อบ้านว่าข้าจะกลับไปนอนจวนสกุลหลี่ก็ได้แล้ว”
รถม้าคันใหญ่ประจำตัวของหลี่หยวนหยวนพานางและคนรับใช้ทั้งสามออกจากเมืองใน่แสงแดดอ่อน ไป๋ ซวงนั่งเอามือกุมห่อผ้าที่มีกล่องใส่โฉนดเอาไว้ไม่ปล่อย ในใจนึกกังวลว่านายหญิงของตนเอาทรัพย์สินทั้งหมดไปแลกเป็ตั๋วแลกเงินมา ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนสิ่งใด
หลี่หยวนหยวนมองข้างทางด้วยความตื่นเต้น ั้แ่นางทะลุมิติมาที่นี่ เพิ่งจะได้ออกจากเมืองเป็ครั้งแรก แต่จะว่าไปบรรยากาศนอกเมืองก็เหมือนชนบทในยุคปัจจุบัน เพียงแต่ถนนออกจะทุลักทุเลกว่าสักหน่อย
‘วันหน้า พอหย่ากับท่านอ๋องแล้ว ข้ามาอยู่บ้านมรดกก็น่าจะดี ห่างจากเขาหน่อยแต่ก็ไม่ไกลเมืองหลวงมาก พอได้ทำมาค้าขาย’
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามก็ถึงตำบลฮวาผิง สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับหลี่หยวนหยวนก็คือตำบลนี้ค่อนข้างคึกคัก
“ที่นี่เป็แหล่งผลิตและซื้อขายผ้าไหมนี่เ้าคะ หวางเฟยลืมไปแล้วหรือว่าต้นตระกูลหลี่เคยค้าขายผ้าไหมมาก่อน ภายหลังลูกหลานได้ร่ำเรียนและสอบเป็ขุนนางกลายจึงปล่อยกิจการผ้าไหมให้เครือญาติทำแทน” ซุนมามาที่ติดตามฮูหยินผู้เฒ่ามาช้านานเป็ผู้อธิบาย
ทันทีที่หลี่หยวนหยวนได้เห็นซุ้มประตูบ้านเก่าของสกุลหลี่ นางก็ตะลึงก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปข้างใน บ้านหลังนี้มีลักษณะคล้ายกับบ้านเก่าทรุดโทรมที่นางได้เป็มรดกในยุคปัจจุบัน
‘ที่แม่เคยบอกว่าบ้านมรดกถูกสร้างเลียนแบบบ้านของบรรพบุรุษนี่คงไม่ได้หมายความว่า...สกุลหลี่ของแม่กับสกุลหลี่ของหลี่หยวนหยวนคือตระกูลเดียวกันหรอกนะ ถ้างั้น ฉันก็เป็ลูกหลานของหลี่หยวนหยวนน่ะสิ’
“โลกนี้ไม่มีเื่บังเอิญจริงๆ ด้วย” หญิงสาวรำพึงออกมา นางน้ำตาไหล ความรู้สึกคิดถึงบ้านจู่โจมเข้าจับหัวใจ พลันความรู้สึกอยากกลับสู่ยุคปัจจุบันก็ถาโถมอย่างรุนแรง จนต้องทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเรือนใหญ่รับแขก
ซุนมามาเห็นคุณหนูรองของตนร้องไห้ก็ถึงกับน้ำตาไหล พลอยคิดถึงฮูหยินผู้เฒ่าที่จากไป สองนายบ่าวต่างคนต่างคิดไปคนละทาง
“หวางเฟย เมื่อครู่ท่านบอกว่าไม่ใช่เื่บังเอิญหมายถึงเื่ใดหรือเ้าคะ” ซุนมามาที่เพิ่งเช็ดน้ำตาเสร็จเอ่ยถาม
“ข้าก็หมายถึงบ้านหลังนี้น่ะสิ” หลี่หยวนหยวนยิ้มกว้าง นางรู้แล้วว่าตนเองย้อนกลับมาอยู่ในตระกูลของบรรพบุรุษของบรรพบุรุษอีกที “ข้าว่าเคยเห็นที่นี่มาก่อน”
******************
