ชิ้ง!
กระบวนดาบหมื่นดวงดาว
ท่ามกลาง์และพิภพ กระบี่เทพขนาดหลายหมื่นจั้งปรากฏขึ้นทอดตัวขวางกั้นระหว่าง์และพื้นโลกา ปลายกระบี่เปล่งแสงประกายแจ่มจรัส จิติญญาของเซียนจื่อซานถึงขั้นสั่นสะท้านหวาดกลัว
ทั่วร่างของเขาสั่นเทาด้วยความหวาดวิตก
ก่อนหน้านี้ กระบวนดาบเก้าดวงดาวก็ทรงพลังมากแล้วเขาต้องใช้คันศรปลิดชีพเซียนด้วยพลังทั้งหมดจึงจะต้านทานไว้ได้ บัดนี้ เมื่อหมื่นดาราจักรรวมเป็กระบวนดาบพลังของมันจะน่ากลัวถึงเพียงใดกัน
แม้ว่ามันอาจจะไม่เพิ่มขึ้นเป็ร้อยเท่าพันเท่า ทว่าอย่างน้อยที่สุดพลังของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนอาจบดขยี้เขาได้เลยทีเดียว!
ตูม!
กระบี่เทพหมื่นดวงดาวขนาดหลายหมื่นจั้ง ด้วยอานุภาพอันยิ่งใหญ่จนไม่อาจต้านทานได้สั่นะเืทั่วทั้งผืนแผ่นดิน ผู้บำเพ็ญเพียรนับพันและมนุษย์ธรรมดานับล้านต่างชะงักงันเฝ้ามองฉากนี้
กระบี่ที่น่าตกตะลึงนั้น ราวกับเป็การเบิก์และพิภพโลกาการโจมตีขั้นสุดยอดที่ประสานความโบราณกับความทันสมัย
เซียนจื่อซานที่ต้องเผชิญหน้ากับมันโดยตรงยิ่งรู้สึกถึงภัยคุกคามแห่งความตายอันน่าสะพรึง ส่วนิญญาแรกเริ่มของเขาเ็ปอย่างแสนสาหัสทั่วร่างสั่นกึก
ด้วยกระบี่นี่ เขามีโอกาสที่จะตายได้จริงๆ!
“ข้าจะไม่ตายที่นี่โดยเด็ดขาด!”
เซียนจื่อซานคำรามลั่น
ในวินาทีนี้เอง เขาก็ทุ่มสุดตัวเช่นกันใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยว เขาใช้ฝ่ามือทุบลงบนหน้าอกอย่างแรง กระอักเืจากกลางอกออกมาหลายคำมันใสราวกับผลึกทับทิม ห่อหุ้มด้วยกฎแห่งเต๋า และแฝงพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวไว้
โลหิตแห่งจิติญญาเป็แก่นแท้ของโลหิตอันล้ำค่าที่สุดในกลุ่มสิ่งมีชีวิตและมีจำนวนไม่มากนัก!
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือโลหิตแห่งจิติญญาของเซียนระดับสองขั้น์หากกระอักออกมาอีกไม่กี่คำ มันอาจเทียบเท่ากับแก่นแท้ของปราณทั้งหมดในเซียนนักบุญขั้นต้น
“อึกๆ ...”
โลหิตแห่งจิติญญาสาดกระเซ็นลงบนศรสีเื ตัวศรสั่นรุนแรงปลดปล่อยพลังอำนาจที่เหนือกว่าก่อนหน้าออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง!
“สังหารเซียน!”
เซียนจื่อซานดึงสายธนูอย่างสุดกำลัง ในครั้งนี้มือทั้งสองข้างของเขาสั่นเทา ร่างเซียนของเขาสั่นอย่างรุนแรง และโลหิตไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง
ทว่าเขาไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น ง้างศร และพร้อมระดมยิงปลดปล่อยพลังการโจมตีอันแข็งแกร่งที่สุดในชั่วชีวิตของเขาออกมา!
ปึง!
เสียงคำรามดังสนั่น
ทั่วทั้ง์และพิภพมืดมิดมีเพียงลำแสงสีดำสนิทพุ่งทะลุกาลเวลาและห้วงมิติ ราวกับจะทะลวงทุกสิ่งทุกอย่างตัดผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลา
“ช่างน่าสนใจ!”
ภายใต้ทางช้างเผือก ซูฉางเซิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขามองออกว่ากระบวนดาบที่สองอาจสังหารเซียนจื่อซานไม่ได้
แต่บอกไว้แล้วว่าจะใช้กระบวนดาบที่สาม เช่นนั้นก็ต้องเป็สามกระบวนดาบแห่งความตาย!
ตูม!
จากนั้นต่อมารัศมีอันน่าสะพรึงกลัวที่ทรงพลังยิ่งกว่าก็ปะทุขึ้น ซูฉางเซิงใช้นิ้วแตะที่หว่างคิ้วจิตสำนึกผลิแย้มบานสะพรั่ง บังคับคัมภีร์ดาวตกศักดิ์สิทธิ์ควบคุมทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล
ในชั่วพริบตา ทางช้างเผือกหมุนวนราวกับสายนทีแสงแห่งดาราจักรนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น กลายเป็แสงดาวไร้ขอบเขตที่ตกลงมา ก่อร่างเป็เสื้อคลุมดวงดาวที่ปกคลุมร่างของเขาแสงศักดิ์สิทธิ์ส่องสว่างทั่วโลกา
บนเสื้อคลุมดวงดาวนั้น ปรากฏลวดลายดวงดาราที่มิอาจนับได้ก่อตัวเป็แผนที่ดวงดาว
ภายในแผนที่นั้น ดวงดาวขนาดมหึมาดวงหนึ่งปรากฏขึ้นกดข่มอีกหมื่นดวงดาวไว้ ดั่งจักรพรรดิแห่งดวงดาวทั้งหมด นั่นคือ…
ดาวจักรพรรดิ!
บรรดาดวงดาวทั้งปวง จักรพรรดิคือผู้สูงสุด!
“ใช้ทางช้างเผือกแปลงเป็ดาวจักรพรรดิใช้ดาวจักรพรรดิแปลงเป็กระบี่ในมือข้า กระบี่เดียวตัดผ่านหมื่นยุคสมัย!”
ซูฉางเซิงพึมพำ
ชิ้ง!
เขาสะบัดมือ ทางช้างเผือกพลุ่งพล่าน รวมตัวกันเป็ดาวจักรพรรดิอันยิ่งใหญ่ที่แผ่รัศมีงามสง่าจากนั้นตกลงมาในมือของเขา กลายเป็กระบี่แห่งดวงดาว
หรือควรจะเรียกว่า กระบี่ดาวแห่งจักรพรรดิ
นี่คือวิชาซึ่งแข็งแกร่งที่สุดที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ดาวตกศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็เคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝนจนชำนาญวิชาหนึ่ง
ในอดีต เขาเคยใช้กระบี่นี้ในขณะที่ยังเป็เพียงผู้บำเพ็ญเพียรระดับนิรันดร์ขั้นสูงสุดสังหารระดับกึ่งเซียนนักบุญถึงสามคน ทำให้ชื่อเสียงของเขากระฉ่อนไปทั่วทวีปเจินเซิ่ง!
และคัมภีร์เซียนดาวตกก็บันทึกไว้ว่า… ผู้คิดค้นเคยใช้กระบวนเพลงดาบเช่นนี้ปลดปล่อยพลังอันน่าทึ่งสังหารมหาเซียนในระดับเดียวกันด้วยเพลงดาบเดียว!
นี่คือการโจมตีต้องห้าม!
“อะไรนะ! ยังมีกระบวนดาบที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกหรือ!”
เซียนจื่อซานสั่นเทิ้ม เขาหวาดกลัวอย่างแท้จริง ั์ตาผวากว้าง
“ตายซะ!”
ซูฉางเซิงกำกระบี่ดาวแห่งจักรพรรดิไว้ในมือแน่นสายตาเ็าจ้องมองแน่นิ่ง จากนั้นก็ฟาดฟันลงมา แสงกระบี่วาดผ่าน ดูเหมือนจะช้า ทว่าในความเป็จริงแล้วมันกลับเร็วเหนือกว่ากาลเวลาและห้วงมิติ กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างในชั่วพริบตา
แม้ทั้งหมดดูเหมือนจะใช้เวลานาน แท้ที่จริงมันเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นท่ามกลางสนามรบ เพลงดาบเกิดก่อนที่หมื่นดวงดาวและลำแสงสีดำกำลังจะปะทะกันเสียอีก
ตูม!
ทว่าในวินาทีต่อมา กระบี่ดาวแห่งจักรพรรดิก็ฟาดฟันลงมาปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง
ไม่มีการปะทะรุนแรง มีเพียงความเงียบสงัด ทุกสิ่งทุกอย่างในสนามรบสูญสิ้นไปเหลือเพียงรอยแยกขนาดใหญ่อันน่ากลัวปรากฏขึ้นในห้วงมิติ
ภายในรอยแยกขนาดใหญ่นั้น โซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์นับพันแตกสลายมองเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์ที่แตกสลายจำนวนมาก ห่อหุ้มด้วยพลังอำนาจอันน่าทึ่ง
นั่นคือกฎเกณฑ์และระเบียบแบบแผนในห้วงมิติที่ถูกกระบี่เล่มนี้ทำลายจนสิ้นซาก
นอกจากนี้ ยังมีเศษเนื้อและศรสีเืที่แตกหักอีกด้วย
ส่วนเซียนจื่อซานนั้น หายไปแล้ว
“จงหายไปซะ!”
ท่ามกลาง์และพิภพ เมฆสีเืจำนวนนับไม่ถ้วนไหลบ่าเข้ามาสายฝนสีเืกำลังจะร่วงลงมา นั่นคือปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อเซียนผู้หนึ่งสิ้นชีพทว่าซูฉางเซิงเหลือบมอง ก่อนจะใช้ฝ่ามือปัดเป่ามันไปให้พ้น
ล้อเล่นน่า วันนี้เป็วันแต่งงานของเขา การฆ่าคนก็เป็ลางร้ายพอแล้วหากมีฝนโลหิตตกลงมาอีก งานฉลองการสมรสจะจัดขึ้นได้อย่างไร
เดิมเขาก็รู้สึกไม่พอใจอยู่แล้ว ยังอยากจะทำให้เขาหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีกหรือ
“เดิมทีข้าตั้งใจจะไปจัดการพวกเ้าในภายหลังผู้ใดคิดว่าพวกเ้าจะรีบร้อนมารนหาที่ตายในวันนี้!”
ซูฉางเซิงลงมือต่อ ปิดรอยแยกขนาดใหญ่ในห้วงมิติ จากนั้นเรียกศรสีเืกลับมาเมื่อมองดูศรสีเืที่แตกหักนี้ เขาก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
“พวกเ้าช่างไร้มารยาทจริงๆ!”
“ต้องบังคับให้ข้าไปทำลายล้างสำนักของพวกเ้าทั้งหมดเลยหรือ!”
การมาหาเื่ในวันอภิเษกของเขา นี่มันไม่เท่ากับตบหน้ากันหรืออย่างไร
แม้ว่าเขาจะสังหารเซียนจื่อซานได้ด้วยกระบวนดาบเดียวทว่าในใจเขาก็ยังคงรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย
เขากำลังจะเข้าหอส่งตัวกับจักรพรรดินีเชียวนะ!
“เซียน...เซียนจื่อซานสิ้นชีพแล้ว!”
“นั่นคือเซียนเชียวนะแถมยังเป็เซียนาุโที่ครองบัลลังก์มากว่าสามหมื่นปี ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดในทวีปทั้งสิ้นผู้ใดคิดว่าเขาจะตายเช่นนี้กันเล่า ถูกสังหารด้วยกระบวนดาบเดียว!”
“สำนักว่านโซ่วมั่นใจเต็มที่ว่าจะสังหารเซียนฉางเซิงเพื่อสร้างชื่อเสียงผู้ใดจะคิดว่าพวกเขาจะถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า หลังจากวันนี้ตระกูลซูจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างแท้จริง ส่วนสำนักว่านโซ่วพลังของพวกเขาจะเสื่อมถอยลงอย่างมาก!”
“วันนี้มีเซียนสิ้นชีพจริงๆ เพียงแต่ผู้ที่สิ้นชีพไม่ใช่เซียนฉางเซิงทว่ากลับเป็เซียนของสำนักว่านโซ่ว!”
“การต่อสู้ครานี้จะต้องดังกึกก้องไปทั่วทวีปเจินเซิ่งและถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของทวีป!”
ในระยะไกล เหล่าเ้าสำนักกึ่งเซียนนักบุญต่างตกตะลึง พวกเขาจ้องมองฉากนี้ด้วยความหวั่นเกรง
แม้ว่าพวกเขาจะเป็เ้าสำนักสูงส่งและมีจิตใจที่มั่นคงทว่าในขณะนี้ พวกเขาก็ยังคงรู้สึกขนลุกและสั่นสะท้านไม่น้อย
น่ากลัวยิ่งนัก!
เซียนาุโถูกสังหาร แถมยังถูกสังหารโดยเซียนน้องใหม่ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาได้ไม่นาน!
พวกเขาเข้าใจว่านับจากวันนี้เป็ต้นไปตระกูลซูจะผงาดขึ้น ส่วนซูฉางเซิงเองจะโด่งดังไปทั่วแผ่นดิน กลายเป็หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปอย่างแท้จริง!
นอกจากสำนักไท่สื่อที่สูงส่งแล้ว แม้แต่สำนักกองกำลังระดับสูงสุดอย่างสำนักหลิงซวีเจี้ยนก็ต้องยำเกรงเขาและไม่กล้าล่วงเกินเขาโดยง่าย
มีเพียงไม่กี่สำนักที่กล้าจะยั่วยุเซียนนักบุญขั้นสี่ ซึ่งมีอำนาจข่มขู่มากกว่าเซียนขั้นต้นหลายเท่า
“บรรพบุรุษ! พวกข้ามาช่วยท่านยึดครองตระกูลซู!”
ในขณะนั้นเอง นอกเมืองเทียนหยวนแสงศักดิ์สิทธิ์ส่องประกาย ประตูมิติเคลื่อนย้ายปรากฏขึ้นทีละบานพร้อมกับเสียงคำรามดังกึกก้อง เหล่าผู้าุโกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าปรากฏตัวขึ้น
เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่นั้น เป็ของผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักว่านโซ่วอย่างชัดเจนและผู้ที่นำกำลังพลมาก็คือเ้าสำนักแห่งสำนักว่านโซ่ว!
เขามีสีหน้าตื่นเต้น พร้อมที่จะมายึดครองทรัพยากรและดินแดนของตระกูลกู้สุดกำลัง
นี่คือสำนักกองกำลังชั้นนำที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดรากฐานของพวกเขาต้องไม่ธรรมดาแน่ เมื่อยึดครองได้แล้ว ในฐานะเ้าสำนัก เขาก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาล!
“บรรพบุรุษอยู่ที่ใดกัน”
ทว่าไม่นานหลังจากที่เขามาถึง ก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติไป
บรรพบุรุษจื่อซานที่ควรจะอยู่ ณ ที่แห่งนี้บัดนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย มีเพียงชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งยืนอยู่กลางอากาศ ถือศรสีเืในมือและจ้องมองมาหาเขาด้วยสายตาเขี้ยวลากดิน
เดี๋ยวนะ ศรนี่ดูคุ้นอะไรเช่นนี้
นอกจากนี้ เหล่าเ้าสำนักกึ่งเซียนนักบุญ และแม้แต่ผู้าุโของสำนักต่างๆเหล่าอัจฉริยะ และหญิงงามในระยะไกลล้วนจ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ
สายตาของพวกเขานั้นแปลกประหลาดยิ่ง!
เหมือนกำลังมองดูตัวตลก
ส่วนเมืองเทียนหยวนทั้งหมด รวมถึงตระกูลซูและแม้แต่งานฉลองมงคลสมรสในครั้งนี้ผู้บำเพ็ญเพียรและมนุษย์ธรรมดาที่มาร่วมงานต่างก็ไม่ได้รับาเ็ใดๆ ล้วนจ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าพิลึกๆ
ฉากเบื้องหน้านี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับภาพที่บรรพบุรุษของพวกเขาสังหารทุกสิ่งทุกอย่างดั่งในจินตนาการ!
“จบสิ้นแล้ว!”
หัวใจของเ้าสำนักสำนักว่านโซ่วสั่นระรัวหยาดเหงื่อจากความหวาดกลัวไหลลงมาไม่หยุด ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติไป
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะ... กลายเป็ตัวตลกไปเสียแล้ว!