เจมส์ที่แบกแจ็คไว้บนหลังเดินผ่านห้องเครื่องจักรมาจนถึงประตูที่เชื่อมไปยังห้องโถ่งใหญ่เจมส์ที่เดินมาถึงก็หยุดที่หน้าประตูก่อนจะวางแจ็คลงไว้กับพื้นส่วนเขาก็เอาหูไปแนบไว้กับประตูเพื่อฟังเสียงในห้องโถง แต่กลับไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา
เมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรดังออกมาเจมส์จึงดึงปืนที่เหน็บไว้ที่เอวออกมาอีกครั้งก่อนจะตั้งท่าพร้อมยิง ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือข้างหนึ่งไปเปิดประตูเบื้องหน้า
ประตูค่อยๆ แง่มออกอย่างช้าๆ ปลายกระบอกปืนชี้ออกมาเป็อย่างแรกหัวใจของเจมส์เต้นเร็วมาก รู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่เย็นเฉียบ แต่มือกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่หลังจากเปิดประตูเข้ามาแล้วภาพตรงหน้ากลับทำให้เจมส์แปลกใจเพราะแทนที่จะมีกลุ่มคนยืนดักรอเขากลับไม่มีใครยืนอยู่เลยแม้แต่คนเดียวนั้นทำให้เจมส์กลับไปแบกแจ็คขึ้นบนหลังก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังบันไดเวียนอย่างระมัดระวังเพราะไม่แน่ว่ากลุ่มคนเ่าั้อาจจะดักรอพวกเขาอยู่ที่ทางเข้าถ้ำก็เป็ไปได้
เจมส์เดินแบกแจ็คไต่บันไดเวียนขึ้นมาเรื่อยๆโดยเจมส์พยายามที่จะออกจากที่นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้แม้ตอนนี้เขาจะรู้สึกเหนื่อยมากก็ตามเหงื่อไหลจนทำให้เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่เปียกชุ่มแต่ถึงกระนั้นเจมส์ก็ยังกลั้นใจเดินต่อไป จนในที่สุดก็เดินมาถึงปากถ้ำแต่ก็ผิดคาดจากที่เจมส์คิดไว้เพราะแทนที่จะมีคนกลุ่มใหญ่มายืนดักรอเขาแต่บริเวณปากถ้ำนะตอนนี้กลับไม่มีใครอยู่เลยทำให้เจมส์ไม่รอช้าทีจะฉวยโอกาสนี้รีบออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ใครจะกลับมาเห็นพวกเขา
“พวกมันหายไปไหนกันหมดนะ” เจมส์พูดขึ้นด้วยความสงสัยในระหว่างที่พาแจ็คกลับไปหาดีนที่คอยเฝ้าสังเกตุการณ์ถ้ำอยู่ในที่ๆปลอดภัย แต่เมื่อมาถึงเจมส์กลับพบว่าดีนได้หายตัวไปแล้ว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”เจมส์พูดกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะพาแจ็คไปนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งแล้วตรวจดูาแของแจ็คอย่างถี่ถ้วน
ณอีกด้านหนึ่งของเกาะ ที่ตอนนี้มีคนจำนวนมากกำลังยืนอยู่เป็จำนวนมากแสงไฟจากไฟฉายสาดส่องไปทั่วบริเวณทำให้บริเวณนั้นส่องสว่างเป็พิเศษ
“เฮ้ย พวกแกไปหาพวกมันทางนั้น”จิมออกคำสั่ง
“พวกมันต้องอยู่แถวนี้แน่ๆ”พอร์นร้องขึ้น แล้วกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตอนนี้ก็ช่วยกันค้นหาต่อไปเรื่อยๆ
“งี่เง่า งี่เง่า” เสียงหนึ่งดังขึ้น
“หน็อยแกพวกมันอยู่ทางนั้นตามมันไป” จิมพูดด้วยความโมโหที่ถูกยั่วแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา
“มันอยู่หลังพุ่มไม้นั้นแหละไม่ต้องเสียเวลากับมันแล้ว ยิงมันไปเลย” จิมสั่งอย่างเด็ดขาดทำให้ทุกคนยกปืนขึ้นมากระหน่ำยิงไปยังพุ่มไม้
เสียงปืนที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งเกาะทำให้เจมส์ที่นั่งพักอย่างเหน็ดเหนื่อยอยู่ได้ยินซึ่งเสียงปืนดังขึ้นมาจากด้านหลังของเกาะซึ่งเป็จุดที่เจมส์และดีนจอดเรือเอาไว้บนชายฝั่งที่มีหินผาล้อมรอบเจมส์จึงใช้โอกาสนี้อุ้มแจ็คออกไปยังส่วนหน้าของเกาะแล้วตรงไปยังจุดที่มีเรือจอดอยู่เป็จำนวนมาก
เมื่อมาถึงเจมส์ก็เห็นคนสามคนยืนเฝ้ายามอยู่ที่ท่าเทียบเรือทำให้เจมส์ต้องหยุดใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง จนเจมส์นึกวิธีหนึ่งขึ้นมาได้เจมส์จึงได้วางแจ็คลงไว้กับพื้นก่อน โดยซ่อนแจ็คไว้ตรงที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
ส่วนตัวเขาเองนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนตัวเองลงไปในทะเลแล้วดำน้ำว่ายลงไปอย่างเงียบๆไปยังเรือที่จอดอยู่ แล้วค่อยๆไต่ขึ้นท่าเทียบเรือโดยใช้เรือลำหนึ่งเป็จุดบังสายตาของพวกยามก่อนจะแอบเข้าไปในเรือยนตร์ลำหนึ่ง แล้วปลดเชือกที่ผูกเรือไว้กับท่าเทียบเรือจากนั้นจึงสตาร์ทเรือขึ้น
เสียงสตาร์ทเรือทำให้พวกยามที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ฝั่งรีบวิ่งตรงมายังที่ท่าเทียบเรือก่อนจะทั้งสามคนจะกระหน่ำยิงปืนกลไล่หลังเจมส์ไป แล้วมีสองคนขึ้นเรือไล่ตามเจมส์มาส่วนอีกคนหนึ่งก็วิ่งเข้าไปในตัวเกาะ
“มาลองกันหน่อย” เจมส์พูดขึ้นพลางเร่งความเรือให้เร็วขึ้นอีกทำให้ทิ้งห่างจากสองคนที่ตามเขามาโดยในระหว่างที่ขับเรือมาเจมส์เปิดไฟฉายส่องไปยังเรือของยามสองคนนั้นไปด้วย จนเจมส์ขับเรือมาถึงส่วนของหินโสโครกเจมส์รีบดับเครื่องเรืออย่างรวดเร็ว แล้วเหวี่ยงไฟฉายของเขาไปในแนวระนาบกับผิวน้ำให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้
ยามสองคนที่ตามมาที่ร้อนร้นตามมาด้วยความรีบร้อนจนทำให้ไม่ทันสังเกตุว่าพวกเขาขับเรือมาในเขตที่มีหินโสโครกผุดขึ้นมาแล้วจึงรีบเร่งความเร็วของเรือตามแสงไฟของเจมส์ไปก่อนจะรู้ตัวก็เสียงดังออกมาจากใต้ท้องเรือแล้ว น้ำเริ่มไหลเข้ามาในเรือทำให้ทั้งสองชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบลงไปอยู่ในน้ำ โดยพยายามมองหาหินโสโครกในที่มืดเพราะด้วยความรีบร้อนทำให้พวกเขาไม่ได้หยิบไฟฉายติดมือมาด้วยแล้วยามทั้งสองคนก็ลงไปอยู่ในน้ำสำเร็จ ส่วนเรือของยามนั้นตอนนี้น้ำก็ค่อยๆ ไหลเข้าไปจนเรือค่อยๆจมไปอย่างช้าๆ จนเหลือแค่ส่วนหัวเรือที่เกยหินโสโครกอยู่
เจมส์รีบขับเรือวนกลับไปยังที่ชายฝั่งเพื่อรับแจ็ค โดยเอาเรือไปจอดไว้ใกล้กับจุดที่เขาซ่อนแจ็คไว้จากนั้นเขาก็รีบลงจากเรือแล้ววิ่งลงไปแบก แจ็คขึ้นมาบนเรือ
ก่อนจะสตาร์ทเรืออีกครั้งแล้วขับเรือวนรอบเกาะ เพื่อหาที่ปลอดภัยให้แจ็คพักก่อน ส่วนเขาจะกลับไปช่วยดีนออกมาในชั่วแวบนึงความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของเจมส์เขาจำเื่ที่ดีนเคยเล่าให้ฟังเื่จุดที่เขาซ่อนเรือไว้ในตอนแรกได้เจมส์จึงขับเรือวนไปตามที่เคยได้ยิน จนเจอเข้ากับซอกหินที่ดีนเคยเล่าให้ฟังเจมส์จึงดับเครื่องเรือก่อนจะลงไปประคองเรือให้เข้าไปซ่อนอยู่ในซอกหินนั้นแล้วเขาก็ถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาคลุมแจ็คไว้ส่วนเขาก็กลับขึ้นฝั่งอีกครั้งเพื่อไปช่วยดีนที่ยังอยู่บนเกาะอยู่
ในขณะที่เจมส์กำลังจะวิ่งเข้าไปในฝั่งก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ทำให้เขาชะงักแล้ววิ่งกลับไปที่ชายฝั่งอีกครั้ง ก่อนเจมส์วิ่งกลับไปยังจุดที่เขาแยกกับดีนโดยเจมส์คิดจะเริ่มต้นหาจากที่นั้นจนเมื่อมาถึงเจมส์ก็สำรวจบริเวณนั้นอีกครั้งก็พบว่ามีร่องรอยของคนจำนวนมากมาที่นี้ทำให้คิดได้ว่าดีนอาจจะถูกคนกลุ่มนั้นเจอตัวแต่หนีรอดไปได้ ไม่อย่างนั้นกลุ่มคนเ่าั้คนจับดีนกลับมาที่ถ้ำนั้นแล้ว
“ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นทีเถอะ”เจมส์พูดภาวนากับตัวเอง ก่อนจะออกตัววิ่งไปยังส่วนหลังของเกาะที่เขาได้ยินเสียงปืนดังลั่น
หลังจากที่เห็นเจมส์เข้าถ้ำไปแล้ว ดีนก็ใช้กล้องส่องทางไกลส่องไปบริเวณรอบๆถ้ำต่ออีกครั้งแต่ไม่นานเขาก็ต้องชะงักทุกอย่างลงเมื่อรู้สึกได้ถึงไหล่ข้างหนึ่งของเขามีบางอย่างมาจับไว้หัวใจของเขาเต้นเร็วและแรงขึ้น แต่ตัวกลับเย็นเฉียบลง ดีนรีบหันไปมองแล้วความกลัวของเขาก็จางหายไปเมื่อสิ่งที่จับเขาไว้ คือ เ้านกแก้วตัวอ้วนของแจ็ค
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกร้องขึ้น
“แกทำให้ฉันกลัวแทบแย่แน่ะปีปิก”ดีนร้องบอก พลางถอนหายใจอย่างโล่งอก
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกร้องต่อ
“เ้านายแกไปไหนกันละงึ” ดีนถามปีปิกทั้งๆ ที่รู้ว่าปีปิกก็ไม่สามารถตอบเขาได้แล้วเขาก็กลับไปส่องกล้องทางไกลต่อ แล้วก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปในถ้ำซึ่งภาพที่เห็นทำให้ดีนใเป็อย่างมากเพราะคิดว่าเจมส์อาจจะถูกจับได้แล้วดีนจึงเตรียมตัวที่จะลงไปช่วยเจมส์ที่ถ้ำแต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าอาจจะมีใครถูกสั่งให้เฝ้ายามอยู่อีกก็ได้ดีนจึงใช้กล้องส่องทางไกลกวาดตามองไปอีกซักพักแม้จะมืดมากแต่ดีนก็พยายามที่จะมองต่อไป
จนเมื่อดีนเริ่มแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครเฝ้ายามอยู่ที่ทางเข้าถ้ำหรือบริเวณรอบๆ ในตอนที่เขากำลังจะเก็บกล้องส่องทางไกลนั้นเองเขาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กว่าก่อนหน้านี้เดินออกมาทำให้ดีนใช้กล้องส่องทางไกลอีกครั้งโดยคิดว่าอาจจะเจอเจมส์ที่แอบเข้าไปในตอนแรกถูกจับมาด้วยก็ได้แต่ก็ไม่พบเจมส์อยู่ตรงไหนในกลุ่มเลย
“หรือเจมส์จะซ่อนตัวอยู่ในถ้ำนั้นอยู่” ดีนพึมพำพูดออกมา
“ถ้ายังงั้นคงต้องช่วยเจมส์ซักหน่อยแล้ว”ดีนพูดกับตัวเอง
“เสียใจจัง เสียใจจัง” ปีปิกพูดขึ้นพลางงับหูของดีน ทำให้ดีนต้องยกมือขึ้นมาปัดมันออกไป
“ได้เวลาที่แกต้องแสดงฝีมือไม่สิฝีปากแกแล้วนะปีปิก” ดีนพูดพลางยิ้ม
เมื่อคิดบางอย่างได้แล้วดีนเปิดไฟฉายของเขาส่องไปยังที่ปากถ้ำซึ่งคนกลุ่มใหญ่กำลังยืนอยู่พร้อมกับส่งเสียงร้องให้ดังที่สุดเท่าที่จะดังได้ และปีปิกที่ได้ยินดีนส่งเสียงร้องแบบนั้นมันจึงเข้ามาร่วมวงประสานเสียงร้องของมันด้วย
แสงไฟและเสียงที่ลอยมาอากาศเงียบสงัดยามค่ำคืนทำให้กลุ่มคนที่อยู่บริเวณหน้าถ้ำหันไปมองทำให้พวกเขาเห็นเป็แสงไฟที่ส่ายไปส่ายมาอยู่
“ไปจับพวกมันมาให้ได้” จิมสั่ง แล้วกลุ่มคนที่อยู่บริเวณหน้าปากถ้ำทั้งหมดก็วิ่งตรงไปตามแสงไฟและเสียงะโในทันที
ดีนที่เห็นว่ากลุ่มคนเ่าั้กำลังวิ่งมาหาตัวเองแล้วก็รีบวิ่งออกไปในทันทีโดยเปิดไฟฉายไปด้วย เพื่อให้กลุ่มคนเ่าั้สามารถสังเกตุได้ง่ายส่วนปีปิกนั้นก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้าพลางส่งเสียงที่ดังกังวานกว่าเดิมนั้นยิ่งช่วยให้กลุ่มคนที่วิ่งตามแน่ใจมากยิ่งขึ้นว่ามีใครบางคนได้ขึ้นมาบนเกาะของพวกเขาแล้วทำให้พวกเขายิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนเริ่มวิ่งไล่ตามหลังเขามาจนอีกไม่นานคงจะทันเขาแล้วดีนจึงปิดไฟฉายก่อนจะพยายามมองไปในที่มืดเพื่อหาที่จะซ่อนตัวจากคนกลุ่มนั้น
ดีนยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงส่วนท้ายของเกาะก่อนเขาจะวิ่งหลบเข้าไปในพุ่มไม้ใหญ่พุ่มหนึ่ง แล้วซ่อนตัวอย่างเงียบๆจนกลุ่มคนเ่าั้วิ่งมาถึงจุดที่เขาอยู่เขาแทบจะกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้มีเสียงหายใจดังออกไปจนกลุ่มคนเ่าั้ได้ยิน
“เฮ้ย พวกแกไปหาพวกมันทางนั้น”จิมออกคำสั่ง
“พวกมันต้องอยู่แถวนี้แน่ๆ”พอร์นร้องขึ้น แล้วกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตอนนี้ก็ช่วยกันค้นหาต่อไปเรื่อยๆ
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับดีนพูดขึ้น
“หน็อยแกพวกมันอยู่ทางนั้นตามมันไป” จิมพูดด้วยความโมโหที่ถูกยั่วแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา
“มันอยู่หลังพุ่มไม้นั้นแหละไม่ต้องเสียเวลากับมันแล้ว ยิงมันไปเลย” จิมสั่งอย่างเด็ดขาดทำให้ทุกคนยกปืนขึ้นมากระหน่ำยิงไปยังพุ่มไม้
ซึ่งนับว่าเป็โชคดีของดีนที่พุ่มไม้นั้นเป็พุ่มไม้ที่อยู่ตรงข้ามกับเขาถ้าเกิดเป็พุ่มไม้ที่เขาแอบอยู่ เขาต้องโดนะุปืนนับไม่ถ้วนนั้นยิงทะลุร่างจนมีรูบนร่างกายนับไม่ถ้วนแน่ๆ
“เห้ย ไปดูดิว่ามันตายยัง” พอร์นะโสั่ง ทำให้มีคนสามคนเดินไปตรวจยังพุ่มไม้นั้น
“ไม่มีอะไรเลยครับ” ลูกน้องคนหนึ่งะโขึ้นมา
“งั้นก็เป็อีกพุ่ม” จิมพูดขึ้นแล้วทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็ตั้งปืนหันมาที่พุ่มไม้ที่ดีนอยู่ภาพตรงหน้าทำให้ดีนใ จนตัวแข็งทื่อ ร่างกายไม่ขยับตามความคิดของเขาก่อนจะมีลูกน้องคนหนึ่งที่ถูกสั่งให้เฝ้ายามที่ท่าเทียบเรือวิ่งมาพอดีทำให้กลุ่มคนเ่าั้หยุดทุกการกระทำลง
“แฮ่ก ๆ ๆ” ลูกน้องคนนั้นหอบอย่างแรงเพราะวิ่งมาด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาจะทำได้
“แกมาที่นี้ทำไมแกถูกสั่งให้เฝ้าเรือไม่ใช่หรือไง” พอร์นไปพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“เรือ เรือ เรือ” ลูกน้องที่วิ่งมาพยายามจะพูดทั้งที่ยังหอบอยู่แต่ก็พูดไม่ออก
“เรือมันทำไม” จิมถามขึ้น
“เรือ โดน ขโมย ไป ตอน นี้ เจส กับกริม ไล่ตามไปอยู่” ลูกน้องที่วิ่งมาตอบพลางหอบไปด้วยก่อนจะกลั้นใจตอบในรวดเดียว และคำตอบนั้นเองก็ทำให้จิมโกรธจนเืขึ้นหน้าตบไปที่ลูกน้องคนนั้นเข้าไปอย่างจังทำให้ลูกน้องคนนั้นล้มลงไปนอนกับพื้น
“ไอ้โง่เอ่ยแค่ดูแลเรือแกไม่มีปัญญาทำกันหรือไง” จิมะโด่าลูกน้องที่ล้มลงไปนอนกับพื้น
“พวกแกทุกคนกลับไปที่ท่าเรือเดี่ยวนี้”จิมคำรามขึ้น ทำให้ทุกคนรีบวิ่งหน้าตั้งกลับไปยังท่าเทียบเรือนั้นทำให้ดีนที่แอบมองอยู่เงียบๆรู้สึกโล่งใจที่อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องถูกยิงอยู่ที่นี้
เมื่อเห็นว่าจิมและพรรคพวกของเขาไปหมดแล้วดีนจึงออกมาจากที่ซ่อน
“ปีปิก ปีปิก แกอยู่ไหน” ดีนะโเรียกหาปีปิก
“สวัสดี สวัสดี” ปีปิกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้้าร้องขึ้น
“ฉันเป็ห่วงแกแทบแย่นึกว่าแกจะถูกยิงไปแล้วนะปีปิก” ดีนพูด
“มาเถอะ เราต้องกลับไปหาเจมส์กัน”ดีนพูดต่อ ก่อนจะวิ่งกลับไปยังถ้ำเผื่อเจมส์อาจจะกลับมาหาเขาที่นั่นปีปิกที่เห็นดีนวิ่งไป จึงได้บินตามไปด้วย
ดีนวิ่งมาจนถึงตรงจุดที่เขาเคยแยกกับเจมส์ แต่ก็ไม่พบใครเลยดีนจึงหยุดคิดว่าจะทำยังไงต่อไปดี จนเขานึกบางอย่างขึ้นได้
“จริงสิ มีคนขโมยเรือไปนี่น่าอาจจะเป็เจมส์ก็ได้ บางทีเขาอาจจะเจอแจ็คแล้วก็ได้” ดีนพูดขึ้น
“งั้นเราต้องทำยังไงต่อไปดี”
“หรือว่าควรกลับไปที่เรือที่แอบไว้ตรงท้ายเกาะดี”
“หรือจะเสี่ยงไปที่ท่าเทียบเรือนั้นดีแต่พวกมันต้องไปเฝ้าเรือกันเต็มแน่ๆ เลย” ความคิดหลายอย่างเริ่มผุดขึ้นมาในหัวของดีนทำให้ดีนพึมพำความคิดเ่าั้ขึ้นมาเรื่อยๆ
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกบินมาเกาะที่ไหล่ของดีนแล้วร้องขึ้น
“อย่าส่งเสียงดังนะปีปิก ฉันกำลังใช้ความคิดอยู่นะ”ดีนทักขึ้น
ปีปิกที่ได้ยินดีนพูดหันกลับไปงับหูของดีนทำให้ดีนต้องผลักปีปิกออกจากไหล่ไป ปีปิกแผดเสียงดังลั่นก่อนจะบินหายไปในความมืด