หลิวต้าขุย และ คนของแก๊งอินทรี ล่าถอยออกไปอย่างสะบักสะบอม!
เซียวเฉิน ยืนอยู่ที่ประตูของบริษัทมองดูรถตู้ของพวกมันแล่นออกไป จากนั้นยิ้มขึ้นอย่างเ็า
“พี่เฉิน แล้วแก๊งอินทรีจะกลับมาล้างแค้นพวกเราไหม?” ติงลี่ ที่อยู่ด้านข้างถามขึ้นด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“นายลองเดาดูสิ?”
“ผมคิดว่าแก๊งอินทรีที่เป็ถึงแก๊งใหญ่ในเขตตอนใต้ของเมือง หากทำให้พวกมันต้องอับอายแบบนี้ มันจะต้องกลับมาแก้แค้นอย่างแน่นอน!” ติงลี่ คิดแล้วตอบกลับไป
เซียวเฉิน พยักหน้า เขาตบไปที่ไหล่ของ ติงลี่ แล้วพูดขึ้น ”เื่นี้นายไม่จำเป็ต้องกังวล ก็แค่แก๊งอินทรีกระจอก ๆ ฉันจะจัดการพวกมันเองง!”
“ครับ ๆ ” ติงลี่ พยักหน้าตอบรับ แม้ว่าในใจของเขาจะกลัวแทบตายก็ตาม!
เมื่อเซียวเฉิน ย้อนกลับเข้าไปในห้องแผนกรักษาความปลอดภัย ก็พบว่าเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลายจ้องมองเขาด้วยแววตาเคารพ สิ่งนี้ทำให้เขาอดที่จะยิ้มไม่ได้ เพียงแค่จัดการกับอันธพาลไม่กี่คน จากนั้นก็ขับไล่แกะดำอย่าง หลิวต้าขุย ออกไป ก็ได้รับการยอมรับแบบนี้แล้ว?
“เอาละ ในเมื่อทุกอย่างจบแล้ว ทุกคนรีบไปทำงานของตัวเองซะ! คนที่ต้องเข้าเวรก็ตั้งใจหน่อย ส่วนใครที่อยู่ใน่พักก็ไปพักผ่อนซะ… ่นี้ทุกคนต้องทำงานหนักกันหน่อย อีกสามวัน แผนกรักษาความปลอดภัยเราถึงจะรับสมัครคนเข้ามาเพิ่ม...”
เซียวเฉิน เอ่ยพูดประโยคนี้อย่างง่าย ๆ เพื่อปลอบขวัญเหล่าเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลาย ไม่ให้พวกเขาต้องรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนอีกต่อไป
“ครับ!”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมดตอบรับเสียงดัง แม้ว่าหัวหน้าแผนกคนใหม่จะเข้าทำงานแค่ไม่นาน ทว่าตอนนี้ไม่มีใครกล้าไม่ยอมรับหรือว่าต่อต้านเขาอีกแล้ว!
พวกเขาล้วนเห็นทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตาตัวเอง
คนที่เป็ศัตรูก็ได้ถูกขับไล่ออกจากบริษัทไปแล้ว!
แม้แต่ พญามารหลิว ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกมันเลย!
หลังจากที่ เซียวเฉิน เอ่ยจบ เขาก็ออกจากแผนกรักษาความปลอดภัย กลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง
กล่าวได้ว่าแผนกรักษาความปลอดภัย มีหลายสิ่งหลายอย่างให้ต้องทำ และในฐานะหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย เขาจึงจำเป็ต้องวางแผนเตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อน!
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขามีความคิดอยู่ในใจ เป็ความคิดที่บ้าคลั่ง!
แผนกรักษาความปลอดภัยเป็เหมือนมีดที่รับประกันความปลอดภัยของบริษัท แต่สิ่งที่เขา้าไม่ใช่มีดที่เอาไว้รับประกันความปลอดภัยของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องสามารถรับประกันความปลอดภัยของ ซู่ฉิง ด้วย!
ท้ายที่สุดแล้วหลังจากที่เขาจัดการปัญหาให้กับ ซู่ฉิง เสร็จ เขาก็จะออกไปจาก หลงไห่.....ดังนั้นเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อ ซู่ฉิง และตอนนี้ก็ได้โอกาสนั้นแล้ว!
แม้ว่า ซู่ฉิง จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เธอก็อยากจะรู้ว่า แผนกรักษาความปลอดภัยของบริษัทที่อยู่ภายใต้การนำโดยหน่วยรบพิเศษเช่นเขาคนนี้ สุดท้ายแล้วมันจะเปลี่ยนไปเป็แบบไหนกันนะ?
ในฐานะที่เขาเคยเป็ผู้ฝึกสอนการต่อสู้พิเศษในกองทัพจีน เซียวเฉิน มั่นใจว่าเขาจะนำทีมเืใหม่นี้ให้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กับหน่วยรบพิเศษ แม้ว่าจะเทียบไม่ได้แต่ก็ต้องไม่ด้อยกว่ากองกำลังพิเศษธรรมดา ๆ !
ลองคิดดู หากว่า ซู่ฉิง มีกองกำลังรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับกองกำลังพิเศษอยู่ในมือ ในภายภาคหน้ายังต้องกังวลอะไรอีก? หากว่าใครไม่เห็นด้วยก็จัดการมันให้หมด!
“สหายซู่ ฉันจะไม่ทำให้นายผิดหวัง ปัญหาของน้องสาวนายฉันจะจัดการให้หมดเอง!” เซียวเฉิน ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น เขาจุดบุหรี่ขึ้นมา 1 มวน จากนั้นก็สูดมันเข้าไป
ในขณะที่ เซียวเฉิน กำลังวางแผนจะผลักดันให้แผนกรักษาความปลอดภัยมีความก้าวหน้า ติงลี่ ก็เข้ามาในห้องทำงานของเขา
“พี่เฉิน หัวหน้าเกามาแล้ว”
“หัวหน้าเกา? ใครกัน?” เซียวเฉิน ตอบกลับไปด้วยความสงสัย
“เขาคือ เกาผิง หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยอีกคนหนึ่งครับ”
เมื่อได้ ติงลี่ ช่วยเตือนความจำให้ เซียวเฉิน ก็นึกขึ้นได้ในทันทีว่าก่อนหน้านี้ แผนกรักษาความปลอดภัยมีหัวหน้าอยู่ 2 คน หลิวต้าขุย คอยรับผิดชอบอยู่ที่บริษัท ส่วน เกาผิง รับผิดชอบดูแลโรงงาน...
ในวันปกติ เกาผิง มักจะอยู่ที่โรงงานตลอด น้อยครั้งเขาถึงจะกลับมาที่บริษัท แล้วทำไมเขาถึงกลับมาที่บริษัทในตอนนี้กัน?
หลังจากคิดไปคิดมา เซียวเฉิน ก็ี้เีนึกอีก เขาพยักหน้าแล้วพูดต่อ “ให้เขาเข้ามา”
“พี่เฉิน ที่หัวหน้าเกากลับมากะทันหันแบบนี้ เป็ไปได้มั้ยว่าเขาคิดที่จะยึดอำนาจ?” ติงลี่ กล่าวออกมาด้วยความลังเล
เซียวเฉิน มองไปที่ ติงลี่ แล้วยิ้มกลับไป “ยึดอำนาจ? ฮ่าๆๆ หลิวต้าขุย ก็เพิ่งจะถูกฉันเตะออกจากบริษัท หาก เกาผิง คนนี้ไม่โง่ มันก็น่าจะรู้ว่าควรทำยังไง! ถ้ามันเป็คนโง่จริงๆ อย่างมากก็แค่เตะมันออกไปจากบริษัทนี้อีกคน!”
เมื่อ ติงลี่ มองเห็น เซียวเฉิน มีท่าทางสบาย ๆ แบบนี้ เขาค่อยรู้สึกวางใจ “งั้นผมจะไปเรียกเขาเข้ามา”
“ได้”
ผ่านไปสักครู่ ติงลี่ ก็เดินนำหน้าชายคนหนึ่งเข้ามา “หัวหน้าเกา คนผู้นี้ก็คือหัวหน้าแผนกเซียว”
เกาผิง มองไปที่ เซียวเฉิน ใบหน้าเขาเกิดความประหลาดใจ ทำไมหัวหน้าแผนกถึงอายุน้อยขนาดนี้?
อย่างไรก็ตามเขารีบเก็บสีหน้าตะลึงเข้าไป พร้อมยิ้มแล้วเอ่ยทักทาย “หัวหน้าแผนกเซียว สวัสดี ผมคือ เกาผิง!”
“สวัสดี หัวหน้าเกา!“ เซียวเฉิน ยืนขึ้น ยื่นมือออกไปจับมือกับ เกาผิง “เชิญนั่งเถอะ!”
เกาผิง พยักหน้า เขานั่งลงไปบนเก้าที่อยู่ด้านหน้า เซียวเฉิน “หัวหน้าเซียว ผมเพิ่งจะได้ยินมาว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นที่แผนกรักษาความปลอดภัย ดังนั้นจึงกลับมารายงานที่บริษัท!”
“ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากหรอก” เซียวเฉิน หัวเราะขึ้น “ติงลี่ ไปรินน้ำมาให้หัวหน้าเกาสักหน่อยไป”
“ครับ”
เซียวเฉิน มองตามแผ่นหลังของ ติงลี่ เขาเลิกคิ้วขึ้น ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็ถึงหัวหน้าระดับกลาง จำเป็จะต้องมีเลขาด้วยสิ? วันปกติจะได้มีคนคอยส่งน้ำรินน้ำและนวดหลังนวดไหล่ให้เขา… ใช่แล้ว จะต้องเอาเื่นี้ไปปรึกษากับ ซู่ฉิง ซะหน่อยแล้ว!
“หัวหน้าเซียว ผมได้ยินมาว่าบริษัทกำลังขาดแคลนกำลังคน? ทำไมไม่เอาเ้าหน้าที่จากโรงงานมาก่อนหล่ะ?”
เกาผิง ไม่ได้พูดถึงหลิวต้าขุย บางเื่ถึงจะรู้แต่ก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ หากพูดออกไปจะทำให้เสียงานเปล่า ๆ !
“ไม่จำเป็ ฉันได้บอกประธานซู่เอาไว้แล้ว อีก 3 วันเราจะทำการเปิดรับสมัครพนักงานใหม่… ประเทศจีนเล็กที่ไหนกัน ประเทศนี้มีคนอยู่มากมาย ไม่ต้องพูดถึงเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแค่ 18 คน อาจจะได้เ้าหน้าที่ระดับหัวกะทิเข้าร่วมเลยด้วยซ้ำไป คุณว่าอย่างนั้นมั้ย หัวหน้าเกา?” เซียวเฉิน พูดพร้อมรอยยิ้ม
เกาผิง เบิกตากว้าง เซียวเฉิน เพิ่งจะพูดประโยคที่น่าเหลือเชื่อให้เขาฟัง!
“ใช่ๆๆๆ หัวหน้าเซียวพูดถูก ดูเหมือนว่าผมจะวิตกไปเอง”
“หัวหน้าเกา ตอนนี้ที่โรงงานมีเ้าหน้าที่อยู่ทั้งหมดกี่คน?” เซียวเฉิน หยุดคิด แล้วเอ่ยถามขึ้น
“รวมผมด้วยก็มีทั้งหมด 36 คนแบ่งออกเป็ 4 กลุ่ม เพราะนอกจากโรงงานแล้ว พื้นที่อย่างคลังสินค้าก็อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเราด้วย”
เซียวเฉิน พยักหน้าตาม เมื่อเทียบกับที่บริษัทแล้ว โรงงานกับคลังสินค้าจำเป็จะต้องมีคนมากกว่าอยู่แล้ว!
“หลังจากที่บริษัทของเราเปิดรับสมัครเ้าหน้าที่ใหม่ คุณก็นำคนจากทางฝั่งของคุณมาด้วย… เมื่อถึงตอนนั้นแผนกรักษาความปลอดภัยของเราจะมีการประชุม เพื่อจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด!”
“ตกลง”
หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที เลขาหลาน ก็โทรศัพท์เข้ามาหาเซียวเฉิน เรียกให้เขาไปที่ห้องทำงานของเธอ เขาจึงใช้โอกาสนี้บอกลา เกาผิง
เมื่อมาถึงห้องทำงานของเลขา เซียวเฉิน เคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป
“พี่ฉิน คุณเรียกผมเหรอ?”
“โอ้ ดูเหมือนแก๊งอินทรีจะไม่ได้อยู่ในสายตาของนายเลยใช่ไหม? ถ้าฉันไม่ตามหานาย นายก็ไม่คิดจะมาบอกฉันเลยสินะ?” ฉินหลาน เอ่ยหยอกล้อเขา
เซียวเฉิน ยักไหล่แล้วลงไปนั่งตรงข้ามกับ ฉินหลาน “แน่นอนว่าพวกมันไม่อยู่ในสายตา มันก็แค่แก๊งอันธพาลแก๊งหนึ่งเท่านั้น!”
“โอ้ว ความมั่นใจในตัวเองของนายมีเสน่ห์มากจริงๆ ไม่เสียแรงที่เคยเป็ถึงหน่วยรบพิเศษ ฉันชอบมัน...” ฉินหลาน ยิ้มโปรยเสน่ห์ เธอเดินไปรินน้ำชาให้ เซียวเฉิน แล้วกล่าวต่อว่า “ได้ยินมาว่านายเตะโด่งคนจากแก๊งอินทรีไปงั้นเหรอ?”
“ใช่ หากไม่มอบความเ็ปให้อันธพาลพวกนั้น พวกมันก็ไม่มีทางหลาบจำหรอก!” เมื่อ เซียวเฉิน พูดจบ เขาก็ยกน้ำชาขึ้นดื่ม กล่าวต่อว่า “ไม่เลว สมกับเป็ชาชั้นยอดแห่งเมืองหลงไห่จริงๆ!”
“ถ้าชอบ เดี๋ยวฉันจะไปเอามาให้”
”ขอบคุณพี่ฉินมาก” เซียวเฉิน วางถ้วยชาลง แล้วเปลี่ยนไปนั่งในท่าที่สบายกว่านี้ “พี่ฉินดีกับผมจัง!”
“พอแล้ว อย่ามาเล่นลูกไม้นี้กับฉัน ว่าแต่นายแน่ใจเหรอว่านายจะสามารถจัดการกับปัญหาของแก๊งอินทรีได้?”
เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น “วางใจเถอะ เื่นี้ปล่อยให้ผมเป็คนจัดการเถอะ!”
“ดี!” ฉินหลาน พยักหน้าตอบรับ “เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะไปที่แผนกบุคคลมาและฉันไปเลือกผู้ช่วยมาให้นายด้วยตัวเอง เป็สาวสวยคนหนึ่ง!”
“จริงเหรอ!” แววตาของ เซียวเฉิน เปล่งประกาย แต่ก็กลับคืนเหมือนเดิมในทันที “แล้วจะสวยสู้พี่ฉินได้มั้ย?”
เมื่อ ฉินหลาน ได้ยินคำพูดนี้ เธอก็ยิ้มขึ้น “เด็กน้อยนายปากหวานใส่ฉันอีกแล้วนะ...”
ในขณะที่ทั้ง 2 คนกำลังพูดกันอยู่พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา!”
ประตูเปิดขึ้น ปรากฏเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามา เธอสวมใส่ชุดมาตรฐาน ใบหน้าไร้ที่ติ ผิวพรรณขาวเนียน แต่สิ่งที่ดึงดูด เซียวเฉิน มากที่สุดก็คือใบหน้าที่อ่อนเยาว์นี้ของเธอ!
เมื่อไล่มองลงมา น้ำลายของเขาแทบจะไหลออกจากปาก หน้าอกคู่นี้มันช่างไม่เหมาะกับใบหน้าที่เยาว์วัยอย่างนี้เลย เด็กที่ไหนจะมีหน้าอกที่ใหญ่ขนาดนี้ได้!
“เลขาฉิน สวัสดีค่ะ!”
หลังจากสาวสวยหน้าเด็กเดินเข้ามา เธอก็เอ่ยทักทาย ฉินหลาน ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ
“อ้าว! เธอมาแล้ว” ฉินหลาน เหลือบสายตาไปมอง เซียวเฉิน แอบยิ้มในใจ แล้วเอ่ยแนะนำขึ้น “ฉันขอแนะนำให้พวกเธอรู้จัก คนผู้นี้คือ เซียวเฉิน หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย! เซียวเฉิน เธอคนนี้คือ ถงเหยียน แห่งแผนกบุคคลที่ฉันเพิ่งจะแนะนำไป!”
อะไรนะ?
ถงเหยียน(สาวงาม)?!
เซียวเฉิน เบิกตากว้าง ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าอกมหึมาคู่นั้น ชื่อนี้มันไม่มีใครเหมาะสมไปมากกว่านี้แล้ว!
ถงเหยียน สังเกตเห็น เซียวเฉิน ที่จ้องมาอย่างไม่วางตา ใบหน้าเธอกลับแดงก่ำขึ้นด้วยความเขินอาย แต่ก็ยังคงยื่นมือขวาที่มีผิวขาวเรียบเนียนออกไป “หัวหน้าเซียว สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ถงเหยียน ฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”
“อ๊ะ สวัสดีครับ ๆ ผมก็ขอฝากตัวด้วย!”
เซียวเฉิน รีบยื่นมือไปจับมือน้อย ๆ ของ ถงเหยียน เขาแทบห้ามใจไม่อยู่ มือนี้ช่างนุ่มซะเหลือเกิน!
“เอาละ หัวหน้าเซียว นายอย่าเพิ่งทำให้สาวน้อยคนนี้รู้สึกกลัวสิ!”
ฉินหลาน อยู่ในจุดที่ทนเห็นความหื่นของเขาไม่ไหว จึงเอ่ยหยอกล้อออกไป
“แค่กๆๆ!” ใบหน้า เซียวเฉิน กลายเป็แดงระเรื่อ เขารีบพูดเปลี่ยนเื่ขึ้น “ผมแค่คิดว่าเธอเหมือนกับเพื่อนสมัยเรียนอนุบาลของผม...”
“......”
ฉินหลาน ไร้คำพูด ข้อแก้ตัวแบบนี้มันจะเฉยไปไหน? เพื่อนสมัยอนุบาลงั้นเหรอ? นี่มันไม่ใช่วัวแก่จะกินหญ้าอ่อนหรือไงกัน?
แววตาของ ถงเหยียน เต็มไปด้วยความแปลกใจ ผนวกกับใบหน้าแดงระเรื่อ แทบไม่สามารถบรรยายถึงความงามของเธอคนนี้ได้หมด
“ถงเหยียน ฉันขอให้เธอช่วยประสานงานกับหัวหน้าเซียวเื่การรับสมัครเ้าหน้าที่ของแผนกรักษาความปลอดภัยจนกว่าจะเสร็จนะ… นี่ถือเป็การประเมินงานครั้งแรกในการเข้าทำงานที่บริษัทของเธอ ถ้าเธอทำได้ดี อาจจะผ่าน่โปรไปได้เลย...” ฉินหลาน หันไปพูดกับ ถงเหยียน
“เลขาฉินโปรดวางใจ ฉันจะให้ความร่วมมือกับหัวหน้าเซียวอย่างเต็มที่!” ถงเหยียน พยักหน้าพร้อมกับเอ่ยตอบ
“อื้อ!” ฉินหลาน หยักหน้า “เซียวเฉิน ฉันขอฝากเธอไว้กับนายด้วย แล้วนายก็อย่ามารังแกสาวน้อยคนนี้ซะล่ะ!”
เซียวเฉิน กลอกตา นี่หมายความว่ายังไง? นี่ไม่ไว้ใจคนอย่างเขางั้นเหรอ? แล้วทำไมคนอย่างฉันจะต้องไปรังแกเด็กสาวคนนี้กัน?!